- หน้าแรก
- พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้
- บทที่ 508: ความสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ
บทที่ 508: ความสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ
บทที่ 508: ความสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ
เมืองซ่อมรถยนต์หลินเจียง
“หัวหน้า ไอ้พวกชั้นต่ำนั่นมันจะหนีไปเข้ากับฐานที่มั่นหลงอัน พวกเราจะเอายังไงดีครับ?”
“จะขวางหรือไม่ขวาง?”
ภายในโชว์รูมรถยนต์ ซึ่งถูกใช้เป็นห้องรับรองของหัวหน้าที่มั่น ชายหนุ่มคนหนึ่งมองหัวหน้าของตนเอง ‘เฝิงอี้’ ด้วยสีหน้ากระวนกระวาย
เฝิงอี้ รูปร่างเตี้ยล่ำ สวมเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน ดูเหมือนจะเป็นผู้ปลุกพลังสายกายภาพ ทำหน้าบูดบึ้ง พลางหมุนลูกปัดในมือเล่น:
“ขวาง!? จะขวางยังไงวะ?”
“แกไม่ได้ยินประกาศิตที่ไอ้พวกหลงอันมันป่าวประกาศไว้ในช่องสนทนารึไง? ใครขวาง... มันต้องตาย!”
“ฐานที่มั่นหลงอันมันอยู่ข้างๆ เรานี่เอง!”
“แกจะส่งข้าไปลงนรกหรือไง?”
หลังจากที่หลินอันถล่มกองกำลังทั้ง 9 แห่งไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสามมณฑลรอบแม่น้ำหวนเจียงก็แทบจะลุกเป็นไฟ
ผู้ปลุกพลังและผู้รอดชีวิตจำนวนมาก ต่างก็ต้องการจะมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นหลงอันกันทั้งนั้น
ไม่ใช่แค่เพราะพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่หลินอันแสดงออกมา
หลังจากการต่อสู้สิ้นสุดลง สมาชิกของฐานที่มั่นหลงอันก็พากันอวดอ้างสวัสดิการและเงื่อนไขของฐานที่มั่นในช่องสนทนากันอย่างครึกโครม
ต้องยอมรับว่า หากไม่นับรวมระบบการปกครองแบบทหารแล้ว
ฐานที่มั่นหลงอันเมื่อเทียบกับกองกำลังอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยหรือสวัสดิการ ก็ดีกว่ากันหลายขุมจริงๆ
ในขณะที่ที่มั่นอื่นๆ ยังคงต้องกังวลเรื่องอาหารและความปลอดภัย ฐานที่มั่นหลงอันก็อาศัยคุณสมบัติของเขตปลอดภัย สร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไปมากมายแล้ว
เมื่อเทียบกันแล้ว ที่มั่นที่พวกเขายึดครองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่ยึดมาได้ หรืออาคารที่ห่างไกล ก็ดูไม่ต่างอะไรกับรังขอทาน
ใบหน้าเขียวคล้ำ
เฝิงอี้กวาดตามองไปทั่วห้อง เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในหมู่ลูกน้องของตนเอง ก็มีหลายคนที่เริ่มคิดไม่ซื่อแล้ว
หากไม่ใช่เพราะยังมีหลายคนที่ยังละโมบในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเล็กๆ และสวัสดิการแบบ “ชนชั้นสูง” ที่นี่อยู่
มิฉะนั้น...
เกรงว่าลูกน้องกลุ่มนี้ก็คงจะหนีตามไปแล้วเหมือนกัน
“ไป... ออกไปดูก่อน!”
“ไปพูดกับพวกมันดีๆ!”
หลังจากเค้นคำพูดออกมาอย่างกัดฟัน เฝิงอี้ก็โบกมือ พาลูกน้องออกไป
ช่วยไม่ได้ จะห้ามก็ไม่กล้าห้าม
เขาทำได้เพียงเลือกที่จะใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง พยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้รอดชีวิตอยู่ต่อ
มิฉะนั้น ถ้าคนหนีไปหมด เขาก็ไม่กลายเป็นแม่ทัพไร้ทหารหรอกรึ?
พอไอ้พวกผู้รอดชีวิตชั้นล่างสุดหนีไปหมดแล้ว ไอ้ลูกน้องที่ติดตามเขาพวกนี้ เกรงว่าก็จะหันหลังกลับมาขายเขาทันที!
บริเวณรอบนอกของเมืองซ่อมรถยนต์ เสียงผู้คนดังจอแจ
ผู้รอดชีวิตจำนวนมากที่หอบลูกจูงหลาน พร้อมกับสัมภาระรุงรัง กำลังด่าทอผู้ปลุกพลังที่เฝ้ากำแพงสังกะสีอยู่:
“เปิดกำแพง! ปล่อยพวกเราออกไป!”
“ถ้าพวกแกยังกล้าห้ามพวกเราอีก! ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับฐานที่มั่นหลงอัน!”
สายตาที่เป็นศัตรู... ความตื่นเต้น...
ตั้งแต่ที่หลินอันได้รับชัยชนะ พวกเขาก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไปเข้ากับฐานที่มั่นหลงอัน
อยู่ที่นี่ ขาดแคลนทั้งอาหารและน้ำ แถมยังโดนกดขี่ข่มเหงสารพัด
ในช่วงเวลาที่หลบซ่อนอยู่ในเมืองซ่อมรถยนต์แห่งนี้ ภายในก็แบ่งแยกออกเป็นสังคมย่อยๆ อย่างชัดเจน
ผู้ปลุกพลังสามารถทุบตีฆ่าฟันคนธรรมดาได้ตามใจชอบ ผู้รอดชีวิตชั้นล่างสุดก็เป็นเพียงของใช้แล้วทิ้งและเครื่องมือ
ผู้ปลุกพลังหลายคนที่เฝ้ากำแพงอยู่ทำหน้าบูดบึ้ง มองดูผู้รอดชีวิตจำนวนมากเบื้องล่างด้วยความโกรธเกรี้ยว
ไอ้พวกไร้ค่าเวรตะไล!
หากเป็นปกติ พวกเขาคงจะลงไปฆ่าทิ้งสักสองสามคนแล้ว จะปล่อยให้คนพวกนี้กล้ามาพูดจาแบบนี้กับตัวเองได้ยังไง?
“ไอ้เวรตะไล มึงพูดจาระวังปากหน่อย!”
“ที่นี่ยังเป็นถิ่นของพวกกู! มึงเชื่อไหมว่าถ้าแหกปากอีกคำเดียว กูกระทืบมึงตาย?”
“ยังไงวะ คราวที่แล้วที่มึงคุกเข่าอ้อนวอนให้กูปล่อยครอบครัวมึงไป ลืมเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ต่อให้หลินอันจะมาหาเรื่องพวกกู นั่นก็เป็นเรื่องหลังจากที่มึงตายไปแล้ว!”
ข่มขู่อย่างเหี้ยมโหด
ในบรรดาผู้ปลุกพลังที่เฝ้ายามอยู่ ชายหน้าบากที่สะพายดาบยาวคนหนึ่งจ้องเขม็งไปยังชายวัยกลางคนที่นำหน้าอยู่ ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
เขาเองก็เป็นคนเลือดร้อน
ปกติไอ้พวกไร้ค่าพวกนี้แม้แต่จะมองหน้าเขาก็ยังไม่กล้า แต่วันนี้กลับมีปัญญามาต่อกรกับเขาแล้ว
“มาดิ!”
“ไอ้สารเลว! มีปัญญาก็ฆ่ากูเลย!”
เหนือความคาดหมาย
ชายวัยกลางคนที่ปกติแล้วซื่อสัตย์ ไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย ยืดคอขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองชายหน้าบากอย่างโกรธเกรี้ยว
“ไอ้ชาติชั่ว! มึงมีปัญญาก็ฆ่าพวกกูตอนนี้เลย! ท่านหลินอัน จะล้างแค้นให้พวกเราเอง!”
ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะตื่นเต้นขนาดนี้
คำพูดของชายหน้าบากเมื่อครู่ได้กระตุ้นเขาอย่างรุนแรง เขาไม่มีวันลืมไปจนตายว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกกดขี่ข่มเหงเช่นไร
เมียตาย! เขาเหลือเพียงลูกสาว!
หากไม่มีความหวังก็แล้วไป ต่อให้ต้องเป็นหมา ใช้ชีวิตอย่างอดๆ อยากๆ ไปวันๆ ก็ยังถือว่ามีชีวิตอยู่
แต่ตอนนี้พอจะมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว มีเขตปลอดภัยที่ยอมรับพวกเขา มีโอกาสที่จะหนีออกจากที่นี่ได้...
ไม่ว่าจะพูดยังไงเขาก็จะไม่ยอมก้มหัวอีกต่อไปแล้ว!
เขาสามารถทนอยู่ที่นี่ได้ แต่ลูกสาว...
ชายวัยกลางคนมองดูลูกสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะในอ้อมแขน ในใจพลุ่งพล่านไปด้วยความคับแค้นใจ
ลูกสาวจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด! คนพวกนี้มันก็แค่เดรัจฉานกลุ่มหนึ่ง!
ฝูงชนเดือดดาล
หากไม่มีความหวัง ไม่มีคำพูดนั้นของหลินอัน ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านผู้ปลุกพลังของที่มั่น
แต่หลินอันพูดคำไหนคำนั้น ฉากที่เขาทำลายล้างกองกำลังอื่นๆ ก็เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง
ในตอนนี้ พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าหลินอันจะทำตามที่พูดอย่างแน่นอน และฐานที่มั่นหลงอันก็จะไม่เป็นเหมือนที่คนพวกนั้นใส่ร้ายป้ายสีอย่างแน่นอน
พลังของหลินอันแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องมาหลอกพวกเราเลย!
ด้วยความคิดเดียวกันนี้ เสียงตะโกนเรียกร้องให้เปิดประตูดังขึ้นจนทำให้ผู้ปลุกพลังหลายคนเริ่มขลาดกลัวขึ้นมา
“บ้าไปแล้ว... คนพวกนี้มันบ้าไปแล้ว!”
ผู้ปลุกพลังที่อยู่ข้างๆ ชายหน้าบาก ดึงแขนพี่ใหญ่ของตนเองไว้ เป็นเชิงบอกว่าอย่าเพิ่งวู่วาม
ไอ้พวกไร้ค่าพวกนี้เชื่อหลินอัน แล้วพวกเขาจะไม่กลัวได้ยังไง?
9 กองกำลัง ผู้ปลุกพลังหลายพันคน บอกจะฆ่าก็ฆ่า ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง...
ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ พวกเขาก็เชื่อว่าหลินอันจะทำตามที่พูดอย่างแน่นอน
หากขวางคนพวกนี้ไว้จริงๆ ก็เท่ากับหาเรื่องตายชัดๆ
“ทนไว้... ไม่ไหวจริงๆ ก็ปล่อยไอ้พวกไร้ค่านี่ไปเถอะ หัวหน้ายังไม่มาเลย...”
ไม่กล้าลงมือ
ชายหน้าบากดูเหมือนจะดุร้าย แต่จริงๆ แล้วรักตัวกลัวตายอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นว่าข่มขู่ผู้รอดชีวิตที่อยากจะหนีพวกนี้ไม่ได้ผล เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีไปชั่วขณะ
ในตอนนั้นเอง
“หัวหน้าเฝิงมาแล้ว! รีบหลีกทาง!”
“ทุกคนเงียบ! ฟังพี่เฝิงพูด!”
มีคนนำหน้าและตามหลัง
เฝิงอี้ที่รูปร่างเตี้ยล่ำเดินเข้ามาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
เพียงแต่เมื่อได้เห็นว่าในกลุ่มคนที่หนีมี “ผู้หญิง” ของตนเองอยู่ด้วย คราวนี้เขาแทบจะเดือดดาลขึ้นมาทันที
เขาพยายามข่มความโกรธไว้ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีที่ดุร้ายก่อนหน้านี้ เค้นรอยยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ:
“พี่น้องทุกท่าน มีเรื่องอะไรเรามาคุยกันดีๆ นะครับ”
“ที่มั่นแห่งนี้สร้างขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าเฝิงอี้ อย่างน้อยก็เคยช่วยชีวิตทุกท่านไว้ใช่ไหมครับ?”
ช่วยชีวิตพวกเรา?
คำพูดนี้พอหลุดออกมา ก็ทำเอาผู้รอดชีวิตหลายคนอดไม่ได้ที่จะด่าทอในใจ
เป็นพวกเราที่หลบอยู่ในเมืองซ่อมรถยนต์แห่งนี้ แล้วตอนหลังก็โดนพวกแกมายึด!
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกแกเคยฆ่าซอมบี้ที่ไหนกัน?
วันๆ ก็เอาแต่หลบอยู่ที่นี่ กดขี่ข่มเหงผู้รอดชีวิตหาความสุข คนที่ตายด้วยน้ำมือของเฝิงอี้ เกรงว่าจะมากกว่าคนที่ตายจากปากซอมบี้เสียอีก
ทุกคนพยายามข่มความคับแค้นใจไว้ มองดูหัวหน้าที่มั่นคนเก่าด้วยสายตาที่เป็นศัตรูและแน่วแน่