เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.906 - 10 พลังโจมตีได้ 1 เมตร

Ep.906 - 10 พลังโจมตีได้ 1 เมตร

Ep.906 - 10 พลังโจมตีได้ 1 เมตร


3/5

Ep.906 - 10 พลังโจมตีได้ 1 เมตร

คนอื่นๆพอเห็นเลเวล S ผู้มาเยือน ดวงตาของทั้งหมดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

“นั่นหมัดเทพเจ้า!”  หลายคนที่รู้จักตัวตนทรงอำนาจผู้นี้ ร้องอุทานด้วยความตกใจ แต่ต่อมาก็รู้สึกว่าตัวเองทำพลาดไป ยกมือขึ้นปิดปากเงียบทันที ก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ท่าทีราวกับนักเรียนทำผิด เริ่มวิตกกังวล

หมัดเทพเจ้ากู่ไท่ คือตัวตนทรงอำนาจแห่งสหภาพสาธารณัฐแอฟริกาเหนือ แม้ไม่มีตำแหน่งสำคัญถึงขั้นหลงถิง แต่ก็เทียบเท่าได้เลยกับหูซาน ผู้พิทักษ์เหมันต์แห่งภูมิภาคเหนือ

การดำรงอยู่ดังกล่าว ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาเล่นๆ ย่อมมีจุดประสงค์แอบแฝง

“ข้อเสนอของคลิฟส์ได้รับอนุญาตจากฉัน พวกแกอย่าคิดหยิบยกเรื่องความสัมพันธ์บ้าบอขึ้นมาพูดอีก เพราะฉันเองก็รู้จักเลเวล S พวกนั้น เคยเห็นและเคยคุยมากกว่าพวกแก แต่กลุ่มไหนที่ก่อตั้งโดยเลเวล S หรือเลเวล S ส่งมาทำงาน พวกแกสามารถบอกทางเราได้ แต่ฉันจะเป็นคนประเมินเอง ถ้าไม่ผ่าน ก็ทำตามเงื่อนไขเดิม ส่วนการตรวจสอบ จะทำทันที และมีการอัปเดตปีละครั้ง”

กู่ไท่กล่าวจบ กวาดสายตามองลงไป บรรดาฝูงชนต่างลดหัวลง เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครกล้าหักล้างคำพูดของกู่ไท่ … ก็แล้วพวกเขาจะกล้าได้อย่างไร?

“ในเมื่อไม่มีใครคัดค้าน งั้นพวกเราก็มาเริ่มกันต่อ!”

จากนั้น คลิฟส์ก็เริ่มดำเนินการตรวจสอบ และคนแรกที่ได้รับการตรวจสอบ เป็นกลุ่มของกู่ไท่

แถมชื่อกลุ่มก็ยังถูกเรียกว่ากลุ่มสติกซ์!

พอได้ฟัง ผู้คนเริ่มพากันขมวดคิ้ว เพราะกลุ่มนี้เห็นได้ชัดว่าเพิ่งถูกสร้างขึ้น

ยังไม่พอ สมาชิกในกลุ่ม มีกู่ไท่รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้พลังเลเวล A มากถึง  37 คน และทุกคนล้วนมาจากสาธารณรัฐแอฟริกาเหนือ!

เป็นการรวมตัวกันของ 7 - 8 กลุ่ม เช่น กลุ่มของคลิฟส์ , โจฟดี้ , เจเร , กลุ่มตำหนักเทพ , กลุ่มไกอา , กลุ่มอัสนี ฯลฯ

แบบนี้จะเท่ากับว่ากลุ่มพวกเขาได้รับพื้นที่มากที่สุด และยิ่งคำนวณตามความแข็งแกร่ง จะเท่ากับว่าพวกเขาได้รับอาณาเขตที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดไปครอง

ช่วงเวลานี้ ทุกคนต่างพยายามระงับความโกรธแค้น ไม่กล้าแสดงมันออกมา เพราะท้ายที่สุดแล้ว อีกฝ่ายคือเลเวล S และเวลานี้กำลังใช้สายตากวาดมองทุกคน ทำให้ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง

แต่แน่นอน ว่ายังมีคนหนึ่งที่ไม่คิดปล่อยให้งานเลี้ยงนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

‘ในชีวิตก่อน ดูเหมือนจะไม่มีกลุ่มสติกซ์เกิดขึ้น คงเป็นเพราะฝีมือของฉัน ทำให้ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลง’

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เกรงว่าคงเป็นเพราะฉินเฟิงไปเร่งเวลาให้ผู้คนเข้าสู่มิติธารโลหิตเร็วขึ้น และเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า คลิฟส์ไม่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดในครั้งนี้

แน่นอน ยังรวมไปถึงเรื่องที่เทพเพลิงกัลป์ไอซานไม่สามารถได้รับเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน

แต่เรื่องไอซานเอาไว้ค่อยพูดกันทีหลัง ตอนนี้มาโฟกัสในเรื่องปัจจุบันกันก่อน

หากอ้างอิงตามที่คลิฟส์กับกู่ไท่กล่าว กลุ่มที่สามารถดึงดูดเลเวล A ได้เป็นจำนวนมากจะยิ่งได้รับพื้นที่มหาศาล ขณะที่กลุ่มเฟิงหลี แม้เป็นกลุ่มแรกที่ได้กินเนื้อปูหวานฉ่ำของมิตินี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขามีเลเวล A เพียงคนเดียวนั่นคือฉินเฟิง!

หรือต่อให้ทางเฟิงหลีสามารถยืมตราผู้ใช้พลังของ Z สุดท้ายก็จะได้รับการแบ่งสรรที่ดินเพียง 1,100 กิโลเมตรอยู่ดี ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉินเฟิงต้องการ

เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนี้ ฉินเฟิงก็ก้าวออกมา

“แม้ไม่อยากล่วงเกินศักดิ์ศรีของหมัดเทพเจ้า แต่ผมคิดว่า มองยังไงเงื่อนไขนี้ก็ไม่ยุติธรรม”

พลังสมาธิของฉินเฟิง กระจายคำพุดออกไป เสียงของเขาทำให้ผู้คนแข็งค้าง เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครนึกฝันว่าจะมีคนกล้าลุกขึ้นมาพูดแบบนี้จริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งใดกันที่บอกไม่อยากล่วงเกินศักดิ์ศรีของอีกฝ่าย? ทั้งๆที่ในความเป็นจริง การก้าวออกมาพูดแบบนี้เท่ากับเป็นการตบหน้าหมัดเทพเจ้า

ช่วงเวลานี้ ทุกคนต่างมองมายังต้นเสียงพลังสมาธิ ทุกสายตาตกลงบนร่างฉินเฟิง

คลิฟส์เมื่อเห็นฉินเฟิง ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มอย่างไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวที่ฉินเฟิงประทับลงในใจคลิฟส์มันร้ายแรงเกินไป ปัจจุบันเมื่อเห็นฉินเฟิง คลิฟส์เลยรู้สึกอึดอัดไปทั่วทั้งตัว

แต่ไม่นาน มุมปากของคลิฟส์ก็ยกยิ้มขึ้น

‘เจ้าฉินเฟิงคนนี้ไม่กลัวตายเลยจริงๆ หมัดเทพเจ้าไม่ใช่คนอารมณ์ดี แต่เขากลับกล้าก้าวออกมา เอ่ยโต้เถียง แบบนี้ก็สวยสิ! มันจะดีมากถ้าฉินเฟิงยั่วโมโหหมัดเทพเจ้าจนโกรธ ฉันอดใจเห็นสภาพเขาถูกทุบตีจนใบหน้าปูดบวมไม่ไหวแล้ว!’

เห็นได้ชัดว่าหมัดเทพเจ้าไม่คาดคิดว่าฉินเฟิงจะแย้งออกมา เจ้ารู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง แต่เขาต้องการรักษาความสง่างามของตัวตนทรงอำนาจเลเวล S เอาไว้ ดังนั้นไม่ลงมือในทันที เอ่ยปากถาม

“เจ้าหนู แล้วแกคิดว่าต้องใช้วิธีแบบไหนถึงจะยุติธรรม!?” หมัดเทพเจ้ากู่ไท่กอดอกพูด

แรงกดดันจางๆของเลเวล S แฝงมากับน้ำเสียง แม้เป็นเพียงแรงกดดันอันคลุมเครือ แต่ก็ยังทำให้เข่าอ่อนกันไปหลายคน

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย แรงกดดันของอีกฝ่าย ไม่ส่งผลใดๆต่อเขาเลย

“เรื่องนี้ง่ายมาก  ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่มีผู้ใช้พลังคนหนึ่งบอกว่าอาศัยแค่ความแข็งแกร่งของเขา ก็สามารถโค่นผู้ใช้พลังในที่นี้ได้ตั้ง 5 คนหรอกหรือ? งั้นทำไมไม่ให้พวกเราลองโจมตีดูล่ะ?”

ผู้ใช้พลังที่ตะโกนออกมาว่าสามารถสู้หนึ่งต่อห้า วินาทีนั้นหัวใจสั่นระรัว คาดหวังให้เกิดรอยแยกมิติ ตนจะได้แทรกแผ่นดินมุดลงไปข้างใน ขณะเดียวกันรู้สึกเกลียดชังฉินเฟิงอย่างยิ่งยวด ในใจร่ำร้องว่าทำไมถึงต้องยกเรื่องของเขามาพูดกับเลเวล S ด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสนใจผู้ใช้พลังคนนี้ ทั้งหมดต่างมุ่งสมาธิมายังฉินเฟิง ยังไม่แน่ใจว่าฉินเฟิงกำลังหมายความว่ายังไง

แต่หากตีความตรงตัวว่าลองโจมตี แล้วพวกเขาจะสามารถเอาชนะเลเวล S ได้อย่างไร?

เห็นได้ชัดว่ากู่ไท่เองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้

“เพ้อเจ้อ!” กู่ไท่กล่าว “แกต้องการจะสู้กับฉันหรือเจ้าหนู?”

ฉินเฟิงผุดรอยยิ้มบาง ไม่แสดงออกถึงความหวาดกลัว “พวกเราทุกคนมาจากพันธมิตรมนุษย์ ฉะนั้นจะฆ่าแกงกันทำไม? บนอุปกรณ์สื่อสารของพวกเรา ไม่ใช่ว่ามีตัวเลขที่ใช้บันทึกพลังโจมตีเอาไว้หรอกหรือ?”

หลายคนพอได้ฟังต้องชะงักไป

“ในที่นี้มีคนตั้งมากมาย บางคนเป็นผู้ใช้พลังเลเวล A9 บางคนอยู่แค่เลเวล A1 แต่ถ้าจะแจกจ่ายที่ดินโดยคิดตามจำนวนเลเวล A เท่านั้น เห็นได้ชัดว่ามันไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้พลังระดับสูง สำหรับกลุ่ม มีคนมากไม่ได้หมายถึงทุกสิ่ง อย่างถ้าให้ผมพูดตามตรง สำหรับผมไม่ต้องพูดถึงหนึ่งต่อห้า แต่ต่อให้ทุกคนในที่นี้ร่วมมือกัน ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผม!”

ฉินเฟิงบอกตามจริง แต่ความจริงนี้กระตุ้นความเกลียดชังของผู้คนจนลุกฮือ

ผู้ใช้พลังหลายคนที่มองฉินเฟิงในแง่ดีเมื่อครู่ ทั้งหมดหันมาโกรธฉินเฟิง

แต่กู่ไท่กลับขมวดคิ้ว เพราะในความเป็นจริงแล้ว หากวัดกันเช่นนั้น ทุกคนในที่นี้ ล้วนไม่มีใครเอาชนะเขาได้ ฉินเฟิงโต้เถียงกลับมาอย่างไม่ยั้งคิดเช่นนี้ ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นสร้างโอกาสแก่กู่ไท่

“เอาแบบที่แกว่าก็ได้ แล้วจะกำหนดกติกายังไง?” กู่ไท่ไม่สนใจคนอื่นๆ เอ่ยถามอีกครั้ง

ฉินเฟิงไม่คิดมากมารยาท ตั้งแต่ที่เขากล้าเสนอความคิดเห็นเช่นนี้ แน่นอนว่าเขามีข้อสรุปในใจอยู่แล้ว

“พลังโจมตี 10 แต้มต่อการได้รับพื้นที่ 1 เมตร ง่ายๆแค่นี้!”

“ดี สิบแต้มหนึ่งเมตร ดีมาก ฉันอยากจะเห็นจริงๆ ว่าแกจะโจมตีได้ซักแค่ไหน”

สำหรับการใช้งานเครื่องทดสอบพลังของผู้ใช้พลังเลเวล S  ขอแค่ยกระดับขึ้นได้สักหนึ่งขั้น พลังโจมตีก็จะเพิ่มขึ้นมากถึง 5 ล้านแต้ม ยกตัวอย่างเช่นเลเวล S1 มีพลังโจมตีอยู่ที่ 10 ล้านแต้ม แม้ไม่ตรงเป๊ะๆ แต่ก็ไม่ห่างกันมากนัก ขณะที่กู่ไท่เป็นผู้ใช้พลังเลเวล S2 หากโจมตีด้วยหมัดเดียว ยังสามารถปลดปล่อยพลังโจมตีได้มากถึง 15 ล้านแต้ม

ยิ่งไปกว่านั้น หากเสริมทักษะลับวรยุทธโบราณเข้าไป การจะโจมตีให้ได้เกินกว่า 30 ล้านแต้ม เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องง่ายดาย

พลังโจมตี 30 ล้านแต้มก็เท่ากับ 3 ล้านเมตร ในกรณีนี้ หากเทียบกับสถานะกลุ่มที่มีผู้ใช้พลังเลเวล A อยู่ทั้งสิ้น 37 คนของกู่ไท่แล้ว มันไม่แตกต่างกันมากนัก ขึ้นอยู่กับว่ากู่ไท่สามารถโจมตีได้รุนแรงขนาดไหน

ในขณะที่เลเวล A ทั่วๆไป พวกเขาสามารถโจมตีได้ในระดับหลักล้านเท่านั้น หากโจมตีได้ 1 ล้านแต้ม ก็จะเปลี่ยนเป็นอาณาเขตเท่ากับ 100 กิโลเมตร

ยิ่งมีความแข็งแกร่งมาก ก็ยิ่งครอบครองอาณาเขตในมิติธารโลหิตได้มาก ข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากฝูงชน

แม้คนอ่อนแอจะไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีที่ว่างให้คนเหล่านั้นพูด

เพราะในโลกใบนี้ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นใหญ่!

จบบทที่ Ep.906 - 10 พลังโจมตีได้ 1 เมตร

คัดลอกลิงก์แล้ว