เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.618 - ที่ซ่อนกลุ่มปีศาจชินระ

Ep.618 - ที่ซ่อนกลุ่มปีศาจชินระ

Ep.618 - ที่ซ่อนกลุ่มปีศาจชินระ


3/5

Ep.618 - ที่ซ่อนกลุ่มปีศาจชินระ

กลิ่นอายของไป๋หลีกวาดไปทั้งเหนือใต้ออกตก ลุกฮือขึ้นถึงชั้นเมฆ แมลงสัตว์ร้ายรอบๆเกิดความแตกตื่น เพราะท้ายที่สุดแล้ว กลิ่นอายของจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล B ที่ปรากฏขึ้น มันไม่เหมือนกับกลิ่นอายของแมลงสัตว์ร้าย ทั้งสองแตกต่างกัน

“กี๊ กี๊!”

“จี๊ด จี๊ด จี๊ด!”

บังเกิดเสียงร้องระงมด้วยความตื่นตระหนก แต่ในบรรดาเสียงเหล่านั้น กลับมีเสียงของมนุษย์ปะปนมาด้วย

ฉินเฟิงปลดปล่อยพลังสมาธิ กวาดสำรวจออกไป และชนเข้ากับคนกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งอย่างพอสมควร มีเลเวล B หนึ่งคน ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำ และผู้ใช้พลังเลเวล C อีกสี่คน ทั้งหมดกำลังเคลื่อนที่ผ่านป่าลึก

เนื่องจากกำลังเคลื่อนไหวกันอย่างรวดเร็ว หากให้เอ่ยปากสนทนาคงลำบาก พวกเขาเลยใช้พลังสมาธิสื่อสารกัน แล้วบังเอิญพลังสมาธิของฉินเฟิงไปกระทบเข้าพอดี

“เกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าพื้นที่แถบนี้ถูกกวาดล้างแล้วหรอกหรือ? ทำไมถึงมีกลิ่นอายของเลเวล B อยู่อีก แล้วกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้ คาดว่าคงเป็นระดับจักรพรรดิ!”

“แต่ความรู้สึกนี้ เหมือนไม่ใช่กลิ่นอายของแมลงสัตว์ร้ายเลย”

“เป็นไปได้ไหมว่ามีรอยแยกมิติปรากฏขึ้น”

“เรื่องนั้นคงไม่มีใครตอบได้ แต่ถ้าสัตว์ร้ายเลเวล B โผล่ออกมาจริงๆ คงต้องให้บอสชินระเป็นคนจัดการ”

“บ้าเอ๊ย! ฐานเพิ่งก่อตั้งได้แค่ครึ่งเดือน ฉันไม่อยากย้ายที่อีกแล้วนะ น่ารำคาญจริง ขอให้ครั้งนี้มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญทีเถอะ”

จากนั้นก็สนทนาสัพเพเหระ บ่นด่าว่าตอนนี้ฐานมีสภาพแย่แค่ไหน พวกมันพูดคุยกระทั่งเรื่องการตายของติหรังและคนอื่นๆ

เมื่อรับฟังถึงจุดนี้ ฉินเฟิงทราบได้ทันทีว่าพวกมันเป็นใคร

สมาชิกกลุ่มปีศาจชินระ!

ก่อนเกิดใหม่ ฉินเฟิงเคยอ่านข้อมูลกลุ่มชินระผ่านตา ในช่วงเวลานั้น กลุ่มปีศาจชินระครอบครองสมุนไพรวิญญาณแบบเดียวกันกับดอกไม้หยาดน้ำตา มีคุณสมบัติช่วยขับไล่แมลงสัตว์ร้าย ทำให้พวกเขาสามารถตั้งฐานในลุ่มน้ำตู่ซานซึ่งเกลื่อนไปด้วยแมลงหนาแน่นได้ และตำแหน่งที่พวกเขาตั้งฐาน ยังกลายเป็นเขตการค้าระหว่าง 2 พื้นที่ของตู่ซานกับหัวเซี่ย ทั้งในอนาคตยังสามารถตั้งเป็นพื้นที่ปกครองส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม นั่นคือเรื่องของอนาคต อิงตามเวลาปัจจุบัน อย่างน้อยสิ่งที่เล่ามาจะเกิดขึ้นในอีกห้าหกปีให้หลัง

สำหรับกลุ่มชินระในตอนนี้ สามารถเรียกได้ว่ายังอยู่ในสภาวะตัวอ่อน

ถึงจะกล่าวว่าเป็นแค่ตัวอ่อน แต่กองกำลังมืดของพวกมันมีหัวหน้าเป็นถึงผู้ใช้พลังเลเวล A ดังนั้นถือว่าทรงพลังมากอยู่ดี

“ไม่คิดเลยว่าจู่ๆจะเจอพวกมัน คำกล่าวที่ว่าโลกกลม ศัตรูมักเดินชนกันโดยบังเอิญคงเป็นเรื่องจริง” พลังสมาธิของฉินเฟิงตรึงลงบนคนเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็ระดมรูนมืด ปกคลุมทั้งตนเองและไป๋หลี กลิ่นอายของทั้งสอง ค่อยๆจางหายไป

สมาชิกกลุ่มปีศาจชินระก็สัมผัสได้เช่นกัน ว่ากลิ่นอายระดับจักรพรรดิเลเวล B ค่อยๆหายไป แต่ถึงกระนั้น พวกมันก็คงค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ที่นี่อย่างระมัดระวัง แต่หลังจากกวาดมองไปรอบๆ ก็ไม่พบกับความผิดปกติใดๆ

“บางทีมันอาจจะหายไปแล้ว” ผู้ใช้พลังเลเวล B เอ่ยขึ้น

คนอื่นๆพอได้ฟังค่อยถอนหายใจโล่งอก

“คุณต้องการอยู่ที่นี่เพื่อสำรวจสถานการณ์ก่อนไหม?”

“ไม่จำเป็น กลับกันเถอะ”

“ตกลง กลับไปดื่มกัน”

หลังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย พวกเขาก็พบว่าไม่มีอะไร เลยเตรียมเดินทางกลับ

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ทราบก็คือ เบื้องหลังพวกเขา ปรากฏคนสองคนในเงามืด

--เป็นฉินเฟิงกับไป๋หลี!

“กลุ่มปีศาจชินระ ถ้าตามไปฆ่าพวกมัน ไม่แน่ว่าอาจได้รับสมบัติดีๆติดไม้ติดมือกลับมามากมาย” เดิมฉินเฟิงก็มีความคิดนี้อยู่แล้ว และในเมื่อมีศัตรูคอยนำทางถึงที่ ฉินเฟิงเลยตัดสินใจว่าจะกำจัดพวกมันซะตอนนี้เลย

แต่สักพัก ฉินเฟิงก็หันมามองไป๋หลีแล้วเอ่ยถาม “ถ้าชินระปรากฏตัวขึ้น เธอสามารถกำจัดมันได้ไหม?”

“นั่นไม่น่าจะมีปัญหา เพราะตอนนี้ฉันยกระดับขึ้นเป็นเลเวล B แล้ว น่าจะสามารถรับมือกับผู้ใช้พลังเลเวล A ระดับสามัญได้”

แน่นอน หากอีกฝ่ายเป็นการดำรงอยู่ระดับลูกรักของพระเจ้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไป๋หลีคงสู้ไม่ได้ เพราะสถานะลูกรักของพระเจ้ามิใช่ไก่กา ในหมื่นจะปรากฏสักหนึ่ง ดังนั้นเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง

ติหรังที่เคยสู้กับฉินเฟิงก็เป็นลูกรักของพระเจ้าเช่นกัน แต่น่าเสียดาย แม้พลังของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่มากพอที่จะต่อกรกับฉินเฟิง สุดท้ายต้องจบชีวิตลง

ฉินเฟิง “เรื่องนั้นไม่น่ามีปัญหา เพราะชินระเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล A ถึงกำลังภายในของเขาจะแข็งแกร่ง เพราะเกิดจากการฝึกฝนวิชามารอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้าให้พูดถึงประสิทธิภาพการต่อสู้จริงๆ ไม่น่าจะแข็งแกร่งในระดับลูกรักของพระเจ้า”

ความแข็งแกร่งของผู้ใช้พลังเลเวล A น่ะมากพอที่จะข่มขวัญผู้คน อย่างในตู่ซาน ที่แน่ๆไม่มีใครกล้าแตะต้องชินระ

แต่ฉินเฟิงกล้า!

“แมลงในตู่ซานนี้ถูกฆ่าไปมากแล้ว ฉันก็พอรู้สถานการณ์ และกำลังคิดจะจากไปพอดี แต่ในเมื่อบังเอิญเจอฐานกลุ่มชินระ งั้นก็ขอกวาดล้างมันก่อน แล้วพวกเราค่อยจากไป”

“อื้ม เอาตามที่รักว่าเลย!” ไป๋หลีกล่าว

“งั้นไปกันเถอะ”

ฉินเฟิงไม่เริ่มสนทนาอะไรอีก เขากับไป๋หลีซ่อนตัวอย่างเงียบๆ ไล่ตามสมาชิกกลุ่มชินระท่ามกลางความมืดมิด

สมาชิกทั้งห้าคนเหล่านี้มิได้อ่อนแอ แต่ยังไม่ถึงขั้นตรวจพบการดำรงอยู่ของฉินเฟิงในเงามืด ไม่นานพวกเขาก็ผ่านพื้นที่อันตราย

ต้นไม้เริ่มปกคลุมหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ภูมิประเทศของที่นี่ ไม่ได้ถูกระบุเอาไว้บนแผนที่ขนาดเล็กที่จัดทำขึ้นโดยเมืองกลางตู่ซาน

ฉินเฟิงกับไป๋หลีไม่ทิ้งรอยเท้าใดๆเอาไว้ ภายใต้การปกคลุมของท้องฟ้ายามค่ำคืน พื้นดินมีสภาพเป็นหนองน้ำที่มีใบไม้กองเป็นชั้นๆ ยังไม่พอ ยังมีพวกแมลงและสัตว์ร้ายมากมายอาศัยอยู่ภายใน ยิ่งเป็นช่วงกลางดึก ยุงดูดเลือดฝูงใหญ่ออกหากิน ลอยอยู่เหนือหนองน้ำ

คนของกลุ่มปีศาจชินระเดินเหินอย่างคล่องแคล่ว เห็นได้ชัดว่ารู้จักภูมิประเทศแถบนี้เป็นอย่างดี และดูเหมือนว่าพวกเขาจะพกสมุนไพรวิญญาณที่เคยอธิบายไปติดตัวมาด้วย ดังนั้นสามารถป้องกันการโจมตีของแมลงสัตว์ร้ายได้

ไม่นาน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงทุ่งกว้างที่เป็นพื้นดินแข็ง ปรากฏต้นไม้สูงใหญ่ หอคอยรักษาการณ์และกำแพงไม้ก่อตัวเป็นป้อมปราการขนาดเล็ก คล้ายถูกจัดตั้งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ

ฉินเฟิงไม่จำเป็นต้องลอบติดตามคนเหล่านั้นอีก ภายใต้การปกคลุมของอบิลิตี้มืด ฉินเฟิงเดินผ่านยามเฝ้าประตู เดินเข้าสู่หมู่บ้านโดยตรง

พลังสมาธิของฉินเฟิงกวาดออกไปตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ป้องกันไม่ให้ดึงดูดความสนใจของฝูงชน

แต่สถานการณ์หมู่บ้านแห่งนี้ หลังจากที่กวาดพลังสมาธิสำรวจอย่างรอบคอบ ฉินเฟิงต้องสูดหายใจลึก

เพราะสิ่งที่เขาค้นพบ คือการดำรงอยู่ของผู้ใช้พลังเลเวล C มากกว่า 300 คน มีเลเวล B ถึง 7 คน นอกจากนั้นเป็นกระท่อมหรูหราสามชั้น ที่ฉินเฟิงไม่ได้กวาดเข้าไปตรวจสอบ แต่สัญชาตญาณของฉินเฟิงรับรู้ได้ ว่าภายในกระท่อมนั่น คือชินระ!

ฉินเฟิงเริ่มตื่นตัว แม้จะเตรียมใจมาก่อนแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่ามาถึงก็จะเจอกับที่พักของชินระจริงๆ นอกจากสมาชิกกลุ่มชินระแล้ว ยังมีพวกทาสบางคนอาศัยอยู่เช่นกัน พวกทาสทั้งถูกทุบถูกตี ถูกกดขี่ให้ทำอาหารและเผาฟืนไฟ หรือแม้กระทั่งถูกกระทำชำเราเรื่องน่าอับอาย

ท่ามกลางความมืดมิด ชายบางคนกำลังระบายกำลังอันเหลือล้นของตน ภายในค่าย สามารถได้ยินถึงเสียงกรีดร้องครวญครางของหญิงสาว

ช่างเป็นสถานที่ไร้ศีลธรรมและมืดมน หน้าผากของฉินเฟิงเริ่มเกิดริ้วรอยยับย่น

“ทางนั้นสินะ?”

พลังสมาธิของฉินเฟิง ตรึงลงบนร่างของผู้ใช้พลังเลเวล B คนหนึ่งอย่างรวดเร็ว

อีกฝ่ายเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ ความแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ บ้านกระท่อมไม้ที่อาศัยก็ค่อนข้างหรูหรา เวลานี้เขาอยู่บนเตียง กำลังรุกคืบขึ้นคร่อมหญิงสาว ทุ่มเทสมาธิทั้งกายใจ จนไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ ว่าบนหน้าต่างที่เขาเปิดทิ้งไว้ มีเงาดำวูบผ่านเข้ามา

จวบจนห้องนอนกระพริบไหวด้วยแสงสีเงิน ชายคนนั้นถึงค่อยตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่กว่าจะรู้ตัว วิสัยทัศน์ของเขาก็กลายเป็นมืดมัวไปแล้ว

เทคนิคมิติเอกเทศ!

นี่คืออบิลิตี้มิติของไป๋หลี ปัจจุบัน บ้านทั้งหลังได้กลายสภาพเป็นมิติคู่ขนาน มีสภาพไม่ต่างจากเขตแดนลับ ไม่ว่าจะเกิดการต่อสู้แบบไหนขึ้น ก็จะไม่มีใครล่วงรู้!

ช่วงเวลานี้เอง ฉินเฟิงได้มาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังของอีกฝ่าย ง้างฝ่ามือเยื้องสุดแขนด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

“มังกรตะปบ!”

จบบทที่ Ep.618 - ที่ซ่อนกลุ่มปีศาจชินระ

คัดลอกลิงก์แล้ว