- หน้าแรก
- หมอหิวเงิน ร่ำรวยล้นฟ้าด้วยการซื้อขายต่างยุค
- บทที่ 903 มีน้ำมันแต่ไม่มีโรงกลั่น
บทที่ 903 มีน้ำมันแต่ไม่มีโรงกลั่น
บทที่ 903 มีน้ำมันแต่ไม่มีโรงกลั่น
หลินซานชีมองดูนาฬิกาข้อมือ นี่ก็เกือบ 5 ทุ่มแล้ว ซึ่งในยุค 60 ที่ไม่มีความบันเทิงยามค่ำคืนเช่นนี้ถือว่าดึกมากแล้ว
“ท่านผู้นำครับ เรื่องนี้เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้ไม่ดีกว่าเหรอครับ? การเรียกคนมาทำงานในตอนนี้ถือเป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเขานะครับ ถ้าหากรัฐมนตรีเจิ้งกำลัง...นั่น…อยู่ ผมคงจะรู้สึกผิดมากครับ”
ผู้นำเฉาตะคอก “คนอายุ 60 แล้ว จะไปทำอะไรได้! รีบให้เหล่าเจิ้งมาเถอะ”
ในช่วงต้นของการก่อตั้งประเทศ เจ้าหน้าที่ในทุกสาขาอาชีพล้วนมาจากกองทัพแดง ดังนั้นการทำงานระหว่างทหารและพลเรือนจึงเป็นเรื่องปกติ ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนเก่าแก่กันทั้งนั้น
เจ้าหน้าที่อย่างหลินซานชีที่ทำงานในทั้งสองสายงานไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย
ผู้นำจิ่งโทรศัพท์ออกไปใช้เวลาสักครู่จึงจะติดต่อได้ “ฮัลโหล! เหล่าเจิ้ง! ไม่ได้รบกวนเวลานอนของท่านใช่ไหม? ว่าไงนะ? ท่านนอนไม่หลับเหรอ? ดี! ดีมาก! รีบมาที่นี่เลยนะ สหายหลินซานชีจากอำเภอเป่าอันมาอยู่ที่นี่แล้วครับ! ใช่ครับ! ดีครับ…”
ผู้นำจิ่งวางสายแล้วยิ้ม “เขากำลังมาแล้ว”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูห้องทำงานของผู้นำจิ่งก็ถูกเปิดออก ชายชราผมสีขาวโพลนในชุดทหารวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ! หนาวมากจริง ๆ! หิมะตกดีจังเลย! นี่เป็นสัญญาณที่ดีนะ! ปีหน้าเราจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ดีแน่นอน”
เมื่อรัฐมนตรีเจิ้งเดินเข้ามาในห้องแล้วมองไปรอบ ๆ เขาก็เห็นหลินซานชีแล้วรีบยื่นมือออกไป “ท่านผู้มีอุปการคุณหลิน! โอ้โห! ในที่สุดวันนี้ฉันก็ได้เจอตัวคุณแล้ว! ฮ่าฮ่า!”
หลินซานชีถูกจับมือแล้วเขย่าไปมา เขาจึงพูดติดตลกว่า “ท่านรัฐมนตรีเจิ้งครับ ท่านอย่างเพิ่งออกตัวแรงนักสิครับ การที่ท่านเรียกผมว่าผู้มีอุปการคุณอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ ผมรู้สึกผิดนะครับ”
“แต่ผมขอพูดไว้ก่อนว่าทุกสิ่งที่ได้มาต้องมีราคาต้องจ่ายนะครับ เพราะผมเป็นแค่ผู้มีอุปการคุณปลอม ๆ ไม่ใช่ผู้มีอุปการคุณที่แท้จริง ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มคุยเรื่องนี้ ท่านต้องเตรียมตัวไว้ด้วยนะครับ”
รัฐมนตรีเจิ้งอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเขินอายอะไร เขายิ้มอย่างซื่อ ๆ “แน่นอนครับแน่นอน! ตราบใดที่สหายหลินซานชียินดีที่จะช่วยเหลือเรา เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาเลยครับ”
หลินซานชีรู้สึกโล่งใจ เขารู้สึกว่าการที่ได้คุยกันอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ตั้งแต่ครั้งแรกจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เขาอาจจะช่วย “ลักลอบนำเข้าส่งออก” ได้ แต่เขาจะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนอย่างแน่นอน
ถ้าหากเขาทำความรู้จักกับพวกเขามากขึ้นแล้ว การต่อรองราคาก็คงจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากแล้ว
การที่เขาเดินทางข้ามเวลามาในยุคนี้ก็เพื่อทำเงินไปใช้ในอีกมิติหนึ่ง และเขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือประเทศในสิ่งที่เขาสามารถทำได้ แต่ถ้าหากให้เขาเสียสละตัวเองทั้งหมด เขาก็คงจะไม่ทำ
นี่คือสิ่งที่เด็กจากหมู่บ้านในเมืองอย่างเขาคิด
เมื่อทุกคนนั่งลงแล้ว รัฐมนตรีเจิ้งก็ดื่มเหล้าเข้าไปอึกหนึ่ง ตาของเขาก็เป็นประกาย แล้วก็รินอีกแก้วหนึ่ง ซึ่งแสดงว่าเขาสามารถรับรสชาติของเหล้านี้ได้
ผู้นำเฉารู้สึกไม่พอใจ “เอาล่ะ! เอาล่ะ! เหล่าเจิ้ง! คุณมาที่นี่เพื่อดื่มเหล้าหรือมาคุยงานกันแน่? คุณค้างค่าน้ำมันเราไปตั้งเท่าไหร่แล้วนะ? ถ้ายังไม่คืนเงิน ผมจะไปทำลายกระทรวงปิโตรเลียมของคุณซะเลย”
รัฐมนตรีเจิ้งไม่กลัวคำขู่ของเขาเลย เขายื่นมือไปหยิบถั่วลิสงมาทานแล้วพูดว่า “เมื่อก่อนผมเป็นกังวลจนนอนไม่หลับเลยครับ ผู้ใหญ่สั่งให้ผมผลิตน้ำมันสำเร็จรูปให้ได้ 2 ล้านตันในปีหน้า แต่ตอนนี้มีสหายหลินซานชีเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ผมก็รู้สึกมั่นใจว่าจะทำได้แน่นอนครับ”
หลินซานชีไม่อยากรับผิดชอบงานที่สำคัญเช่นนี้ เขาเป็นรองรัฐมนตรีของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่รองรัฐมนตรีของกระทรวงปิโตรเลียม
“ท่านรัฐมนตรีเจิ้งครับ ถ้าหากท่านต้องการให้ผมช่วย ท่านต้องบอกผมก่อนว่าสถานการณ์การกลั่นน้ำมันในประเทศเป็นอย่างไรบ้าง?”
รัฐมนตรีเจิ้งวางแก้วเหล้าลงแล้วพูดอย่างจริงจัง “สหายหลินซานชีครับ พูดกันตรง ๆ เลยนะ ตอนนี้ประเทศของเราไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบหรอกนะครับ”
“อย่างเช่น แหล่งน้ำมันป๋ายหยางเหอ ฉือโหยวโกว ยาเอ๋อเสีย เคอลาหม่าอี้ และยวี่เหมินในเขตตะวันตกเฉียงเหนือ แหล่งน้ำมันหนานชง เผิงไหล และกุ้ยฮวาในมณฑลซื่อชวน และแหล่งน้ำมันฝูยวี่ในมณฑลจี๋หลิน”
“และเรายังได้ค้นพบแหล่งน้ำมันต้าชิ่งในแอ่งซงเหลียวด้วย ซึ่งปริมาณน้ำมันดิบทั้งหมดนี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานในประเทศแล้ว แต่ตอนนี้เราขาดแคลนโรงกลั่นน้ำมันต่างหาก”
“ปัญหาที่แท้จริงก็คือเราไม่รู้วิธีที่จะเปลี่ยนน้ำมันดิบให้เป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันหนักอื่น ๆ ได้ครับ”
หลินซานชีเข้าใจในทันที ปัญหาที่ประเทศจีนกำลังเผชิญก็เหมือนกับประเทศที่ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
คุณเคยสังเกตไหมว่าเมื่อประเทศเหล่านี้ส่งออกน้ำมัน พวกเขาจะขายแค่น้ำมันดิบเท่านั้น ไม่ใช่ขายน้ำมันสำเร็จรูป
ความจริงแล้วน้ำมันสำเร็จรูปมีราคาแพงกว่าน้ำมันดิบมาก ในเมื่อพวกเขาเป็นประเทศที่ร่ำรวย ทำไมพวกเขาถึงไม่สร้างโรงกลั่นน้ำมันและกลั่นน้ำมันดิบให้เป็นน้ำมันสำเร็จรูปก่อนที่จะส่งออกล่ะ?
ถ้าทำแบบนั้นแล้วพวกเขาจะได้เงินเพิ่มขึ้นไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมีแค่ไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ทำแบบนี้?
สาเหตุก็เพราะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก มีเพียงประเทศอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าเท่านั้นที่มีเทคโนโลยีการกลั่นน้ำมัน และยังต้องมีโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ อย่างไฟฟ้าและการขนส่งที่พร้อมด้วย
ทั่วโลกมีโรงกลั่นน้ำมันเพียงไม่กี่ร้อยแห่งเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนี้ จีน สหรัฐฯ และรัสเซียก็มีอยู่กว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนที่เหลือก็คือประเทศอื่น ๆ อย่างอินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ปัญหาที่ประเทศจีนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ก็เหมือนกับปัญหานี้แหละ การแปรรูปน้ำมันดิบเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงมาก ซึ่งในเมื่อไม่มีความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียต ประเทศของเราจึงไม่สามารถทำเองได้
หลินซานชีหยิบถั่วลิสงเข้าปากแล้วพูดว่า “ปัญหาที่คุณพูดมาผู้นำหลายคนก็ได้วิเคราะห์ให้ผมฟังแล้วครับ แต่ผมมีข้อสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าหากผมสามารถหาโรงกลั่นน้ำมันมาให้ได้ เรามีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญพอที่จะควบคุมสายการผลิตทั้งหมดไหมครับ?”
“เพราะผมเป็นหมอ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการกลั่นน้ำมันมากนัก และเท่าที่ผมจำได้โรงกลั่นน้ำมันมีขนาดใหญ่มาก เหมือนเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเลย”
ภาพที่หลินซานชีจำได้คือตอนที่เขาเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วผ่านโรงงานปิโตรเคมีที่จ้านเจียง ซึ่งมีขนาดใหญ่มากจนเหมือนเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งเลย
รัฐมนตรีเจิ้งเป็นทหารเก่า เขาชอบการสื่อสารที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ เขาก็เลยอธิบายว่า “โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศของเราคือโรงกลั่นน้ำมันหลันโจวครับ”
“ในปี 1959 เราได้ลงทุนไป 180 ล้านหยวน”
“เราใช้เงินไปในการสร้างพื้นที่ 400,000 ตารางเมตร และติดตั้งอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักถึง 13,000 ตัน และยังมีท่อส่งน้ำมันยาว 860 กิโลเมตร และยังมีงานดินอีก 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่มาก”
“ดังนั้นสหายหลินซานชีครับ เรามีประสบการณ์แล้ว และก็มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีให้ดีขึ้นด้วยครับ ถึงแม้เราจะไม่มีเงิน แต่เราก็จะประหยัดทุกอย่างเพื่อทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันของเราเติบโตขึ้นให้ได้ครับ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวลเลย”
หลินซานชีคำนวณในใจอีกครั้ง เงิน 180 ล้านหยวนถ้าคิดเป็นอัตราแลกเปลี่ยน 1 ต่อ 2.4 ก็เท่ากับ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แต่ปริมาณการผลิตต่อปีกลับทำได้เพียง 400,000 ตันเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสงสารมาก
ถ้าหากไม่มีหลินซานชีเดินทางข้ามเวลามา เงินสำรองในคลังทั้งหมดก็ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งเดียวเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศจีนยากจนมากแค่ไหน
รัฐมนตรีเจิ้งยังคงจ้องมองหลินซานชีด้วยความจริงจัง “ส่วนเรื่องวิศวกรและช่างเทคนิคด้านการกลั่นน้ำมัน สหายหลินซานชีก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เมื่อก่อนตอนที่ผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียตมาช่วยเหลือ เราก็ได้จัดให้ช่างเทคนิคจำนวนมากได้เรียนรู้จากพวกเขา”
“ถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียตจะถอนตัวไปอย่างกะทันหัน ทำให้เรายังไม่เข้าใจในเชิงทฤษฎีมากนัก แต่ในทางปฏิบัติแล้วพวกเราสามารถทำได้อย่างแน่นอนครับ เพียงแค่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นหน่อย เพราะพวกเราเป็นคนที่ไม่กลัวความยากลำบากอยู่แล้ว”
“แต่ก็คงจะดีถ้าหากเรามีคู่มือและเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลินซานชีตบขาอย่างพอใจ เขารู้สึกว่าทุกอย่างลงตัวแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ! ถ้าเรามีคนงานและวิศวกรที่เข้าใจในสายการผลิตแล้ว ผมก็สบายใจแล้วครับ ไม่อย่างนั้นผมก็คงจะไปไม่เป็นเหมือนกัน เพราะไม่ว่ายุคไหนบุคลากรก็เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดครับ”
ทุกคนในห้องก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
รัฐมนตรีเจิ้งถามอย่างตื่นเต้น “สหายหลินซานชีครับ ท่าน...ท่านมีวิธีที่จะหาโรงกลั่นน้ำมันมาให้ได้จริง ๆ เหรอครับ? แล้วโรงกลั่นน้ำมันมีขนาดใหญ่แค่ไหน? สามารถผลิตน้ำมันได้เท่าไหร่ต่อปี?”
หลินซานชีก็ไม่สามารถตอบได้ทันที เพราะโรงกลั่นน้ำมันขนาดกลางและขนาดใหญ่ในอีกมิติหนึ่งสามารถผลิตน้ำมันได้หลายสิบล้านตันต่อปี
อย่างโรงกลั่นน้ำมันเจิ้นไห่ในมณฑลเจ้อเจียงก็สามารถแปรรูปน้ำมันดิบได้มากกว่า 58 ล้านตันต่อปี และยังมีเครื่องกลั่นอีก 42 เครื่องและอุปกรณ์ปิโตรเคมีอีก 18 เครื่อง
ถ้าหากมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่เช่นนี้สักแห่ง ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเบนซินและดีเซลทั่วประเทศก็จะได้รับการแก้ไขทันที และยังสามารถส่งออกเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อีกด้วย
นอกจากนี้การพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย นั่นก็คือการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง การสร้างงาน และการจัดหาสิ่งของที่ประเทศต้องการ
อย่างเช่นในขั้นตอนการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันดิบ ก็ต้องการแรงงานจำนวนมาก
ในขั้นตอนการแปรรูปน้ำมันดิบให้เป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน ก็ต้องการช่างเทคนิคจำนวนมาก
และขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็คือการนำไปใช้ในการผลิตพลาสติก ยางสังเคราะห์ ปุ๋ย และยา ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันและในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศเกษตรกรรมต้องการเป็นอย่างมาก
เมื่อปริมาณการผลิตปุ๋ยเพิ่มขึ้น การเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรก็ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ทุกคนมีอาหารกินและมีชีวิตอยู่รอดได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินซานชีก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องหาโรงกลั่นน้ำมันที่สมบูรณ์แบบสักแห่งมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานใหม่หรือโรงงานมือสองก็ได้