เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.786 - ละทิ้งเมือง

Ep.786 - ละทิ้งเมือง

Ep.786 - ละทิ้งเมือง


6/6

Ep.786 - ละทิ้งเมือง

สมาชิกอาสาในตอนแรกวิ่งหนีออกมา ข้อความของฉินเฟิงถูกถ่ายทอดออกไป แต่ฉินเฟิงบังเกิดความรู้สึก ว่าคงมีใครหรอกที่จะตอบรับคำขอความช่วยเหลือ

เพราะในเวลานี้ สถานการณ์มันร้ายแรงมากจริงๆ

“มิน่าเล่า ในชีวิตก่อนพื้นที่ต้องห้ามถึงถูกละทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ช่วงต้นๆ กลายเป็นดินแดนที่ผู้คนไม่ยอมย่างกรายเข้ามา!”

สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินไป ความแข็งแกร่งของสัตว์ร้ายมิใช่ต่ำต้อย มนุษย์ไม่มีทางทำอะไรได้

ในสภาวะความแข็งแกร่งถดถอยลงเป็นอย่างมาก มันไม่มีทางเลยที่จะต่อสู้

ฉินเฟิงสตาร์ทรถ ไม่กระจายผงสัตว์ร้ายไปทั่วเมืองอีกต่อไป แต่ขับรถมุ่งไปยังทิศทางของประตูเมืองแทน

“บางที หลังฉันเสี่ยงอันตรายช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้จำนวนหนึ่ง ทางพันธมิตรหัวเซี่ยคงตัดสินใจละทิ้งเมืองฉงโหลว”

ฉินเฟิงไม่แปลกใจกับสถานการณ์นี้เลย เพราะในความทรงจำของฉินเฟิง มันก็เป็นแบบนั้น

ขณะเดียวกัน ระหว่างนี้ในโลกภายนอกก็กำลังถกเถียงกันอยู่จริงๆ

ปัจจุบัน ผู้ใช้พลังที่อยู่ในโลกภายนอก คนที่กำลังวิตกกังวลมากที่สุดคงไม่พ้นเจียงเฮ่าหลิน นอกจากเขายังมีผู้ใช้พลังเลเวล B อีก 4 - 5 คน ทั้งหมดได้รายงานข่าวสารแก่จ้าวพรมแดนซางแล้ว

ซางฮันเองก็กำลังระดมกำลังพล แต่ผลลัพธ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

“มิติทับซ้อนในครั้งนี้ประหลาดมากเกินไป ถ้าเป็นแค่รอยแยกมิติเฉยๆคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่กลับปรากฏสภาพแวดล้อมแปลกๆที่สามารถยับยั้งพลังสมาธิและกำลังภายในได้อย่างกะทันหัน แล้วแบบนี้พวกเราจะสู้ได้อย่างไร?”

“ถูกต้อง คุณก็เห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ศัตรูเป็นแค่สัตว์ร้ายเลเวล C แต่มันถึงขั้นทำให้พวกเราต้องสูญเสียผู้ใช้วรยุทธเลเวล B ไปถึงสองคน!”

“ในบรรดาพันธมิตรหัวเซี่ย ผู้ใช้วรยุทธเลเวล B ที่ฝึกฝนเทคนิคคู่ขนาน มีอยู่ไม่มากนัก นี่ยังไม่นับรวมเรื่องที่มีโอกาสพบเจอสัตว์ร้ายเลเวล B อีกนะ แบบนั้นไม่เท่ากับส่งพวกเขาไปตายหรือ!”

ฝูงชนถกเถียงกัน และข้อสรุปไม่ใช่เรื่องดี

เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังเผชิญกับสถานการณ์ยุ่งยาก แต่ยิ่งหารือ พวกเขาก็ยิ่งไม่ต้องการสูญเสีย

เจียงเฮ่าหลินกังวลมาก ก็เมืองฉงโหลวมันไม่ใช่เมืองของพวกเอ็งนี่ เลยเป็นธรรมดาที่คนพวกนี้จะไม่รีบร้อน

“แต่ยังเหลือผู้ใช้พลังเลเวล B อีกเจ็ดคนอยู่ในเมืองนะ พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นระดับสูงของพันธมิตรหัวเซี่ย พวกคุณจะยอมแพ้กันแบบนี้หรอ?” เจียงเฮ่าหลินกล่าว “ตอนนี้อย่างน้อยพวกเราก็ยังมีนายพลฉินที่สามารถบุกเข้าไปได้ ระหว่างนี้รีบหากำลังเสริม แล้วส่งไปช่วยเขาเถอะ”

ก่อนหน้านี้ กลุ่มเลเวล B ที่รั้งอยู่ด้านนอกไม่รู้จักสถานะของฉินเฟิง แต่ปัจจุบันพวกเขารู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว เร่งกล่าวทันที “คนอย่างฉินเฟิงจะมีสักกี่คนในพันธมิตรหัวเซี่ย? เขาคือสุดอัจฉริยะลูกรักของพระเจ้า! ถ้าให้ฉันพูดจากใจจริง เขาไม่ควรเอาชีวิตมาเสี่ยงในครั้งนี้ ด้วยพรสวรรค์ของนายพลฉิน มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าในอนาคตเขาจะกลายเป็นเลเวล S !”

“ถูกต้อง! ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับนายพลฉิน นั่นต่างหากถึงนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของพันธมิตรหัวเซี่ยของพวกเรา!”

คนยเหล่านี้ เอาจริงๆแล้วค่อนข้างพูดจาไร้ความรับผิดชอบ แถมยังถากถาง

แต่ก็แล้วมันยังไง? ที่ประสบภัยน่ะมันเมืองฉงโหลว! ไม่ใช่เมืองของพวกเขาซะหน่อย ดังนั้นทำไมพวกเขาต้องใส่ใจมันถึงขนาดนั้นด้วย?

ยิ่งหารือกับคนเหล่านี้ เจียงเฮ่าหลินก็ยิ่งโกรธ เขาโมโหจนปอดแทบระเบิด แต่ไม่กล้าเอ่ยอะไรกลับไป เพราะเขาก็ไร้กำลังเช่นกัน

หนึ่งในผู้ใช้พลังเลเวล B เมื่อเห็นเจียงเฮ่าหลินมีท่าทีเศร้าหมอง สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ปลอบประโลมเขา “จ้าวพรมแดนซางกำลังพยายามอย่างเต็มที่ เธอถึงขั้นช่วยออกคำสั่งฉุกเฉิน แต่ท้ายที่สุดเรื่องนี้มันตึงมือเกินไป ถ้าอยากให้ฉันแนะนำอะไรสักอย่าง นายควรติดต่อกับเจ้าเมืองของตัวเองจะดีกว่า ต่อให้เขาไม่สามารถมาช่วยได้ แต่ก็น่าจะมีเบอร์ติดต่อสหายเลเวล A ด้วยกัน หนึ่งในนั้นอาจมีคนที่เชี่ยวชาญเทคนิคคู่ขนานอยู่ก็ได้”

เจียงเฮ่าหลินพอได้ฟัง ดวงตพลันเปล่งประกายสดใสทันที

จากนั้น เขาก็รีบโทรหาเจ้าเมืองรุ่ยฉง

รุ่ยฉงมีอายุมากแล้ว ไม่เพียงมีสถานะเป็นอาวุโส แต่ยังมีผู้ใช้พลังเลเวล S คอยหนุนหลัง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่ได้รั้งอยู่ในเมืองฉงโหลวเป็นเวลานานมากแล้ว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองฉงโหลวไม่เคยพบหน้าเจ้าเมืองมาก่อน บางคนไม่รู้จักชื่อเจ้าเมืองเมืองนี้ด้วยซ้ำ!

หลังจากที่เจียงเฮ่าหลินติดต่อไป ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็ได้รับคำตอบจากอีกฝ่าย

【ในเมื่อสถานการณ์ยุ่งยากถึงขนาดนั้น ก็จงตัดใจทิ้งมันไปเถิด!】

เจียงเฮ่าหลินแข็งค้าง

รุ่ยฉงผู้นี้ กลับยอมละทิ้งเมืองฉงโหลวอย่างไม่คาดฝัน??

ในมุมมองของรุ่ยฉง เป็นธรรมดาที่อีกฝ่ายยอมตัดใจละทิ้ง เพราะแม้เขาเป็นเจ้าเมือง แต่ไม่ได้อยู่ในเมืองเป็นเวลาหลายปีแล้ว ไม่ได้ผูกพันธ์อะไร เพียงปล่อยให้มันพัฒนาไปเรื่อยๆ อีกอย่าง ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เหลือ ล้วนอาศัยชื่อเสียงของเขากอบโกยผลประโยชน์ไปมากมาย ในเมื่อได้ไปมากแล้วก็ถึงเวลาพอเสียที

อีกเรื่องหนึ่ง จริงอยู่ที่เขามีเบอร์ติดต่อเลเวล A คนอื่นๆ แต่คิดจริงๆหรือว่าคนพวกนั้นจะมา?

ส่วนเรื่องพลเมืองทั่วๆไป ในเมืองฉงโหลวน่าจะมีประชากรอย่างน้อย 600,000 คน ก็แล้วมันยังไง?

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่ อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคโลกาวินาศ ช่วงเวลานี้ชีวิตมนุษย์ด้อยค่าที่สุด หากอดอยากประชาชนสามารถกินลูกหลานของตัวเองได้ลงคอ และในทุกๆปีล้วนเกิดปรากฏการณ์กองทัพสัตว์ร้าย ย่อมมีบางเมืองพินาศลงเสมอ

ดังนั้นในความคิดของรุ่ยฉงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องสนใจที่นี่เลย

แต่เจียงเฮ่าหลินไม่สามารถยอมรับได้ ภรรยาของเขายังอยู่ในเมือง สหายที่ร่วมงานกันมา 7 - 8 ปีก็ยังอยู่ข้างใน แต่ผลลัพธ์กลับถูกเจ้าเมืองของตนทอดทิ้ง บอกให้ตัดใจเสีย

ในวินาทีนั้น ในหัวใจเจียงเฮ่าหลินบังเกิดความเคียดแค้นต่อรุ่ยฉง

ในเวลานี้ ผู้คนนอกเมืองเกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง เจียงเฮ่าหลินเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภายในหมอกสีเงิน ประตูมิติถูกเปิดขึ้นอีกคราว คนกลุ่มหนึ่งกรูกันออกมา คำนวณดูคร่าวๆน่าจะมีมากถึง 400 - 500 คน ภายใต้การนำโดยฉินเฟิง บวกกับการก่อกวนของผงขับไล่สัตว์ร้าย ทำให้ผู้คนกลุ่มใหญ่นี้สามารถออกมาได้อย่างปลอดภัย

หลังจากฉินเฟิงส่งคนเหล่านี้ออกมาจนหมดแล้ว เขาก็ไม่รั้งอยู่ต่อ ขับรถกลับเข้าไปทันที

สายตาของเจียงเฮ่าหลินค่อยๆเปลี่ยนๆไป ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายออกมา แม้จะยังคลุมเครือ แต่คล้ายตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว

“ฉันได้ยินมาว่าลูกน้องของนายพลฉินเองก็มีเลเวล B อยู่เช่นกัน เขาสามารถสังหารเลเวล A ได้ งั้นเขาจะแตกต่างอะไรกับผู้ใช้พลังเลเวล A ? เกรงว่ารุ่ยฉงคงเทียบเขาไม่ติด เช่นนั้นหลังภารกิจนี้จบลง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ฉันจะลองขอเข้าร่วมกลุ่มเฟิงหลีดู! จะกลัวก็แต่อีกฝ่ายจะไม่ต้อนรับฉัน ..”

ฉินเฟิงไม่รู้อะไรเลย ว่าการกระทำของเขาจะทำให้ผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล B บังเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา เขายังคงอยู่ระหว่างการช่วยชีวิตผู้คน

ออกค้นหาในเมืองท่ามกลางวิกฤต ระหว่างทางที่รถของฉินเฟิงขับเข้ามา ยังมีผู้คนบางส่วนที่อาศัยอยู่ตามขอบชานเมืองพบเห็น ฉินเฟิงรวบรวมคนเหล่านั้น และให้พวกเขาขับรถระดับต่ำขับตามออกมาทันที บางครั้งหากไม่มีรถ ก็วิ่งตามมา

ชีวิตอาจถูกคุกคามได้ทุกเมื่อ คนเหล่านี้ไม่สนใจใดๆอีกต่อไป

ตราบใดที่สามารถหนีออกนอกเมืองได้ พวกเขาก็จะปลอดภัย!

ฉินเฟิงออกไปและกลับมาอยู่ประมาณ 4 - 5 รอบ แต่กลับช่วยชีวิตได้เพียงราวๆ 2,000 - 3,000 คนเท่านั้น

ปัจจุบันท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว

นับแต่เกิดใหม่ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความอันตรายภายใต้ความมืดมิด

อย่างไรก็ตาม เขายังไม่หยุดนิ่ง แต่เลือกที่จะกลับเข้าไปอีกครั้ง มุ่งหน้าลึกสู่ใจกลางเมืองฉงโหลว

ความมืดมิดเข้าปกคลุม ภายในรถบัญชาการที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราว เหล่าเลเวล B ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยิ่งมองโลกในแง่ดีน้อยลง

“ตอนนี้ พวกเรามองไม่เห็นสถานการณ์ข้างในได้อย่างชัดเจนด้วยซ้ำ”

“มีรายงานว่านายพลฉินพกดอกไม้ไฟติดตัวเอาไว้ด้วย ถ้าเขาต้องการออกมา ก็แค่จุดมัน”

“แต่นี่มืดแล้ว อันตรายเกินไป ทำแบบนั้นมันง่ายมากที่จะเรียกสัตว์ร้ายให้เข้ามา”

“มีผู้ใช้วรยุทธเทคนิคคู่ขนานยอมรับภารกิจกำลังเสริมบ้างรึเปล่า?”

“มีก็บ้าแล้ว! พอได้ยินถึงสถานการณ์ แต่ละคนก็บอกว่าตัวเองมีบางอย่างต้องทำ  , กำลังปฏิบัติภารกิจอื่นอยู่ ไม่ก็บอกว่าไม่ได้อยู่ในหัวเซี่ย!”

“ก็แน่ล่ะ พวกเขาไม่ต้องการมา …”

“ซวยแล้ว!!”

ในตอนนั้นเอง เจียงเฮ่าหลินที่กำลังนั่งสัปหงก มองไปยังจอภาพสีดำสนิท โดรนที่ถูกส่งเข้าไปขาดการติดต่อเป็นที่เรียบร้อย แต่หากสังเกตบนสีหน้าเขาที่กำลังมองจอ--

--จะพบกับความสิ้นหวัง ผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของเจียงเฮ่าหลิน

จบบทที่ Ep.786 - ละทิ้งเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว