เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.776 - กลับสู่ความรุ่งโรจน์

Ep.776 - กลับสู่ความรุ่งโรจน์

Ep.776 - กลับสู่ความรุ่งโรจน์


1/5

Ep.776 - กลับสู่ความรุ่งโรจน์

“ขอบคุณปรมาจารย์หลง ขอบคุณท่านผู้ใหญ่หลงเยว่ ผมขอตัวลา!”

ฉินเฟิงกล่าวคำอำลากับคนทั้งสอง

หลังจากมอบดาบอสูรฟ้าให้อีกฝ่ายแล้ว ไป๋หลีก็สลายมิติปิดล้อม ช่วงเวลานี้ฉินเฟิงเลือกที่จะจากไปโดยตรง ไม่คิดปิดซ่อนใดๆ เปิดใช้ช่องว่างมิติต่อหน้าสองตระกูลหลง แล้วจากไปทันที

ฉินเฟิงไม่มีแผนที่จะรั้งอยู่ในเมืองหลวงมังกรอีกต่อไป

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เกรงว่าข่าวเรื่องที่ฉินเฟิงแลกเปลี่ยนรายการเลเวล S คงเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว!

ฉินเฟิงและไป๋หลีเดินทางกลับมายังเมืองเฟิงหลี

ขณะเดียวกัน ในเมืองหลวงแห่งความมืด ข่าวเรื่องฉินเฟิงถูกส่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“ท่านเจ้าเมือง มีรายงานเข้ามาว่าฉินเฟิงอยู่ในเมืองหลวงมังกร และได้ขายดาบอสูรฟ้าไปแล้ว ไม่ทราบข่าวนี้ถูกต้องหรือไม่ เพราะอย่างไรเสีย ดาบอสูรฟ้าเป็นอาวุธเทวะที่สามารถจดจำเจ้าของได้!” ฟีนิกซ์เพลิงแม้ปากกล่าวเช่นนี้ แต่น้ำเสียงทอแววกังวลจนสังเกตได้ชัด

เหอเทียนสิงเงียบ

ถ้าจะให้พูดอย่างเปิดอก ก่อนหน้านี้เหอเทียนสิงยังพอรู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่ออันคลุมเครือระหว่างดาบอสูรฟ้า แต่ไม่สามารถเรียกดาบกลับคืนมาได้ คล้ายมันไปอยู่ในมิติที่ห่างไกลมากๆ แต่เมื่อครู่นี้ เหอเทียนสิงได้สูญเสียการเชื่อมต่อกับดาบอสูรฟ้าไปอย่างสิ้นเชิง

ช่วงเวลานั้น วันคืนแห่งความสุขของเหอเทียนสิงคล้ายมลายหายไป ราวกับว่าเขาได้สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปแล้ว

ฉะนั้นตอนนี้ แม้ข่าวจะถูกส่งมาถึง แต่เหอเทียนสิงได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว

“ได้ยินแล้ว เธอลงไปก่อนเถอะ” เหอเทียนสิงกล่าว

ฟีนิกซ์เพลิงเกิดข้อสงสัยอย่างเห็นได้ชัด เธอมองไปยังใบหน้าอันสงบของเหอเทียนสิง พบเห็นเพียงความลึกล้ำอันยากจะคาดเดาของท่านเจ้าเมือง เลยไม่กล้าถามอะไรมากความ ค่อยๆถอยหลังกลับไป

หลังฟีนิกซ์เพลิงจากไป ใบหน้าของเหอเทียนสิงก็กลายเป็นบิดเบี้ยว ปากอ้าก้องคำราม

“ฉินเฟิงงงงง!!!”

เขาจะจดจำชื่อนี้ไว้ในใจ

ทว่าระหว่างที่กำลังโกรธเกรี้ยวนั้นเอง บริเวณหน้าท้องเริ่มรู้สึกเจ็บปวดอีกครั้ง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเหอเทียนสิงแข็งค้าง เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากเขา

เหอเทียนสิงฉีกผ้าก๊อซตรงหน้าท้องออก และพบว่าตรงบาดแผล ปรากฏเลือดสีดำไหลซึมออกมา

หุ่นเชิดแห่งความตายเลเวล S มิใช่อะไรที่เรียบง่ายถึงเพียงนั้น มิฉะนั้นคุนซาร์คงไม่สามารถสร้างความน่าหวาดกลัวให้แก่ผู้ใช้พลังเลเวล A มาเป็นระยะเวลานานได้ แม้กระทั่งเลเวล S ยังต้องระวังตัวเขา!

คุนซาร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมศพพิษ ความจริงถ้าเขาไม่ถูกเจ้าสิ่งนี้ เหอเทียนสิงคงไปตามฆ่าฉินเฟิงถึงเมืองเฟิงหลีแล้ว แต่เรื่องจริงช่างน่าเศร้า เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งลึกๆในใจยังหวั่นเกรงตัวตนของไป๋หลีเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้เองเขาเลยยังไม่กล้าลงมือ!

“บ้าจริง! หรือฉันต้องไปอ้อนวอนขอรับการรักษาจากตาแก่เทพแห่งแสงคนนั้นจริงๆ?” เหอเทียนสิงกล่าวพลางปิดปากแผลของเขา ยิ่งคิดความโกรธยิ่งลุกโชนในใจ

เมื่อก้าวไปถึงเลเวล S หากได้รับบาดเจ็บ บาดแผลเหล่านั้นมิใช่สิ่งที่ผู้ใช้อบิลิตี้ธรรมดาจะรักษาได้

แต่ต้องไปให้ผู้ใช้พลังเลเวล S เช่นเดียวกันทำการรักษา จากนั้นโอกาสที่จะถูกเอาเปรียบย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา มันอาจเป็นแค่การกระทำเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่นลอบตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของร่างกายผู้ให้มารักษา

สำหรับผู้ใช้พลังเลเวล S พวกเขาล้วนมีมิติและทรัพยากรมากมายอยู่ในมือตัวเองอยู่แล้ว มิติเหล่านี้จะถูกใช้ร่วมกันโดยบรรดาเลเวล S  แต่ในเรื่องที่ว่าใครจะได้รับอาณาเขตของตัวเองมากแค่ไหน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง

หากไปขอการรักษา แล้วต้องเปิดเผยข้อมูลของตัวเอง จุดนี้ทำให้เหอเทียนสิงรู้สึกลังเลมาก!

เมื่อเทียบกับเหอเทียนสิง ฉินเฟิงในขณะนี้ มีความสุขสุดๆ!

ไม่เพียงกำจัดมันร้อนอย่างดาบอสูรฟ้าไปได้ แต่ฉินเฟิงยังได้รับทักษะมีดเลเวล S  ที่ตนต้องการ  ฉินเฟิงบังเกิดความรู้สึกว่า ทริปการเดินทางไปเกาะนรก แม้มันจะไม่เหมือนกับที่เขาวางแผนไว้ก็ตาม กระนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าดี

หลังจากกลับมาเฟิงหลี ฉินเฟิงก็เริ่มติดต่อคนอื่นๆ เพื่อบอกให้พวกเขารู้ว่าตนกลับมาแล้ว!

“ท่านประธาน ฉันได้ยินมาว่าเมืองหลวงแห่งความมืดเกือบถูกทำลายโดยฝีมือสัตว์เทวะ โชคดีจริงๆที่คุณไม่เป็นอะไร!”

“จะมีเรื่องเกิดขึ้นกับท่านประธานได้ยังไง! สำหรับท่าน พวกเราไม่จำเป็นต้องกังวลเลย”

“ถูกต้อง เมื่อมีท่านผู้ใหญ่ไป๋หลีอยู่เคียงข้าง ท่านประธานย่อมไร้ภยันตราย!”

“เป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือนแล้วที่ท่านผู้ใหญ่ไป๋ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ระหว่างนั้นฉันหวาดกลัวจริงๆ ว่าพวกท่านผู้ใหญ่เลเวล B คนอื่นๆจะมาสร้างปัญหา!”

“แค่นั้นซะที่ไหนกัน รู้รึเปล่าช่วงนั้นฉันกลัวแทบตายว่าจะมีเลเวล A บุกมาหาพวกเรา!”

ฝูงชนต่างสนทนา แต่ฟังจากคำพูดโดยรวมของพวกเขา สามารถบ่งบอกได้ว่าฉินเฟิงมีความสำคัญต่อพวกเขามากขนาดไหน

เขามีความสำคัญแค่ไหนน่ะหรือ? ฉินเฟิงน่ะคือกระดูกสันหลังของทั้งกลุ่ม!

แน่นอน กลุ่มไหนๆก็เป็นแบบนี้ เมื่อหัวหน้าล้ม เท่ากับว่าทั้งกลุ่มพังพินาศ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่สามารถพุ่งทะยานได้ถึงขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น เกรงว่าจะมีแค่เฟิงหลีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง สมาชิกคนอื่นๆเลยอดกังวลไม่ได้

ฉินเฟิงเองก็สังเกตเห็นถึงปรากฏการณ์นี้เช่นกัน

--กลุ่มเฟิงหลี ยังใหม่เกินไป!

“หลังจากนี้ ผมจะอยู่ในเมืองลาวาเดือด ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น พวกคุณสามารถติดต่อหาผมได้ทุกเวลา!”  ฉินเฟิงกล่าว

บรรดาฝูงชนตกใจในตอนแรก แต่ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าพอได้ยินประโยคนี้ ทุกคนมีความสุขมาก!

ฉินเฟิงอยู่ที่นี่ กับฉินเฟิงไม่อยู่ สถานการณ์ของสองข้อนี้จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้น ซูซิงฝูถูกฉินเฟิงเรียกตัวมาพบเพียงลำพัง เพื่อโยกย้ายการเก็บเกี่ยวที่ได้จากเกาะนรก

“นี่ … ได้มาทั้งหมดนี่เชียวหรือ?” ซูซิงฝูมองไปยังอุปกรณ์รูนมิติมากมาย สุ่มหยิบออกมาชิ้นหนึ่ง และพบว่าสิ่งของที่อยู่ข้างในมีมูลค่ามหาศาล ไม่เพียงแค่นั้น ในบรรดาอุปกรณ์รูนเหล่านี้ กลับบรรจุเหรียญพลังงานไว้เป็นจำนวนมาก

เนื่องจากเงินเหล่านี้ คือสิ่งที่พวกเขาเตรียมไว้ใช้ประมูลกับคลับมังกรดำ!

ฉินเฟิงเอ่ยปากว่า “ไปหาซ่งเฉียนลี่ คุณสามารถแบ่งขายสมบัติส่วนหนึ่งกับเขาได้ แต่คราวนี้อย่าเพิ่งรีบร้อนขายมัน ดังนั้นคุณสามารถต่อรองกับเขาได้ตามสบาย ยังไงก็ตาม ผมอยากให้เขาจัดหาทรัพยากรเลเวล S ชิ้นหนึ่ง มันคือศิลาตรึงวิญญาณ!”

“ศิลาตรึงวิญญาณ ..?” ซูซิงฝูทวนชื่อสมบัติฟ้าดินชิ้นนี้ แล้วผงกศีรษะรับ กล่าวว่า “เข้าใจแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

ส่วนเรื่องที่จะแบ่งผลประโยชน์กับซ่งเฉียนลี่เท่าไหร่นั้น ซูซิงฝูได้คำนวณไว้ในใจเขาแล้ว ว่าต้องทำอย่างถึงสามารถได้รับผลประโยช์สูงสุด!

ฉินเฟิงพักฟื้นอีกราวๆสองวัน ระหว่างช่วงเวลานั้น แซดไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น แต่เวลาที่เหลือตามสัญญาลดน้อยลงมากแล้ว ใกล้ถึงเวลาที่ฉินเฟิงจะต้องส่งมอบแก่นจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล B ซึ่งเป็นหัวใจต้นไม้เพลิงให้ผู้มีพระคุณ(?) ของเขาเสียที

ดังนั้นในวันที่สาม  ฉินเฟิงเลยออกเดินทางไปยังเมืองลาวาเดือด มาหยุดอยู่หน้าทางเข้าประตูมิติลาวาเดือด

วันนี้มีผู้คนแวะเวียนเข้ามามากขึ้น มีกระทั่งบางคนสวมชุดคลุมและสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าคนเหล่านี้คือคนจากองค์กรมืด

อย่างไรก็ตาม พวกชาวเมืองต่างไม่สนใจ ทำเป็นปิดตาข้างหนึ่ง เดินสวนผ่านไป

อีกอย่าง ที่นี่มีตัวตนทรงพลังคอยปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นจินห่าว , ฟูเหวินจู และเหอเล่อหมิง ดังนั้นทุกคนวางใจ ไม่วิตกกังวลมากจนเกินไป

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ด้วยฝีมือการป้องกันของไป๋หลี ทำให้คนที่คิดร้ายไม่กล้าประมาท แม้ไป๋หลีจะจากไปเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม แต่คนเหล่านี้ก็ยังไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม

เกรงว่าคงต้องรอให้มีข่าวเข้ามาว่าไป๋หลีเสียชีวิตข้างนอกเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาถึงค่อยบังเกิดความกล้าที่จะเข้ายึดประตูมิติแห่งนี้อีกครั้ง

ตอนนี้ เมื่อทั้งสองคนกลับมา ย่อมดึงดูดความสนใจของใครบางคน

“ดูนั่นเร็ว! นังแม่มดผมสีเงินนั่นกลับมาอีกแล้ว!”

“แต่ทำไมคราวนี้ฉันถึงรู้สึกว่ากลิ่นอายของเธอ แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากนัก?”

“ใช่ ดูเธอสิ ตอนนี้ฉันไม่กล้ามองหน้าเธอด้วยซ้ำ ไม่กล้ามองแม้กระทั่งชายกระโปรง อีกทั้งจิตใต้สำนึกของฉันคล้ายบอกใบ้ให้คุกเข่าแก่เธอ ความรู้สึกนี้ ช่างน่ารำคาญจริงๆ”

แม้จะไม่พอใจ แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งยังหวาดเกรงไป๋หลีมากกว่าเดิม

นี่แหละคือแรงกดดันของสัตว์เทวะ!

ต่อมา ใบหน้าของฉินเฟิงก็ถูกเผยโฉม ฉากนี้คล้ายเตือนสติของพวกเขาถึงอะไรบางอย่าง ภาพก่อนหน้านี้ที่ฉินเฟิงเคยโค่นศัตรูนับร้อยโดยลำพังได้กลับมาอีกครั้ง

“ประธานเฟิงหลีกลับมาแล้ว!”

“ไม่ผิดแน่ เป็นเขา!”

“พวกนายยังไม่รู้กันใช่ไหม ว่าประธานเฟิงหลีคนนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนได้สร้างเรื่องราวใหญ่โต!”

จบบทที่ Ep.776 - กลับสู่ความรุ่งโรจน์

คัดลอกลิงก์แล้ว