เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.569 - ขูดเลือดขูดเนื้อ

Ep.569 - ขูดเลือดขูดเนื้อ

Ep.569 - ขูดเลือดขูดเนื้อ


1/7

Ep.569 - ขูดเลือดขูดเนื้อ

“ผมแนะนำว่าอย่าทำแบบนั้นจะดีกว่า” ฉินเฟิงเตือน ชี้ไปยังเสาที่แสงจรัสกำลังหายไป และกล่าวว่า “เสาแสงนี้คือการตกผลึกของพลังสมาธิ ฉะนั้นจำเป็นต้องโจมตีมันด้วยพลังสมาธิเท่านั้น หากใช้วรยทุธโบราณ หรือกลวิธีอย่างอื่นในการโจมตีเสาตกผลึกนี้ ใส่พลังงานไปเท่าไหร่ ก็จะสะท้อนกลับมาเท่านั้น”

เหวินไห่ชะงักงัน เร่งถอนมือกลับอย่างรวดเร็ว

ฮงรีได้ยินคำพูดของฉินเฟิง ยังไม่เชื่อสนิทใจ แต่ตราบใดที่ทดสอบดู เดี๋ยวก็รู้เอง!

“ฮ่าฮ่า ขอบคุณประธานฉินสำหรับคำเตือน หากสามารถเปิดชั้นหกได้ ฉันจะไม่ลืมส่วนแบ่งของประธานฉินแน่นอน”

แต่ส่วนแบ่งที่ว่า ฮงรีไม่ได้กล่าวว่าจะแบ่งปันกันเท่าไหร่ อาจมิใช่ 40/60 เหมือนเดิมก็ได้ เพราะสมบัติในชั้นนี้ มูลค่าแตกต่างกับชั้นห้า อย่างน้อยก็หลายหมื่นล้าน

ฉินเฟิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เขาเพียงยื่นนิ่ง เฝ้ารอดูโชว์สนุกๆ

ตามความทรงจำในชีวิตก่อนของฉินเฟิง เสาผลึกนี้ ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้เป็นปราการตอบโต้ป้องกัน และประสิทธิภาพของมันช่างยอดเยี่ยม สามารถต้านทานสัตว์ร้ายที่เน้นโจมตีทางกายภาพได้อย่างไม่จำกัด

อย่างไรก็ตามผลึกชนิดนี้กลับพบเจอได้ยากยิ่ง จึงยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

ช่วงเวลานี้ ฉินเฟิงอยากจะรู้ว่าฮงรีจะทำอย่างไร เขาเฝ้ามองอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน อีกฝ่ายกวาดสายตาไปทางผู้ใต้บังคับบัญชาตน ชี้ไปยังผู้ใช้อบิลิตี้ไฟคนหนึ่งและกล่าว “นายไปทดสอบดู”

ในบรรดาเลเวล C ทั้งสิบคนของฮงรี มีหกผู้ใช้วรยุทธโบราณ , สองมือปืน และสองผู้ใช้อบิลิตี้ ผู้ใช้อบิลิตี้ไฟคนนี้ มิใช่ผู้ใช้อบิลิตี้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม แต่ที่ฮงรีเลือกออกไป เพราะต้องการแค่ทดสอบดูเท่านั้น

“ขอรับท่านประธาน” ผู้ใช้อบิลิตี้ไฟพยักหน้า เดินออกมาสองก้าว เพ่งมองไปยังเสาผลึก ระดมพลังสมาธิและโจมตีออกไป

นี่เป็นการโจมตีด้วยพลังสมาธิเพียวๆ แต่ผู้คนรอบข้างก็ยังรู้สึกได้ ว่าเบื้องหน้าผู้ใช้อบิลิตี้ไฟ ปรากฏกระแสลมแรง แม้ไม่มีการปลดปล่อยอักษรรูน แต่สามารถส่งพลังงงานอันน่าหวาดกลัว โถมลงใส่เสาผลึก

เสาผลึกนั้นโปร่งใสราวกับกระจกแก้ว มันดูเปราะบางมาก แม้การโจมตีด้วยพลังสมาธิจะมีประสิทธิภาพต่อวัตถุที่มีชีวิตมากกว่า แต่เมื่อต้องเผชิญกับพลังสมาธิในระดับเลเวล C ไม่ต้องกล่าวถึงผลึกบางๆเช่นนี้ กระทั่งเพชรก็ยังถูกบดขยี้

ดังนั้นผู้ใช้อบิลิตี้ไฟคนนี้ เลยมั่นใจสุดๆ

แต่ในตอนนั้นเอง ฉากแปลกๆพลันปรากฏขึ้น พลังสมาธิเมื่อกระทบกับเป้าหมาย เสาผลึกจู่ๆก็สาดประกายระยับออกมา มันมิได้ส่องสว่างในทีเดียว แต่เริ่มไล่สาดแสงขึ้นจากด้านล่าง ไต่ขึ้นไปเบื้องบน ผลคือประกายที่ว่าไต่ขึ้นมาสูงถึงแค่ 5 ซม. เท่านั้น แล้วมันก็หายไป

ต้องทราบนะว่า เสาผลึกนี้แม้ดูเปราะบาง แต่มีความหนามาก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบหนึ่งเมตร สูงที่สุดเกือบห้าเมตร แล้วเมื่อครู่มันยังไงกันแน่?

ผู้ใช้อบิลิตี้ไฟตกตะลึงโดยสิ้นเชิง

แต่ก็ได้สติ และรายงานกลับอย่างรวดเร็ว “เจ้านาย มันเกิดการตอบสนองต่อพลังสมาธิจริงๆ แต่เหมือนจะไม่ง่ายดายอย่างที่คิด พวกเราควรระดมพลังสมาธิ ฉีดลงไปในผลึกแสงอย่างต่อเนื่อง ผมขอพยายามดูอีกครั้ง”

“อืม” ฮงรีพยักหน้า อนุญาตให้ทดสอบต่อได้

ผู้ใช้อบิลิตี้ไฟเร่งเร้าพลังสมาธิอีกรอบ ทว่าครั้งมีไม่ได้ออกมาในรูปแบบกระแสลม หากแต่เป็นหยดน้ำ  มันลอยล่องในอากาศ ค่อยๆจมลงไปในผลึกแสง

เสาผลึกเริ่มปรากฏแสงสว่างขึ้นรำไร ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

5 ซม. , 10 ซม. …

20 ซม. , 50 ซม. ….

สีหน้าของผู้ใช้อบิลิตี้ไฟเริ่มซีดขาว พลังสมาธิของเขาได้มาถึงขีดจำกัด ถูกรีดเร้นจนใกล้เหือดแห้ง

เมื่อไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป ผู้ใช้อบิลิตี้ไฟทำได้เพียงยอมแพ้

“ท่านประธาน …” แม้เจ้าตัวจะเป็นถึงผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล C แต่เมื่อทำงานล้มเหลว ทั้งๆที่อยู่ต่อหน้าเจ้านายผู้แข็งแกร่งกว่า เลยเผยท่าทีกระวนกระวายออกมา

“ไม่เป็นไร อย่าคิดมากเลย” ใบหน้าของฮงรีดูไม่น่ามองเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะเห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว

“ท่านประธาน คราวนี้ผมจะทำเอง” ผู้ใช้อบิลิตี้อีกคนก้าวออกมา ไม่รอให้ฮงรีพยักหน้า ก็ปลดปล่อยพลังสมาธิทันที

ประกายบนเสาผลึกในเวลานี้ เริ่มแผ่วจางลงแล้ว แต่เมื่อผู้ใช้อบิลิตี้คนใหม่อัดฉีดพลังสมาธิลงไปอีกครั้ง เสาผลึกก็เริ่มส่องสว่างขึ้นอีกคราว ไล่ระดับจากล่างขึ้นบน

แต่เมื่อผ่านไปพักหนึ่ง สีหน้ามั่นอกมั่นใจของผู้ใช้อบิลิตี้คนใหม่ก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง

ความแข็งแกร่งของเขา เมื่อเทียบกับผู้ใช้อบิลิตี้ไฟ มีเลเวลสูงกว่าแค่สองขั้นเท่านั้น

สุดท้ายสามารถฝืนทนได้มากกว่าเพียงเล็กน้อย เสาผลึกเปล่งประกายไปถึง 70 ซม. ก่อนจะหยุดนิ่งลง

“นี่ …”ผู้ใช้อบิลิตี้รู้สึกอับอายนัก

“ไม่เป็นไร!” แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่ใบหน้าของฮงรีกลายเป็นน่าเกลียดโดยสมบูรณ์

เขามองไปยังสองมือปืนของตน แต่อีกฝ่ายกลับเร่งก้มหน้าลง แสดงท่าทีชัดเจนว่าพวกตนทำไม่ได้หรอก เพราะพวกเขาเป็นมือปืน พลังสมาธิมีไม่เท่าผู้ใช้อบิลิตี้

สีหน้าของฮงรีหมองลง จากนั้นง้างฝ่ามือ อัดฉีดกำลังภายในและฟาดเข้าใส่เสาผลึกโดยไม่บอกกล่าวผู้ใด

แต่แล้วสิ่งที่น่าตกใจก็บังเกิดขึ้น เสาผลึกพลันสว่างวาบ มันเจิดจรัสยิ่งกว่าตอนถูกอัดฉีดด้วยสองพลังสมาธิ ก่อนเริ่มรวมตัวกันเป็นรังสีแสง สะท้อนกลับใส่ฮงรีด้วยความเร็วชนิดตาไม่ทันได้กระพริบ

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนยังสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าพลังงานที่สะท้อนกลับมานี้ มันคือพลังงานระดับผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล B แบบทุ่มสุดกำลัง

ใบหน้าของฮงรีแปรเปลี่ยนกลับกลาย

ตูม!

โล่ปราณกำลังภายในผุดขึ้นปกคลุมตัวฮงรีทันที ทว่าอำนาจโจมตีที่สะท้อนเข้ามา กลับบดขยี้ปราณกำลังภายในของเขาในพริบตา

“บัดซบ!” ฮงรีคำรามเกรี้ยวกราด ระดมกำลังภายในเข้าทานรับ แต่พลังสมาธิเมื่อสัมผัสเข้ากับกายเขา มันก็แทรกซึมเข้าไป วิ่งเข้าสู่สมอง สร้างอาการวิงเวียน แขนขาทั้งสี่เริ่มสูญเสียการควบคุม กำลังภายในสับสนวุ่นวาย

‘ไม่เข้าท่าแล้ว!’ ฮงรีร่ำร้องในใจ

“ท่านประธาน!”

“อา! รีบปกป้องท่านประธานเร็ว!”

ผู้ใช้พลังของกลุ่มฮงรี ทั้งหมดตะโกนโวยวาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับอำนาจระดับเลเวล B พวกเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย

แต่ในตอนนั้นเอง ปรากฏคลื่นความผันผวนของพลังสมาธิแผ่ออกมาในอีกจุดหนึ่ง

--ฉินเฟิงเริ่มลงมือแล้ว!

พลังสมาธิปะทุโหม โถมเข้าต้านทานพลังงานที่สะท้อนเข้าใส่ฮงรี ทั้งสองฉีกกระชากกันและกัน ก่อนสลายไปในอากาศทั้งคู่

ฮงรี่ มิอาจยืนหยัด ชักฝีเท้าถอยไปสองสามก้าว เขาเกือบจะล้มลงกับพื้น

ฉินเฟิงมองไปยังสีหน้าซีดเผือดของฮงรีด้วยรอยยิ้มบาง และกล่าว “ประธานฮง ถ้าคุณไม่เชื่อผม ทำไมไม่ให้ลูกน้องผู้ใช้วรยุทธโบราณทดสอบมันดูก่อนล่ะ ผมบอกแล้วไง ว่าการสะท้อนของเสาผลึกนี้ อำนาจความรุนแรงของมันจะขึ้นอยู่กับพลังของผู้โจมตี”

สมองของฮงรีหายอื้ออึง สติกลับมาแจ่มชัด เขากลืนเลือดอึกหนึ่งกลับลงคอ ในหัวใจสบถสาปแช่ง ‘ไอเด็กนี้ จงใจทำเหมือนฉันเป็นคนโง่ มันช่วยได้ตั้งแต่แรกแต่กลับไม่ยอมช่วย!’

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้ ฉินเฟิงไม่คิดอยู่เฉยอีกต่อไป เอ่ยปากว่า “ดูเหมือนชั้นหกของเขตแดนลับแห่งนี้ ประธานฮงคงจะเสียเวลากับมันอีกนาน ดังนั้น ผมคงไม่คิดอยู่ต่อ ในเมืองเฟิงหลียังมีสิ่งต่างๆอีกมากมายรอให้ผมจัดการ”

สิ้นเสียง ฉินเฟิงหันหลังเตรียมเดินจากไปทันที

ดวงตาของฮงรีสั่นไหว สีหน้าแปรเปลี่ยนยากจะคาดเดา บังเกิดความลังเล

แต่ไม่นาน เขาก็ได้ข้อสรุปในใจ ปั้นรอยยิ้มบนใบหน้า ตะโกนไล่หลังว่า “หยุดก่อนประธานฉิน! อย่าเพิ่งรีบร้อนจากไปเลย ผู้ใช้อบิลิตี้ฝั่งฉันทั้งสองคนหมดพลังแล้ว ฉะนั้น ประธานฉินกับฉันมาร่วมมือกัน เพื่อทำลายอุปสรรค เข้าสู่ชั้นหกด้วยกันจะได้ไหม?”

“อ้อ? มันก็ได้อยู่หรอก แต่หลังจากพวกเราเข้าไปได้แล้ว จะแบ่งผลประโยชน์กันยังไง?”

“แน่นอนว่ายังคงเป็น 40/60 เหมือนเดิม!” ฮงรีกล่าว

ฉินเฟิงส่ายหัว เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับส่วนแบ่งนี้ “ขอปฏิเสธ ผมต้องการ 50/50”

ฮงรี่เกือบหลุดปากตะโกน ‘ไอ้แม่ย้อย’ แบบนี้มันจะมากเกินไปแล้ว ขูดเลือดขูดเนื้อกันชัดๆ!

จบบทที่ Ep.569 - ขูดเลือดขูดเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว