เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.941 - เลเวล SSS หายตัวไป

Ep.941 - เลเวล SSS หายตัวไป

Ep.941 - เลเวล SSS หายตัวไป


Ep.941 - เลเวล SSS หายตัวไป

หลิวหานมาจากตระกูลสาขา มิได้รับทรัพยากรมากมายอะไร ทั้งหมดทั้งมวลที่สามารถมาถึงจุดนี้ ล้วนปีนป่ายด้วยความยากลำบาก หากฉินเฟิงทำผลงานได้ไม่ดีในครั้งนี้ และหลิวหานสามารถบดขยี้อีกฝ่ายต่อหน้าหลิวหลง เขาคงได้รับความชื่นชมยิ่งกว่าเดิม

แต่ตอนนี้ เกรงว่าในใจของหลิวหลงคงก่นด่านหลิวหานว่าเป็นแค่ขยะ!

ในความคิดของหลิวหาน หากไม่มีฉินเฟิง เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น เขารู้สึกเกลียดฉินเฟิงมาก

แต่อีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร ฉินเฟิงไม่สนใจ

ตรงกันข้ามกับหูซาน ฉินเฟิงช่วยเขากำจัดความเจ็บแค้นเดือดดาล ทั้งยังประกาศกร้าวต่อคนอื่นๆ ว่าในมิติของพวกเขา ใช่จะยินยอมถูกผู้อื่นกดขี่

“ผลลัพธ์นี้พอได้ไหมครับ?” ฉินเฟิงถาม

“มันต้องได้อยู่แล้ว ถ้าผลลัพธ์นี้ไม่ดี แล้วของคนอื่นๆจะเป็นอย่างไร ไม่กลายเป็นไร้ค่าไปเลยหรือ?” หูซานกล่าว

“ได้ยินแบบนี้ก็โล่งอกครับ”

หลังจากข้อมูลแต้มพลังโจมตีถูกป้อนลง ฉินเฟิงก็ได้รับบัตรประจำตัว พอหยดเลือดลงไป การยืนยันตัวตนก็เสร็จสมบูรณ์ เขาเปลี่ยนมาใส่อุปกรณ์สื่อสารใหม่ ในที่สุดฉินเฟิงก็ได้กลายเป็นสมาชิกของพันธมิตรมนุษย์อย่างเป็นทางการ

แน่นอน สถานะที่ได้รับการรับรองของเขาคือผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S มิใช่ผู้ใช้วรยทุธโบราณเลเวล A1 แบบในโลกมนุษย์ของตน

หูซานยังคงแนะนำเรื่องราวเพิ่มเติม “ในบรรดามิติของพันธมิตร มนุษย์แบ่งออกเป็นสี่อาชีพ ในหมู่พวกเขายังคงมีผู้ใช้วรยุทธโบราณ , ผู้ใช้อบิลิตี้ , มือปืน สุดท้ายเป็นผู้ฝึกสัตว์เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่ง และอาชีพสุดท้ายนี้ คล้ายคลึงกับของคุณมาก เพียงแต่ในมิติของพวกเรา สัตว์ร้ายแข็งแกร่งเกินไป อาชีพนี้เลยไม่เป็นที่นิยม!”

“ในที่นี้ เนื่องจากมนุษย์ทุกมิติมารวมตัวกัน การแลกเปลี่ยนจึงบังเกิดขึ้น ในบรรดาการแลกเปลี่ยนที่ว่า วรยุทธโบราณมีจำนวนมากที่สุด บ้างดีบ้างร้ายปะปนกันไป หากคุณคิดเรียนรู้ต้องตั้งใจเลือกดีๆ รองลงมาเป็นเทคนิคอบิลิตี้ เพราะอำนาจของอักษรรูน เป็นเรื่องง่ายที่จะเรียนรู้  ต่อไปเป็นอาวุธปืน ของสิ่งนี้มีราคาแพงที่สุด แต่ละมิติสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ก็จริง แต่เนื่องด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากซื้อมัน เพราะหากซื้ออาวุธสำเร็จรูปมา แล้วเกิดเสียหาย การซ่อมแซมจะเป็นปัญหามากเกินไป  สุดท้ายเป็นอาชีพฝึกสัตว์สามารถใช้พลังสมาธิควบคุมสัตว์ร้ายได้ แต่วิธีการใช้พลังสมาธิเข้าควบคุมนั้น แทบไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมา”

