เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.752 - ยกระดับ

Ep.752 - ยกระดับ

Ep.752 - ยกระดับ


5/5

Ep.752 - ยกระดับ

【ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!  โปรดทราบ เกาะนรกกำลังเปิดขึ้นแล้ว  มีเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง โปรดเตรียมตัวให้พร้อม!】

ภายในอาคารใต้ดินขนาดใหญ่ ผู้คนเกือบทั้งหมดต่างสวมชุดคลุมดำ ไม่ก็หน้ากาก พยายามปกปิดหน้าตาหรือรูปลักษณ์ของตนให้ออกมาน้อยที่สุด คอยเหลียวซ้ายแลขวา สังเกตผู้คนรอบข้างอย่างระมัดระวัง

ผู้คนในที่แห่งนี้ เทียบกับในตอนงานประมูลของคลับมังกรดำแล้ว มันมากกว่าซะอีก!

ฉินเฟิงสวมหมวกเกราะศักดิ์สิทธิ์ ตามด้วยหน้ากากขาวที่ไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งใดๆ กลิ่นอายก็ปิดซ่อนเอาไว้อยู่ใต้รูนมืด

อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆรอบข้างเขา สามารถระบุได้ว่าฉินเฟิงเป็นแค่เลเวล B เท่านั้น ดังนั้นเลยมีผู้ใช้พลังเลเวล A หลายคนแกล้งเดินชน ทำเป็นมองไม่เห็นเขา บางส่วนก็มองฉินเฟิงด้วยสายตาดุร้าย ช่างแตกต่างกับก่อนหน้านี้นัก

เพราะพวกเขา คือกลุ่มคนที่เคยหวาดกลัวฉินเฟิงจนแทบฉี่ราดมาก่อนทั้งสิ้น!

ฉินเฟิงใช้รูนมืดกลบซ่อนกลิ่นอาย คนอื่นๆก็ทราบถึงเรื่องนี้ แต่ยังมีคนอีกมากใช้งานมันเช่นกัน ดังนั้นไม่มีใครทันนึกว่าเป็นฉินเฟิง ในขณะที่บางคนที่ทรงพลังมากๆ ก็ไม่คิดปิดซ่อนตัว แต่เลือกแสดงความแข็งแกร่งของตนให้คนอื่นๆหวาดกลัวแทน

ฉินเฟิงเดินตามกระแสของผู้คน เดิมเขาซื้อตั๋วไว้สองใบ แต่วันนี้พอลองใช้พลังสมาธิกวาดเข้าไปตรวจสอบในเขตแดนลับ เขาก็ตระหนักว่าคงมีแค่ตนเท่านั้นที่ต้องใช้ตั๋ว--

--เพราะไป๋หลีจำศีลไปแล้ว!

ตั้งแต่ซื้อเขตแดนลับแห่งเวลามา สิ่งแรกที่ไป๋หลีทำ ก็คือจัดการซ่อมแซม รักษาเสถียรภาพของรอยแยกมิติในเขตแดนลับ จากนั้นก็เริ่มกลืนกินแก่นสัตว์ร้ายทั้งหมด รวมไปถึงแก่นอบิลิตี้สัตว์เทวะเลเวล A ที่ฉินเฟิงประมูลมา

จากนั้น ไป๋หลีก็เปลี่ยนร่างกลับเป็นจิ้งจอก และผล็อยหลับไป

การหลับในครั้งนี้ คล้ายเป็นการจำศีล ในความคิดของฉินเฟิง เดิมเดาว่าน่าจะแค่ 3 - 4 วันหรือทันตอนเปิดเกาะนรกพอดี แต่ภายในนั้นใช้เวลามากถึง 3 - 4 ปี!

ร่างจิ้งจอกของไป๋หลีเกิดการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ขนยาวสีเงินเปล่งปลั่งมากขึ้น มองไปไม่ต่างจากดวงดารา หากแต่ร่างกายไม่ใหญ่โตขึ้น สาเหตุอาจเป็นเพราะใช้เทคนิคเปลี่ยนรูปตลอดเวลา เพราะทุกครั้งในการต่อสู้ แทบนับครั้งได้เลยที่ไป๋หลีใช้ร่างจริงของตัวเอง เกรงว่าครั้งนี้เธอเลยเลือกที่จะวิวัฒนาการในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากกว่า

ดังนั้นในระหว่างหลับใหล ร่างของเธอจึงไม่ใหญ่ขึ้น ทั้งยังมีแนวโน้มว่ากำลังหดเล็กลง แต่เรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ ความแข็งแกร่งของเธอ กำลังพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง

วันแรกในเขตแดนลับที่ฉินเฟิงตรวจสอบดู ไป๋หลีสามารถยกระดับไปเลเวล B6 , วันที่สองเลเวล B7 และวันที่สาม B8

ส่วนในวันนี้ เธอได้ไปถึงเลเวล B9 แล้ว

บางทีในวันถัดมา ไป๋หลีอาจสามารถยกระดับขึ้นเป็นสัตว์เทวะเลเวล A !

“เร็วเข้า ใกล้ถึงตาพวกเราแล้ว!”

เสียงของบุคคลหนึ่งดังมาจากข้างหลังฉินเฟิง เขาถอนพลังสมาธิจากเขตแดนลับ และเริ่มมุ่งหน้าต่อ

ในอาคารใต้ดินทั้งหลัง ส่วนที่แปลกประหลาดที่สุดคือบริเวณตรงกลาง ปรากฏกระแสวังวนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เมตร พร้อมอักษรรูนมิติรอบๆที่กำลังส่องแสงสีเงิน ด้านในของกระแสวังวนเป็นสีเงินและดำ

--นี่คือช่องทางวังวนสู่นรก!

ในสถานที่แห่งนี้ มีเพียงช่วงเวลานี้ของปีเท่านั้น ที่มันจะปลอดภัย คุณสามารถเข้าไปในวันธรรมดาก็ได้เหมือนกัน แต่ค่าใช้จ่ายแพงมาก และในกรณีนั้นมีเพียงคนของคลับมังกรดำเท่านั้นถึงสามารถเข้าได้

กระนั้น เกาะนรกยังถือว่าอันตรายอยู่ดี ถ้าไม่ปล่อยให้คนอื่นๆเข้ามาเก็บกวาดมัน เกรงว่าต่อให้เป็นคลับมังกรดำ ก็คงไม่สามารถควบคุมมันได้ และอาจถึงขั้นพบเจอกับวิกฤตครั้งใหญ่

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงวางแผนขว้างหินก้อนเดียวได้นกสองตัว ผลเลยกลายมาเป็นดั่งเช่นปัจจุบัน

ไม่นาน คนข้างหน้าได้กระโดดลงไปในกระแสวังวน และแล้วก็ถึงคราวของฉินเฟิง

ฉินเฟิงกระโดดลงไปในอึดใจเดียว ถูกกลืนหายเข้าไปในช่องวังวนอันมืดมิด

ฉินเฟิงสัมผัสได้เพียงวิสัยทัศน์ของเขากลายเป็นมืดมิด ต่อมา กฏเกณฑ์ของมิติก็เริ่มทำการขับไล่ เหวี่ยงตัวเขาออกจากมิติเดิม ผ่านไปเพียงพริบตา แต่กลับให้ความรู้สึกนับหมื่นปี สภาพแวดล้อมโดยรอบ ในที่สุดก็เปลี่ยนแปลงไป

ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า อุณหภูมิร้อนระอุ คาดว่าน่าจะมากกว่า 40 องศา!

ตำแหน่งที่ฉินเฟิงปรากฏตัว คือกลางอากาศ รอบๆเป็นป่าอันไพศาล และเนื่องจากไม่ทันได้ปลดปล่อยการรับรู้ ดังนั้นเขาเลยไม่ทราบถึงสถานการณ์โดยรอบว่าเป็นอย่างไร!

ร่างของฉินเฟิงร่วงลงอย่างไม่อาจควบคุม แต่ไม่นานเขาก็เหยียบกิ่งไม้ได้

ทว่าในจังหวะนั้นเอง เท้าข้างหนึ่งของฉินเฟิง พลันถูกเถาวัลย์รัดพันอย่างกะทันหัน เขาไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกพละกำลังมหาศาลฉุดลากลงมา

ต้องไม่ลืมนะว่า ปัจจุบันความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิงน่ะมหาศาลมาก ฉะนั้นพละกำลังที่สามารถฉุดลากเขาได้ ย่อมน่าสะพรึงอย่างหาที่ใดเปรียบ

ฉินเฟิงชักมีดกษัตริย์ครามออกมาทันที บิดลำตัวตัดเถาวัลย์

แต่ในเวลานั้นเอง เถาวัลย์อีกกว่า 7 - 8 เส้นพลันฉกเข้ามา ม้วนพันทั้งตัวฉินเฟิง!

ช่วงเวลานี้ ฉินเฟิงได้ร่วงผ่านยอดสูงของต้นไม้ซึ่งเต็มไปด้วยพุ่มหนาแล้ว ณ เวลานี้ ไม่มีใบไม้คอยบดบังสายตาเขาอีกต่อไป จึงสามารถมองเห็นถึงฉากทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

--ปรากฏดอกไม้สีสันสดใส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 20 เมตร กำลังบานสะพรั่งเบื้องหน้าเขา

และเนื่องจากมันมีขนาดใหญ่เกินไป ดังนั้นลวดลายทุกเส้นบนกลีบดอก จึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นขวากหนามแหลมคมอย่างหาที่ใดเปรียบ , ซากศพสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนที่แขวนอยู่บนนั้น , ขนปุกปุยของสัตว์ร้าย และสุดท้ายกระดูกสีขาวๆ ฉากนี้ทำให้ดอกไม้ต้นนี้น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

และที่กำลังขยุกขยิกอยู่รอบๆมัน ก็คือเถาวัลย์นั่นเอง เถาวัลย์นับไม่ถ้วนกำลังร่ายระบำ แต่ละเส้นล้วนมีความยาวนับหลายร้อยเมตร

“นี่มันพืชกลายพันธุ์ระดับจักรพรรดิเลเวล B !”

นึกไม่ถึงเลย ว่าแค่โผล่มา ก็ต้องรับมือกับสิ่งที่ยากจะจัดการแบบนี้

ในหลายๆครั้ง พืชกลายพันธุ์ น่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ร้ายซะอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชที่วิวัฒนาการเป็นระดับราชันย์หรือจักรพรรดิ

ฉินเฟิงล้มเลิกความคิดที่จะขัดขืน แม้เถาวัลย์เหล่านี้จะทรงพลังมาก แต่เขาได้รับการปกป้องโดยชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นต่อให้เถาวัลย์มีหนามพิษ แต่ก็ไม่สามารถทำร้ายฉินเฟิงได้ชั่วคราว

มันทำได้เพียงห่อฉินเฟิงทีละชั้น ทีละชั้น จากนั้นลากเขาเข้าไปยังเบื้องหน้าดอกไม้กลายพันธุ์กินคน

กลีบดอกไม้ขนาดใหญ่เริ่มแยกออก สวาปามฉินเฟิงเข้าไปในคำเดียว หนามที่เกิดจากกลีบดอก พยายามเจาะเข้าสู่ร่างของฉินเฟิง ยังไม่หมด ตามหนามแหลมแต่ละจุด ยังปลดปล่อยเมือกไหลออกมา กลิ่นของมันมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง เพียงสูดดม ก็รู้สึกราวกับหลอดลมกำลังถูกละลาย

ฉินเฟิงกลั้นหายใจ สาดส่องสายตามองไปรอบตัวที่เต็มไปด้วยสีแดงสดใส พร้อมระเบิดพลังสมาธิอันทรงอำนาจออกมาทันที

“เทคนิคเพลิงบรรจบ!”

อักษรรูนไฟลุกไหม้ไปทั่ว แผดเผากรดเมือกจนเกิดเป็นเสียงฟองฟ่อด

กลีบดอกไม้สีแดงเพลิง ลุกพรึ่บติดไฟในพริบตา ลาวาเดือดปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของฉินเฟิง ฉากนี้ไม่ต่างกับการจุดพลุไฟขนาดใหญ่จากใจกลางกลีบดอกไม้!

วู้ม วู้มมมม

ดอกไม้กินคนส่งเสียงโหยหวนน่าเวทนา

มันเร่งเปิดปากใหญ่ กลีบดอกไม้สั่นไหว และถุยสิ่งแปลกปลอมอย่างฉินเฟิงและธารลาวาออกมาทันที

เสาลาวาอันน่าหวาดกลัวยิ่งกว่ายามปะทุจากปล่องภูเขาไฟ พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เถาวัลย์ทั้งหมดถูกเผาจนม้วนงอ พวกมันตัดสินใจละทิ้งศัตรู หดกลับเข้ามาพันรอบดอกไม้ ปกป้องเจ้านายเอาไว้

อย่างไรก็ตาม คนอย่างฉินเฟิงมีหรือจะปล่อยศัตรูไป? มีดกษัตริย์ครามปรากฏขึ้นอีกครั้งในมือเขา

“กระบวนท่ามีดเปลวเพลิง!”

รังสีใบมีดยืดยาว ขยายออกไปไกลถึง 20 เมตร สะบั้นกำแพงเถาวัลย์ทันที

กำแพงเถาวัลย์ราวกับมีชีวิต ตวัดเข้าต่อต้าน แต่อย่าลืมสิว่าฉินเฟิงยังใช้งานเทคนิคเพลิงบรรจบอยู่ เถาวัลย์เส้นไหนคิดขัดขวางคมมีดในมือเขา จะถูกมังกรไฟผุดจากลาวาขึ้นมากลืนกินทันที ส่วนเส้นที่ถูกตัดก็ตกลงในธารลาวา โดนหลอมละลายไป

ฉินเฟิงเสมือนดั่งเครื่องตัดหญ้า ทั้งตัดทั้งหั่นวัชพืชอย่างรวดเร็ว!

ภายในป่า กองไฟเริ่มแผดเผา เพลิงไหม้ลุกโหม พืชกลายพันธุ์ดอกไม้กินคนระดับจักรพรรดิที่เดิมคอยหาเหยื่ออยู่ที่นี่ บัดนี้ถูกย่างเป็นสีเทาด้วยน้ำมือของฉินเฟิง

หึ่ง หึ่ง!

พลังสมาธิของฉินเฟิงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากต่อสู้มาหลายครั้ง และดูดซับเอาพลังสมาธิจากมนุษย์ผู้ใช้อบิลิตี้มานับไม่ถ้วน จนสุดท้ายเกือบบรรลุเงื่อนไข และเมื่อเสริมด้วยพลังงานจากการตายของดอกไม้กินคน พลังสมาธิของฉินเฟิง ก็ยกระดับไปอีกขั้น

ก้าวขึ้นสู่เลเวล B3!

จบบทที่ Ep.752 - ยกระดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว