เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.675 - การกลับมาที่ทุกคนต้องตกตะลึง

Ep.675 - การกลับมาที่ทุกคนต้องตกตะลึง

Ep.675 - การกลับมาที่ทุกคนต้องตกตะลึง


**ตอนพิเศษ

Ep.675 - การกลับมาที่ทุกคนต้องตกตะลึง

“ได้ไงกัน!?” เห็นได้ชัดว่าเหอเจี๋ยไม่คาดฝันว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นเวลาเดียวกันกับที่ฉินเฟิงกลับมา หากเขาบังเอิญปะทะมันเข้า ไม่ใช่ว่าฉินเฟิงที่อุตส่าห์รอดชีวิตมาได้ ต้องถูกโยนลงสู่อันตรายถึงตายอีกรอบหรอกหรือ?

แต่ทันใดนั้นเอง เหอเจี๋ยพลันนึกขึ้นได้ถึงคำประหลาดที่ฉินเฟิงเอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนหน้านี้

“อย่าบอกนะว่าจะเป็นอย่างที่คิด!” เหอเจี๋ยรีบติดต่อหน่วยลาดตระเวนของท่าเรือ ขอให้พวกเขาเร่งทำการตรวจสอบ ว่าสัตว์ร้ายที่บุกมาคือตัวใด

ขณะเดียวกัน ผู้คนบนท่าเรือ เลเวล B ทั้งที่เตรียมออกทะเล และยังอยู่ในแถบชายฝั่ง ทุกคนต่างตกใจ เปิดระบบปืนใหญ่ไว้พร้อมสรรพ หากสัตว์ร้ายเลเวล A เผยโฉมสู่สายตา จะเปิดฉากถล่มยิงทันที

พวกเขาจะพยายามถ่วงเวลา ยันเอาไว้จนกว่าจ้าวพรมแดนตะวันออกจะปรากฏตัว ถึงเวลานั้นทุกอย่างย่อมได้รับการแก้ไข

เหอเจี๋ยเป็นหนึ่งในผู้บริหารเมืองตงไห่ แม้เจ้าตัวเป็นเพียงผู้ใช้พลังเลเวล C แต่ถือเป็นผู้มีอำนาจคนหนึ่ง ภายใต้คำสั่งของเธอ โดรนได้ถูกส่งออกไป และถ่ายทอดภาพที่อยู่ห่างชายฝั่ง 20 กิโลเมตรกลับมา

บนท้องทะเลสีคราม โครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตอันน่าหวาดกลัว กำลังลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำอย่างเงียบๆ

รูปลักษณ์ของมันดูดุร้าย น่าพรั่นพรึง ชวนให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกจากก้นบึ้งของหัวใจ

โครงกระดูกสีหมึก ถูกถ่ายทอดผ่านหน้าจอ ยามผู้คนจ้องมอง ยังอดสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายที่น่าหวาดกลัว

“เดี๋ยวก่อน บนตำแหน่งหัวของโครงกระดูก มีอะไรบางอย่างอยู่!”

“รีบซูมเข้าไปเร็ว”

“รับทราบ กำลังดำเนินการ”

ช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเหอเจี๋ย หรือหน่วยลาดตระเวน ทั้งหมดต่างเพ่งสมาธิไปยังจุดเดียวกัน กล้องจากโดรนเริ่มทำการซูมภาพใกล้เข้าไป

ไม่นาน บนโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัว ก็ปรากฏเงาร่างของมนุษย์ขึ้น!

เหอเจี๋ยพอเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นจนคุมตัวเองไว้ไม่อยู่

“เป็นผู้การฉิน!  และนั่น … น่าจะเป็นมิสเตอร์หยูที่หายตัวไปพร้อมกันเมื่อสามวันก่อน!”

“ทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่จริงๆหรือนี่?”

“ไม่ได้การล่ะ ต้องรีบติดต่อให้ระงับสัญญาณเตือนภัย!”

เหอเจี๋ยสั่งการ หน่วยลาดตระเวนใช้งานเรือเร็วออกทะเล กระทั่งนายพลหน่วยลาดตระเวนยังติดตามไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง

ระยะทาง 20 กิโลเมตร สำหรับเทคโนโลยีปัจจุบัน ขอเวลาแค่ 10 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ก็สามารถไปถึงที่หมายได้แล้ว และในช่วงเวลาดังกล่าว ฉินเฟิงยังคอยควบคุมเขมือบฟ้าให้เคลื่อนที่เช่นกัน

ดังนั้นใช้เวลาแค่ 5 นาที สัตว์ยักษ์ก็ปรากฏสู่สายตาผู้คนบนเรือเร็ว

พอได้มองมัน ผู้คนถึงได้เข้าใจว่าตนเองเล็กจ้อยเพียงใด

“ฉันคือจางเกิง ผู้บัญชาการกองทัพลาดตระเวนเมืองตงไห่ โปรดแสดงสถานะ ยืนยันตัวตนของคุณ!” เสียงของจางเกิงถ่ายทอดผ่านพลังสมาธิ

ฉินเฟิงได้รับพลังสมาธิของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันสั่งการหยุดเคลื่อนไหวเขมือบฟ้า ปล่อยให้สัตว์ยักษ์ลอยเหนือผิวน้ำ

เพราะสำหรับเขมือบฟ้า เกรงว่านี่คงเป็นจุดเทียบท่าของมันแล้ว น้ำเทละที่นี่แม้ลึก แต่ก้นทะเลชนเข้ากับโครงกระดูกของเขมือบฟ้าเป็นที่เรียบร้อย หากตรงเข้าไปมากกว่านี้คงเกี่ยวเข้ากับปะการังใต้ทะเล

แน่นอน แม้จะบอกว่าโครงกระดูกชนก้นทะเล แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับคนอื่นๆ ร่างของเขมือบฟ้าใหญ่โต น่าหวาดกลัวอย่างไม่น่าเชื่อ

“ผมคือฉินเฟิง ผู้การรัฐทะเลเหนือประจำภูมิภาคเหนือ ได้รับคำเชิญในฐานะกำลังเสริมมาเป็นกรณีพิเศษ เรื่องนี้คุณลองตรวจสอบดูได้”

หยูหยางเต๋า เลือกที่จะอ้าปากตะโกนโดยตรง “นายพลจาง เป็นฉันเอง หยูหยางเต๋า!”

จางเกิงผงะไปชั่วขณะ เอ่ยด้วยความตกใจ “มิสเตอร์หยู คุณ … ไม่ใช่ว่าคุณถูกเขมือบฟ้ากินไปแล้วหรือ?”

สองสามวันก่อนเขมือบฟ้าอาละวาดไปทั่ว คนอื่นๆพากันหลบหนีหัวซุกหัวซุน แต่รายชื่อผู้เสียชีวิตยังคงถูกส่งกลับมาเรื่อยๆ และหนึ่งในรายชื่อเหล่านั้นคือหยูหยางเต๋า

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ พอได้ลองนึกดูดีๆแล้ว เหมือนว่าชื่อของฉินเฟิงก็จะอยู่ในรายการเช่นกัน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องขอบคุณประธานฉิน ฉันเลยรอดชีวิต ทั้งยังกลับมาพร้อมอนาคตอันสดใส!”

หยูหยางเต๋าแสดงออกถึงความสุขจนเห็นได้ชัด

แต่ขณะนี้ จางเกิงยังคงขับเรือแล่นเข้าไปใกล้ คนอื่นๆบนเรือเร็วล้วนเป็นเลเวล C เมื่อตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล สีหน้าของพวกเขาเริ่มซีดขาว

และเมื่อเข้าไปใกล้ในระยะ 100 เมตร แม้จะเป็นแค่กระดูกของเขมือบฟ้า แต่มันก็น่าสยองขวัญ มีขนาดเทียบเท่ากับเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งกลางทะเล!

จางเกิงจึงไม่ปล่อยให้คนอื่นเข้าใกล้มากไปกว่านี้อีก ร่างเขาวูบไหวดั่งสายฟ้า โฉบกายอย่างรวดเร็วไปยังกระดูกยักษ์ หยั่งเท้าลงเบื้องหน้าฉินเฟิงกับหยูหยางเต๋า

“เป็นพวกคุณจริงๆ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน? แล้วสัตว์ยักษ์ตัวนี้ …” ในฐานะผู้ใช้พลังเลเวล B ในฐานะการดำรงอยู่ที่เคยข้ามผ่านประสบการณ์มามากมาย จางเกิงสามารถตระหนักถึงบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว  “นี่มันเทคนิคควบคุมศพ?”

“ถูกอย่างที่นายพลจางคิด สัตว์ร้ายตัวนี้ได้ตายไปแล้ว และผมเพิ่งเดินทางกลับมาพร้อมกระดูกของมัน โอ๊ะ ไม่ต้องกังวลไป มันไม่มีอันตรายใดๆ” ฉินเฟิงอธิบาย

“ฉันเข้าใจ ฉันขอให้หน่วยลาดตระเวนปิดการแจ้งเตือนแล้ว แต่สารภาพตามตรง ว่าพวกคุณขู่ขวัญจนฉันกลัวแทบตายแล้ว”

การรุกรานของสัตว์ร้ายเลเวล A ร้ายแรงถึงขั้นต้องรายงานแก่จ้าวพรมแดน แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกคน

จางเกิงเร่งยกเลิกการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากมาย แต่เห็นได้ชัดว่าพวกผู้ใช้พลังแถวๆท่าเรือยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร พวกเขาพบแค่ว่าเหอเจี๋ยนั่งเรือเร็วตามออกทะเลไป

ช่วงเวลานี้ จางเกิงบังเกิดข้อสงสัย

“ก่อนหน้านี้ได้ยินผู้ช่วยเหอบอกว่า คุณได้ตายไปแล้วในปากของเขมือบฟ้า แต่ทำไมตอนนี้คุณกลับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย? ไม่ทราบว่าหนีมาได้อย่างไร”

หยูหยางเต๋าแทบรอไม่ไหวที่จะบอกทุกคนเกี่ยวกับผลงานอันยอดเยี่ยมของฉินเฟิง แต่หลังจากที่เขาคิดถึงมัน และเตรียมจะเอ่ยเล่า ก็ต้องหุบปากลง หันมามองฉินเฟิง

ฉินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ส่งสัญญาณว่าไม่มีเจตนาที่จะปิดบัง

เพราะบางครั้งบางคราว ความแข็งแกร่งก็มาในรูปแบบของความน่ายำเกรง ดังนั้นถ้าไม่ปิดบังมันก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นในบางครั้ง ต่อให้คิดซ่อน ก็ปิดไม่มิดอยู่ดี

“อะแฮ่ม! นายพลจาง หลังจากที่ได้เห็นหุ่นเชิดแห่งความตายใต้เท้าของพวกเราแล้ว คุณคิดว่าอย่างไร?” เวลานี้หยูหยางเต๋ารู้สึกตื่นเต้นจนตัวแทบลอย แต่ยังไม่ยอมเฉลย แสร้งทำตัวเป็นลึกลับให้ผู้คนคาดเดา

จางเกิงขบคิดครู่หนึ่ง สักพักกล่าวว่า “มันทรงพลังมาก สัญญาณแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ระบุว่ามันมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล A หรือนี่จะเป็นไพ่ตายของผู้การฉิน?”

เพราะท้ายที่สุดแล้ว จางเกิงรู้จักกับหยูหยางเต๋า ความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย เขากระจ่างแก่ใจ มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะครอบครองสัตว์ร้ายที่ทรงพลังเช่นนี้

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ไม่ใช่ไพ่ตาย แต่เป็นกระดูกของเขมือบฟ้า!”

“อ๋อที่แท้ก็กระดูกของเขมือบฟ-- ห๊ะ? ว่าไงนะ!!” จางเกิงหน้ามืดแทบเป็นลมกับข่าวนี้

ขณะเดียวกัน โครงกระดูกของเขมือบฟ้าถูกซัดสาด ขยับเข้ามาใกล้ชายฝั่งอย่างช้าๆ ส่งผลให้ร่างอันน่าสยองเกล้าของมัน ค่อยๆปรากฏสู่สายตาของผู้ใช้พลังเลเวล B มากมายที่ประจำอยู่ในท่าเทียบเรือ

ช่วงเวลานี้ ผู้คนต่างรู้สึกตึงเครียด ทั้งคนทั้งร่างตื่นตัวเต็มที่ ขนแขนลุกชัน แผ่นหลังผุดพรายไปด้วยเหงื่อเย็น

แม้เขมือบฟ้าจะตายไปแล้ว แต่กลิ่นอายสยดสยองที่ชวนให้อึดอัดแทบลืมหายใจยังคงอยู่!

คลิก คลิก คลิก

กระบอกปืนใหญ่ทั้งหมดมุ่งเป้ามายังตำแหน่งของฉินเฟิง เล็งไปทางสัตว์ยักษ์

ภายในภาพจากกล้องส่องทางไกล มันได้ถ่ายทอดภาพกลับมายังห้องควบคุมหลักของเรือดำน้ำ บางคนยกมือขึ้นสั่งห้าม

“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งโจมตี!”

“เหมือนจะมีคนอยู่ข้างบนตัวมัน!”

“นั่นนายพลจางกับหยูหยางเต๋า! ว่าแต่อีกคนเป็นใครกัน”

“โอ้สวรรค์ ที่แท้นั่นคือหุ่นเชิดแห่งความตาย!”

“ใครกันที่ทรงพลังถึงขั้นปราบสัตว์ยักษ์ตัวนี้ลงได้? ใครกันที่ครอบครองพลังชนิดต่อต้านเจตจำนงสวรรค์?”

ทุกเสียงร้องอุทานตกใจ บ้างสูดหายใจลึก

แต่ในตอนนั้นเอง ปรากฏเรือเร็วขนาดเล็กอีกลำหนึ่ง พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อถึงระยะ 100 เมตร เรือลำนั้นก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้อีก

“ผู้ช่วยเหอ!” ฉินเฟิงเห็นเหอเจี๋ย ก็เอ่ยปากทักทาย

“ผู้การฉิน คุณ … นี่ .. นี่คงไม่ใช่เขมือบฟ้าหรอกกระมัง?”

เหอเจี๋ยต้องตะลึงลานเป็นครั้งที่สอง

และเมื่อฉินเฟิงเข้าใกล้ท่าเรือพร้อมกับกระดูกของเขมือบฟ้า ผู้คนก็เริ่มพบเห็นฉากนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ข่าวดังกล่าว แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

ว่าสิบอันดับสัตว์ยักษ์ในทะเลนรก มีตนหนึ่งถูกล่าได้สำเร็จอย่างกะทันหัน

เพียงพริบตา ทุกคนต่างตกตะลึง มันน่าเหลือเชื่อเกินไป และในเวลานั้นเอง บางคนก็เริ่มนึกไปถึงรางวัลมหาศาล ที่ระบุไว้ในภารกิจล่าค่าหัวสัตว์ยักษ์!

จบบทที่ Ep.675 - การกลับมาที่ทุกคนต้องตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว