เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.692 - ปรมาจารย์หุ่นเชิดแห่งความตายตัวจริง

Ep.692 - ปรมาจารย์หุ่นเชิดแห่งความตายตัวจริง

Ep.692 - ปรมาจารย์หุ่นเชิดแห่งความตายตัวจริง


2/4

Ep.692 - ปรมาจารย์หุ่นเชิดแห่งความตายตัวจริง

ที่ฉินเฟิงเอ่ยข้อเสนอดังกล่าวไป ไม่ใช่เพราะเขาเจตนาดี แต่ไม่อยากให้ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกที่ตนเป็นคนก่อ สร้างผลกระทบต่อประวัติศาสตร์มากเกินไป เพราะสิ่งที่ตามมาในภายหลังอาจต่างไปจากที่ตนเคยล่วงรู้อย่างสิ้นเชิง

ก่อนเกิดใหม่ ตงหยางไม่ได้มาถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ต้นๆดั่งในชีวิตนี้ เขาต้องคอยรับมือกับวิกฤตสึนามิในเมืองตงไห่

ส่วนเรื่องที่ว่าเขาเกิดความขัดแย้งกับโอเบอร์หรือไม่ ฉินเฟิงไม่ทราบ

แต่หากจ้าวพรมแดนเสียชีวิตเพราะการกระทำของฉินเฟิง เรื่องราวคงลุกลามเกินกว่าฉินเฟิงจะควบคุมได้ เพราะอีกฝ่ายยังมีเรื่องราวอีกมากต้องทำ เกรงว่าอนาคตจากนี้คงวุ่นวายไม่น้อย

ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้พอที่สามารถใช้พลังสมาธิสื่อสารกันได้ ฉินเฟิงกระทั่งให้ตงหยางสวมใส่อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็ก นี่เป็นเทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆที่ฉินเฟิงได้รับมาจากในดินแดนล่มสลายของเผ่าวิญญาณ หากมีมัน สามารถติดต่อกันได้ในระยะหมื่นเมตร!

หลังจากทั้งสองแยกจากกัน ฉินเฟิงยังคงออกล่าสัตว์ร้าย และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นหุ่นเชิด ร่วมมือกับไป๋หลีเริ่มเก็บกวาดสมบัติทั้งหมดที่พวกเขาสามารถรับรู้ถึงมัน

แต่ในเวลานั้นเอง โอเบอร์ที่จากไป เนื่องจากเจ้าตัวหนีด้วยความเร็วเต็มพิกัด ดังนั้นหลุดพ้นจากตำแหน่งที่ฉินเฟิงออกสำรวจ มาโผล่ยังจุดที่สัตว์ร้ายรอบๆไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ทำให้เจ้าตัวพบสมบัติมากมาย เริ่มเก็บเกี่ยวมันอย่างบ้างคลั่ง

ผู้ใช้พลังที่อยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้ หากไม่นับการดำรงอยู่ของผู้ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับเขมือบฟ้า(ในชีวิตก่อน) และคนที่บังเกิดประสบอุบัติเหตุในภายหลังแล้ว ในจำนวนนั้นมีตัวตนที่สามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล S ในอนาคตได้เป็นจำนวนมาก

และโอเบอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

แค่นี้ก็พอจะบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่าพลังที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ปลดปล่อยออกมา มันมีประสิทธิภาพขนาดไหน!

โอเบอร์ไปถึงหนึ่งในสถานที่อุดมไปด้วยพลังงานอย่างรวดเร็วจากการรับรู้ของเขา แต่เมื่อมาถึง จมูกของเขาก็ต้องขยับฟุดฟิดอีกครั้ง นั่นเพราะมันสูดดมได้ถึงกลิ่นอายของความตาย

ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายชนิดนี้ยังเน่าเหม็น ชวนให้คนที่สูดดมเข้าปอดรู้สึกวิงเวียนศีรษะ

เป็นศพพิษ!

ศพพิษชนิดนี้ ไม่สามารถใช้เทคนิคหุ่นเชิดแห่งความตายแบบธรรมดาควบคุมได้อีกต่อไป

โอเบอร์กวาดสายตามอง และพบกับเนื้อเน่าเปื่อยตามพื้นดิน เขาบังเกิดคำถามแปลกๆขึ้นจิตใจ นี่คล้ายเป็นความรู้สึกอันคลุมเครือ แต่เขาก็ได้รับคำตอบนั้นอย่างรวดเร็ว

ห่างออกไปไม่เกิน 500 เมตร ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งกำลังยืนมองคนตรงหน้าด้วยความสนใจ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายตระหนักได้ถึงการมาเยือนของโอเบอร์

แน่นอน ว่ากลิ่นอายของชายคนนี้ ตอนแรกโอเบอร์ไม่อาจสัมผัสได้ถึงมัน เพราะอีกฝ่ายคือผู้ใช้อบิลิตี้มืด

“คุนซาร์!” โอเบอร์หันขวับไปมองชายหนุ่มร่างกายผอมแห้งในชุดคลุมดำ อีกฝ่ายไม่ต่างจากหนังหุ้มกระดูก คล้ายเป็นคนที่ไม่ได้รับสารอาหาร

“โอเบอร์!” อีกฝ่ายกล่าวทักทาย ควบคุมหุ่นเชิดแห่งความตายให้ออกมารวมตัวกัน คล้ายเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีของโอเบอร์ตลอดเวลา มีกระทั่งร่องรอยของความละโมบสะท้อนในแววตาของเขา ดูเหมือนกำลังคิดอ่านในใจว่า จะฆ่าโอเบอร์ดีหรือไม่?

คนๆนี้ คือคนที่โอเบอร์เพิ่งกล่าวถึงก่อนจะหลบหนีมา เป็นผู้ใช้อบิลิตี้มืดเลเวล A ชื่อว่าคุนซาร์!

“ถ้านายอยู่ที่นี่ แล้วคนที่ฉันพบก่อนหน้านี้มันเป็นใครกัน?” โอเบอร์มองคุนซาร์ และพบว่าหุ่นเชิดแห่งความตายของอีกฝ่าย มีแค่ 5 ตัวเท่านั้น แต่ข้างกายอีกฝ่ายยังมีคนในชุดคลุมดำอีกหนึ่ง แต่โอเบอร์ทราบดี ว่านั่นไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดของคุนซาร์

นั่นคือผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S ที่จบชีวิตลงในพันธมิตรเอเชียตะวันตก หลังจากอีกฝ่ายตกลงสู่ความตาย ศพก็ถูกขโมยและเข้าควบคุมโดยคุนซาร์ เพราะเหตุนี้เอง คุนซาร์เลยถูกออกหมายจับจากฝั่งพันธมิตรเอเชียตะวันตก อีกฝ่ายตัดสินใจเข้าร่วมกับองค์กรมืดทันที เริ่มทำการทดลองอันน่าหวาดกลัว และงานวิจัยอันไร้มนุษยธรรม

โอเบอร์มองไปยังหุ่นเชิดทั้งห้าของคุนซาร์ แต่พบว่ามันเป็นเพียงระดับนายพลเท่านั้น หากไม่นับหุ่นเชิดผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S ที่เขาหวาดกลัวแล้ว ความแข็งแกร่งของคุนซาร์อยู่แค่เลเวล A1 เท่านั้น ร่างกายก็บอบบางอ่อนแอ แค่โอเบอร์โจมตีโดนเพียงครั้งเดียวก็สามารถปลิดชีวิตอีกฝ่ายได้อย่างไม่ต้องสงสัย

เพียงแต่ โอเบอร์ยังถือว่าปราดเปรื่อง เขาคิดหาวิธีที่ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันให้ยุ่งยาก

“ฮี่ ฮี่ พูดไปนายอาจจะไม่เชื่อ แต่ในระหว่างที่ฉันกำลังไล่ล่าจ้าวพรมแดนตะวันออกของพันธมิตรหัวเซี่ยเมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆก็บังเอิญไปปะทะเข้ากับผู้ใช้อบิลิตี้มืด เขาสามารถควบคุมสัตว์ร้ายได้เป็นฝูง และดูจากจำนวนแล้ว น่าจะมีอย่างน้อยก็สิบตัว!”

ดวงตาของคุนซาร์หรี่แคบลงทันที

“นี่นายพูดจริงเหรอ?”

“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องโกหกนาย”

แววตาของคุนซาร์สาดประกายมืดมน

โอเบอร์พอจะรู้เรื่องมาบ้าง ว่าก่อนหน้านี้คุนซาร์เคยออกล่าผู้ใช้อบิลิตี้มืดอยู่หลายคน ด้วยเหตุผลง่ายๆแค่เพราะเรื่องของหุ่นเชิดแห่งความตาย ซึ่งถือเป็นอาวุธของคุนซาร์ คล้ายๆกับอาวุธปืนของพวกมือปืน

ในความเป็นจริงแล้วตราบใดที่ครอบครองอักษรรูนจำนวนมาก และมีพลังสมาธิแข็งแกร่ง คนอื่นๆสามารถแย่งชิงหุ่นเชิดแห่งความตายไปได้เช่นกัน อันที่จริงมันไม่น่าเป็นปัญหาอะไร

แต่บังเอิญว่าคุนซาร์ดันมีหุ่นเชิดเลเวล S อยู่ในครอบครอง

ด้วยเหตุนี้เอง เขาเลยหวาดกลัวว่าจะมีผู้ใช้อบิลิตี้มืดที่แข็งแกร่งกว่ามาแย่งชิงสมบัติของตนไป ด้วยเหตุนี้ คุนซาร์เลยออกสังหารผู้คนบริสุทธิ์มากมาย และโอเบอร์ต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้

“ฮี่ ฮี่ พวกเขาอยู่ทางนั้น ถือซะว่าเป็นน้ำใจจากฉันที่ช่วยเตือนนาย”

สิ้นเสียง โอเบอร์ดีดผึงจากไปดั่งสายฟ้าฟาด เหลือเฉพาะคุนซาร์ที่สายตาเริ่มเย็นชาลง จากนั้นควบคุมหุ่นเชิดแห่งความตายประกบรอบตัวเขา และนำหุ่นเชิดผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S ข้างกาย ติดตามไปยังทิศทางของฉินเฟิง

เพียงแต่ว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาค่อนข้างไกล ไหนจะความจริงที่ว่าปัจจุบันทุกพื้นที่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ล้วนอันตราย ดังนั้นกว่าคุนซาร์จะสามารถเข้าไปใกล้ตำแหน่งของฉินเฟิง เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสามชั่วโมง

กระนั้น แม้ทั้งสองต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ใช้อบิลิตี้มืด แต่เป็นฉินเฟิงที่สามารถตระหนักถึงอีกฝ่ายก่อน

เนื่องจากพลังสมาธิของฉินเฟิงทรงพลังมาก ไหนจะเรื่องที่ครอบครองอักษรรูนมืดปริมาณมหาศาลจนน่าหวาดกลัว ดังนั้นการพบคุนซาร์จึงไม่ใช่เรื่องยาก

“ที่แท้ก็เป็นคุนซาร์แห่งพันธมิตรองค์กรมืดแห่งเอเชียตะวันตก!” ฉินเฟิงรับรู้ถึงผู้มาเยือน

อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา ฉินเฟิงกลับแสยะยิ้มหยัน

“มาได้จังหวะพอดีเลย! ศัตรูในชีวิตก่อน ในที่สุดก็ถึงเวลาชำระบัญชีแค้นกันในชีวิตนี้ !” ดวงตาของฉินเฟิงสาดประกายสังหาร

ก่อนที่เขาจะเกิดใหม่ ฉินเฟิงมีสถานะเป็นราชาทหารรับจ้าง เขาเหยียบย่ำไปทั่วทุกมุมโลก พันธมิตรเอเชียตะวันตกห่างจากพันธมิตรหัวเซี่ยแค่ฟากชายทะเลเท่านั้น ในทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ใหญ่ขึ้น ล้วนมีโอกาสที่ผู้ใช้พลังเลเวล A จากทั่วทุกมุมโลกจะมุ่งหน้าไปที่นั่น

และในปรากฏการณ์ใหญ่ที่ว่า ทำให้ฉินเฟิงได้ปะทะกับคุนซาร์อยู่หลายครั้ง หากไม่ใช่เพราะพลังพิเศษดูดกลืนของเขา ที่ลดทอนประสิทธิภาพจนเหลือไม่ถึง 1% ช่วยชีวิตเอาไว้ ฉินเฟิงคงตายไปแล้วไม่น้อยกว่า 800 ครั้ง

และคุนซาร์คนนี้คือหนึ่งในศัตรูจากชีวิตก่อนที่เกือบสังหารเขา

“บังเอิญเจอกันแบบนี้ ดูเหมือนว่าคงต้องมอบของขวัญชิ้นใหญ่ต้อนรับสหายเก่าซะแล้ว!”

ฉินเฟิงกระตุ้นหุ่นเชิดสัตว์ร้ายที่กระจายอยู่รอบเขานับร้อยตัว อักษรรูนมืดปกคลุมกลิ่นอายของพวกมันอีกชั้น ให้เหลือเพียงตัวเขาและสัตว์ร้ายอ่อนแอที่สุดห้าตน ส่วนที่เหลือไม่เปิดเผยร่องรอยใดๆ

ฉินเฟิงเองก็ทราบเช่นกัน ว่าเจ้าคุนซาร์คนนี้ มีเป้าหมายในการกำจัดผู้ใช้อบิลิตี้มืด ดังนั้นหากอีกฝ่ายค้นพบตน มันจะต้องมาอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ฉินเฟิงเลยใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เพื่อตกปลาที่ชื่อว่าคุนซาร์

จากมุมมองนี้ บ่งบอกได้ชัดว่าโอเบอร์เจ้าเล่ห์แค่ไหน เพราะเมื่อสามชั่วโมงก่อน จำนวนสัตว์ร้ายที่ฉินเฟิงควบคุมน่ะมีมากกว่า 30 ตัว ทว่าโอเบอร์กลับบอกว่ามีแค่ 10 ตัวเท่านั้น คุนซาร์เลยเข้าใจว่าฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก ถือเป็นภัยคุกคามต่อเขา แต่ด้วยการดำรงอยู่ของหุ่นเชิดผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S เลยเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่หวาดกลัว!

ปัจจุบัน คุนซาร์ค่อยๆเหยียบย่างเข้ามาใกล้ฉินเฟิงทีละก้าว ทีละก้าว ไม่นานกลิ่นอายจากอบิลิตี้ของฉินเฟิงก็กระทบเข้ากับพลังสมาธิของเขา

“อ๋า? เจอตัวแล้ว?”

“แต่เขาเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล B มิใช่หรือ? แถมยังมีหุ่นเชิดแห่งความตายแค่ 5 ตัวเท่านั้น ไม่เห็นเหมือนกับที่โอเบอร์พูดเอาไว้เลย แต่ในเมื่อเป็นแค่เลเวล B บางทีหุ่นเชิดตัวอื่นอาจพังทลายลงระหว่างต่อสู้ก็ได้”

“หึ! ดันมาเจอฉัน ถือว่าเป็นโชคร้ายของแก!”

คุนซาร์ไม่ทันสังเกตเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล เขากระทั่งให้ยกอ้างเหตุผลให้แก่ตนเอง ไม่ช้าก็เริ่มควบคุมหุ่นเชิดสัตว์ร้ายรอบตัว มุ่งหน้าไปยังทิศทางของฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ Ep.692 - ปรมาจารย์หุ่นเชิดแห่งความตายตัวจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว