- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 70 ฝันประหลาด(ฟรี)
ตอนที่ 70 ฝันประหลาด(ฟรี)
ตอนที่ 70 ฝันประหลาด(ฟรี)
ตอนที่ 70 ฝันประหลาด
เมื่อได้ยินเสียงโหยหวนนั่น ทั้งผมและหู่จื่อถึงกับสะดุ้งโหยง มองหน้ากันด้วยความตกใจ ก่อนที่ความคิดแรกจะผุดขึ้นในหัว ‘หรือเฒ่าเมิ่งจะยังไม่ยอมรามือ แอบกลับมาเล่นงานตระกูลจางอีก?’
พอพวกเรารีบร้อนวิ่งเข้าไป ก็เห็นว่าห้องนอนของจางอวิ๋นเลี่ยงเปิดไฟสว่างอยู่ มีเงาคนเคลื่อนไหวไปมาอยู่ข้างใน
เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าผู้คนกำลังรุมล้อมจางอวิ๋นเลี่ยงกันเต็มห้อง
จางอวิ๋นเลี่ยงนั่งกุมศีรษะตัวเอง ใบหน้าหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดผวา พูดจาเลอะเลือน “ไม่เอา...ฉันไม่อยากกระโดดตึกอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ...ขอร้องล่ะ...”
พอเห็นอาการของจางอวิ๋นเลี่ยงก็รู้ได้ทันที นี่คือคำสาปที่เฒ่าเมิ่งร่ายไว้บนตัวเขามันเริ่มกลับมาทำงานแล้ว
ขอเพียงแค่จางอวิ๋นเลี่ยงหลับ เขาจะฝันเห็นภาพตัวเองกระโดดลงมาจากตึกสูง ร่างกระแทกพื้นเลือดสาด แม้แต่สมองก็กระเด็นกระดอน รับรู้ถึงความเจ็บปวดอันสมจริงราวถูกฉีกสับ
หากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ต่อให้เป็นคนปกติที่จิตใจแข็งแกร่งเพียงใด แต่หากถูกทรมานแบบนี้เรื่อย ๆ สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นคนเสียสติ ทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก
และไม่รู้ว่าทำไม พอเห็นจางอวิ๋นเลี่ยงเป็นแบบนี้ ผมกลับรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก ... สมน้ำหน้ามัน!
เมื่อผมกับหู่จื่อก้าวเข้ามาในห้อง จางอวิ๋นเหยาก็รีบเดินเข้ามาคว้าแขนผมแน่นพลางกล่าวว่า “คุณชายอู๋ ช่วยดูให้หน่อยเถอะค่ะ พี่ชายของฉันเหมือนจะฝันร้ายอีกแล้ว เขาเป็นอะไรไปกันแน่?”
ในใจผมย่อมรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังคงเดินไปนั่งข้าง ๆ จางอวิ๋นเลี่ยง
“คุณชายอู๋ กลับมาแล้วหรือครับ...ลูกชายผมฝันร้ายแบบนี้ทุกวัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พอจะมีวิธีแก้ไขบ้างไหมครับ?” จางอวี้เฉิงกล่าวเสริมด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“เรื่องนี้ต้องมีสาเหตุแน่ ๆ คงต้องถามเจ้าตัวเขาเองแล้วล่ะครับ” พูดจบผมก็หันไปมองจางอวิ๋นเลี่ยง
ตอนนี้มีคนอยู่มากมาย อารมณ์ของจางอวิ๋นเลี่ยงค่อย ๆ สงบ แต่ในแววตายังคงมีความหวาดผวาลึก ๆ เหมือนยังไม่ฟื้นจากฝันร้ายเมื่อครู่
ผมจ้องมองจางอวิ๋นเลี่ยงก่อนแกล้งถามไปว่า “คุณได้ไปทำอะไรผิดบาปมาหรือเปล่า? พูดออกมาเถอะ บางทีผมอาจจะมีวิธีช่วยคุณได้”
ไม่คิดเลยว่าคำพูดนั้นกลับทำให้เขายิ่งร้อนรน ในใจเขามีเรื่องผิดบาปติดตัวแต่ไม่กล้าให้พ่อของตัวเองรับรู้ จึงหันมาขึ้นเสียงใส่ผมแทน “ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ถ้าแก้ได้ก็รีบแก้ซะ บ้านฉันมีเงินเยอะแยะ อย่ามาทำเป็นผีหลอกผีหลอนจะเอาเงินที่นี่!”
“ไอ้ลูกทรพี! กล้าพูดกับคุณชายอู๋แบบนี้ได้ยังไง?!” จางอวี้เฉิงดุลูกเสียงดัง
“พ่อครับ มันทรมานมากจริง ๆ เมื่อครู่ผมฝันว่าตัวเองกระโดดตึกอีกแล้ว หัวกะโหลกแตกกระจาย มันเจ็บมากจริง ๆ รีบหาทางช่วยผมเถอะนะครับพ่อ” จางอวิ๋นเลี่ยงร้องไห้
“แล้วแกทำอะไรผิดบาปมาหรือเปล่า พูดออกมาสิ คุณชายอู๋จะได้ช่วยแกได้ รีบพูดมา” จางอวี้เฉิงร้อนใจเร่งถาม
ทว่า จางอวิ๋นเลี่ยงก็ยังคงไม่ยอมพูด แววตาหลบเลี่ยง ส่ายหน้ากล่าวว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย...”
ผมเพียงส่ายหน้า ลุกขึ้นเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
จางอวี้เฉิงเรียกผมอยู่ด้านหลังสองสามครั้ง แต่ผมไม่เหลียวกลับ รีบไปพักที่ห้องของตัวเอง
ต่อมา จางอวิ๋นเหยาก็มาเคาะประตูห้องของผม แต่ผมก็ไม่ยอมให้เธอเข้ามา ในบ้านนี้ ผมมีแต่ความรู้สึกดี ๆ ให้กับจางอวิ๋นเหยาเท่านั้น ผมกลัวว่าเธอจะมาอ้อนวอนให้ช่วยพี่ชายของเธอ แล้วผมจะใจอ่อนยอมตกลงไป จึงโกหกไปว่าผมถอดเสื้อผ้าเตรียมจะนอนแล้ว จางอวิ๋นเหยาถึงได้ยอมจากไป
ในเมื่อรับปากเฒ่าเมิ่งแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับคำสาปของเขา ก็ต้องทำตามนั้น ส่วนเรื่องที่จางอวิ๋นเลี่ยงจะไปหาคนอื่นมาช่วยหรือไม่ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปยุ่ง
คืนนั้น เมื่อผมหลับไป กลับฝันประหลาด ผมฝันถึงหลี่น่า เพื่อนเก่าสมัยเรียนของผม
ในฝัน เธอน้ำตาคลอเบ้า มองผมด้วยสายตาเว้าวอน ร้องขอซ้ำ ๆ ว่า “ช่วยฉันด้วย...”
มันเป็นฝันที่แปลกประหลาดจริง ๆ ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงฝันแบบนั้น ถึงแม้ว่าหลี่น่าจะเคยตามจีบผม และเธอก็สวยมากด้วย แต่ผมไม่เคยมีใจให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เธอได้ไปคบกับหวังเฉาหยาง
แต่พอตื่นขึ้นมา ผมก็สลัดเรื่องนี้ทิ้งไป ไม่ได้เก็บมาใส่ใจต่อ
รุ่งเช้า ทุกคนต่างเตรียมเดินทางกลับเยี่ยนเป่ย
เรื่องการย้ายสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางถือว่าจบลงโดยสมบูรณ์ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ จางอวี้เฉิงจึงมอบบัตรธนาคารให้ผมใบหนึ่ง ในนั้นมีเงินอยู่เก้าแสนหยวน บวกกับเงินมัดจำหนึ่งแสนหยวนที่จางอวิ๋นเหยาให้ผมก่อนหน้านี้ รวมเป็นหนึ่งล้านพอดี
ผมเองก็คาดไม่ถึงว่าจะได้เงินมากมายขนาดนี้ แม้งานจะเสี่ยงและเหน็ดเหนื่อย แต่ค่าตอบแทนก็ถือว่าคุ้มค่า
นี่ทำให้ผมรู้สึกว่า การที่อาจารย์ให้ผมหาเงินให้ได้สิบล้านอาจจะไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น แค่ทำธุรกิจแบบนี้อีกสักสิบครั้ง ก็สามารถรวบรวมเงินได้ครบแล้ว แต่แน่นอน ไม่ใช่ทุกคนจะร่ำรวยเหมือนตระกูลจาง
คาดว่าตระกูลจางคงเห็นแก่หน้าอาจารย์ของผมที่เป็นราชาฮวงจุ้ยหลี่เสวียนทง ถึงได้ให้เงินมามากมายขนาดนี้ อย่างไรเสีย ให้เงินน้อยไป ก็คงไม่สมกับชื่อเสียง “ราชาฮวงจุ้ย” ของอาจารย์
ระหว่างทางกลับ จางอวิ๋นเหยาขับรถพอร์ชสีแดงรุ่นสปอร์ตชวนให้ผมนั่งรถกลับไปกับเธอ
รถคันนี้เป็นแบบสองที่นั่ง นั่งได้เพียงแค่เราสองคน ผมเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เลือกกลับไปกับเธอ ส่วนหู่จื่อก็กลับไปพร้อมกับจางอวี้เฉิงในรถคันเดียวกัน
ก่อนขึ้นรถ ผมเห็นจางอวิ๋นเลี่ยง ขอบตาดำคล้ำอย่างหนัก คาดว่าหลังจากฝันร้ายเมื่อคืนก็คงไม่ยอมนอนอีกเลย
ยิ่งเห็นเขาสภาพย่ำแย่ ผมก็ยิ่งสะใจ ไอ้เด็กคนนี้ ไม่รู้ว่าทำร้ายผู้หญิงไปแล้วกี่คน เจอแบบนี้ก็สมควรแล้ว ต่อไปจะได้ไม่มีอารมณ์ไปทำเลวกับผู้หญิงที่ไหนอีก
แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่ารถคันนี้รุ่นอะไร แต่ก็แน่ใจว่าราคามันต้องแพงแน่ ๆ อย่างน้อยชื่อ “พอร์ช” ผมก็เคยได้ยินมาบ้าง
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัยมาก ก็พกวเราเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายมาเหมือนกัน ทำไมจางอวิ๋นเหยาถึงขับรถได้แล้วล่ะ? เธออายุถึงพอไปเรียนได้ใบขับขี่แล้วหรือ?
หลังจากถามถึงได้รู้ความ ตอนเด็ก ๆ จางอวิ๋นเหยาเคยป่วยหนักครั้งหนึ่ง ทำให้ต้องหยุดเรียนไปปีกว่า ตอนนี้เธออายุสิบเก้าปีแล้ว ซึ่งแก่กว่าผมสองปี และเพิ่งได้ใบขับขี่ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมานี้เอง
จางอวิ๋นเหยาขับรถไปพลาง พูดกับผมไปพลางว่า “คุณชายอู๋ ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณมากจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ บ้านเราคงลำบากแย่”
“ไม่ต้องเกรงใจนักหรอก ถึงอย่างไรบ้านเธอก็จ่ายเงินให้ฉัน” ผมยิ้มกล่าว
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยเสียงเบา “คุณชายอู๋ เรื่องที่ฮวงจุ้ยของตระกูลเราถูกทำลาย และผีสาวที่ปรากฏตัวในคืนนั้นมันคืออะไรกันแน่? คุณสืบจนรู้ความจริงแล้วหรือยังคะ?”
ผมมองไปที่จางอวิ๋นเหยา จ้องจนเธอรู้สึกไม่สบายใจ เธอรีบยิ้มเจื่อน “หรือว่าฉันไม่ควรถาม?”
“รู้ไหมว่าทำไมพี่ชายเธอถึงฝันร้ายว่ากระโดดตึกทุกครั้งที่หลับ? เรื่องสุสานของตระกูลเธอกับเขามีความเกี่ยวโยงกัน ฉันเองก็คงพูดได้แค่นี้ ส่วนเรื่องทำไมนั้น กลับไปถามพี่ชายของเธอเอาเองเถอะ เรื่องนี้จบลงเพียงเท่านี้ ฉันช่วยได้แค่นี้จริง ๆ” ผมตอบเสียงเรียบ
[จบแล้ว]