เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.652 - อึ้งจนสติหลุดลอย

Ep.652 - อึ้งจนสติหลุดลอย

Ep.652 - อึ้งจนสติหลุดลอย


4/5

Ep.652 - อึ้งจนสติหลุดลอย

กำลังภายในของฉินเฟิงได้ไปถึงเลเวล B แล้ว ทั้งยังทรงพลังยิ่งกว่ากำลังภายในของผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล B คนอื่นๆถึงสิบเท่า

ก่อนหน้านี้เขาเก็บซ่อนมันเอาไว้อย่างดี มีเฉพาะเวลาต่อสู้กับจักรพรรดิสัตว์ร้ายเท่านั้นจึงจะสำแดง เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้เขาเอาชนะมันได้

แต่ตอนนี้ ฉินเฟิงไม่ต้องการเก็บซ่อนมันอีกต่อไป

ตูม!

กำลังภายในก่อกำเนิดกระแสอากาศหมุนวนรอบกายฉินเฟิง สร้างกลิ่นอายอันน่าหวาดกลัว กวาดสวนออกไปทานรับการโจมตีจากฝูงชน

กำลังภายในของคู่ต่อสู้ ไม่เข้มข้นเท่ากับของฉินเฟิง ดังนั้นภายใต้การห้ำหั่นระหว่างสองกำลังภายใน จึงเป็นฝ่ายเปิดฉากที่แพ้พ่าย  ถูกกำลังภายในของฉินเฟิงกวาดม้วนออกไป

“อ๊าาาา!”

ทั้งห้าคนส่งเสียงร้องตกใจ เมื่อตั้งสติได้ก็พยายามปลดปล่อยกำลังภายในอย่างสุดความสามารถเพื่อต้านทานการโจมตีของฉินเฟิง

บรรยากาศรอบตัวกลายเป็นบิดเบี้ยว ผู้ใช้พลังเลเวล C ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร ใบหน้าของทุกคนกลายซีดขาว

ทั้งๆที่อยู่ห่างขนาดนี้ ยังสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันคลุ้มคลั่งรุนแรง นั่นเพียงพอแล้วที่จะใช้จินตนาการถึงความน่ากลัวของการต่อสู้ตรงหน้า

สีหน้าของฉินเฟิงเรียบเฉย ไม่แสดงออกถึงห้วงอารมณ์ใด อย่างไรก็ตามด้วยพลังงานที่บิดเบี้ยวอยู่ในชั้นอากาศ ประกอบกับเสียงกรีดร้องของทั้งห้าก่อนหน้านี้ ส่งผลให้สายตาของผู้คนมองเห็นว่าฉินเฟิงตัวสูงขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

เลเวล B ทั้งหมดแสดงออกชัดถึงความโกรธ หากแต่ใบหน้าของพวกเขาทุกคนแดงก่ำ จำต้องย่ำเท้าอย่างแรงลงกับพื้น ใช้ออกด้วยกำลังภายในเข้าต่อต้าน เพื่อไม่ให้เสียหลัก

ทว่าในระหว่างที่กำลังภายในกำลังถูกสูบออกมาใช้อย่างต่อเนื่อง ในที่สุดหนึ่งในนั้นก็ไม่สามารถทานทนได้อีกต่อไป

“ว๊ากกกก”

ชายคนนั้นร้องอุทาน ร่างกายของเขามิอาจควบคุมได้ดั่งใจนึกอีกต่อไป ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลจากทักษะลับกลืนดารา ถูกดูดเข้าหาฉินเฟิง

คนผู้นั้นตื่นตระหนกสุดแสน สีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย ในจังหวะนั้นตัดสินใจล้มเลิกขัดขืน อัดฉีดกำลังภายในลงมายังสองเท้า ใช้ความเร็วของตนผสานกับอำนาจดึงดูดของกลืนดารา ทุ่มโจมตีฉินเฟิง

“ไปลงนรกซะ!”

ชายคนนั้นคำรามด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่าในการโจมตีนี้ เจตนาถึงขั้นต้องการสังหารถึงตาย

ฉินเฟิงวาดมือไปทางผู้มาเยือน อัดฉีดกำลังภายในตามลงไป

กำลังภายในที่เคลือบอยู่บนอาวุธคู่ต่อสู้สลายเป็นควันในพริบตาเดียว

และฉินเฟิงยังใช้มือเดิม คว้าจับอาวุธศัตรูเอาไว้

อาวุธชิ้นนี้เปล่งประกายแสงสีทอง เห็นได้ชัดว่ามันถูกผลิตขึ้นจากวัตถุดิบระดับจักรพรรดิ เป็นของราคาแพง แต่จากลักษณะของมัน ดูเหมือนจะเป็นแค่อาวุธระดับจักรพรรดิเลเวล C เท่านั้น

ฉินเฟิงแน่นอนย่อมไม่คว้าจับอาวุธศัตรูด้วยมือเปล่า เพราะสิ่งที่เขาสวมอยู่ในมือ เป็นถุงมือของชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์!

ทันใดนั้นเอง มือของฉินเฟิงพลันระเบิดออกด้วยพลังงานที่มองไม่เห็น แทรกซึมลงบนอาวุธสีทองเล่มนั้น

เปรี๊ยะ!

บังเกิดรอยปริร้าวขึ้นอย่างกะทันหัน ในดวงตาของอีกฝ่ายสะท้อนถึงความตกตะลึง ฉินเฟิงบดขยี้อาวุธชิ้นนี้ในคราวเดียว จากนั้นใช้มือข้างเดิม ตบฟาดเข้าที่หัวไหล่ศัตรู

ตูม!

แต่เลี่ยงไม่ให้โดนจุดสำคัญ ครั้งนี้ถือว่าฉินเฟิงได้ยั้งมือเอาไว้แล้ว ขณะเดียวกันอีกฝ่ายแม้สวมใส่เกราะใน แต่เมื่อต้องเผชิญกับพละกำลังมหาศาล ยังคงถูกส่งตัวลอยไปในอากาศ

พรวดดด!

ระหว่างปลิวอยู่กลางอากาศ ผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล B กระอักเลือดคำโต พ่นออกเป็นทางยาว

คนอื่นๆกำลังดิ้นรนแข็งขืนอย่างหนัก แต่หลังจากเห็นคนแรกหน้าคว่ำลงกับพื้น พวกเขาคล้ายเผลอจินตนาการว่าเป็นตน เจตนาสังหารฉินเฟิงอ่อนโทรมลงหลายส่วน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกเขายังไม่ทันเข้าถึงตัวฉินเฟิงเลย สหายคนแรกก็ถูกตี ปลิวสิ้นท่าไปเรียบร้อย

ในเวลานี้ สีหน้าของทั้งสี่กลายเป็นไม่น่าดู

กระทั่งในจิตใจ ทั้งสี่ที่เหลือยังเกิดความคิดในทำนองเดียวกันว่า ‘ถ้าฉันเปลี่ยนใจตอนนี้ มันยังจะทันไหม?’

และแน่นอนว่าไม่ทัน สายเกินไปซะแล้วฮะฮ่า!

ฉินเฟิงหลังตบคนแรกปลิวออกไป สายตาก็เบนกลับมามองทั้งสี่อีกครั้ง และไม่ลังเลเลยที่จะสับเปลี่ยนพลังของทักษะลับกลืนดารา

“ปลดปล่อยแรงผลัก!”

จากดึงดูดสับเปลี่ยนเป็นผลักดัน อำนาจแรงผลักปรากฏขึ้นแทนที่ ทั้งสี่ที่ไม่ทันตอบสนองสั่นสะท้านในเวลาเดียวกัน

ฟุฟฟฟฟฟฟ

ผู้คนเหลือกระอักเลือดออกมาในเวลาเดียวกัน ม้วนกลับหัวกลับหาง ปลิวออกไปไกลกว่าห้าเมตร ก่อนร่วงกระแทกลงกับพื้น กลิ้งสองตลบถึงค่อยหยุดลง

แต่สภาพของพวกเขาในตอนนี้น่าอนาถมาก

ภายในเวทีประลอง เหลือฉินเฟิงเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัด ส่วนคนอื่นๆนอนหมอบสิ้นท่า

การต่อสู้ในครั้งนี้ บอกตามตรงว่ามันน่าตกใจยิ่งกว่าในครั้งแรกเสียอีก

หลังจากสภาพแวดล้อมโดยรอบนิ่งงันกระทั่งเข็มตกยังได้ยินไปพักหนึ่ง ผู้คนค่อยเริ่มระเบิดเสียงฮือฮา

“3 กระบวนท่า!  เขาใช้ออกแค่ 3 กระบวนท่าอีกแล้ว!”

“แต่คราวนี้เป็นแบบหนึ่งต่อห้า!”

“นี่น่ะหรือฉินเฟิง? เขาเหมาะสมแล้วกับชื่อเสียงที่ได้รับ!”

กลุ่มเลเวล C ต่างตื่นเต้นจนเลือดลมเดือดพล่าน ตรงกันข้ามกับกลุ่มเลเวล B

ตอนนี้สีหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนกลับกลาย ความแข็งแกร่งของฉินเฟิง มันไกลเกินกว่าที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้มาก

บนจัตุรัส ฉินเฟิงกวาดสายตามองไปยังคนแรกที่กระเด็น เอ่ยปากถาม “คุณ ยังอยากจะสู้อีกไหม?”

“ไม่!  ฉันขอยอมแพ้!” ผู้ใช้พลังเลเวล B ตอบทันควัน กำลังภายในที่ฉินเฟิงสำแดงออกมา เขาที่ปะทะตรงๆย่อมตระหนักได้โดยธรรมชาติ มันคือกำลังภายในที่ผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล B เท่านั้นถึงจะมี!

อีกสี่คนเมื่อได้ยินคนแรกเอ่ยปากยอมแพ้ แม้ในหัวใจของพวกเขาจะไม่ยินยอม แต่ก็เริ่มเกิดร่องรอยของความขยาดกลัว คิดล่าถอยแล้ว

ทั้งสี่คนนี้ พวกเขาเป็นคนมาเจรจากับฉินเฟิงในวันก่อน แล้วพวกเขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร ว่าการบังคับกดดันฉินเฟิงครั้งก่อน มันทำให้ฉินเฟิงเกิดความขุ่นเคือง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่กลัว เพราะคิดว่าต่อให้ฉินเฟิงแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ก็ยังเป็นแค่ลูกรักของพระเจ้าเท่านั้น

แค่เลเวล C คนหนึ่งเกิดความขุ่นเคือง แต่พวกเขามีกันตั้งหลายคน ถ้าร่วมมือกันจะไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้เชียวหรือ?

หากบังเกิดการต่อสู้ขึ้นจริง ฉินเฟิงย่อมพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ในขณะนี้ พวกเขาได้ตระหนักแล้ว ว่าความคิดของพวกตน มันไร้เดียงสาเพียงใด

“พวกเราไป!”

หนึ่งในเลเวล B บนเวทีเอ่ยปาก หันหลังเดินจากไปทันที ไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีรั้งอยู่อีกต่อไป

คนอื่นๆย่อมไม่อยู่ให้ขายขี้หน้า เดินจากไปเช่นกัน

บนจัตุรัส เหลือฉินเฟิงเพียงลำพังที่ยังยืนอยู่

ฉินเฟิงกวาดมองรอบๆอีกครั้ง เปล่งเสียงผ่านกำลังภายในของเขา ให้มันกระจายไกลออกไปนับ 100 เมตร

“คนต่อไป!”

ในฝูงชนเกิดความสับสนวุ่นวาย กลุ่มเลเวล C ต่างหันไปมองบรรดาเลเวล B อย่างระมัดระวัง ขณะที่เลเวล B ที่ยังเหลืออยู่ สีหน้าแสดงออกถึงความซับซ้อนจนเห็นได้ชัด

คนที่เกิดความคิดเดียวกับเลเวล B ห้าคนที่ลงประลองไปเมื่อครู่ จู่ๆตอนนี้ถึงค่อยรู้สึกตัว ว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายดายถึงขนาดนั้น

ฉินเฟิงเอ่ยปากว่าจะจัดประลอง แต่เขาไม่ยอมร่วมมือกับกลุ่มคนเมื่อครู่นี้อย่างชัดเจน ช่วงเวลานี้ คนอื่นๆเลยอดเกิดความกังวลขึ้นมาไม่ได้

‘ฉินเฟิงคนนี้ ครอบครองความแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?’

‘คู่ต่อสู้คนแรกกล่าวได้ว่าอ่อนแอเกินไป ส่วนคนที่สองเขาจงใจปล่อยผ่าน พอกลุ่มที่สามบดขยี้โดยสิ้นเชิง ฉินเฟิงกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?’

‘เป็นไปได้ไหมว่าฉินเฟิงกำลังต้องการเฟ้นหาพันธมิตรเพื่อร่วมมือ … งั้นเงื่อนไขของเขาคืออะไรกัน?’

‘ไม่ใช่ต้องชนะให้ได้ครบ 100 กระบวนท่า แต่ต้องทนให้ได้ครบ 100 กระบวนท่า!’

สีหน้าของเลเวล B กลายเป็นหมองคล้ำ

หากในตอนแรกกล่าวได้ว่าพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เช่นนั้นปัจจุบันสามารถกล่าวได้ว่าความมั่นใจทั้งหมด ได้ถูกความสับสนเข้ามาแทนที่

ฉากแห่งความเงียบงันกินเวลาผ่านไปถึงหนึ่งนาที ตอนแรกยังมีคนกระโจนลงไปทีเดียวถึงห้าคน แต่ตอนนี้กลับไม่มีใคร

ฉินเฟิงไม่รีบร้อนกังวล แต่บรรยากาศฝั่งเลเวล B ยิ่งนานยิ่งคุกรุ่น สุดท้าย

วูซซซ!

คนๆหนึ่งตัดสินใจกระโจนลงมายังจัตุรัส เป็นชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าและดวงตาเมตตาปราณี

“ผู้การฉินยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ แต่ตัวฉันเองก็มีความสนใจในรอยแยกมิตินี้เช่นกัน ดังนั้นปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมมือกับผู้การฉิน!”

ชายวัยกลางคนประสานหนึ่งกำปั้นหนึ่งฝ่ามือ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ฉินเฟิงพยักหน้าให้เขา

“เชิญท่านผู้ใหญ่”

“รับมือ!”

เลเวล B วาดมือเข้าโจมตีทันใด ท่วงท่าการเคลื่อนไหวโฉบเฉี่ยวว่องไว ใช้ออกด้วยกลยุทธ์แข็งสามส่วน อ่อนเจ็ดส่วน เห็นได้ชัดว่าคิดหยั่งเชิงฉินเฟิง

แต่ช่างน่าเสียดาย ที่ฉินเฟิงไม่คิดปล่อยให้อีกฝ่ายได้หยั่งเชิงเขา

เห็นได้ชัดว่าในการประลองนัดที่สองทำให้คนเหล่านี้เกิดความคิดเข้าใจผิดขึ้น

ฉินเฟิงเริ่มเคลื่อนไหวบ้าง

เพี๊ยะ! ฟาดออกด้วยฝ่ามือ

ตูมมมม!

“จ๊ากกกก!!”

เพียงสามกระบวนท่า เลเวล B วัยกลางคนลอยกลับหัวกลับหาง พ่ายแพ้ไปอีกคน

ครั้งนี้ฉินเฟิงเองก็มิได้ยั้งมือเช่นกัน

พริบตาเดียว ตลอดทั้งฉากจมลงสู่ความเงียบงันอีกครั้ง

จบบทที่ Ep.652 - อึ้งจนสติหลุดลอย

คัดลอกลิงก์แล้ว