เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.840 - วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน

Ep.840 - วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน

Ep.840 - วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน


2/5

Ep.840 - วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน

กำลังภายในของฉินเฟิง มหาศาลไม่ต่างจากมหาสมุทร ชนิดที่ว่าหากมัดพวกมันมารวมกัน สามารถเทียบเคียงได้เลยกับเลเวล S

และถ้าแค่นี้ยังน่ากลัวไม่พอ ก็ต้องย้ำเตือนว่าเขาครอบครองกระบวนท่าวรยุทธเลเวล S อยู่เช่นกัน

กระบวนท่าวรยุทธที่สามารถเข้าถึงเลเวล S ต่อให้อยู่ห่างออกไปนับหลายพันเมตร ก็สามารถเด็ดหัวศัตรูได้อย่างไม่มีปัญหา ตอนนี้ ทักษะหมื่นวิญญาณสะบั้น เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายของฉินเฟิง หากยังไม่ถึงช่วงวินาทีสำคัญ มันจะไม่มีทางถูกปลดปล่อยออกมา

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การปลดปล่อยกระบวนท่าวรยุทธเลเวล S มันสูบกินกำลังภายในมากเกินไป

ยังไงก็ตาม เวลานี้ ฉินเฟิงจำเป็นต้องใช้มัน!

จากรอบทิศทาง แต่ละคนล้วนระเบิดเขตแดนประจำตัวออกมา แสดงออกชัดว่าต้องสังหารเป้าหมายให้จงได้

ทำกันถึงขนาดนี้ ฉินเฟิงก็ไม่มีความคิดจะออมมือเช่นกัน!

“วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน!”

ฉินเฟิงรู้สึกได้ ว่าตันเถียนของเขาราวกับถูกเจาะเป็นรูรั่ว ทะเลสาบกำลังภายใน ไหลทะลักออกไปอย่างรวดเร็ว

หนึ่งทะเลสาบ

สิบทะเลสาบ

ร้อยทะเลสาบ!

อ้างอิงตามกำลังภายในของผู้ใช้วรยุทธโบราณธรรมดา สิบทะเลสาบสามารถยกระดับเป็นหนึ่งมหาสมุทรได้ และสิบมหาสมุทรคือการดำรงอยู่ในระดับเลเวล S !!

ดังนั้น การโจมตีของฉินเฟิงในครั้งนี้ เทียบเท่ากับเป็นการโจมตีกระบวนท่าวรยุทธในระดับเลเวล S ปลดปล่อยอำนาจโจมตีระดับสูงสุดออกมาในคราเดียว

เพียงพริบตา สีสันของสวรรค์และปฐพีคล้ายเปลี่ยนสีไป

วู้ม วู้ม วู้ม วู้มมมม!

มีดกษัตริย์ครามส่งเสียงร้องฉวัดเฉวียน จากนั้น ร่างเงาที่ปรากฏขึ้นโดยการอัดฉีดกำลังภายในของฉินเฟิง ก็เริ่มจับตัวกัน เป็นรูปเป็นร่างขึ้นทันที ระเบิดอำนาจคุกคาม

ภูติผีวิญญาณราวกับได้รับการปลดปล่อย ลุกฮือออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสี้ยวพริบตาเดียวข้ามผ่านชั้นอากาศไปไกลกว่าร้อยเมตร

ฉินเฟิงกวาดมีดกษัตริย์ครามเป็นแนวนอน วาดออกในท่วงท่ากงล้อครึ่งวงกลม  อสูรโลหิตที่อยู่ภายในระยะโจมตีของหมื่นวิญญาณสะบั้น ถูกรังสีมีดชักนำจิตวิญญาณ กรีดฝ่าแนวกั้นเขตแดนสระโลหิต สับลงบนร่างของพวกมัน

เมื่อสามารถเข้าถึงตัวเป้าหมาย จิตวิญญาณก็เริ่มกัดแทะ สร้างความเจ็บปวดแก่อสูรโลหิตอย่างสุดแสน

มนุษย์คนอื่นๆที่อยู่รอบข้างฉินเฟิง ทั้งหมดถูกกวาดโจมตีด้วยกระบวนท่านี้เช่นกัน เทคนิคเขตแดนของพวกเขาถูกกรีดเป็นทางยาว โดนบดขยี้อย่างไร้ปราณี

ฟุฟฟฟฟ

มนุษย์คนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตร ถูกปราณมีดตัดผ่านร่าง โดนสังหารสิ้น

ฟัฟ ฟัฟ ฟัฟ ฟัฟ ฟัฟฟฟฟ!

คนแล้วคนเล่า ถูกสับสังหารลงในคราวเดียวด้วยฝีมือของฉินเฟิง!

ตูม ตูม ตูมมม!

เขตแดนของคนอื่นๆถูกแรงปะทะกระเด็นไปคนละทิศทาง ฉินเฟิงแม้มีหนึ่งใจแต่แยกสมาธิกระทำสองสิ่งในคราเดียว ปลุกเร้าลาวาเหลวผ่านพลังสมาธิของเขา เข้าต้านทานพวกที่ยังเหลือรอดต่อไป

“มาลองกันอีกสักตั้ง!” ฉินเฟิงคำรามกราดเกรี้ยว ลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ “วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน!”

ปลายมีดของฉินเฟิง ชี้ไปยังทิศทางใด ศัตรูในจุดนั้นล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน

ขณะเดียวกัน กว่า 100 ทะเลสาบกำลังภายในถูกสูบกลืนหายไปทันที แต่หลังจากการสังหารศัตรูเหล่านี้ พลังสมาธิและพลังงานขนาดใหญ่ ก็ไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกาย ช่วยฟื้นฟูพลังสมาธิของฉินเฟิงอีกครั้ง

ด้วยกลยุทธ์นี้ ยิ่งฉินเฟิงสังหารไปมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งแข็งแกร่งดุร้ายขึ้นเท่านั้น

ฆ่า ฆ่า ฆ่า!

ท่าวิญญาณสะบั้นของฉินเฟิงที่ปลดปล่อยออกมาตั้งแต่เริ่มต่อสู้ สูบกลืนกำลังภายในไปกว่า 300 ทะเลสาบแล้ว แต่ขณะเดียวกัน มนุษย์ที่อยู่รอบข้าง บัดนี้สูญสลายไม่เหลือแม้แต่ร่าง ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้อีกต่อไป

จากเดิม 30 ผู้ใช้พลังเลเวล A ตอนนี้ตายไปกว่าครึ่ง ส่วนอสูรโลหิต ไม่เหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว

“ฟู่ว … ฟู่ว ..” ฉินเฟิงหอบหายใจหนักหน่วง การระเบิดกำลังภายใน และคอยควบคุมพลังสมาธิไปพร้อมๆกัน สร้างแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแก่เขา คล้ายกับว่าศักยภาพทั้งหมดที่มีของตน ถูกบีบออกมาใช้

“ฮะฮ่า … ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุขจริงๆ!”

สายตาของฉินเฟิง กวาดไปยังศัตรูที่เหลืออยู่ ภายในแววตาสะท้อนประกายกระหายเลือด พวกที่ถูกจ้องมอง เผลอชักฝีเท้ากลับโดยพร้อมเพรียง

อย่างไรก็ตาม การกระทำที่พลั้งเผลอโดยไม่รู้ตัวนี้ชะงักลง สายตาของพวกเขาถูกดึงดูดไปยังเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์ ในแววตาสว่างวาบไปด้วยความละโมบ

เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์นี้ คือตัวแทนที่ใช้แสดงถึงอำนาจของพวกเขา ผู้ใดได้รับไป ผู้ใดสามารถเป็นเจ้าของ นั่นหมายความว่าคนผู้นั้นจะได้กลายเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุด

มนุษย์เหล่านี้แตกต่างจากมนุษย์ในมิติของฉินเฟิง พวกเขามีอายุขัยที่ยาวนานกว่ามาก และคนก่อนที่ครอบครองเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ มีชีวิตอยู่มานับพันปี!

ในกลุ่มมนุษย์ คนที่อยู่แนวหน้าสุด เป็นรัฐมนตรีผู้ภักดีต่อฝ่าบาท แต่ตอนนี้พวกที่อยู่เบื้องหลังเขา พวกที่โชคดียังวิ่งเข้ามาไม่ถึงรัศมีโจมตี จิตใจของทั้งหมดกลายเป็นเหม่อลอย

ตอนนี้ ไม่มีกระสุนคอยรับหน้าให้พวกเขาอีกต่อไป หากต้องการได้ครอบครองเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาต้องลงมือด้วยตัวเอง!

“เสื้อคลุมจะตกอยู่กับใคร ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเองแล้ว!”

“ฆ่าาาาา!”

“เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ต้องตกเป็นของข้า!!”

สิ่งประดิษฐ์ในระดับเทวะ ไม่ว่าเวลาใด ก็ดึงดูดผู้คนนับไม่ถ้วนได้เสมอ

ฉินเฟิงตอบรับคำท้าทายของคนเหล่านี้ ในเมื่อเป็นฝ่ายหาเรื่อง เช่นนั้นก็จงจ่ายราคาที่เหมาะสม และราคาที่ว่าเป็นแค่คำสั้นๆ--

--นั่นคือ : ความตาย!

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ตำแหน่งใจกลางซากปรักหักพัง เวลานี้สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง แผ่นดินไหม้เกรียมถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ทว่าฝั่งมนุษย์หรืออสูรโลหิตสุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ถูกเผาเป็นเถ่าถ่าน ไม่มีใครเหลียวแลหรือจดจำการดำรงอยู่ของพวกเขา

นอกจากพวกที่กระโจนเข้ามา คิดช่วงชิงเสื้อคลุมในตอนแรกแล้ว หลังจากนั้นยังมีมนุษย์หลายคนถูกควบคุมโดยอสูรโลหิต พบเจอที่ใดฉินเฟิงล่าสังหารสิ้น จนในที่สุดก็สามารถล้างบางพวกมันได้ทั้งหมด

จนตอนนี้ ไม่มีใครปรากฏตัวอีกเลยในระยะหมื่นเมตร ฉินเฟิงระดมพลังสมาธิของเขา เก็บรวบรวมสินสงคราม

แม้ที่เขาได้รับ จะเป็นแค่ผลึกโลหิตในส่วนของแค่เลเวล A ก็ตาม แต่สมบัติชิ้นนี้ยังถือเป็นสิ่งที่ผู้ใช้พลังเลเวล S เฝ้าโหยหา!

ไป๋หลีช่วยเก็บกวาดสนามรบเช่นกัน แต่ระหว่างนั้นเอง ช่วงจังหวะกระโดดขึ้นไปบนยอดตั้งตระหง่านของพระราชวังที่พังทลายลงครึ่งหนึ่ง เธอก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง

“ที่รัก มาตรงนี้เร็ว เหมือนที่นี่จะมีของดี!”

ไป๋หลีตะโกน

แม้ตอนนี้ฉินเฟิงไร้ซึ่งร่องรอยใดๆจากคราบเลือด แต่เนื่องจากการต่อสู้ที่ผ่านๆมาจนถึงจุดนี้ ส่งผลให้เขายังคงมีกลิ่นอายของเลือดติดอยู่ตามตัว หากผู้ใดได้พบเห็น จะรู้สึกถึงความอันตราย

ทว่าเมื่อไป๋หลีเรียกเขา ท่าทีการแสดงออกของฉินเฟิงก็ผ่อนคลายลง

“มาแล้วๆ มีอะไรงั้นหรอ”

“ที่นี่มีศิลาจองจำอยู่ คิดว่าน่าจะมีอะไรดีๆซ่อนไว้ข้างใน”

“โอเค เธอช่วยหลีกทางออกไปหน่อย”

ศิลาจองจำเป็นสิ่งที่หายากมาก มันสามารถยับยั้งกระบวนท่าวรยุทธและอบิลิตี้ได้ อักษรรูนที่เกิดจากพลังสมาธิหรือกำลังภายในเมื่อกระทบกับสิ่งนี้จะมลายหายไป แม้เอ่ยว่าจองจำแต่มันไม่ใช่คุก ศิลาจองจำพวกนี้ มักถูกติดตั้งไว้ในสถานที่เดียวเท่านั้น และสถานที่ๆว่า ส่วนใหญ่ใช้ในการปิดผนึกสมบัติ ไม่ให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อไป๋หลีค้นพบศิลาจองจำ เธอถึงได้ตื่นเต้นนัก

ศิลาจองจำทรงพลังมาก แต่มันยังแพ้ทางบางสิ่งบางอย่าง บางสิ่งที่ว่าก็เช่น แรงระเบิดจากดินปืนระดับต่ำ

ด้วยเหตุนี้ ฉินเฟิงไม่คิดสุภาพ หยิบปืนใหญ่มือออกจากอุปกรณ์รูนมิติ ตั้งมันลงบนไหล่เขาและยิงออกไปทันที

ตูมมม!

ซากปรักหักพังถูกระเบิดแยกจากกัน เศษอิฐและหินกระจายไปทั่ว สิ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในถูกเปิดเผยออกมา

“ว้าว!” ไป๋หลีร้องอุทาน ปรากฏว่าข้างในกองพะเนินไปด้วยเหรียญพลังงานอย่างกะทันหัน ดูเหมือนว่าจะเป็นสกุลเงินของมิติแห่งนี้

ไม่หมดเพียงแค่นั้น นอกจากนี้ยังมีแก่นพลังงาน , แก่นอบิลิตี้อีกเป็นจำนวนมาก กองรวมๆกันเป็นภูเขา

ฉินเฟิงย้อนนึกไปถึงชายชราที่เพิ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ มนุษย์คนอื่นๆเรียกเขาว่า ‘ฝ่าบาท’ ดูเหมือนว่า … ฉินเฟิงจะค้นพบสมบัติของราชวงศ์เข้าให้ซะแล้ว!

จู่ๆก็เจอเหรียญพลังงานกองใหญ่เช่นนี้ แถมยังได้รับมันมาเปล่าๆโดยแทบไม่ต้องเปลืองแรง ถือเป็นโชคหล่นทับโดยแท้!

ไป๋หลีทำตัวเป็นเด็กน้อยอยู่ไม่นิ่ง เริ่มเก็บรวบรวมสมบัติ

อย่างไรก็ตาม ในเวลานนั้นเอง ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสะท้อนไปด้วยรูนแสง ก็ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ

เขาไม่ได้แสดงเจตนาถึงความเป็นศัตรู กระทั่งความเร็วในการขยับฝีเท้าก็ถูกควบคุมไว้อย่างดี ฉินเฟิงย่อมตระหนักได้ถึงอีกฝ่าย เหลียวหลังกลับไปมอง

ชายคนนั้นหยุดกึกทันที

“ข้า- ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้กับเจ้า!” พลังสมาธิของคนๆนั้น ถ่ายทอดคำพูดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ Ep.840 - วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน

คัดลอกลิงก์แล้ว