- หน้าแรก
- พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้
- บทที่ 398: หน่วยสอดแนมว่างเจียง
บทที่ 398: หน่วยสอดแนมว่างเจียง
บทที่ 398: หน่วยสอดแนมว่างเจียง
ณ จุดบริการร้างชานเมือง บนเส้นทางระหว่างหลินเจียงและว่างเจียง
“มีคำสั่งใหม่จากกองบัญชาการส่งมาบ้างไหม”
ภายในร้านสะดวกซื้อที่ข้าวของพังพินาศเกลื่อนกลาด หญิงสาวในชุดเครื่องแบบทหารลายพรางผู้รวบผมหางม้าอย่างกระฉับกระเฉงเอ่ยถามขึ้น สายตาของเธอจับจ้องไปยังทหารที่กำลังง่วนอยู่กับการปรับคลื่นวิทยุสื่อสาร แววตาฉายประกายกังวลวูบหนึ่ง
ในฐานะหน่วยสอดแนมแห่งเขตทหารว่างเจียง พวกเขาอยู่ห่างจากตำแหน่งที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นหลงอันเพียงไม่กี่อึดใจ
จากคำให้การของถังเทียนและคนอื่นๆ สถานที่ที่หลินอันน่าจะใช้ก่อร่างสร้างฐานทัพได้นั้นมีอยู่เพียงหยิบมือ
หลังต้องสังเวยชีวิตทหารจำนวนมากเพื่อนำฟุตเทจจากกล้องวงจรปิดในเมืองหลินเจียงกลับมา ในที่สุดพวกเขาก็ไขร่องรอยของหลินอันก่อนวันสิ้นโลกได้สำเร็จ
บ้านถังหว่าน... บริษัทสินเชื่อ... บริษัทยา... ถนนเฟิ่งหมิงหมายเลข 97... ???... ชุมชนเหอหยวน... ???
จากภาพในกล้องวงจรปิด ทิศทางสุดท้ายที่หลินอันออกจากเมืองถูกล็อกเป้าไว้ที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้
หลังจากการตรวจสอบข้อมูลกับเขตทหารเมืองหลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเป็นไปได้ที่หลินอันคนนี้จะเป็นคนเดียวกับเป้าหมายในภารกิจก็พุ่งสูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์
ด้วยเหตุนี้ เขตทหารว่างเจียงจึงได้เปิดฉากปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน
หากมิใช่เพราะอุปสรรคจากฝูงซอมบี้และอสูรกลายพันธุ์ ประกอบกับความเหนื่อยล้าจากการต้องคอยระแวดระวังภัยอยู่ตลอดเวลา ตำแหน่งของฐานที่มั่นหลงอันคงถูกกระชากออกมาตีแผ่ไปนานแล้ว
“หัวหน้าเกา ทางกองบัญชาการไม่มีคำสั่งใหม่ครับ”
“แต่มีข้อความสื่อสารฉบับหนึ่ง... กองบัญชาการต้องการให้เราติดตามความเคลื่อนไหวของคลื่นซอมบี้”
“จากข้อมูลที่เมืองหลวงส่งมา คลื่นซอมบี้ที่กำลังรวมตัวกันครั้งนี้ น่าจะถูกปลุกปั่นโดยฐานที่มั่นหลงอัน”
“ตามการคำนวณ ฐานที่มั่นหลงอันกำลังจะเผชิญหน้ากับภารกิจป้องกันเมือง”
“ขอเพียงเราตามรอยฝูงซอมบี้ไป ก็จะพบที่ตั้งของฐานที่มั่นหลงอันได้อย่างแน่นอน!”
ทหารหนุ่มผู้ดูแลเครื่องรับส่งวิทยุเอ่ยขึ้นอย่างลิงโลด
เมื่อหกชั่วโมงก่อน พวกเขาได้เผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้ที่กำลังรวมตัวกัน คลื่นซอมบี้กลุ่มนี้เคลื่อนทัพอย่างพร้อมเพรียงกันอย่างน่าขนลุก แถมภายในฝูงยังมีอสูรกลายพันธุ์ปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าปลายทางของพวกมันต้องเป็นฐานที่มั่นหลงอันอย่างไม่ต้องสงสัย
หน่วยของพวกเขาช่าง "โชคดี" เสียเหลือเกิน
เมื่อนึกถึงคำสั่งและรางวัลมหาศาลที่ทางเขตทหารเสนอให้ ทั้งหน่วยก็พลันรู้สึกคึกคักฮึกเหิมขึ้นมาทันที
ไม่เพียงแต่เขตทหารของพวกเขาที่ตั้งรางวัลไว้สูงลิ่ว แต่เขตทหารเมืองหลวงยังประกาศก้องว่าใครก็ตามที่พบตัวหลินอันและฐานที่มั่นหลงอันได้ก่อน...
ไม่ว่ายศใดก็ตาม จะได้รับการเลื่อนยศเป็น ‘ผู้พัน’ ทันที!
และนี่ไม่ใช่ยศลอยๆ แต่เป็นยศที่มาพร้อมกับอำนาจบัญชาการทหารที่แท้จริง!
ส่วนยุทโธปกรณ์ ทักษะ เสบียง และเกียรติยศนั้น ยิ่งมากมายจนน่าอิจฉาตาร้อน!
รางวัลของการตามหาหลินอัน เรียกได้ว่าเป็นการทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์ในก้าวเดียว
หญิงสาวผู้เป็นหัวหน้าหน่วยมีนามว่า เกาเยี่ยน
เธอมองลูกทีมที่เริ่มจับกลุ่มคุยกันเสียงเบาด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเงียบๆ
คำสั่งที่ได้รับมา ไม่ใช่แค่ให้ตามหาฐานที่มั่นหลงอัน แต่ยังต้องระบุพิกัดที่แม่นยำสำหรับทิ้งระเบิดด้วย
พิกัดที่ว่านี้ต้องการความแม่นยำสูงลิบ หากไม่เข้าใกล้หรือแฝงตัวเข้าไปในอาณาบริเวณ ก็ไม่มีทางได้ข้อมูลมา
เมื่อไม่มีดาวเทียมระบุตำแหน่ง ก็ต้องอาศัยคนแบกเครื่องยิงเลเซอร์เข้าไปตรวจวัดเท่านั้น
...อันตราย...
ใครจะล่วงรู้ได้ว่าระบบป้องกันของฐานที่มั่นหลงอันเป็นเช่นไร? ยิ่งไปกว่านั้น การจะสะกดรอยตามฝูงซอมบี้เพื่อค้นหาเขตปลอดภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หากพลาดพลั้งไปปลุกปั่นอสูรกลายพันธุ์เข้า หน่วยของพวกเขาคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะต่อต้าน
แม้ว่าทุกคนในหน่วยจะเป็นผู้ปลุกพลัง แต่ในบรรดาสมาชิกทั้งเจ็ดคน มีเพียงสามคนเท่านั้นที่เป็นระดับหนึ่ง
เกาเยี่ยนฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก เธอไม่ต้องการทำลายขวัญและกำลังใจของลูกทีม
จ้าวจื้อผิง รองหัวหน้าที่กำลังนั่งยองๆ เตรียมอาหารอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ จึงเอ่ยปลอบด้วยรอยยิ้ม
“หัวหน้าเกา กังวลว่าการเผชิญหน้ากับฐานที่มั่นหลงอันจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นหรือครับ”
“จริงๆ แล้วไม่มีอะไรต้องกังวลเลย”
“แม้เราจะไม่รู้ว่าทำไมฐานที่มั่นหลงอันถึงไม่ยอมตอบสนองเรามาตลอด แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นศัตรูออกมา”
“เราเป็นตัวแทนของทางการ ต่อให้ตัวตนเราถูกเปิดโปง พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรเราหรอก”
“แผนการของเบื้องบน ตราบใดที่เราไม่ปริปาก พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องการอะไร”
“ทางกองบัญชาการเคยมีข้อสันนิษฐานไม่ใช่หรือครับ ว่าหลินอันเป็นคนใจคอคับแคบ ไร้วิสัยทัศน์”
“เป็นไปได้ว่าเขาแค่ไม่อยากรับใช้ชาติ ก็เลยเลือกที่จะซ่อนตัว”
“เรื่องนี้ เราก็ได้พิสูจน์จากปากคู่หมั้นของเขาแล้วไม่ใช่หรือครับ”
น้ำเสียงของเขาเจือความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง
จ้าวจื้อผิงนึกถึงคำให้การของถังหว่านระหว่างการสอบสวน ม่านหมอกลึกลับที่เคยห่อหุ้มตัวหลินอันอยู่ราวกับถูกกระชากออกจนหมดสิ้น
ก่อนที่จะรู้ว่าหลินอันเป็นใคร ผู้รอดชีวิตแทบทุกคนต่างจินตนาการว่าเขาเป็นบุคคลลึกลับและทรงอำนาจ
ผู้คลั่งไคล้หลายคนถึงกับเสริมแต่งประวัติตำนานให้หลินอัน
บ้างก็ว่าเป็นตระกูลสันโดษ บ้างก็ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งลึกลับก่อนวันสิ้นโลก
ถึงขั้นมีคนบอกว่าเขาเป็นผู้ที่ครอบครองพลังเหนือธรรมชาติได้ตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกเสียอีก เพราะตอนนี้เมื่อมีผู้ปลุกพลังแล้ว หลายคนจึงเชื่อว่าพลังพิเศษในนิยายหรือภาพยนตร์อาจมีอยู่จริงก่อนวันสิ้นโลกก็ได้
แม้ว่าข่าวคราวเกี่ยวกับหลินอันในช่องสนทนาจะมีแต่ด้านลบ แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางจินตนาการของผู้คน
เขตปลอดภัยแห่งแรกของโลก คนธรรมดาจะทำได้อย่างไร?
แต่หลังจาก "จับกุม" ครอบครัวถังหว่านได้ พวกเขาที่รู้ความจริงก็แทบไม่เห็นหลินอันอยู่ในสายตาอีกต่อไป
ตามคำบอกเล่าของถังหว่าน หลินอันเป็นเพียงทหารผ่านศึกคนหนึ่ง
งานประจำของเขาคือการขนส่งยา ถ้าพูดให้ดูดีหน่อยก็คือเจ้าหน้าที่ขนส่งพิเศษ แต่ถ้าพูดให้ต่ำลงก็คือพนักงานรักษาความปลอดภัยที่คอยส่งของ
ไม่มีอะไรพิเศษ แถมยังขี้เหนียวอีกต่างหาก?
ตามที่ถังหว่านเล่า หลินอันทะเลาะกับเธออย่างหนักเพราะเสียดายค่าสินสอด
แต่จริงๆ แล้วหลินอันรักเธอมาก ถ้าไม่ใช่เพราะต้องพลัดพราก ป่านนี้ถังหว่านคงได้ใช้ชีวิตอยู่กับหลินอันไปแล้ว
คำให้การเหล่านี้ ทำให้เจ้าหน้าที่สอบสวนถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ข่าวลือที่ว่าหลินอันมีพลังแข็งแกร่งตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกก็พังทลายลง
จากคำบรรยาย หลินอันเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง เป็นผู้โชคดีที่บังเอิญถูกหวยรางวัลใหญ่เท่านั้น
เกาเยี่ยนพยักหน้ารับฟัง และไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น
ใช่แล้ว สำหรับคนที่ไม่รู้แผนการหลงอัน หลินอันก็ไม่มีอะไรพิเศษจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไม่มีชื่อของเขาปรากฏบนอันดับผู้แข็งแกร่งเลย
ในบรรดาผู้รอดชีวิตเกือบหกพันล้านคนทั่วประเทศจีน มีผู้แข็งแกร่งระดับสองปรากฏตัวขึ้นแล้วกว่าเจ็ดสิบคน
หลินอัน... ผู้ปลุกพลังที่ไม่มีชื่ออยู่บนอันดับ อย่างเก่งก็คงอยู่แค่ระดับหนึ่ง
สิ่งนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการสร้างเขตปลอดภัยของหลินอันเป็นเพียงเรื่องฉวยโอกาส
การที่ไม่กล้าประกาศรับคนในช่องสนทนา อาจเป็นเพราะในฐานที่มั่นหลงอันแทบไม่มีผู้ปลุกพลังเลยก็ได้
อาจจะเป็นเพียงกองกำลังเล็กๆ ที่ดูซอมซ่อ? บางทีตอนนี้อาจจะกำลังหัวหมุนอยู่กับการรับมือซอมบี้กลุ่มเล็กๆ ก็เป็นได้
เมื่อหม้อไฟร้อนได้ที่ กลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยฟุ้งไปทั่วร้านสะดวกซื้อ
เหล่าทหารที่เดินทัพมาทั้งวันโดยไม่มีอะไรตกถึงท้องต่างก็เบิกบานใจ
พวกเขาไม่สนใจซากศพซอมบี้ที่เพิ่งฆ่าไปซึ่งกองอยู่แทบเท้า บางคนถึงกับเหยียบอกซอมบี้แล้วเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
กลิ่นหอมฟุ้งเต็มปาก
ทหารหนุ่มคนหนึ่งคีบลูกชิ้นขึ้นมา เป่าลมฟู่ๆ แล้วกลืนลงท้อง
“หัวหน้าเกา อย่าคิดมากเลยครับ”
“บางทีหลินอันคนนั้นอาจจะสู้รองหัวหน้าของเราไม่ได้ด้วยซ้ำ”
หม้อไฟเดือดปุดๆ ส่งเสียงดัง ทุกคนต่างหันไปมองจ้าวจื้อผิงที่ยิ้มอย่างพึงพอใจ
ในฐานะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหน่วย พวกเขารู้ดีว่าจ้าวจื้อผิงชอบหัวหน้าของตน
ในฐานะลูกน้อง พวกเขาย่อมรู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร