เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.547 - ผู้แข็งแกร่งมักได้กำไร ผู้อ่อนแอทำได้เพียงดิ้นรนเอาชีวิตรอด

Ep.547 - ผู้แข็งแกร่งมักได้กำไร ผู้อ่อนแอทำได้เพียงดิ้นรนเอาชีวิตรอด

Ep.547 - ผู้แข็งแกร่งมักได้กำไร ผู้อ่อนแอทำได้เพียงดิ้นรนเอาชีวิตรอด


2/3

Ep.547 - ผู้แข็งแกร่งมักได้กำไร ผู้อ่อนแอทำได้เพียงดิ้นรนเอาชีวิตรอด

ฉินเฟิงนั่งสมาธิบนฟูกนอนของเขา เมื่อมีอุปกรณ์รูนมิติ การนำเตียงนุ่มสบายออกมาใช้ก็ไม่ใช่ปัญหา

เมื่อคนกลุ่มนั้นเข้ามา ฉินเฟิงแน่นอนสามารถรับรู้ได้ แต่คนเหล่านั้นก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ไม่แสดงท่าทีคุกคามใดๆ เมื่อมาถึงห้องของฉินเฟิง พลังสมาธิที่ดูอ่อนโยนก็ถูกถ่ายทอดออกมา

“สวัสดี ฉันชื่อว่าไป่หยู มาจากเผ่าสวรรค์ ถ้าให้ลองเทียบกันดูแล้ว เผ่าพันธุ์ของฉันมีสายเลือดใกล้เคียงกับของนายมากที่สุด”

คนที่ก้าวออกมาข้างหน้า มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล C1 ใบหน้าของเธอแม้ดูเหมือนคนชาติตะวันออก แต่กลับมีผมยาวสีบลอนด์ รอบกายเปล่งแสงจางๆ ชวนให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่น รอยยิ้มดูน่ารักและใจดี

โดยบนแผ่นหลังของเธอ มีพลังงานบางอย่างที่รูปร่างเหมือนปีกติดเอาไว้ มันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยรูนแสง

หน้าผากของฉินเฟิงบังเกิดรอยยับย่น พลังสมาธิส่งกระแสคำพูดอันเย็นเยียบออกไป

“ส่วนฉันชื่อฉินเฟิง ฉันจำได้ว่าเผ่าสวรรค์สามารถเก็บปีกของพวกตนได้ เธอไม่รู้หรอ ว่าฉันเป็นผู้ใช้อบิลิตี้มืด? แต่กลับยังปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งแสงแล้วบุกเข้ามาแบบนี้ ใช่จงใจกระตุ้นให้ฉันรู้สึกไม่ดีรึเปล่า?”

ไป่หยูสะดุ้งเฮือก เร่งหดปีกพลังงานกลับคืนอย่างรวดเร็ว เหมือนเธอกลัวว่าฉินเฟิงจะขับไล่ออกไป

อย่างไรก็ตาม ไป่หยูยังคงมองไปทางฉินเฟิงด้วยความประหลาดใจ ต้องรู้นะว่า ในมิติของเธอ เผ่าสวรรค์ได้รับการเทิดทูนจากเผ่ามนุษย์ พวกเธอถูกเรียกว่าสวรรค์ ก็ลองจินตนาการเอาเถอะว่ามีสถานะสูงส่งแค่ไหน ทุกครั้งที่ปลดปล่อยพลังงานแสงออกมา มักสร้างความหลงใหล ชวนให้ผู้คนมึนเมา

บางทีคงเป็นเพราะอีกฝ่ายคือผู้ใช้อบิลิตี้มืดเลยไม่ได้ผล ดังนั้นไป่หยูเลยตามใจเขา ถึงสามารถเข้าใกล้ได้

“โทษที ปกติแล้วฉันมักเรียกปีกออกมาเป็นนิสัย เพราะมันคือสิ่งที่ใช้ในการต่อสู้เช่นกัน” ไป่หยูกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็นชา เห็นๆอยู่ว่านี่เป็นเวลากลางคืน การเอาปีกที่เปล่งแสงได้ออกมา มันไม่เท่ากับเรียกวิญญาณต่างมิติมาเคาะประตูบ้านหรอกหรือ?

“เธอต้องการอะไรจากฉัน พูดมาตรงๆเถอะ”

ไป่หยูยิ้มหวาน “พวกเราต่างก็เป็นกิ่งก้านของเผ่ามนุษย์ เวลานี้เมื่อดินแดนล่มสลายของเผ่าวิญญาณได้เปิดขึ้นอีกครั้ง ลูกรักของพระเจ้าจากทั้งพันหมื่นมิติล้วนมายังที่นี่ เพื่อต่อสู้แย่งชิงเกราะศักดิ์สิทธิ์ อาศัยกำลังของผู้คนเพียงลำพัง ยังคงไม่เพียงพอ เพราะงั้นฉันเลยอยากจะถามนาย ว่าพวกเราพอจะร่วม--”

อย่างไรก็ตาม ไม่รอให้ไป่หยูพูดจบ ฉินเฟิงขัดจังหวะอีกฝ่ายโดยตรง พลังสมาธิปลดปล่อยน้ำเสียงเฉียบขาดออกมา

“ขอปฏิเสธ”

“--มือ …. แค่ก แค่ก” ไป่หยูสำลัก

“เธอยังพูดไม่จบ อย่าเพิ่งคิดปฏิเสธ! นายรู้ไหมว่า ยิ่งอยู่นาน ยิ่งก้าวไปข้างหน้า นายก็จะยิ่งพบเจอกับหลากหลายเผ่าพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ ปีศาจเสพวิญญาณเอย , เผ่าปีศาจ , เผ่ามังกร , เผ่าโลหิต พวกนั้นไม่ใช่กลุ่มที่ง่ายจะต่อกร!”

นอกจากนี้ยังมีเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาอีกมากมาย ถ้าไม่ร่วมมือกัน จากนี้หากไม่ถูกอีกฝ่ายบังคับให้เข้าร่วม ก็คงถูกกำจัด

“มีเฉพาะผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะสามารถร่วมมือกับฉัน บางทีถ้าเราพบกันคราวหน้า ฉันอาจตกลง แต่ตอนนี้ ฉันอยากฉายเดี่ยว” ฉินเฟิงตอบอย่างไม่แยแส

“นายกำลังจะบอกว่าพวกเราอ่อนแอ?”

ในที่สุดสีหน้าของไป่หยูเริ่มมืดมนลง ความอ่อนโยนแต่เดิมจางหายไป สีหน้าแสดงออกถึงความหยิ่งทะนง ในมิติที่จากมา ตัวเธอเปรียบดั่งการดำรงอยู่อันเป็นศูนย์กลาง หากไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของฉินเฟิง เธอย่อมไม่มีวันลดตัวมาคุยกับฉินเฟิงแบบนี้เด็ดขาด

“หรือว่าไม่ใช่ล่ะ?” ฉินเฟิงหัวเราะหยัน เขามองเห็นถึงความเสแสร้งหลอกลวงของอีกฝ่ายตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นปฏิเสธโดยตรง คร้านจะใส่ใจ

“ดี ดีมาก อย่าให้ฉันได้เห็นหน้านายอีกในดินแดนล่มสลาย! ถึงเวลานั้น นายจะไม่รอดไปถึงการช่วงชิงเกราะศักดิ์สิทธิ์!”

ไป่หยูตวาดโกรธเคือง สิ้นเสียงหันหลังเดินจากไป

ฉินเฟิงคร้านจะใส่ใจศัตรูของเขา เจ้าตัววางอุปกรณ์สื่อสารลงบนหน้าต่าง ให้มันคอยบันทึกภาพภายนอก แล้วล้มตัวลงนอน

โชคยังดี ที่ไป่หยูและบรรดาพรรคพวกเผ่าสวรรค์ แม้จะไม่ได้ร่วมมือกับฉินเฟิง แต่ก็ยังไม่คิดสั้น โจมตีฉินเฟิงในทันที

ขณะเดียวกัน ภายในเมืองหลวงมังกร ลูกรักของพระเจ้าที่ลงจากหอคอย ต่างได้รับรางวัลมากมาย นอกจากนี้ยังได้รับสถานะในเมืองหลวงมังกร ดินแดนที่เปรียบดั่งขุมทรัพย์สำหรับฝึกฝน

จิ่นเฟยกับโจวฮ่าว ทั้งคู่ต่างทำผลงานได้ดี ดังนั้นสามารถอยู่ที่นี่เพื่อฝึกฝน ส่วนบรรดาผู้ใช้พลังเลเวล A ต่างเฝ้ารอคอยไม่กี่คนที่เดินทางผ่านมิติจากชั้นบนสุดของหอคอยประตูมังกร

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาดำเนินไปได้เพียง 18 ชั่วโมง ก็มีคนกลับมา และไม่ใช่เพียงหนึ่ง แต่เป็นสอง

สองคนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าเป็นอ้ายโตวกับปังรั่ว

ความแข็งแกร่งของทั้งสองถือว่าต่ำสุด ดังนั้นทำได้เพียงออกสำรวจรอบนอก และเมื่อตกกลางคืน ก็ต้องทานรับวิกฤตยิ่งกว่า อยู่ได้ไม่เกินหนึ่งวัน สุดท้ายตัดสินใจหนีออกมา

ปังรั่วมีตระกูลคอยหนุนหลัง ดังนั้นเมื่อปรากฏตัว มีคนมารับทันที และบางสิ่งที่อยู่ในมือเขา ก็ถูกพวกนั้นเอาไป

ส่วนของในมืออ้ายโตว เก๋อหลางมีสิทธิ์เลือกเป็นคนแรก

ไม่อย่างนั้น พวกเลเวล A จะพยายามชุบเลี้ยงสั่งสอนลูกรักของพระเจ้าไปทำไม? นี่แหละคือเหตุผลล่ะ

“อ้ายโตว ไหนเอามาให้พวกเราดูหน่อย ว่าคราวนี้เธอได้รับอะไรมาบ้าง พวกเราจะช่วยประเมินราคาให้ ถ้ามันเป็นวิชาลับของเผ่าวิญญาณ เธอสามารถตั้งขายในเครือข่ายนักสู้ได้เลย พวกเราจะไม่กดราคาเธอแน่นอน!”

อ้ายโตวไม่ทราบมูลค่าของสิ่งที่เขาได้รับ แต่ยังคงนำมันออกมา และราคาประเมินที่ได้ ก็เล่นเอาดวงตาเขาพร่ามัวไปเล็กน้อย รู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด

ไม่คาดฝันเลยว่ามันจะมีมูลค่ามากกว่าล้านล้าน!

เก๋อหลางซื้อสิ่งเหล่านี้จากมือเขา ขณะเดียวกันก็ให้สัญญาว่าจะคอยฝึกฝนอ้ายโตว นอกจากนี้ยังบอกว่าจะปกป้องอายโตวหลังจากที่เด็กน้อยกลายเป็นเจ้าของทรัพย์สินมหาศาล จะได้ไม่ต้องถูกข่มเหงรังแก

เป็นธรรมดาที่พอได้ฟัง อ้ายโตวจะมีความสุข!

คนอื่นๆมองไปทางเก๋อหลางด้วยแววตาอิจฉา หลังจากที่อ้ายโตวจากไป เหล่าเลเวล A ก็ก้าวเข้ามาแสดงความยินดีกับเขา

“ขอแสดงความยินดีกับนายพลเก๋อที่ได้ครอบครองของชั้นดี!”

เก๋อหลางเองก็ดูจะภูมิใจมาก เขาหัวเราะฮะฮ่าเสียงดัง แต่ยังคงแสร้งทำเป็นเข้ม  “สิ่งเหล่านี้ล้วนกลายเป็นของพันธมิตรมนุษย์ฝั่งตะวันตก ไม่ใช่ของฉันเพียงคนเดียว”

“เป็นเช่นนั้น ในอนาคตถ้าศึกษามันแล้ว ได้ของดีๆออกมา ก็อย่าลืมแบ่งปันกัน!”

“ถ้าเกิดสามารถนำไปต่อยอดเป็นอุปกรณ์ดีๆได้เมื่อไหร่ อย่าลืมให้ส่วนลดพวกเราบ้างล่ะ!”

“ใช่ ใช่ สมบัติที่ได้มาในปีนี้ มันอาจมีประโยชน์มากก็ได้!”

ฝูงชนเอ่ยไปในทำนองเดียวกัน สิ่งที่ได้รับมาจากวิญญาณเหล่านั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นเครื่องจักร นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับองค์ประกอบของรูน นั่นถือเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงการดำรงอยู่ของมนุษย์ได้เลย

แต่สิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องได้รับการศึกษาค้นคว้า ขณะที่อ้ายโตว ไม่มีทางทำมันได้ เพราะที่กล่าวมาต้องใช้เงินและการลงทุนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม หากขายมันในตอนนี้ เขาก็จะได้รับเงินเป็นจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกัน มันถือเป็นการปิดหนทาง ให้เขาไม่อาจนำมันไปต่อยอดทำเงินได้อีกตลอดไป!

ในวันที่สาม หลงกันและคนอื่นๆก็กลับมา พวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวสมบัติได้ก้อนใหญ่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทั้งหมดร่วมมือกันสามคน เดินเตร่อยู่รอบนอก ต่อสู้สังหารเป็นเวลากว่าสามวันสองคืน หากไม่ใช่เพราะถูกปิดล้อมโดยเผ่าพันธุ์อื่น พวกเขาอาจได้รับสมบัติมากกว่านี้

ทั้งสามมีตระกูลมารอรับ แน่นอนเป็นทางตระกูลของพวกเขาที่ได้รับผลประโยชน์ในครั้งนี้

ปัจจุบัน เหลือเพียงฉินเฟิงที่ยังไม่กลับมา

“ก่อนจากไป ฉินเฟิงสามารถยกระดับขึ้นเป็นเลเวล C3 ซึ่งสำหรับ C3 ในบรรดาลูกรักของพระเจ้าเป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัว ฉันเกรงว่าพอกลับมา เขาอาจมาพร้อมสมบัติปริมาณมากจนเกินจินตนาการ!”

“ถูกต้อง ถึงเวลานั้น ถ้าซางฮันซื้อไม่ไหว ฉันก็จะรับซื้อมันทั้งหมดจากฉินเฟิงเอง!”

“ใช่ แต่อยากจะรู้จริงๆ ว่าเขาจะทนอยู่ได้นานแค่ไหน”

เหล่าเลเวล A สนทนาและคาดเดาไปต่างๆนาๆ แต่ในวันที่สี่ ห้า และหก ฉินเฟิงก็ยังไม่กลับมา

พอถึงตอนนี้ กระทั่งซางฮันก็ต้องขมวดคิ้ว

“ฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก ฉะนั้นเป็นไปได้ไหมว่าเขาเลือกบุกเข้าไปในสถานที่อันตราย หวังว่าเขาจะไม่ถูกพวกเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาฆ่าไปแล้วหรอกนะ!”

จบบทที่ Ep.547 - ผู้แข็งแกร่งมักได้กำไร ผู้อ่อนแอทำได้เพียงดิ้นรนเอาชีวิตรอด

คัดลอกลิงก์แล้ว