เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.704 - เทคนิคฝึกฝนเลเวล S

Ep.704 - เทคนิคฝึกฝนเลเวล S

Ep.704 - เทคนิคฝึกฝนเลเวล S


4/5

Ep.704 - เทคนิคฝึกฝนเลเวล S

ตัวเลขหนึ่งผุดออกจากปากซางฮัน และจำนวนนี้ เทียบเท่ากับจำนวนครึ่งหนึ่งที่ฉินเฟิงเก็บรวบรวมมาได้ ช่วงที่เขาอยู่กับตงหยางพร้อมเลเวล A คนอื่นๆ

กล่าวได้ว่ามันไม่เป็นจำนวนมากพอให้ฉินเฟิงต้องเก็บมาใส่ใจ ช่วงเวลานั้นเขาลดทอนความเร็วในการเก็บรวบรวมทรายลง ซึ่งเมื่อเทียบกับทรายธารเวลาที่ฉินเฟิงรวบรวมเอง หรือได้มาจากปีศาจขุนเขาและพรายทารกครวญในตอนท้าย ปริมาณที่ซางฮันขอมันเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง!

แต่ฉินเฟิงยังแสดงท่าทีขมวดคิ้วเหมือนคิดหนัก และกล่าวว่า “งั้นทางผมจะได้รับหุ้นเท่าไหร่?”

ซางฮัน “5%!”

ฉินเฟิงหัวเราะฮ่าทันที จากนั้นกล่าวเสียงหม่น “ข้อตกลงนี้ผมเสียเปรียบไม่น้อยเลย คนเราเวลาทำธุรกิจ ไม่มีใครเขายอมรับข้อเสนอที่ขาดทุนหรอกนะครับ”

แต่ซางฮันชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย เร่งเปิดปากกล่าวว่า “รายได้จากภาษีประจำปีของเมืองเป่ยหัวอยู่ที่ 100 ล้านล้าน ส่วนของคุณ 5% ก็เท่ากับ 5 ล้านล้าน! นั่นคือจำนวนเงินที่เลเวล B ต้องใช้เวลานานหลายปีในการสะสม!”

ฉินเฟิงปรามอีกฝ่ายและกล่าว “คุณค่าของทรายธารเวลาไม่ธรรมดา หากผมเอาสิ่งนี้ออกชาย มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่า 100 ล้านล้านแน่นอน ขณะเดียวกันถ้าผมทำสัญญากับจ้าวพรมแดนซาง ผมจะต้องใช้เวลา 20 ปีถึงจะได้รับเงินก้อนนี้คืน ไหนคุณลองบอกผมอีกที ว่าแบบนี้ใครเป็นฝ่ายเสียเปรียบ?”

“ฉินเฟิง ฉันสามารถเปิดสิทธิ์อื่นๆเพิ่มเติมแก่คุณได้ ตัวอย่างเช่น บ้านสมบัติของเมืองเป่ยหัว ที่นั่นมีกระบวนท่าวรยุทธชั้นสูงเก็บรวบรวมเอาไว้มากมาย!”

ฉินเฟิงถาม “นั่นรวมไปถึงส่วนของเลเวล S ด้วยรึเปล่า?”

คราวนี้ กลายเป็นซางฮันอับจนถ้อยคำ

กระบวนท่าวรยุทธหรือเทคนิคอบิลิตี้เลเวล S ของภูมิภาคเหนือมีไม่มากนัก ไม่ต้องกล่าวถึงพวกมันทั้งหมดล้วนเป็นรากฐานของที่นี่!

หรือสามารถพูดได้อีกอย่างว่า … พวกมันคือสมบัติของตระกูลซาง มิใช่ของเมืองเป่ยหัว

“ตอนนี้คุณยังเป็นแค่เลเวล B กระบวนท่าวรยุทธเลเวล S สำหรับคุณ มันยังห่างไกลเกินไป”

ฉินเฟิงหัวเราะและกล่าว “มันอาจจะไกลเกินไปจริงๆ แต่จ้าวพรมแดนซางดูเหมือนจะยังไม่เชื่อมั่นใจตัวผม ผมสามารถรับประกันได้ว่าภายในหนึ่ง ผมจะขึ้นไปเหยียบเลเวล A ได้แน่นอน ดังนั้นข้อตกลงจะเป็นแบบนี้ ผมจะไม่ยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปมากกว่านี้อีก”

ซางฮันพอได้ยินคำของฉินเฟิง สีหน้าของเธอต้องแปรเปลี่ยนไป

เธอไม่รู้ว่าที่ฉินเฟิงกล่าวคือเรื่องโม้เหม็นขี้ฟัน หรือมีความมั่นใจจริงๆกันแน่ ทว่าท่ามกลางความรู้สึกที่กำลังกระหน่ำในใจซางฮัน จู่ๆเธอกลับเชื่อในตัวฉินเฟิงขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ซางฮันกัดฟันกล่าว “ก็ได้ ฉันจะเปิดสิทธิ์นั้นให้คุณด้วย แต่คุณไม่สามารถนำพวกกระบวนท่าวรยุทธออกไป อนุญาตให้แค่คัดลอกเท่านั้น! และหลังจากเรียนรู้ คุณต้องทำลายพวกมันทันที และห้ามส่งต่อให้คนอื่นเด็ดขาด”

“ผมรับปาก!” ฉินเฟิงพยักหน้า เพราะคำขอเหล่านี้ของซางฮันไม่ได้มากเกินไป

นับตั้งแต่ฉินเฟิงเกิดใหม่จนถึงปัจจุบันนี้ เขาครอบครองเทคนิคฝึกยุทธเลเวล S แค่ทักษะเดียว นั่นคือทักษะลับกลืนดารา

ส่วนกระบวนท่าวรยุทธเลเวล S ที่เหลือในโลกใบนี้ ล้วนไม่เคยได้รับมันเลย คุณสามารถจินตนาการได้ว่ามันมีค่าเพียงใด

ในแง่ของวรยุทธโบราณ ฉินเฟิงอาศัยเพียงเทคนิคมีดผลาญสวรรค์ , เทคนิคก้าวมังกร ฯลฯ แต่ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา กระบวนท่าวรยุทธเหล่านี้เริ่มไม่มีประสิทธิภาพแล้ว

หากไม่มีมีดกษัตริย์คราม , กำลังภายในที่มากกว่าผู้อื่นหลายเท่า และประสบการณ์ต่อสู้จากชีวิตก่อนนับสิบปี อาศัยเพียงกระบวนท่าของฉินเฟิงในปัจจุบัน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะโค่นศัตรู

จากนั้น ฉินเฟิงกับซางฮันได้ลงนามทำสัญญากัน ในความเป็นจริงแล้วหุ้นจำนวนนี้ มีเพื่อซื้อสิทธิ์แก่ฉินเฟิงให้เข้าถึงกระบวนท่าเลเวล S เท่านั้น

เพราะสิ่งที่กล่าวมา มันคือการดำรงอยู่ระดับตำนาน ดังนั้นต้องทะนุถนอมเป็นอย่างดี

“ยินดีที่ได้ร่วมมือ!”

“ยินดีที่ได้ร่วมมือ!”

เซ็นสัญญาเสร็จสิ้น ฉินเฟิงแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นกระบวนท่าวรยุทธซึ่งเป็นสมบัติของเมืองเป่ยหัว

“แต่ยังมีเรื่องที่ฉันอยากให้คุณเป็นนายพลอีก ดังนั้นพวกเราคงต้องรีบ ฉันคงต้องขอพาตัวคุณไปเดี๋ยวนี้”

ว่าจบซางฮันก็หยิบศิลาสีฟ้าที่ดูเป็นเอกลักษณ์ออกมา ฉินเฟิงรู้สึกได้ถึงความผันผวนของอักษรรูนมิติที่ลอยอยู่บนมัน นี่คล้ายกับบัตรหยกสุสานเทพสงครามในมือฉินเฟิง

จากนั้น ซางฮันก็มอบมันให้แก่ฉินเฟิงชิ้นหนึ่ง

“ไป๋หลี รอฉันที่นี่ก่อนแปปนึง”

“ตกลง ไปดีมาดีล่ะ”

ซางฮันกับฉินเฟิงถ่ายเทกำลังภายในของตนลงไปยังศิลาฟ้า ไม่นานทั้งสองก็ถูกล้อมรอบไปด้วยอักษรรูนมิติ ลืมตาขึ้นอีกที ก็โผล่มาอีกสถานที่หนึ่งแล้ว

ที่นี่คือศาลา อันที่จริงแล้วคงต้องเรียกว่าศาลากลางน้ำ ปรากฏหอคอยสูงอยู่ไกลๆ

ซางฮันเดินนำทางให้เขา ทั้งสองตรงเข้าสู่หอคอยสูงอย่างรวดเร็ว

“สถานที่แห่งนี้กล่าวได้ว่าเป็นห้องสมุดของเมืองเป่ยหัว มันเก็บเฉพาะกระบวนท่าวรยุทธและเทคนิคอบิลิตี้เหนือเลเวล C ขึ้นไป ห้องสมุดจะแบ่งเป็นทั้งหมดสามชั้น ยอดปลายแหลมด้านบนสุดคือที่เก็บหนังสือเลเวล S ซึ่งในเมืองเป่ยหัวทั้งหมด มันมีแค่สามเล่ม!”

ฉินเฟิงพอได้ฟังว่ามีแค่สามเล่ม ก็ต้องขมวดคิ้วทันที

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะมีเท่านี้ ถ้าเป็นในกรณีนั้น มีโอกาสสูงมากที่จะไม่พบทักษะที่เหมาะกับฉินเฟิง

“ไปดูกัน!”

เมื่อมาถึงยอดหอคอย ซางฮันก็หยิบมันออกมาและแสดงแก่ฉินเฟิง

ชั่วพริบตา ฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่โถมเข้าใส่ ปรากฏว่ามันทะลักออกมาจากหนังสือทั้งสามเล่ม

นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร นั่นเพราะหนังสือทั้งสามเล่ม ทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากหนังของสัตว์ร้ายเลเวล S !

ในอาณาเขตเมืองเป่ยหัวที่ซางฮันอาศัยอยู่ ครั้งอดีตเคยถูกก่อตั้งขึ้นโดยเลเวล S ดังนั้นหนังสือเลเวล S ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ก็สมควรเป็นสิ่งที่คนๆนั้นเคยเป็นเจ้าของ ผู้ก่อตั้งเมืองแข็งแกร่ง มีความสามารถกระทั่งสังหารสัตว์ร้ายเลเวล S แล้วจัดการเลาะหนังของมันมาทำหนังสือ เพื่อให้กลายเป็นมรดกตกทอด คงอยู่มาช้านาน

ฉินเฟิงยื่นมือออกไป จับหนังสือเล่มแรกขึ้นมา

เพียงแค่เริ่มเปิดอ่าน ฉินเฟิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายหนาแน่นของทะเล ไหลผ่านใบหน้าเขา

ฉินเฟิงมองเห็นอักษรใหญ่เขียนเอาไว้บนปก : ทักษะเสมือนนที

“ทักษะเสมือนนที เป็นทักษะฝึกฝนกำลังภายในเลเวล S ที่ตกทอดกันมาของตระกูลซาง หากฝึกฝนจนบรรลุ ความแข็งแกร่งจะทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด นั่นคือสาเหตุสำคัญว่าทำไมตระกูลซางของพวกเราจึงสามารถครอบครองภูมิภาคเหนือได้ตลอดมา พ่อของฉันเอง ก็สามารถขึ้นเป็นเลเวล A ได้ก่อนอายุ 30 ปี ทั้งยังเคยได้รับการวิเคราะห์ว่าจะกลายเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S ได้ภายในระยะเวลา 10 ปี!”

แต่ช่างน่าเสียดาย ที่พ่อของซางฮัน ดันจบชีวิตลงในหุบเหวตอนเหนือ!

“พรสวรรค์ของฉันไม่ดีเท่าพ่อ กว่าจะขึ้นเป็นเลเวล A อายุก็ปาเข้าไป 40 ปีแล้ว และกว่ามาถึง A5 อายุก็ล่วงเลยถึง 55 ปี การฝึกฝนโดยทักษะเสมือนนที หากมีอายุมาก ก็ยิ่งยากจะตัดผ่านในแต่ละระดับ ดังนั้นมันจึงเป็นทักษะยุทธที่ทั้งยากและง่ายในเวลาเดียวกัน กล่าวว่าแม้ครอบครองเทคนิคฝึกฝนเลเวล S แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถฝึกฝนมันไปถึงเลเวล S ได้ หากให้เวลาฉันอีกสัก 30 ปี บางทีฉันอาจทำได้”

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของโลกล้วนไม่เที่ยง ยากจะคาดเดา ท่ามกลางหายนะยุคโลกาวินาศ ใครกันจะสามารถรับประกันว่าชีวิตตนจะมั่นคง อยู่รอดปลอดภัยไปอีก 30 ปี?

ในชีวิตก่อนของฉินเฟิง ช่วงเวลาที่เขาเสียชีวิต ซางฮันยังไม่สามารถไปถึงเลเวล S อิงตามเวลา ฉินเฟิงตายในปี 226 ยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่ แต่ตอนนี้ก็เป็นปี 219 แล้ว แม้ในอีก 7 ปีต่อจากนี้ ซางฮันก็ยังยกระดับได้แค่ผู้ใช้พลังเลเวล A7 เท่านั้น

ซึ่งนี่สอดคล้องกับการคาดเดาของซางฮันเอง ว่ากว่าจะเข้าถึงเลเวล S คงใช้เวลา 30 ปี แต่ก็นั่นแหละ ในยุคสมัยนี้ ใครจะรู้ว่าอีก 30 ปีต่อมา เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร?

“คุณต้องใช้เวลานานถึง 30 ปีเพื่อก้าวสู่เลเวล S … ก่อนหน้านี้คงใช่ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานถึงขนาดนั้นแล้ว!” ฉินเฟิงกล่าว

ซางฮันแสดงออกถึงสีหน้าสงสัย

ฉินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อย่าลืมสิว่าคุณยังมีทรายธารเวลา!”

ขนาดตงหยางที่แก่หงำเหงือกยังสามารถยกระดับขึ้นเป็นเลเวล S ได้เลย แล้วซางฮันจะทำไม่ได้ ได้อย่างไร?

พูดก็พูดเถอะ อายุ 55 ปีแล้วไง มันยังไม่สายเกินไป!

ฉินเฟิงวาง ‘ทักษะเสมือนนที’ ลง เห็นได้ชัดว่าเทคนิคกำลังภายในนี้ไม่เหมาะกับเขา เพราะฉินเฟิงยังมีทักษะลับกลืนดาราอยู่

จากนั้น ฉินเฟิงก็มองไปยังหนังสืออีกสองเล่ม พบว่าหนึ่งเป็นเทคนิคฝ่ามือ อีกหนึ่งเป็นเทคนิคดาบ แต่ไม่มีอันไหนเหมาะกับฉินเฟิงเลย

ไม่คาดคิดเลย ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้

เมื่อเห็นฉินเฟิงวางหนังสือทั้งสามเล่มลง ซางฮันบังเกิดความงงงวย “ฉินเฟิง ไม่มีอันไหนที่คุณสนใจเลยหรือ? ฉันนึกว่าหนังสือวิชาฝ่ามือจะเหมาะกับคุณเสียอีก”

เทคนิคฝ่ามือนี้ เป็นเทคนิคฝึกฝนฝ่ามือแบบคู่ขนาน แน่นอนว่าฉินเฟิงสามารถใช้มันฝึกยุทธได้

อย่างไรก็ตาม หากโลภมากเกินไปคุณจะเคี้ยวเนื้อชิ้นใหญ่ได้ไม่พอดีคำ ฉินเฟิงมีหลายสิ่งมากเกินไปในตอนนี้ แต่ยังไงซะเขาควรแลกเปลี่ยน

“ถึงแม้มันจะผิดหวังไปบ้าง แต่นั่นไม่สำคัญ อีกอย่างผมคิดว่า … ผมน่าจะสามารถค้นหาเทคนิคฝึกยุทธที่เหมาะกับตัวเองได้!”

จบบทที่ Ep.704 - เทคนิคฝึกฝนเลเวล S

คัดลอกลิงก์แล้ว