“สำหรับคุณ การมาเยือนพันธมิตรมนุษย์ในครั้งนี้ คือโอกาสทอง เป็นใบเบิกทางสู่ต่างมิติ ที่จะช่วยให้สามารถได้รับทรัพยากรมากขึ้น!”

หูซานแนะนำเรื่องราวต่างๆอีกมากมาย แต่บอกเล่ามากมายแล้วอย่างไร? เรื่องส่วนใหญ่ฉินเฟิงสามารถค้นพบได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

“อ้อจริงสิ ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญมาก” ท่าทีของหูซานเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ถ้าคุณบังเอิญเจอกับตัวตนทรงอำนาจของพันธมิตรองค์กรมืดจากมิติอื่น จงระมัดระวังตัวให้ดี”

ฉินเฟิงชะงักไป

“ในมิตินับพันหมื่นของมนุษย์ ก็มีพันธมิตรองค์กรมืดเหมือนกันงั้นหรือ?”

เดิมฉินเฟิงคิดว่าพันธมิตรองค์กรมืดเป็นแค่การดำรงอยู่ในมิติของเขา ไม่เคยคาดคิดเลย ว่าท่ามกลางพันธมิตรมนุษย์จากทุกมิติ จะมีการดำรงอยู่ขององค์กรมืดด้วยเช่นกัน

หลังกลับมาเกิดใหม่ ฉินเฟิงเคยเผชิญกับเหอเทียนสิง , เทพวูดู ,ตาปีศาจ รวมไปถึงไอซาน แต่ฉินเฟิงค้นพบว่า พวกระดับสูงอย่างหูซานและคนอื่นๆ สำหรับคนฝั่งองค์กรมืด พวกเขาไม่ได้มีความเป็นปรปักษ์ หรือเกลียดชังกันมากขนาดนั้น

หลังจากได้มาเยือนพันธมิตรมนุษย์ที่แท้จริง ฉินเฟิงยังสงสัยอยู่เลย ว่าเหอเทียนสิงและพวกองค์กรมืดคนอื่นๆคงมีวิธีการเข้ามาที่นี่เช่นกัน แม้บนโลกมนุษย์นับว่าต่างฝ่ายต่างเป็นศัตรู แต่ในความเป็นจริง อีกฝ่ายน่าจะได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกกลุ่มพันธมิตรมนุษย์เช่นกัน

เลยไม่ทันนึกคิด ว่าจะมีกรณีเช่นนี้ด้วย

“นั่นเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน” หูซานกล่าว “เมื่อพวกเรามีความแข็งแกร่งถึงระดับนี้ ได้ครอบครองพลังที่แข็งแกร่ง เลยเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของแต่ละคน มนุษย์น่ะปรารถนาสิ่งใดย่อมทำสิ่งนั้น พวกเขาต้องการที่จะวิวัฒนาการ ดังนั้นอยากครอบครองทรัพยากรที่ช่วยให้ตนแข็งแกร่งขึ้น แต่ความคิดของฝั่งพันธมิตรมนุษย์ คือในมิติที่มีมนุษย์อยู่อาศัย ไม่ควรใช้แก่นพลังงานธาตุของมิติโดยไม่ได้รับอนุญาต คุณเคยเห็นเจ้าสิ่งนั้นมาแล้ว ที่กล่าวมาคือแก่นอบิลิตี้ของจ้าวเหนือหัว!”

ฉินเฟิงพอจะเข้าใจแล้วว่าหูซานกำลังจะเอ่ยต่อว่าอะไร “ดังนั้น ก็หมายความว่าสมาชิกฝั่งพันธมิตรองค์กรมืด ไม่ได้สนใจว่ามิติจะพังทลาย หรือแหล่งพลังงานจะเหือดแห้งหรือไม่ ขอแค่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดก็พอแล้ว นี่ใช่ไหมความคิดที่แตกต่างกันของพวกเขา”

“ถูกต้อง สมาชิกขององค์กรมืดน่ะบ้าคลั่งและเห็นแก่ตัว บางคนถึงขั้นจงใจทำลายมิติที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ปล้นชิงทรัพยากร ตรงกันข้ามกับแนวคิดของพันธมิตรมนุษย์ ที่เชื่อในกฏธรรมชาติ การล่มสลายของมิติคือปรากกฏการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนมันจะล่มสลายลงเมื่อไหร่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สามารถแทรกแซงได้”

ฉินเฟิงเข้าใจในที่สุด

จากนั้น หูซานก็นำยานรบออกมา พาฉินเฟิงออกไปจากที่นี่

“ตรงนี้ถูกเรียกว่าเซ็นทรัลซิตี้ มิติมนุษย์ของพวกเราก็เหมือนกับที่หลิวหลิงเคยกล่าวไว้ เป็นมิติในระดับต่ำ ต่อให้คุณมีเงินล้นฟ้า มากจนสามารถซื้อที่ดินที่นี่ได้ก็ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถรักษามันไว้ได้อยู่ดี มีแต่จะทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะ พวกเราจึงสร้างเมืองเล็กๆขึ้น โดยอยู่ห่างจากที่นี่ไปครึ่งชั่วโมง”

หูซานคิดจัดเตรียมห้องพักแก่ฉินเฟิง เพราะนับจากนี้ไปฉินเฟิงต้องมีที่อยู่อาศัยในมิตินี้

บนยานรบ หูซานคล้ายหวั่นใจว่าฉินเฟิงยังไม่สะดวกในการพบหน้ากับเลเวล S คนอื่นๆ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ด้านความแข็งแกร่งของฉินเฟิง แม้จะแกร่งมากทั้งยังผ่านการทดสอบ แต่ในมิติของพวกเขา ฉินเฟิงยังเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล A1 เท่านั้น

“ในเมืองเล็กๆนี้ไม่ค่อยมีใคร แต่เพราะเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี ดังนั้นมีหุ่นยนต์คอยบริการทั้งหมด”

“ครับ” ฉินเฟิงรับคำคราหนึ่ง “ว่าแต่ตอนนี้พันธมิตรมนุษย์ในมิติของพวกเรา มีเลเวล S ทั้งหมดอยู่กี่คนกันแน่?”

เรื่องพวกนี้ ฉินเฟิงไม่เคยทราบมาก่อน

หูซานถอนหายใจ “ในพันธมิตรมนุษย์ของโลกเรา มีเลเวล S ทั้งสิ้น 283 คน ,เลเวล SS มีทั้งสิ้น 11 คน ส่วนเลเวล SSS … เมื่อก่อนก็เคยมี แต่ตอนนี้หายสาบสูญไปแล้ว คนผู้นั้นเคยอยู่ในพันธมิตรหัวเซี่ยของพวกเรามาก่อน”

“คงเป็นคนจากตระกูลขององค์ชายเซียวสินะครับ” ฉินเฟิงเคยได้ยินแซดพูดถึงเรื่องนี้ ว่าตระกูลหลี่เคยมีการถือกำเนิดของผู้ใช้พลังเลเวล SSS

“ถูกต้อง เป็นดาบนักบุญหลี่หยวน แต่เขาหายตัวไปกว่า 30 ปีแล้ว บางทีอาจจบชีวิตลงแล้วก็ได้! แต่ตอนนี้ในตระกูลหลี่ยังมีเลเวล SS อยู่ ขณะเดียวกัน องค์ชายเซียวเหมือนกำลังพยายามอย่างหนัก คาดว่าคงสามารถตัดผ่านได้ในเร็ววัน ด้วยเหตุนี้ ตระกูลหลี่ในหัวเซี่ยของพวกเรา เลยมีสถานะสูงส่ง”

ฉินเฟิงพยักหน้า แม้เขาจะเคยมีปัญหากับรุ่ยฉงมาบ้าง แต่ในเวลาต่อมาเขาได้ร่วมเข้าต่อต้านเผ่ามังกรร่วมกับหลี่เซียว ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจเรื่องที่ฉินเฟิงไปล่วงเกินศิษย์เขา

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ฉินเฟิงไม่ได้ไปแตะต้องผลประโยชน์ของอีกฝ่ายเลย

และนับจากนี้ต่อไปควรจะเป็นเช่นนั้น ฉินเฟิงควรจัดการอย่างระมัดระวัง เพราะเลเวล SSS ของตระกูลหลี่อาจปรากฏตัวขึ้นได้ทุกเมื่อ ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายมีไพ่อะไรในมือบ้าง

ในระยะเวลาสั้นๆ หูซานคิดไม่ออกว่าจะพูดเรื่องอะไรดี เขาเลยบอกให้ฉินเฟิงทดลองใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร

ฉินเฟิงนึกไปถึงเรื่องที่หูซานอธิบายเกี่ยวกับกระบวนท่าวรยุทธก่อนหน้านี้ เกิดความสนใจเล็กน้อย เปิดเข้าใช้งานฟังก์ชันของมัน

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ปรากฏไอค่อนซื้อขายบนอุปกรณ์สื่อสาร หลังจากฉินเฟิงคลิกที่มัน ก็มีการแยกประเภทวรยุทธออกมาให้เลือกสรร ฉินเฟิงเลือกเลเวล S ปรากฏรายชื่อมากกว่า 50,000 รายการ ภาพเบื้องหน้าทำให้ฉินเฟิงตกตะลึง

รู้ใช่ไหมว่า ทักษะฝึกฝนเลเวล S ในมิติของฉินเฟิงเป็นอะไรที่หายากมาก! กระทั่งในเมืองหลวงมังกร ยังครอบครองอยู่ไม่กี่สิบทักษะ!

แต่ที่นี่ กลับมีมากกว่า 50,000 อย่างกะทันหัน

ฉินเฟิงเข้าไปอ่านคำแนะนำของแต่ละท่าทันที แต่ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งรู้สึกงงงวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะฝึกฝนกำลังภายใน ทำไมพวกมันถึงได้ด้อยประสิทธิภาพขนาดนี้? อย่างที่ดูดีที่สุด แท้จริงแล้วกลับสามารถระเบิดพลังออกมาได้เพียงสามเท่าแค่นั้น

ในขณะที่ทักษะลับกลืนดาราของฉินเฟิง มันสามารถระเบิดอำนาจออกมาได้มากถึง 10 เท่า! เดิมฉินเฟิงกำลังคิดว่าในเมื่อทักษะลับกลืนดารามาถึงแค่เลเวล S ดังนั้นถึงคราวที่เขาต้องเปลี่ยนเทคนิคฝึกยุทธแล้วใช่หรือไม่? แต่มองถึงจุดนี้ เห็นได้ชัดว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของทักษะลับกลืนดารา

‘เดี๋ยวก่อนนะ!’ ฉินเฟิงคิดในใจ พริบตานั้นดั่งอัสนีบาตฟาดผ่า เกิดความคาดเดาอันน่าตกใจขึ้นในจิตใจของเขา

จบบทที่ Ep.941 - เลเวล SSS หายตัวไป

คัดลอกลิงก์แล้ว