- หน้าแรก
- พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้
- บทที่ 354: หนึ่งคนต่อกรทั่วหล้า
บทที่ 354: หนึ่งคนต่อกรทั่วหล้า
บทที่ 354: หนึ่งคนต่อกรทั่วหล้า
ภายในห้องประชุม หลินอันนำพรรคพวกของเขานั่งลงตรงข้ามกัน ห้องประชุมที่กว้างขวางพอที่จะจุคนได้เป็นร้อย บัดนี้กลับมีคนอยู่ไม่ถึงสิบคน
แม้ว่าห้องจะเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี แต่ในความเงียบสงัด ก็ยังคงได้ยินเสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งจากทั่วทั้งเมืองเล็ดลอดเข้ามาเป็นระยะ
คอสแมนยังคงไม่สามารถสงบสติอารมณ์ของตนเองได้ เขามองดูหลินอันผู้ซึ่งนั่งอยู่ ณ ตำแหน่งประธานด้วยความยำเกรงสุดหัวใจ เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์และสุขุมลุ่มลึก แตกต่างจากฝูงชนที่ถูกปลุกปั่นได้ง่าย แต่ภายใต้กระแสอารมณ์ของผู้คนนับล้าน เขาก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความสงสัยและความตกตะลึงอย่างรุนแรงขึ้นในใจ
หรือว่า... หลินอันจะเป็นเทพเจ้าจริงๆ? หรืออาจจะเป็นทูตสวรรค์?
พลังอำนาจเช่นนี้ มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว...
ถ้าหากไม่ใช่... ภาพลักษณ์ที่หลินอันจงใจสร้างขึ้นมาก็สามารถอธิบายได้เพียงเรื่องเดียว...
บุรุษผู้นี้ เชี่ยวชาญในการชักจูงใจคนอย่างถึงที่สุด
การทุ่มเทลงทุนลงแรงถึงเพียงนี้เพื่อแสดงปาฏิหาริย์ต่อหน้าสาธารณชน... สิ่งที่เขาปรารถนาย่อมต้องยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ตนจะจินตนาการได้
ทั้งประหลาดใจและตกตะลึง... คอสแมนถึงกับไม่กล้าที่จะขบคิดให้ลึกซึ้งไปกว่านี้
แตกต่างจากคอสแมน... แอนนาที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่งกลับมีดวงตาเป็นประกาย นางมองหลินอันด้วยลมหายใจที่หอบถี่ ในใจของนางไม่มีความสงสัยหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย ในความคิดของนาง หลินอันต้องเป็นหนึ่งในตัวตนที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ศาสนาอย่างแน่นอน
การกวาดล้างความมืดมิดและนำมาซึ่งแสงสว่าง... หากไม่ใช่เทพเจ้าแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
หากหลินอันบัญชาให้นางพุ่งเข้าหาฝูงซอมบี้ในตอนนี้ เกรงว่านางคงจะไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว และจะพุ่งทะยานเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต
เกาเทียนที่นั่งอยู่ข้างกายหลินอันสังเกตเห็นสีหน้าของคนอื่นๆ ด้วยแววตาที่ซับซ้อน
การสร้างบารมีของหัวหน้าหลินในครั้งนี้ได้ผลอย่างยอดเยี่ยม อย่างน้อยในระยะเวลาอันสั้นนี้ ทั่วทั้งโพลาก้าคงไม่มีผู้ใดกล้าคิดคดทรยศเป็นแน่
เมื่อเทียบกับภัยคุกคามแห่งความตายแล้ว... ศรัทธาทางศาสนาคืออาวุธขั้นสูงสุดในการควบคุมจิตใจคน
ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ...
เจ้าหมีโง่ที่อยู่ข้างๆ เริ่มจะทนไม่ไหว เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสบายๆ:
“หัวหน้าหลิน ก้าวต่อไปเราจะทำยังไงกันดี”
“จะส่งทหารไปยึดเขตปลอดภัยอื่นเลยรึเปล่า?”
คอสแมนได้ยินดังนั้นก็ใจหายวาบ หางตาของเขาลอบชำเลืองมองสีหน้าของหลินอันและทูตพิเศษจากเขตปลอดภัยอื่น
เป็นไปตามคาด!
ไม่ว่าหลินอันจะมีที่มาที่ไปอย่างไร... จะเป็นตัวตนในตำนานจริงหรือไม่... เป้าหมายของเขาย่อมไม่ใช่แค่โพลาก้า!
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลินอันก็ค่อยๆ เอ่ยปาก:
“ยังไม่ส่งทหารไปในตอนนี้”
“ก่อนอื่นให้ตัดต่อวิดีโอที่บันทึกไว้ในวันนี้ แล้วส่งไปยังผู้นำของเขตปลอดภัยใหญ่ๆ ทุกแห่ง”
“โพลาก้ามีการติดต่อกับเขตปลอดภัยส่วนใหญ่ไม่ใช่รึ?”
“ก็จงบอกพวกมันไปตรงๆ”
“ภายในสามวัน... ข้าต้องการเห็นทุกเขตปลอดภัยยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข!”
เกาเทียนได้ฟังก็ถึงกับชะงัก
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ไม่คิดจะขัดแย้งอะไรอีก ในเมื่อหลินอันตัดสินใจเช่นนี้แล้ว เขาก็ทำได้เพียงปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไข
“หัวหน้าหลิน”
“แค่ส่งวิดีโอไปให้พวกมันเท่านั้นหรือครับ?”
“ถ้าเราไม่รวบรวมกำลังทหารไปกดดัน ผมคิดว่าพวกมันคงไม่ยอมจำนนง่ายๆ”
“กระทั่ง...”
เกาเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดถึงการคาดเดาของตนเอง:
“ผมเกรงว่าพวกมันอาจจะคิดว่าวิดีโอเป็นของปลอม”
“และทันทีที่วิดีโอถูกส่งไป ไม่มากก็น้อยพวกมันก็จะเริ่มระแวดระวังตัว”
“ผมคิดว่าการส่งทหารไปโจมตีโดยตรง แล้วค่อยฉายวิดีโอไปพร้อมๆ กัน หรือปล่อยวิดีโอในช่วงที่กำลังจะสยบพวกมัน เพื่อทำลายขวัญกำลังใจในการต่อต้านอาจจะดีกว่า”
เมื่อคำพูดนี้สิ้นสุดลง ทุกคนในที่นั้นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
ผู้นำของเขตปลอดภัยต่างๆ ไม่น่าจะยอมจำนนเพียงเพราะได้ดูวิดีโอแค่คลิปเดียว
ล้อกันเล่นหรือไร...
ผู้ปกครองที่ไหนบ้างที่จะไม่เสพสุขกับอำนาจสูงสุด ใครมันจะยอมสละบัลลังก์ของตนเองง่ายๆ?
พวกเขาล้วนคิดว่าที่หลินอันอุตส่าห์ให้คนบันทึกวิดีโอไว้ ก็เพื่อความสะดวกในการรวบรวมใจคนในภายหลัง ท้ายที่สุดแล้ว เขตปลอดภัยมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน เป็นไปไม่ได้ที่หลินอันจะไปแสดง “ปาฏิหาริย์” ทุกครั้งที่ยึดครองเขตปลอดภัยแห่งใหม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงว่ามันจะยุ่งยากแค่ไหน แค่เวลาก็ไม่พอแล้ว
ท่ามกลางผู้คนในที่นั้น มีเพียงแอนนาผู้เดียวที่เอ่ยค้านด้วยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยศรัทธาอันบริสุทธิ์:
“เมื่อพวกเขาได้เห็น ‘ปาฏิหาริย์’ แล้ว ก็จะยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านหลินอันเอง!”
“เหล่าวิญญาณอันแปดเปื้อนบาปเหล่านั้น จะได้รับการไถ่บาปภายใต้แสงศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน!”
น้ำเสียงของนางแน่วแน่...
แอนนาผู้ซึ่งถูก “ปาฏิหาริย์” พิชิตใจไปโดยสิ้นเชิงได้สูญเสียความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลไปแล้ว แม้ว่าหลินอันจะบอกว่าแค่ส่งคนไปแจ้งข่าว แล้วทุกขุมกำลังก็จะยอมคุกเข่าคำนับ นางก็จะเชื่อโดยไม่สงสัยแม้แต่น้อย
ทูตสวรรค์... เทพเจ้า...
มีสิ่งใดบ้างที่ทำไม่ได้?
ทุกคนในห้องประชุมไม่สนใจแอนนาที่กำลังคลั่งไคล้ พวกเขาหันไปมองหลินอันผู้เป็นประธาน รอคอยคำบัญชาของเขา
น่าประหลาดใจที่หลินอันเพียงแค่ยิ้มอย่างอ่อนโยน:
“ถูกต้อง”
“ข้าไม่เคยคาดหวังว่าวิดีโอเพียงคลิปเดียวจะทำให้พวกมันยอมจำนนได้”
“แต่สิ่งที่ข้าต้องการ... ก็คือให้พวกมันต่อต้าน”
“ภายในสามวันนี้ จงหาขุมกำลังที่ดื้อรั้นที่สุดออกมา... แล้วเราจะทำลายล้างมันโดยตรง”
“กระบวนการทำลายล้าง... ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ... และบันทึกภาพไว้”
“เชือดไก่ให้ลิงดู... ใครเหิมเกริมที่สุด... ก็จงฆ่ามันผู้นั้น”
คำพูดสั้นกระชับแต่เฉียบขาด
ทุกคนได้ฟังก็พลันเข้าใจในทันที
เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายนัก ในทีมของหลินอัน แม้แต่เจ้าหมีโง่อย่างจางเถี่ยก็ยังอ่านใจของหลินอันออก
การใช้โพลาก้าเป็นตัวอย่างเพื่อข่มขวัญยังไม่เพียงพอ... ก็ต้องเพิ่มอีกสักแห่ง
สมมติว่าหลังจากที่วิดีโอถูกส่งไปยังขุมกำลังต่างๆ แล้ว พวกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ แต่กลับคิดว่านี่เป็นเพียงเล่ห์กลของคนที่ยึดครองโพลาก้าได้ แล้วต้องการจะเดินตามเส้นทางเทวาธิปไตย ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าขุมกำลังส่วนใหญ่จะไม่เชื่อ แต่ไม่มากก็น้อยพวกเขาก็จะเริ่มจับตามองความเคลื่อนไหวของโพลาก้า
และเมื่อถึงตอนนั้น หลินอันก็จะทำการสังหารหมู่ต่อหน้าพวกเขาอีกครั้ง แสดง “ปาฏิหาริย์” ให้เห็นกันจะๆ
ในช่วงเวลาที่พวกเขาดูถูกเหยียดหยามและไม่แยแสที่สุด... ก็ “บอก” ให้พวกเขารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องจริง
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ยังจะมีใครกล้าต่อต้านอีกรึ?
สยบไพรีโดยไม่ต้องรบ...
นี่คือวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
เกาเทียนเมื่อคิดถึงจุดนี้ก็อดทอดถอนใจไม่ได้ ความคิดของเขายังคงถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิมๆ โพลาก้าเองก็ไม่ได้เป็นเขตปลอดภัยที่มีกำลังทหารแข็งแกร่งอะไรนัก ต่อให้รวบรวมขุมกำลังเล็กๆ อื่นๆ เข้ามาได้ ก็ไม่สามารถอาศัยเพียงกำลังทหารเพื่อพิชิตเขตปลอดภัยอื่นได้ และหากทุกครั้งต้องให้หลินอันลงมือเอง ต่อให้ตีเมืองได้วันละเมือง กว่าจะยึดได้หลายร้อยขุมกำลัง ไม่รู้ว่าจะต้องเสียเวลาไปนานแค่ไหน
แตกต่างจากความคิดของคอสแมนและคนอื่นๆ... สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนที่สุดในตอนนี้... ก็คือเวลา
เพียงแต่...
เกาเทียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาสามารถจินตนาการได้เลยว่าขุมกำลัง “ผู้โชคดี” ที่ถูกหลินอันเลือกมาเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูทั่วโลกนั้น... จะต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นใด
การปราบปรามด้วยความรุนแรงและนองเลือดถึงขีดสุดเท่านั้น... จึงจะสามารถข่มขวัญได้ทั่วทุกสารทิศ
ข้างโต๊ะประชุม คอสแมนใช้เวลาครู่หนึ่งจึงจะเข้าใจทุกอย่าง เขาเอ่ยถามอย่างลังเล:
“เช่นนั้น... ฝ่าบาทหลินอัน”
“พวกเราจะต้องให้ความร่วมมือกับท่านอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะให้คัดเลือกกองทัพชั้นยอดไปกดดันชายแดน หรือจะให้ระดมพลทั้งหมด?”
แผนการนี้ในหูของคนอื่นอาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่เมื่อผนวกรวมกับพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของหลินอันแล้ว คอสแมนสามารถจินตนาการได้เลยว่า ถึงตอนนั้นหลินอันก็จะบุกทะลวงเข้าไปยังศูนย์บัญชาการของศัตรูได้อย่างไร้ผู้ต้านทาน... ส่วนกองทัพก็แค่ตามเก็บกวาดไปตลอดทางก็พอ
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ...
หลินอันเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ:
“ไม่จำเป็นต้องมีใครร่วมมือกับข้า”
“ข้าคนเดียว... ก็เกินพอแล้ว”
หากต้องการจะใช้กำลังทหารเพื่อข่มขวัญทั่วโลก...
วิธีที่ดีที่สุด ก็คือการลงมือเพียงลำพัง
เมื่อจะทำ ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด
เมื่อทั้งโลกได้ประจักษ์ว่าคนเพียงคนเดียวสามารถต่อกรกับกองทัพนับล้านได้... ทุกคนก็จะยอมสงบปากสงบคำ... และก้มหัวสวามิภักดิ์แต่โดยดี