เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.529 - พยุหะแห่งความตาย

Ep.529 - พยุหะแห่งความตาย

Ep.529 - พยุหะแห่งความตาย


3/4

**วันนี้ 4 ตอนก่อนนะครับ แอดมินจะไปจอง PS5

Ep.529 - พยุหะแห่งความตาย

เจ้าสิ่งนี้ อย่างน้อยต้องอยู่ในเลเวล S กระทั่งอาวุธเทวะอย่างเกราะหวังหมิงที่ฉินเฟิงสวมใส่ ยังเทียบไม่ได้

ฉินเฟิงกวาดสายตามองแต้มสงครามที่จำเป็นต้องใช้แลก และพบว่ามันมากถึง 500,000 แต้ม

อย่างไรก็ตาม แต้มจำนวนนี้ สำหรับฉินเฟิง ไม่ถือว่ามากมายอะไร

“ตกลง ผมจะรับหน้าที่นี้ต่อเอง ส่วนองครักษ์ของคุณ ไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้กับผม” สายตาของฉินเฟิง เบนไปยังเหล่าเลเวล B

ซางฮันชะงักไปชั่วขณะ สักพักแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย “ความแข็งแกร่งของผู้ใช้พลังเลเวล B อาจเทียบไม่ได้กับคุณก็จริง แต่ถ้าบังเอิญปรากฏการดำรงอยู่ระดับจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล B อีกครั้งล่ะ? ฉันคิดว่ายังไงคุณก็ต้องการตัวช่วย”

ฉิยเฟิงกล่าว “ไม่จำเป็น ตรงกันข้าม ผมกลัวว่าคนพวกนี้จะกลายเป็นตัวหารแต้มสงครามกับผม”

ฉินเฟิงกล่าวตรงๆ เหล่าเลเวล B ที่แต่เดิมเลือกเก็บความคับแค้นไว้ในจิตใจ ทั้งหมดสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย ถลึงมองฉินเฟิง ความโกรธลุกโชน

“ฉินเฟิง! คุณแข็งแกร่งก็จริง แต่ถ้าต้องเผชิญกับศัตรูนับหมื่น จะรับมือได้หรอ!”

“ใช่ อย่าอวดดีให้มันมากนัก คุณคิดว่าตัวเองเป็นเลเวล A หรือไร”

“ต่อให้มีเรือเหาะช่วยยิง แต่จักรพรรดิเลเวล B ก็ยังสามารถฉีกคุณเป็นชิ้นๆได้อยู่ดี ถึงเวลานั้น กว่าจะคิดแก้สถานการณ์ มันก็สายเกินไปแล้ว”

“หยุดพูดเถอะ ในเมื่อเขาไม่อยากให้เราช่วย เราก็ไม่ต้องโยนตัวเองลงโคลนไปอยู่กับคนแบบนี้ ถ้าเจ้าเด็กนี่ตายไป พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไร”

เหล่าเลเวล B ก่นด่าจนจมูกบิดเบี้ยว

ฉินเฟิงเฝ้ามองเหล่าเลเวล B ชักมีดกษัตริย์ครามขึ้นมาโดยตรง

ฝูงชนผงะตกใจ พวกเขารู้อยู่หรอกว่าฉินเฟิงเป็นคนใจร้อน แต่ไม่คิดว่าจะดีเดือดถึงขนาดคิดทำร้ายกันเองแบบนี้

และเมื่อลองย้อนนึกไปถึงเรื่องที่ฉินเฟิงสังหารกวงเว่ย ในหัวใจของเหล่าเลเวล B ก็เริ่มเกิดความหวาดกลัว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความรู้สึกหวาดกลัว มันยังบังเกิดความรู้สึกโกรธเกรี้ยว

ฉินเฟิงในเวลานี้ ชักทำตัวเลวร้ายเกินไปแล้วในสายตาของพวกเขา!

อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นเอง ฉินเฟิงเหวี่ยงสะบัดข้อมือ ส่งมีดลอยตัดอากาศไปยังอีกทิศทางหนึ่ง แสงไสวสีแดงม่วงเจิดจรัส แทงทะลุเข้าหัวสัตว์ร้ายเลเวล C อย่างกะทันหัน

สัตว์ร้ายเลเวล C ผู้แสนโชคร้าย มันคืบคลานออกจากรอยแยกมิติหลังจักรพรรดิมังกรตาย และเนื่องจากสภาพแวดล้อมโดยรอบได้กลายเป็นที่ราบ ดังนั้นไม่มีตำแหน่งใดให้หลบซ่อนตัว มันจึงตัดสินใจอาศัยกลิ่นอายแห่งความตายของมังกร กลบกลิ่นอายตน และค่อยๆย่องหาโอกาสหลบหนีไป

ซางฮันและคนอื่นๆกำลังจัดแยกศพ เป็นธรรมดาที่จะไม่ทันสังเกตเห็นถึงมัน

ดังนั้นไม่คาดคิดเลย ว่าที่จู่ๆอีกฝ่ายชักมีดออกมา แท้จริงแล้วจะเป็นการช่วยสังหารสัตว์ร้ายเลเวล C ตัวนั้นลง

ช่วยให้ทุกคนไม่ถูกมันลอบโจมตี ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสังหารในกระบวนท่าเดียว!

ต่อมา แสงสีดำพลันห่อหุ้มลงบนศพสัตว์ร้ายตัวนั้น เรียกให้มันผุดลุกขึ้นและมายืนข้างกายฉินเฟิง

“ท่านจ้าวพรมแดน ดูเหมือนว่าคุณจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว”

สัตว์ร้ายเลเวล C ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายออกมา ความแข็งแกร่งของมันมิได้ลดทอนลงมากนัก ดวงตาสีดำขลับกวาดมองไปยังผู้คน

ในหัวใจของผู้คนที่ถูกมองกระตุกไหว

ซางฮันอุทานออกมา “จริงสิ ฉันลืมไปซะสนิทเลย ว่าคุณมีเทคนิคควบคุมศพ ยังไงก็ตาม นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ฉันจะทิ้งองครักษ์ผู้ใช้อบิลิตี้ไว้กับคุณสัก 5 คน ไว้คอยช่วยเหลือในแนวหลัง แต่ถ้าคุณไม่สั่งให้พวกเขาลงมือ พวกเขาก็จะไม่ลงมือ คนละครึ่งทาง แบบนี้เป็นอย่างไร?”

“ถ้าท่านจ้าวพรมแดนยืนกรานถึงขนาดนั้น ก็ตามใจเถอะ!”

ซางฮันดึงดันที่จะทิ้งห้าคนไว้เบื้องหลัง เพราะสถานการณ์ของป่าหยวนสำคัญที่สุดในตอนนี้ ซางฮันจำเป็นต้องระมัดระวังให้มาก

แม้ทั้งห้าที่ถูกทิ้งไว้ จะรู้สึกตกใจกับเทคนิคอบิลิตี้ของฉินเฟิง แต่พวกเขาก็ยังแสดงท่าทีไม่พอใจ ลอบสาปแช่งหวังให้สัตว์ร้ายปรากฏตัว มอบความทุกข์ทรมานให้กับฉินเฟิง!

ทางฝั่งซางฮัน เธอนำเลเวล B ที่เหลือมุ่งหน้าไปยังชายแดนของป่าหยวน นั่งฮอลศึกศึกษาพื้นที่ของป่าหยวนที่จะทำการปิดผนึก และตัดสินใจลงมือทำทันที

อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ซางฮันลงมือด้วยตัวเอง เพื่อจัดการรอบๆรอยแยกมิติอันน่าสะพรึง

เธอลงมาสั่งการในแนวหน้าเป็นการส่วนตัว ทำกระทั่งออกล่าสัตว์ร้ายด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างเป็นไปอย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ภายในป่าหยวน ตำแหน่งที่ฉินเฟิงคอยปกป้อง ก็ปลอดภัยไร้กังวลเช่นกัน

แม้ที่นี่จะมีสัตว์ร้ายเลเวล C ปรากฏตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากถูกฉินเฟิงสังหาร และใช้อบิลิตี้มืดเข้าควบคุม พวกมันก็กลายเป็นหุ่นเชิดของเขา เข้าเข่นฆ่าสังหารสัตว์ร้ายที่รุกรานเข้ามาใหม่ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกองทัพแห่งความตายของเขา เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น

ช่วงเวลานี้ บนพื้นดินในเขตที่กลายเป็นสีดำเนื่องจากลาวาแข็งตัว คราคร่ำไปด้วยกองทัพแห่งความตาย

เมื่อวันแรกจบลง ฉินเฟิงมีกองทัพราวๆ 1,000 ตัว

แต่ในวันต่อๆมา มันก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น จาก 2,000 เป็น 3,000 และเป็น 5,000 !

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ กองทัพแห่งความใต้ที่ถูกควบคุมโดยฉินเฟิง ก็มีมากถึง 10,000 ตัว!

ขณะเดียวกัน ฉินเฟิงก็ค้นพบว่า พลังสมาธิของเขา ได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว

ช่วงเวลานี้ ห้าผู้ใช้อบิลิตี้ที่ซางฮันทิ้งไว้ สุดท้ายตัดสินใจเอ่ยปากขอลาฉินเฟิง

เพราะถึงอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาจะมีประโยชน์อะไร? ยืนโง่ๆคอยเฝ้าดูฉินเฟิงระดมกองทัพของตัวเองหรือไร? ต้องปล่อยให้หัวใจตนรู้สึกเสียดายต่อไปแบบนี้เรื่อยๆหรอ?

ต้องรู้นะว่า การที่ฉินเฟิงเข้าควบคุมศพเหล่านั้น ส่งผลให้วัตถุดิบจากศพ ไม่สามารถเก็บกู้ได้ ถึงวัตถุดิบเลเวล C จะไม่ได้มีมูลค่ามากอะไรสำหรับพวกเขา แต่หากมันรวมๆกันถึง 10,000 ตัว คงต้องยอมรับว่า กระทั่งพวกเขาเอง ก็ยังอดใจสั่นไม่ได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับฉินเฟิง ตอนนี้เจ้าตัวทำเงินได้มากแล้ว ไม่จำเป็นต้องหาเงินจากการขายวัตถุดิบจากสัตว์ร้ายอีกต่อไป แค่ธุรกิจในกลุ่มของเขาก็ครบวงจร

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่า พอครอบครองเงินมากในระดับหนึ่งแล้ว มันก็เป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น

ในทางกลับกัน มีสิ่งอื่นที่ฉินเฟิงจำเป็นต้องให้ความสนใจมากกว่า

“แม้พลังสมาธิของฉันจะทรงพลัง แต่มันก็ยังมีขีดจำกัด เรื่องนี้คงต้องขอบคุณเทคนิคหนทางสู่เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ ไม่อย่างนั้น อาศัยเพียงพลังสมาธิของฉัน คงไม่สามารถควบคุมกองทัพศพอย่างแม่นยำแบบนี้ได้”

ฉินเฟิงยังคงลงมือทำต่อไป สำหรับหุ่นเชิดที่ความแข็งแกร่งต่ำ หรือได้รับความเสียหาย เขาสั่งกำจัดพวกมันทั้งหมด แล้วหันไปควบคุมศพใหม่แทน

นำศพใหม่มาแทนที่ศพเก่า จนกระทั่งกองทัพศพของฉินเฟิง มีความแข็งแกร่งโดยเฉลี่ยอยู่ถึงเลเวล C8 และยังมีสัตว์ร้ายเลเวล B รวมอยู่ด้วยมากถึง 1,000 ตัว!

ด้วยกำลังรบดังกล่าว เกรงว่าหากคิดจะกวาดล้างเมือง คงมิใช่เรื่องยากเย็นอะไร

การรุกรานของสัตว์ร้ายจากป่าหยวน กินระยะเวลาประมาณครึ่งเดือน ถึงแม้ว่าในครั้งนี้มันจะบุกเข้ามาอย่างกะทันหัน แต่นอกเหนือไปจากความเสียหายที่เกิดขึ้นช่วงแรกแล้ว ต่อมาหลังจากนั้น ชายแดนป่าหยวน ปลอดภัยและมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง แทบไม่มีสัตว์ร้ายต่างมิติบุกเข้าไปก่อกวนพวกเขาเลย

นั่นก็เพราะสัตว์ร้ายที่บุกเข้ามา ทั้งหมดถูกสกัดกั้นโดยฉินเฟิง ผู้คอยประจำการอยู่เบื้องหน้ารอยแยกมิติ

โดรนสังเกตการณ์ก็มาตรวจสอบที่นี่เช่นกัน และส่งภาพถ่ายทอดออกไป หลังจากได้เห็นกองทัพแห่งความตายอันน่าสะพรึง ผู้ใช้พลังต่างก็เกิดความรู้สึกว่าตนช่างเล็กจ้อยอ่อนแอ

“ก่อนหน้านี้ ฉินเฟิงฆ่ากวงเว่ย แต่หลังจากนั้น จ้าวพรมแดนซางกลับเอ่ยชื่นชม และยกย่องเขา ตอนแรกฉันคิดว่านี่คือการเอาคืนกวงเว่ยที่ละทิ้งภารกิจ แล้วดันปล่อยให้ราชาอัคคีชุ่ยเหลียนตกอยู่ในอันตรายจนถึงแก่ชีวิต แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า … ”

“ดูเหมือนว่าวิสัยทัศน์ของจ้าวพรมแดนซางจะเฉียบขาดจริงๆ เธอให้ท้ายฉินเฟิงตั้งแต่ต้นๆ แบบนี้ หากภายหลังฉินเฟิงย้ายมาอยู่เมืองเป่ยหัว ตัวจ้าวพรมแดนคงไม่ต่างจากพยัคฆ์ติดปีก!”

“เกรงว่าบางที อีกหนึ่งอิทธิพลกำลังจะถือกำเนิดขึ้น!”

แน่นอน แม้คนเหล่านี้จะพูดเช่นนั้น แต่บรรดาผู้ใช้พลังเลเวล B ซึ่งมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะกดดันฉินเฟิงไม่ให้ผงาดขึ้นมาได้ กลับไม่มีใครเจตนาจะขัดขวางเขา

นั่นเพราะตั้งแต่แรกที่เจอกัน ฉินเฟิงแข็งแกร่งจนน่าสะพรึงอยู่ก่อนแล้ว ประเด็นที่สองก็คือ กลุ่มเฟิงหลี เหมือนจะไม่มีแผนย้ายรกรากมายังเมืองเป่ยหัว

บรรดาตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณประจำเมืองเป่ยหัว กำลังหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เช่นกัน

“ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องของฉินเฟิง แม้เขาจะแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายก็เป็นผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล C หากคิดทำการใหญ่ ยังถือว่ามีระดับไม่มากพอ”

“ถูกต้อง การที่เขาแข็งแกร่งเพียงคนเดียว มันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากมาย อย่าได้ใส่ใจ”

“ทว่ายามเขาก้าวขึ้นมาถึงเลเวล B เมื่อไหร่ เกรงว่ากระทั่งจ้าวพรมแดน ก็ยังไม่อาจต่อกร”

“โอ้สวรรค์ เขานี่มันลูกรักของพระเจ้าขนาดแท้ สถานที่ของเขา คงมีแค่เมืองหลวงมังกรที่เหมาะสม!”

จบบทที่ Ep.529 - พยุหะแห่งความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว