เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.646 - มิติลาวาเดือด

Ep.646 - มิติลาวาเดือด

Ep.646 - มิติลาวาเดือด


2/4

Ep.646 - มิติลาวาเดือด

ไม่ไกลจากเมืองลาวาเดือด ถนนแปดเลนถูกสร้างขึ้นในเวลาเพียงครึ่งวัน ตลอดทั้งสองฟากฝั่งของมัน ปรากฏมีหอคอยรักษาการณ์ตั้งอยู่ในทุกๆ 100 เมตร ติดตั้งอาวุธและคมเขี้ยวไว้พร้อมสรรพ คอยจับจ้องการมาเยือนของผู้คนตลอดเวลา ส่วนบนท้องฟ้า มีโดรนคอยสอดส่องพื้นที่ทั้งหมดในทุ่งล่าบริเวณนี้

และสุดถนนสายนี้ คือป้อมปราการขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 เมตรเท่านั้น แต่กำแพงทั้งหมดถูกติดตั้งไว้ด้วยปืนใหญ่พลังงานแก่นสัตว์ร้าย ภายใต้แสงระยิบระยับพรั่งพราวตาของมัน ชวนให้ผู้คนรู้สึกสั่นกลัว

เบื้องบนท้องฟ้า ปรากฏเมืองที่ดูวิจิตรงดงาม หลายคนจดจำได้ดีว่ามันคืออะไร

นี่คือเมืองลอยฟ้าที่ถูกทิ้งไว้โดยเผ่าพันธุ์อัจฉริยะ เมืองลอยฟ้าอันเลื่องชื่อ เป็นตำนานที่สามารถสังหารตัวตนทรงพลังเลเวล A

--เมืองลอยฟ้าเผ่ากริม! แต่ปัจจุบัน มันถูกเรียกขานใหม่ว่าเมืองลอยฟ้าเฟิงหลี

สรุปสั้นๆเลยคือป้อมปราการแห่งนี้มีระบบความปลอดภัยดีเยี่ยม!

เพราะสถานที่แห่งนี้ คือที่ตั้งของประตูสู่มิติลาวาเดือดที่ก่อสร้างขึ้นใหม่โดยฉินเฟิง

ตั้งแต่ติดตั้งเสร็จเมื่อวาน ฉินเฟิงก็เสริมการป้องกัน ติดตั้งระบบติดอาวุธต่อเป็นอันดับแรก ต่อจากนั้น ก็เริ่มก่อสิ่งถูกสร้างที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม , โรงพยาบาล , ร้านอาหาร , ร้านค้า ฯลฯ ทยอยกันเปิดให้บริการ

และแน่นอน ว่าใจกลางของป้อมปราการแห่งนี้ ยังคงเป็นจัตุรัสกลาง

ประตูมิติที่ถูกสร้างขึ้นจากศิลามิติสองก้อนเชื่อมต่อกัน พร้อมที่จะเปิดใช้งานได้ตลอดเวลา

จากเดิม เนื่องจากโทรลลาวาเดือดหายไป ต้นไม้เพลิงทำการโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความแข็งแกร่งของมัน ทำให้เลเวล B ไม่มีทางเลือกนอกจากหนีเอาชีวิตรอด ส่วนเลเวล C ไม่กล้ารั้งอยู่ ทยอยกันอพยพในชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม ในวันต่อมา หลังจากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ผู้คนในรัฐทะเลเหนือกลับไม่ลดลง หากแต่เพิ่มขึ้น

ภายในป้อมปราการยังไม่มีข่าวคราวอะไรประกาศออกมา แต่หลายคนก็พอจะคาดเดาได้ว่า ฉินเฟิงคงกำลังบุกต่างมิติ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาล

แค่นึกถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ แต่คนของเฟิงหลีกลับทำอะไรเชื่องช้า ทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พวกเขาเริ่มสร้างอาคารรอบนอก เห็นได้ชัดว่านี่คือร้านค้าสำหรับบุคคลทั่วไป มีไว้เพื่อให้กลุ่มเฟิงหลีเก็บค่าเช่าได้ จากนั้นก็เริ่มเปิดหน้าดิน ขยายพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก

เดิมทีบริเวณนี้ทั้งหมดถูกเคยถูกปกคลุมไปด้วยลาวา ภายในดินอุดมสมบูรณ์ เปี่ยมไปด้วยพลังงาน หลังทำการขนย้ายดอกไม้หยาดน้ำตาและพีชพรรณอื่นๆเข้ามา ฤดูใบไม้ผลิที่กำลังถึงนี้ คงสามารถสร้างผลผลิต เก็บเกี่ยวได้มากมายอย่างแน่นอน

หากกล่าวว่าอาวุธปืนเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้พลัง เช่นนั้นตอนนี้ เกษตรกรรมของเฟิงหลี ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือพืชพรรณต่างๆ ทั้งหมดล้วนเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกคน พูดได้เลยว่าในโซนภาคเหนือ กลุ่มเฟิงหลีสามารถครองตลาดอาหารใหญ่เป็นอันดับต้นๆ กลายเป็นที่รู้จักของทุกคนไปแล้ว

ยังไงก็ตาม การดำเนินงานของพวกเขาเชื่องช้ามาก จนคนอื่นเริ่มทนรอไม่ไหว

“นี่ฉินเฟิงมันไหลตายในห้องน้ำไปแล้วรึเปล่า? จะปล่อยให้พวกเราเสียเวลาไปถึงเมื่อไหร่!”

“ถ้าในเมื่อนายก็คิดแบบนั้น งั้นพวกเราไปดูด้วยกันเลยไหม ช่องว่างมิติที่เพิ่งปรากฏขึ้นใหม่ พวกเราจะปล่อยให้เขายึดครองมันคนเดียวได้อย่างไร!”

“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะตรงนั้นคืออาณาเขตของเขา ช่องว่างมิติก็เป็นเขาที่สร้างขึ้น ดังนั้นเขามิสิทธิ์ที่จะครอบครองมัน”

“ฉินเฟิงคิดอะไรอยู่กันแน่?”

ในใจของผู้คนเกิดความคิดไปต่างๆนาๆ ว่าฉินเฟิงต้องการเงิน หรือต้องการปิดล้อมพื้นที่แถบนั้นไว้สำหรับฝึกฝนตนเองกันแน่

หากเป็นอย่างแรกก็แล้วกันไปเถอะ เพราะคงสามารถจ่ายค่าเข้าได้ แต่หากเป็นอย่างหลัง นี่คงทำให้เลเวล B หลายคนไม่พอใจและอาจก่อหวอดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้เคยชินกับการระมัดระวังตัว ดังนั้นแม้ในใจคิดอย่างไร แต่เป็นธรรมดาที่ตนจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามด้วยตัวเอง ดังนั้นเลยทำการจัดส่งเลเวล C บางคนเดินทางไปที่ป้อม

และหลิวฮุ่ยเป็นหนึ่งในนั้น

รถล่องเวหาขับไปตามเส้นทางถนน อาวุธบนหอคอยรักษาการณ์แต่ละฝั่งทำให้เหงื่อเขาแตกพลั่ก ตัวเขาก็เป็นมือปืน ดังนั้นเลยเป็นธรรมดาที่จะล่วงรู้ ว่าอาวุธปืนบนหอคอยเหล่านั้น ระดับภัยคุกคามของมันลวนอยู่ในเลเวล D

“นี่แค่หอคอยรักษาการณ์ตามรายทางนะ ฉินเฟิงคนนี้ เล่นใหญ่เกินไปจริงๆ”

หลิวฮุ่ยพึมพำ อันที่จริงหอคอยรักษาการณ์ทั่วๆไป สำหรับรัฐที่ค่อนข้างปลอดภัยอย่างทะเลเหนือ ปกติใช้แค่อาวุธปืนเลเวล F ก็เพียงพอแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉินเฟิงเลือกใช้อาวุธเลเวล D นี่มันฟุ่มเฟือยอย่างแท้จริง!

ยังไม่พอ ยิ่งเข้าใกล้ป้อมปราการมากเท่าไหร่ หลิวฮุ่ยยิ่งรู้สึกว่า สิ่งที่เขาเห็นตอนแรก กลายเป็นเด็กทารกไปเลย

บนกำแพงที่รายล้อมปรากฏปืนใหญ่พลังงานแก่นสัตว์ร้าย จากการสังเกต คล้ายมีระดับภัยคุกคามอยู่ในเลเวล C กระทั่งปืนใหญ่บางกระบอก ยังมีระดับภัยคุกคามถึงเลเวล B

ไหนจะยิ่งใกล้ เขาก็ยิ่งเห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของเมืองลอยฟ้า เจ้าสิ่งนี้ทำให้หลิวฮุ่ยเผลอขับรถช้าลงโดยไม่รู้ตัว ทั้งบังเกิดความรู้สึกหวาดระแวงขึ้นหลายส่วน

จนกระทั่งมาถึงประตูป้อมปราการ หลิวฮุ่ยก็ถูกสั่งให้หยุด

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า เป็นผู้ใช้อบิลิตี้ไม้เลเวล C คนๆมิใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคนใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกจากฉินเฟิงในลุ่มน้ำตู่ซาน --หยวนเสี่ยวกวง

“ต้องจ่ายค่าเข้า 5 ล้าน และมีความแข็งแกร่งขั้นต่ำอยู่ที่เลเวล C5!” หยวนเสี่ยวกวงมองไปยังใครบางคนที่มาถึง ในหัวใจรู้สึกชื่นมื่น เขารับหน้าที่รักษาการณ์ประตูแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อวาน แม้จะแค่ชั่วคราว แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการส่งข่าวสารให้แก่ผู้มาเยือนไปในตัว

อย่างไรก็ตาม หลังจากเฝ้ารอทั้งวัน กลับไม่มีใครมาเลย ทำให้ก่อนหน้านี้หยวนเสี่ยวกวงรู้สึกหดหู่ไม่น้อย

หลิวฮุ่ยพอได้ยินคำพูดของหยวนเสี่ยวกวง ใบหน้าของเขากลายเป็นแข็งทื่อทันใด “หยวนๆกันหน่อยไม่ได้หรอ? ฉันอยู่ในเลเวล C4 ห่างกันแค่ขั้นเดียว อีกอย่างฉันเป็นมือปืน!”

“ปกติแค่หนึ่งขั้นย่อยก็มีความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ยกเว้นแต่ว่าคุณเป็นอัจฉริยะหรือพวกลูกรักของพระเจ้า ถ้าแบบนั้นฉันสามารถปล่อยให้ผ่านไปได้!” หยวนเสี่ยวกวงกล่าว

หลิวฮุ่ยมาที่นี่ ประเด็นหลักๆก็คือสอดแนม จะได้เข้าไปหรือไม่มันก็ไม่สำคัญ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดทะเลาะกับหยวนเสี่ยวกวง พูดคุยสอบถามกันอย่างมีไมตรี

หยวนเสี่ยวกวงผู้ว่างงานความจริงก็รู้สึกเบื่อหน่ายเช่นกัน ดังนั้นการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น

“เจ้าเมืองฉินจัดตั้งป้อมปราการขึ้นเพื่ออะไรกันแน่? ฉันได้ยินมาว่าช่องว่างมิติข้างในถูกเปิดออกแล้ว พวกคุณมีแผนที่จะทำอะไร?”

หยวนเสี่ยวกวงกล่าว “อาศัยความแข็งแกร่งระดับนาย อย่าไปคิดถึงมันดีกว่า ข้างในนั่นต้องเป็นผู้ใช้พลังเลเวล B เท่านั้นถึงจะเข้าไปได้”

“ทำไมฉันถึงเข้าไปไม่ได้?”

“เพราะสำหรับประตูมิติ มันมีค่าเข้าเป็นเงินถึง 1 แสนล้าน!” หยวนเสี่ยวกวงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

พรวดด!

หลิวฮุ่ยสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาเบิกโพลงแทบหลุดจากเบ้า

“เท่าไหร่นะ?”

“1 แสนล้าน! นายกำลังคิดว่ามันมากเกินไปใช่ไหม?” หยวนเสี่ยวกวงเลิกคิ้วและกล่าว “นายอย่าลืมสิว่า ผลึกของปีศาจโทรล ก้อนหนึ่งมีราคา 3 หมื่นล้าน ล่าแค่ 4 ตัวก็คืนทุนแล้ว สำหรับเลเวล B เสียเงินแค่นี้ ไม่ได้มากอะไรสำหรับพวกเขาเลย”

หลิวฮุ่ยกลายเป็นบื้อใบ้ แต่สำหรับเลเวล B เหมือนจะคุ้มค่าจริงๆ

แต่สำหรับตัวเขาเอง เงินนั่นก็ยังเป็นจำนวนที่มากเกินไปอยู่ดี!

“แล้วความเสี่ยงล่ะ? ถ้าที่นั่นเต็มไปด้วยปีศาจโทรลลาวาเดือด เต็มไปด้วยแอ่งลาวา ใครจะรู้ว่ามันจะเสี่ยงแค่ไหน ถึงเวลานั้นถ้าเกิดตายขึ้นมา มันจะไม่คุ้มเอาหรอ?”

หยวนเสี่ยวกวงกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าแบบนั้นคงต้องโทษที่พวกเขาไม่มีความสามารถ อย่างในช่วงไม่กี่วันก่อน ประธานฉินได้เข้าไปแล้วกลับมาสองสามครั้ง แต่ผลึกปีศาจโทรลที่เขานำกลับมาด้วย สามารถกองรวมกันเป็นภูเขาขนาดเล็กลูกหนึ่ง ถ้าคนอื่นทำไม่ได้ ก็หมายความว่าพวกเขาอ่อนแอเอง!”

ในสมองของหลิวฮุ่ยสับสนว้าวุ่น แง่หนึ่งก็คิดว่าค่าเข้าแพงไป อีกแง่หนึ่งคิดฝันถึงผลึกปีศาจโทรลขนาดเท่ากองภูเขาของฉินเฟิง

“บ๊ะ!  นี่นายจะถามอะไรมากมาย? ยังไงนายก็เข้าต่างมิติไม่ได้อยู่แล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของนาย เข้าไปคงถูกย่างจนสุกพอดี”

“อา!  ถูกของนาย ยังไงฉันก็เข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว” หลิวฮุ่ยตอบกลับ เขามาที่นี่เพื่อหาข้อมูล ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้

“งั้นเอาอย่างนี้เป็นไง นายทำตามกฏ ฉันจ่ายให้ 5 ล้าน แล้วขอเข้าไปดูแค่เฉพาะข้างในป้อมปราการ เพราะยังไงซะฉันก็ไม่มีเงิน 1 แสนล้านจ่ายค่าเข้ามิติลาวาเดือดอยู่ดี”

หยวนเสี่ยวกวงขบคิดสักพัก สุดท้ายผงกศีรษะ  “งั้นก็ตกลง นายเข้าไปได้”

“ขอบคุณพี่ชาย!”

หลิวฮุ่ยจ่ายเงินค่าเข้า เมื่อประตูเปิดออก เขาพบว่าภายในไม่ได้พิสดารอะไร แต่ใจกลางจัตุรัสปรากฏสองเสาตั้งห่างจากกัน บ่งบอกว่านั่นคือประตูมิติ นอกจากนี้ยังมีกฏเกณฑ์เขียนร่างเอาไว้อยู่ข้างๆ

2/4

Ep.646 - มิติลาวาเดือด

ไม่ไกลจากเมืองลาวาเดือด ถนนแปดเลนถูกสร้างขึ้นในเวลาเพียงครึ่งวัน ตลอดทั้งสองฟากฝั่งของมัน ปรากฏมีหอคอยรักษาการณ์ตั้งอยู่ในทุกๆ 100 เมตร ติดตั้งอาวุธและคมเขี้ยวไว้พร้อมสรรพ คอยจับจ้องการมาเยือนของผู้คนตลอดเวลา ส่วนบนท้องฟ้า มีโดรนคอยสอดส่องพื้นที่ทั้งหมดในทุ่งล่าบริเวณนี้

และสุดถนนสายนี้ คือป้อมปราการขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 เมตรเท่านั้น แต่กำแพงทั้งหมดถูกติดตั้งไว้ด้วยปืนใหญ่พลังงานแก่นสัตว์ร้าย ภายใต้แสงระยิบระยับพรั่งพราวตาของมัน ชวนให้ผู้คนรู้สึกสั่นกลัว

เบื้องบนท้องฟ้า ปรากฏเมืองที่ดูวิจิตรงดงาม หลายคนจดจำได้ดีว่ามันคืออะไร

นี่คือเมืองลอยฟ้าที่ถูกทิ้งไว้โดยเผ่าพันธุ์อัจฉริยะ เมืองลอยฟ้าอันเลื่องชื่อ เป็นตำนานที่สามารถสังหารตัวตนทรงพลังเลเวล A

--เมืองลอยฟ้าเผ่ากริม! แต่ปัจจุบัน มันถูกเรียกขานใหม่ว่าเมืองลอยฟ้าเฟิงหลี

สรุปสั้นๆเลยคือป้อมปราการแห่งนี้มีระบบความปลอดภัยดีเยี่ยม!

เพราะสถานที่แห่งนี้ คือที่ตั้งของประตูสู่มิติลาวาเดือดที่ก่อสร้างขึ้นใหม่โดยฉินเฟิง

ตั้งแต่ติดตั้งเสร็จเมื่อวาน ฉินเฟิงก็เสริมการป้องกัน ติดตั้งระบบติดอาวุธต่อเป็นอันดับแรก ต่อจากนั้น ก็เริ่มก่อสิ่งถูกสร้างที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม , โรงพยาบาล , ร้านอาหาร , ร้านค้า ฯลฯ ทยอยกันเปิดให้บริการ

และแน่นอน ว่าใจกลางของป้อมปราการแห่งนี้ ยังคงเป็นจัตุรัสกลาง

ประตูมิติที่ถูกสร้างขึ้นจากศิลามิติสองก้อนเชื่อมต่อกัน พร้อมที่จะเปิดใช้งานได้ตลอดเวลา

จากเดิม เนื่องจากโทรลลาวาเดือดหายไป ต้นไม้เพลิงทำการโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความแข็งแกร่งของมัน ทำให้เลเวล B ไม่มีทางเลือกนอกจากหนีเอาชีวิตรอด ส่วนเลเวล C ไม่กล้ารั้งอยู่ ทยอยกันอพยพในชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม ในวันต่อมา หลังจากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ผู้คนในรัฐทะเลเหนือกลับไม่ลดลง หากแต่เพิ่มขึ้น

ภายในป้อมปราการยังไม่มีข่าวคราวอะไรประกาศออกมา แต่หลายคนก็พอจะคาดเดาได้ว่า ฉินเฟิงคงกำลังบุกต่างมิติ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาล

แค่นึกถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ แต่คนของเฟิงหลีกลับทำอะไรเชื่องช้า ทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พวกเขาเริ่มสร้างอาคารรอบนอก เห็นได้ชัดว่านี่คือร้านค้าสำหรับบุคคลทั่วไป มีไว้เพื่อให้กลุ่มเฟิงหลีเก็บค่าเช่าได้ จากนั้นก็เริ่มเปิดหน้าดิน ขยายพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก

เดิมทีบริเวณนี้ทั้งหมดถูกเคยถูกปกคลุมไปด้วยลาวา ภายในดินอุดมสมบูรณ์ เปี่ยมไปด้วยพลังงาน หลังทำการขนย้ายดอกไม้หยาดน้ำตาและพีชพรรณอื่นๆเข้ามา ฤดูใบไม้ผลิที่กำลังถึงนี้ คงสามารถสร้างผลผลิต เก็บเกี่ยวได้มากมายอย่างแน่นอน

หากกล่าวว่าอาวุธปืนเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้พลัง เช่นนั้นตอนนี้ เกษตรกรรมของเฟิงหลี ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือพืชพรรณต่างๆ ทั้งหมดล้วนเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกคน พูดได้เลยว่าในโซนภาคเหนือ กลุ่มเฟิงหลีสามารถครองตลาดอาหารใหญ่เป็นอันดับต้นๆ กลายเป็นที่รู้จักของทุกคนไปแล้ว

ยังไงก็ตาม การดำเนินงานของพวกเขาเชื่องช้ามาก จนคนอื่นเริ่มทนรอไม่ไหว

“นี่ฉินเฟิงมันไหลตายในห้องน้ำไปแล้วรึเปล่า? จะปล่อยให้พวกเราเสียเวลาไปถึงเมื่อไหร่!”

“ถ้าในเมื่อนายก็คิดแบบนั้น งั้นพวกเราไปดูด้วยกันเลยไหม ช่องว่างมิติที่เพิ่งปรากฏขึ้นใหม่ พวกเราจะปล่อยให้เขายึดครองมันคนเดียวได้อย่างไร!”

“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะตรงนั้นคืออาณาเขตของเขา ช่องว่างมิติก็เป็นเขาที่สร้างขึ้น ดังนั้นเขามิสิทธิ์ที่จะครอบครองมัน”

“ฉินเฟิงคิดอะไรอยู่กันแน่?”

ในใจของผู้คนเกิดความคิดไปต่างๆนาๆ ว่าฉินเฟิงต้องการเงิน หรือต้องการปิดล้อมพื้นที่แถบนั้นไว้สำหรับฝึกฝนตนเองกันแน่

หากเป็นอย่างแรกก็แล้วกันไปเถอะ เพราะคงสามารถจ่ายค่าเข้าได้ แต่หากเป็นอย่างหลัง นี่คงทำให้เลเวล B หลายคนไม่พอใจและอาจก่อหวอดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้เคยชินกับการระมัดระวังตัว ดังนั้นแม้ในใจคิดอย่างไร แต่เป็นธรรมดาที่ตนจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามด้วยตัวเอง ดังนั้นเลยทำการจัดส่งเลเวล C บางคนเดินทางไปที่ป้อม

และหลิวฮุ่ยเป็นหนึ่งในนั้น

รถล่องเวหาขับไปตามเส้นทางถนน อาวุธบนหอคอยรักษาการณ์แต่ละฝั่งทำให้เหงื่อเขาแตกพลั่ก ตัวเขาก็เป็นมือปืน ดังนั้นเลยเป็นธรรมดาที่จะล่วงรู้ ว่าอาวุธปืนบนหอคอยเหล่านั้น ระดับภัยคุกคามของมันลวนอยู่ในเลเวล D

“นี่แค่หอคอยรักษาการณ์ตามรายทางนะ ฉินเฟิงคนนี้ เล่นใหญ่เกินไปจริงๆ”

หลิวฮุ่ยพึมพำ อันที่จริงหอคอยรักษาการณ์ทั่วๆไป สำหรับรัฐที่ค่อนข้างปลอดภัยอย่างทะเลเหนือ ปกติใช้แค่อาวุธปืนเลเวล F ก็เพียงพอแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉินเฟิงเลือกใช้อาวุธเลเวล D นี่มันฟุ่มเฟือยอย่างแท้จริง!

ยังไม่พอ ยิ่งเข้าใกล้ป้อมปราการมากเท่าไหร่ หลิวฮุ่ยยิ่งรู้สึกว่า สิ่งที่เขาเห็นตอนแรก กลายเป็นเด็กทารกไปเลย

บนกำแพงที่รายล้อมปรากฏปืนใหญ่พลังงานแก่นสัตว์ร้าย จากการสังเกต คล้ายมีระดับภัยคุกคามอยู่ในเลเวล C กระทั่งปืนใหญ่บางกระบอก ยังมีระดับภัยคุกคามถึงเลเวล B

ไหนจะยิ่งใกล้ เขาก็ยิ่งเห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของเมืองลอยฟ้า เจ้าสิ่งนี้ทำให้หลิวฮุ่ยเผลอขับรถช้าลงโดยไม่รู้ตัว ทั้งบังเกิดความรู้สึกหวาดระแวงขึ้นหลายส่วน

จนกระทั่งมาถึงประตูป้อมปราการ หลิวฮุ่ยก็ถูกสั่งให้หยุด

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า เป็นผู้ใช้อบิลิตี้ไม้เลเวล C คนๆมิใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคนใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกจากฉินเฟิงในลุ่มน้ำตู่ซาน --หยวนเสี่ยวกวง

“ต้องจ่ายค่าเข้า 5 ล้าน และมีความแข็งแกร่งขั้นต่ำอยู่ที่เลเวล C5!” หยวนเสี่ยวกวงมองไปยังใครบางคนที่มาถึง ในหัวใจรู้สึกชื่นมื่น เขารับหน้าที่รักษาการณ์ประตูแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อวาน แม้จะแค่ชั่วคราว แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการส่งข่าวสารให้แก่ผู้มาเยือนไปในตัว

อย่างไรก็ตาม หลังจากเฝ้ารอทั้งวัน กลับไม่มีใครมาเลย ทำให้ก่อนหน้านี้หยวนเสี่ยวกวงรู้สึกหดหู่ไม่น้อย

หลิวฮุ่ยพอได้ยินคำพูดของหยวนเสี่ยวกวง ใบหน้าของเขากลายเป็นแข็งทื่อทันใด “หยวนๆกันหน่อยไม่ได้หรอ? ฉันอยู่ในเลเวล C4 ห่างกันแค่ขั้นเดียว อีกอย่างฉันเป็นมือปืน!”

“ปกติแค่หนึ่งขั้นย่อยก็มีความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ยกเว้นแต่ว่าคุณเป็นอัจฉริยะหรือพวกลูกรักของพระเจ้า ถ้าแบบนั้นฉันสามารถปล่อยให้ผ่านไปได้!” หยวนเสี่ยวกวงกล่าว

หลิวฮุ่ยมาที่นี่ ประเด็นหลักๆก็คือสอดแนม จะได้เข้าไปหรือไม่มันก็ไม่สำคัญ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดทะเลาะกับหยวนเสี่ยวกวง พูดคุยสอบถามกันอย่างมีไมตรี

หยวนเสี่ยวกวงผู้ว่างงานความจริงก็รู้สึกเบื่อหน่ายเช่นกัน ดังนั้นการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น

“เจ้าเมืองฉินจัดตั้งป้อมปราการขึ้นเพื่ออะไรกันแน่? ฉันได้ยินมาว่าช่องว่างมิติข้างในถูกเปิดออกแล้ว พวกคุณมีแผนที่จะทำอะไร?”

หยวนเสี่ยวกวงกล่าว “อาศัยความแข็งแกร่งระดับนาย อย่าไปคิดถึงมันดีกว่า ข้างในนั่นต้องเป็นผู้ใช้พลังเลเวล B เท่านั้นถึงจะเข้าไปได้”

“ทำไมฉันถึงเข้าไปไม่ได้?”

“เพราะสำหรับประตูมิติ มันมีค่าเข้าเป็นเงินถึง 1 แสนล้าน!” หยวนเสี่ยวกวงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

พรวดด!

หลิวฮุ่ยสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาเบิกโพลงแทบหลุดจากเบ้า

“เท่าไหร่นะ?”

“1 แสนล้าน! นายกำลังคิดว่ามันมากเกินไปใช่ไหม?” หยวนเสี่ยวกวงเลิกคิ้วและกล่าว “นายอย่าลืมสิว่า ผลึกของปีศาจโทรล ก้อนหนึ่งมีราคา 3 หมื่นล้าน ล่าแค่ 4 ตัวก็คืนทุนแล้ว สำหรับเลเวล B เสียเงินแค่นี้ ไม่ได้มากอะไรสำหรับพวกเขาเลย”

หลิวฮุ่ยกลายเป็นบื้อใบ้ แต่สำหรับเลเวล B เหมือนจะคุ้มค่าจริงๆ

แต่สำหรับตัวเขาเอง เงินนั่นก็ยังเป็นจำนวนที่มากเกินไปอยู่ดี!

“แล้วความเสี่ยงล่ะ? ถ้าที่นั่นเต็มไปด้วยปีศาจโทรลลาวาเดือด เต็มไปด้วยแอ่งลาวา ใครจะรู้ว่ามันจะเสี่ยงแค่ไหน ถึงเวลานั้นถ้าเกิดตายขึ้นมา มันจะไม่คุ้มเอาหรอ?”

หยวนเสี่ยวกวงกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าแบบนั้นคงต้องโทษที่พวกเขาไม่มีความสามารถ อย่างในช่วงไม่กี่วันก่อน ประธานฉินได้เข้าไปแล้วกลับมาสองสามครั้ง แต่ผลึกปีศาจโทรลที่เขานำกลับมาด้วย สามารถกองรวมกันเป็นภูเขาขนาดเล็กลูกหนึ่ง ถ้าคนอื่นทำไม่ได้ ก็หมายความว่าพวกเขาอ่อนแอเอง!”

ในสมองของหลิวฮุ่ยสับสนว้าวุ่น แง่หนึ่งก็คิดว่าค่าเข้าแพงไป อีกแง่หนึ่งคิดฝันถึงผลึกปีศาจโทรลขนาดเท่ากองภูเขาของฉินเฟิง

“บ๊ะ!  นี่นายจะถามอะไรมากมาย? ยังไงนายก็เข้าต่างมิติไม่ได้อยู่แล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของนาย เข้าไปคงถูกย่างจนสุกพอดี”

“อา!  ถูกของนาย ยังไงฉันก็เข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว” หลิวฮุ่ยตอบกลับ เขามาที่นี่เพื่อหาข้อมูล ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้

“งั้นเอาอย่างนี้เป็นไง นายทำตามกฏ ฉันจ่ายให้ 5 ล้าน แล้วขอเข้าไปดูแค่เฉพาะข้างในป้อมปราการ เพราะยังไงซะฉันก็ไม่มีเงิน 1 แสนล้านจ่ายค่าเข้ามิติลาวาเดือดอยู่ดี”

หยวนเสี่ยวกวงขบคิดสักพัก สุดท้ายผงกศีรษะ  “งั้นก็ตกลง นายเข้าไปได้”

“ขอบคุณพี่ชาย!”

หลิวฮุ่ยจ่ายเงินค่าเข้า เมื่อประตูเปิดออก เขาพบว่าภายในไม่ได้พิสดารอะไร แต่ใจกลางจัตุรัสปรากฏสองเสาตั้งห่างจากกัน บ่งบอกว่านั่นคือประตูมิติ นอกจากนี้ยังมีกฏเกณฑ์เขียนร่างเอาไว้อยู่ข้างๆ

จบบทที่ Ep.646 - มิติลาวาเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว