- หน้าแรก
- พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้
- บทที่ 514: มิอาจโต้แย้ง
บทที่ 514: มิอาจโต้แย้ง
บทที่ 514: มิอาจโต้แย้ง
กองบัญชาการเขตทหารว่างเจียง
ระบบบัญชาการเดิมถูกเปลี่ยนคนทั้งหมด หวังเหมิ่งมองดูหลินอันตรงหน้าราวกับอยู่ในความฝัน
เขาเคยคิดถึงเรื่องความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย อย่างไรเสียก็ยังมีคำสั่งของผู้บัญชาการเก่าอยู่ แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ตนเองจะกลายเป็นลูกน้องของหลินอันไปเสียแล้ว
ความร่วมมือกับการเป็นนายบ่าว นั่นมันคนละเรื่องกันเลย
โลกใบนี้... ช่างบ้าคลั่งเสียจริง
“ท่าน... หลินอัน...”
ช่างน่าอึดอัดใจนัก
หวังเหมิ่งมองหลินอันอย่างพูดไม่ออก ฝืนใจเรียกออกไป
ให้ตายเถอะ กี่ปีแล้วนะ...
นอกจากผู้บัญชาการเก่าแล้ว เขายังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครเลยจริงๆ
เขามองเกาเยี่ยนแวบหนึ่ง ในใจรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองมองข้ามอะไรบางอย่างไป
เกาเยี่ยนนับตั้งแต่ตามหลินอันมาถึงเขตทหารว่างเจียง สีหน้าก็ดูเหม่อลอยมาโดยตลอด แถมความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ดูไม่เหมือนคู่รักเลยสักนิด
เพียงแต่เขาก็ไม่กล้าถามอะไรมาก
หลินอันละสายตาจากแผนที่ยุทธการ เงยหน้าขึ้นมองทหารหลายร้อยนายในกองบัญชาการใหญ่อย่างสงบ
เขตทหารว่างเจียงมียุทโธปกรณ์เยอะจริงๆ
ปืนใหญ่อัตตาจร, กองทัพยานเกราะ, อาวุธประจำกาย มีครบทุกอย่าง
สิ่งที่ทำให้หลินอันรู้สึกตื่นเต้นที่สุดก็คือ เขตทหารว่างเจียงมีระเบิดนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีฝังอยู่ใต้ดินจริงๆ ด้วย
นอกจากนี้ ก็คือทหารชั้นยอดที่เป็นผู้ปลุกพลังสูงถึงสี่พันนาย
การกวาดล้างดำเนินไปอย่างลับๆ ระบบกองทัพทั้งหมดก็ถูกเปลี่ยนเป็นสมาชิกของฐานที่มั่นหลงอันแล้วเช่นกัน
การผนวกเขตทหารว่างเจียงเป็นที่แรก แรงต้านทานไม่มากนัก ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าราบรื่นมาก
อย่างไรเสียผู้ปลุกพลังของเขตทหารว่างเจียงส่วนใหญ่ก็เคยได้เห็นพลังของเขามาแล้ว บวกกับเจตนาที่หวังเหมิ่งเปิดเผยออกมา
อีกอย่าง ทางการก็ยังออกประกาศมาแล้วด้วย
แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเชื่อฟังคำสั่งนี้อย่างงุนงง ถึงขั้นมีหลายคนที่รู้สึกว่าการที่หลินอันเข้าควบคุมเป็นเรื่องดี
หลินอันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว มีเขามาควบคุมเขตทหาร ความปลอดภัยก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลินอันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองหวังเหมิ่งและอันจิ่งเทียนแล้วออกคำสั่งโดยตรง:
“ย้ายทั้งหมด ย้ายไปยังกำแพงเมืองชั้นนอกของฐานที่มั่นหลงอัน”
“อีกอย่าง ให้เกาเทียนพาโม่หลิงไปยึดฐานทัพอากาศมา”
“เครื่องบินรบมากมายขนาดนั้นวางทิ้งไว้เฉยๆ มันน่าเสียดายเกินไป”
กองกำลังทางอากาศมีประโยชน์แค่ไหน หลินอันสัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง
มังกรทมิฬเข้าสู่สภาวะหลับใหล ความคิดที่จะขี่มังกรทำศึกของเขาคงต้องเลื่อนออกไปก่อน
หลังจากที่ยึดฐานทัพอากาศมาได้แล้ว แผนการหลายอย่างของผู้พันฉู่ก็จะสามารถดำเนินต่อไปได้
ส่งคนทางอากาศไปยึดครองและดูดซับฐานทัพทหารลับ, สถาบันทดลองอาวุธ, อู่ต่อเรือบางแห่ง...
ถึงขั้นที่ว่า มีเพียงชนชั้นสูงที่แท้จริงอย่างฉู่อันเท่านั้นที่จะรู้ถึงหลุมยิงนิวเคลียร์และฐานทัพสำรอง...
หากราบรื่น ฐานที่มั่นหลงอันจะขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นสัตว์ประหลาด
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่กำลังทหารที่อยู่ในมือตอนนี้ ประเมินคร่าวๆ... หากเป็นก่อนวันสิ้นโลก ก็เทียบเท่ากับกำลังทหารของประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งแล้ว
“ผู้บัญชาการหลินอัน การขนย้ายมันลำบากเกินไปนะครับ!”
นายทหารฝ่ายเสนาธิการของเขตทหารว่างเจียงเดิมมองหลินอันอย่างหวาดหวั่น กลัวว่าจะมีคนบอกว่าตนเองเคยพูดจาไม่ดีมาก่อน เขาเป็นกังวลจริงๆ ว่าหลินอันจะมาคิดบัญชีเก่า
“ยังไม่นับว่าเขตทหารของเรามีผู้รอดชีวิตธรรมดาอยู่เป็นจำนวนมาก การย้ายถิ่นฐานมันง่ายที่จะดึงดูดซอมบี้เข้ามา”
“ยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่พวกนี้ การขนย้ายมันช่างยากเย็นเหลือเกิน!”
พวกเขาไม่ค่อยอยากจะ “ย้ายรัง” เท่าไหร่นัก
ในใจพวกเขารู้ดีว่า หากพวกตนเองย้ายไปยังฐานที่มั่นหลงอัน นั่นก็หมายความว่าจะต้องสูญเสียอำนาจทางทหารไปอย่างแท้จริง
แม้จะมีผู้ปลุกพลังของเขตทหารหลายคนที่อยากจะไปฐานที่มั่นหลงอันมาก อย่างไรเสียเขตปลอดภัยก็สามารถช่วยในการเพิ่มระดับได้ ใครบ้างจะไม่อยากได้?
แตกต่างจากเขตทหารหวนเจียงที่ได้รับคำใบ้จากเมืองหลวง บางทีอาจจะสามารถแบ่งแยกฐานที่มั่นหลงอันจากภายในได้
พวกเขาในฐานะที่เป็นฝ่ายเป็นกลางในสายตาของเมืองหลวง ก็ถูกทอดทิ้งไปนานแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครบอกพวกเขาว่าควรจะทำอย่างไร
ส่วนตัวเกาวั่งเอง ก็ยิ่งเป็นพวกปล่อยวาง คิดจะตามเนี่ยผิงไป
เมื่อเห็นว่าหลินอันไม่มีทีท่าว่าจะตอบอะไร หวังเหมิ่งก็ขมวดคิ้ว:
“ผู้บัญชาการ... หลินอัน”
“ไม่ต้องพูดถึงว่าการย้ายไปมันจะยากแค่ไหน ต่อให้ย้ายไปแล้ว ฐานที่มั่นหลงอันจะมีที่ใหญ่พอให้พวกเราใช้หรือครับ?”
“จะดีกว่าถ้าท่านมอบป้ายอาญาสิทธิ์เขตปลอดภัยให้พวกเรา แล้วพวกเราจะสร้างเขตปลอดภัยขึ้นที่นี่เอง”
“ทั้งสองฝ่ายต่างสนับสนุนซึ่งกันและกัน ยังจะช่วยลดความเสี่ยงได้อีกด้วย”
หลินอันได้ฟังแล้วก็เลิกคิ้วขึ้น หันไปมองหวังเหมิ่งที่เสนอความคิดเห็น:
“ป้ายอาญาสิทธิ์ให้พวกเจ้างั้นรึ?”
สีหน้าของเขาดูไม่ออกว่าดีใจหรือเสียใจ
ผู้ปลุกพลังระดับสองหวงเหยียนได้ฟังแล้วก็ตอบกลับโดยสัญชาตญาณ:
“ใช่ครับ อย่างไรเสียพวกคุณก็ใช้ไม่ได้แล้ว...”
ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็เห็นหลินอันพุ่งวาบไปอยู่เบื้องหน้าหวงเหยียนในทันที พลังจิตมหาศาลกลายเป็นจิตสังหาร ล็อกเขาไว้กลางอากาศ ราวกับว่าในวินาทีต่อมาก็จะบีบเขาให้แหลกละเอียด
การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันทำเอาทุกคนตกใจ มีเพียงสมาชิกของฐานที่มั่นหลงอันเท่านั้นที่นึกอะไรขึ้นมาได้
จบสิ้นแล้ว คนของเขตทหารว่างเจียงพูดผิดไปแล้ว
“อึก...”
หายใจลำบาก
ในฐานะที่เป็นระดับสองขั้นต่ำเหมือนกัน หวงเหยียนก็พบว่าตนเองไม่มีแรงต้านทานเลยสักนิดด้วยความตกใจ
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวหลินอัน ทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับนักล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
ด้วยความกลัวโดยสัญชาตญาณ เขาไม่สงสัยเลยว่าหลินอันจะฆ่าเขาจริงๆ
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
“หยุดมือ!”
“หลินอัน เจ้าบ้าไปแล้วรึไง!?”
ด้วยความร้อนรน หวังเหมิ่งก็เรียกชื่อออกมาโดยสัญชาตญาณ จากก้นบึ้งของหัวใจเขาไม่เคยชินเลยว่าตั้งแต่นี้ไป เขตทหารว่างเจียงจะกลายเป็นของฐานที่มั่นหลงอัน
“ข้าบ้าไปแล้ว?”
หลินอันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะบีบคอหวงเหยียน พุ่งทะลุห้องบัญชาการขึ้นไปยืนอยู่กลางอากาศทันที
“โครม!”
เสียงระเบิดดังขึ้น
ผู้รอดชีวิตทั้งเขตทหารว่างเจียงได้ยินแล้วก็พากันมองไปยังหลินอันที่อยู่กลางอากาศ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“หัวหน้าทีมหวงเหยียนโดนจับได้ยังไง!?”
ใจคนสับสนวุ่นวาย พวกเขามองดูฉากตรงหน้าอย่างทำอะไรไม่ถูก
ตั้งแต่ที่สมาชิกของฐานที่มั่นหลงอันมาถึงที่นี่ ทุกคนก็ยังไม่ทันได้สติกลับคืนมา อดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าจะทำอย่างไร แต่ดูจากตอนนี้แล้ว สถานการณ์ดูไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่
“ข้าไม่ชอบพูดมาก”
วิธีการเดียวกัน สไตล์เดียวกัน
ยืนอยู่กลางอากาศ เสียงของหลินอันดังก้องไปทั่วทั้งเขตทหารภายใต้การขับเคลื่อนของพลังจิต
ภายใต้สายตานับล้านคู่ สมาชิกของฐานที่มั่นหลงอันที่ได้รับคำสั่งจากหลินอัน ก็พลันลากคนหลายร้อยคนมายังที่โล่ง
“เขตทหารว่างเจียงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะถูกควบคุมโดยฐานที่มั่นหลงอัน!”
“ข้าไม่อนุญาตให้มีเสียงอื่นปรากฏขึ้น!”
“ให้พวกเจ้าทำอะไร พวกเจ้าก็ต้องทำ!”
“ผู้ขัดขืน... ตาย!”
ไม่ไว้หน้าเลยสักนิด
หวังเหมิ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหลินอันที่ล็อกเป้าตนเองอยู่ ใบหน้าก็ซีดเผือดไปทันที
เขาคิดว่าหลินอันน่าจะเป็นคนของฝ่ายเมืองหลวง อย่างมากก็แค่คนละกลุ่มอำนาจ แต่ยังไงเสียก็คงจะเกรงใจพวกเขาอยู่บ้าง
แต่คำพูดพวกนี้ กลับพูดให้พวกเขาฟังชัดๆ
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคนต้องย้ายไปยังฐานที่มั่นหลงอันโดยไม่มีเงื่อนไข และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของฐานที่มั่นหลงอัน!”
“ไม่มีพวกเจ้า มีแต่พวกเรา!”
ขี้เกียจจะพูดอะไรมาก
หลินอันกวาดตามองไปรอบๆ แรงกดดันที่ติดมากับดาบแห่งคาอินทั่วร่างก็กวาดไปทั่วทั้งสนามรบโดยตรง สั่นสะเทือนจนผู้ปลุกพลังรอบข้างรู้สึกหายใจลำบาก
“ปัง!”
เหวี่ยงออกไปอย่างแรง
ก็เห็นเพียงหวงเหยียนที่ไร้เรี่ยวแรงต่อต้านโดยสิ้นเชิง ถูกเหวี่ยงเข้าไปในกลุ่มคนนับร้อยที่ถูกสมาชิกของฐานที่มั่นหลงอันมัดไว้อย่างจัง
ภายใต้แรงมหาศาล หวงเหยียนก็กลายเป็นลูกกระสุนปืนใหญ่ในชั่วพริบตา กระแทกกลุ่มคนที่ถูกมัดไว้จนกลายเป็นกองเนื้อเละๆ
ฉากที่โหดเหี้ยมและนองเลือด ทำเอาทั้งสนามรบตกตะลึง
คนนับร้อยที่ถูกมัดไว้นั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นกลุ่มคนที่ฐานที่มั่นหลงอันจับตัวไปก่อนหน้านี้ กลุ่มที่สองที่พวกเขาเรียกว่า “คนทรยศ” ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันในเขตทหาร
หลินอันกวาดตามองอย่างไม่ใส่ใจ พลังจิตก็ปะทุออกมาอย่างฉับพลัน
“ปังๆ! ปัง! ปัง!”
พลังจิตที่แยกออกเป็นสิบๆ สายราวกับกระสุนปืน พุ่งเข้าไปในกลุ่มคนนับร้อย
คนทรยศที่โชคดีรอดชีวิตจากการกระแทก ก็ถูกระเบิดหัวจนแหลกละเอียดในพริบตา
สังหารโหดด้วยมือเปล่า
ท่ามกลางกองเนื้อเละๆ หวงเหยียนพยายามดึงสติกลับคืนมาอย่างยากลำบาก รู้สึกเหมือนกระดูกทั่วร่างแทบจะหักเป็นชิ้นๆ
เกือบจะในทันทีที่เขาคิดจะพูดอะไรบางอย่าง เลือดที่กระเซ็นออกมาจากหัวที่ถูกระเบิด ก็กระเด็นเข้าปากของเขา
คาว... หวาน...