เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.483 - เลเวล C ก็ร่วมได้หรอ?

Ep.483 - เลเวล C ก็ร่วมได้หรอ?

Ep.483 - เลเวล C ก็ร่วมได้หรอ?


โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.483 - เลเวล C ก็ร่วมได้หรอ?

งานประลองลูกรักของพระเจ้า?

ฉินเฟิงค่อนข้างตกใจเล็กน้อย แต่ก่อนเกิดใหม่ ในฐานะผู้ใช้พลังเลเวล A เป็นธรรมดาที่เขาจะเคยรับชมงานประลองนี้

หากให้อธิบายอย่างเรียบง่าย  งานประลองนี้ ถือเป็นรายการใหญ่ และเมื่อถึงเวลารับสมัคร เหล่าอัจฉริยะมากพรสวรรค์หลายคนจะเข้าร่วม ตระกูลที่แข็งแกร่งและมีอำนาจหลังยุคโลกาวินาศ จะพากันคัดเลือกรุ่นเยาว์มากพรสวรรค์ของตนมาที่นี่

แน่นอน ผู้ที่สามารถไปถึงอันดับต้นๆได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นคนจากตระกูลชั้นสูงและมีอำนาจล้นมือ

“ผมพอจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน” ฉินเฟิงพยักหน้า

“เช่นนั้นฉันมีเรื่องรบกวนผู้การรัฐฉิน คือว่า คุณพอจะให้ลู่เหมิงเข้าร่วมงานประลองได้ไหม”

ฉินเฟิงชะงักไป

“นี่มันเกี่ยวอะไรกับผม? ถ้าคุณอยากให้เธอเข้าร่วมงานประลองลูกรักของพระเจ้า ก็ไปขอเธอเลยสิ”

เติ้งเหนียนดูอึดอัดเล็กน้อย “ลู่เหมิงรวมถึงครอบครัวของเธอ ทุกคนย้ายไปอยู่เฟิงหลีของคุณกันหมดแล้ว ผู้การรัฐฉินคงยังไม่รู้”

เติ้งเหนียนถอนหายใจด้วยความเสียดาย เพราะพ่อของลู่เหมิง เหมือนจะเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดในสถานชุมชนเฉิงเป่ย แต่ในสายตาของฉินเฟิง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่นับเป็นสิ่งใด

“เรื่องนั้นผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าอาจารย์ใหญ่เติ้งต้องการ คุณสามารถคุยกับลู่เหมิงได้โดยตรง”  ไม่รอช้า ฉินเฟิงเปิดอุปกรณ์สื่อสาร ค้นอยู่ครู่หนึ่งจนพบชื่อของลู่เหมิง และโทรหาเธอ

“ลู่เหมิง อาจารย์ใหญ่เติ้งต้องการพบเธอ ช่วยมาเจอฉันที่นี่หน่อย”

ฉินเฟิงยังไม่เข้าใจถึงเรื่องราวของสถานการณ์ ดังนั้นเอ่ยชวนตรงๆ ลู่เหมิงเองก็ไม่ใช่ลูกน้องของเขา ในแง่สถานะ ลู่เหมิงมักเอ่ยปากเสมอว่าเธอคือรุ่นพี่โรงเรียนของเขา

“อ๋า? อาจารย์ใหญ่เติ้งเรียกหรอ? นี่ … โอเค นายรอแปปนึง เดี๋ยวฉันจะไปที่นั่น” ลู่เหมิงกล่าวอย่างเร่งรีบ และวางสายไป

จากนั้นไม่ถึง 10 นาที ไม่ใช่แค่ลู่เหมิง แต่โจวฮ่าวก็มาด้วย

บนอกของทั้งสองติดตราสัญลักษณ์โลโก้เลเวล E เรื่องโจวฮ่าวเป็นเลเวล E แล้วน่ะฉินเฟิงทราบ แต่กระทั่งลู่เหมิงยังเป็นเลเวล E ด้วยนี่ ฉินเฟิงคาดไม่ถึงจริงๆ

เติ้งเหนียนแยกไปสนทนากับลู่เหมิง ส่วนฉินเฟิงแยกไปคุยกับโจวฮ่าว

“ลู่เหมิงขึ้นเป็นเลเวล E ตั้งแต่เมื่อไหร่? นายแอบมอบทรัพยากรให้เธอใช่ไหม”

ลู่เหมิงอาจมีพรสวรรค์ แต่เธอเกียจคร้าน ทั้งยังค่อนข้างหุนหันพลันแล่นและไร้เดียงสา หากไม่ขยันฝึกฝนจริงๆ มันไม่ง่ายเลยที่ในระยะเวลาแค่ 1 ปี เธอจะสามารถขึ้นสู่เลเวล E ได้

โจวฮ่าวอธิบาย “ฉันไม่ได้ควักทรัพยากรจากในกระเป๋าตัวเองไปเปล่าๆหรอกน่า ก็แค่ … ขายสมบัติดีๆให้กับเธอก็เท่านั้นเอง จนตอนนี้เงินของพ่อเธอ แทบจะถูกฉันสูบจนเกลี้ยงแล้ว”

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ แต่เก็บเงียบไม่ยอมบอกกันเลยนะ ยังมีน้องสะใภ้คนไหนอีกบ้างเนี่ย ที่ฉันยังไม่รู้?” ฉินเฟิงอมยิ้ม

โจวฮ่าวเร่งกล่าว “เธอคือน้องสะใภ้เพียงคนเดียวของนาย!”

ฉินเฟิงจ้องโจวฮ่าว เอ่ยถาม “นายตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม? เป็นลู่เหมิงดีแล้วสินะ?”

ด้วยการสนับสนุนของฉินเฟิง โจวฮ่าวย่อมมีอนาคตไร้ขีดจำกัด

ลู่เหมิงถือว่าน่ารักก็จริง แต่ไม่ได้มีเสน่ห์อะไรมากมาย เมื่อโจวฮ่าวเติบโตขึ้น บางทีเขาอาจพบเจอกับผู้หญิงที่ดีกว่านี้ก็ได้

แต่นั่นล่ะนะ สำหรับบางคน พื้นที่ในหัวใจมีไว้สำหรับคนเพียงคนเดียว

“แน่นอน! หลังจากที่พวกเราย้ายไปเมืองเฟิงหลีเมื่อไหร่ ลู่เหมิงกับฉันมีแผนจะแต่งงานกัน แต่อาจารย์ใหญ่เติ้งกลับดึงดันที่จะให้ลู่เหมิงเข้าร่วมงานประลอง”

“มิน่าเล่า เขาถึงได้ถ่อมาหาฉัน แต่งานประลองในครั้งนี้ก็ฟังดูไม่เลวนะ นายไม่คิดจะเข้าร่วมกับลู่เหมิงบ้างหรอ?”

สายตาของฉินเฟิงเบนไปทางเติ้งเหนียน และพบว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามเกลี้ยกล่อม

“ลู่เหมิงกลายเป็นอันดับหนึ่งในชั้นปีของเธอแล้ว ส่วนนายเองก็เหมือนกัน และฉันตั้งใจว่ายื่นเรื่องจบการศึกษาล่วงหน้า แต่อาจารย์ใหญ่ต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน เลยอยากส่งพวกเราออกไปสู้”

“แล้วอาจารย์ใหญ่ไม่มีเกาหลิงฮานหรอ?”

“ในเดือนตุลาคมนี้ เกาหลิงฮานจะอายุครบ 20 ปีแล้ว”

“อีกอย่าง นี่คืองานประลองของรุ่นเยาว์เลเวล E ต่อให้เกาหลิงฮานอายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปถึงรอบคัดเลือกในรอบสุดท้ายอยู่ดี”

“ถูกต้อง! แต่เธอสามารถทำได้นะ!” เติ้งเหนียนยิ้มให้ลู่เหมิง

ลู่เหมิงรู้สึกราวกับมีคนมายกหิน และขว้างมันลงบนเท้าของเธอ พยายามไม่ให้เธอหนีไป

“อาจารย์ใหญ่ คุณปล่อยฉันไปเถอะ ฉันกำลังจะแต่งงานแล้วนะ!” ลู่เหมิงอ้อนวอนขอความเมตตาครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคโลกาวินาศ หลังจากผู้คนอายุ 16 ปี และได้รับการปลุกพลัง จะถือว่ามีคุณสมบัติพร้อมแต่งงาน บางสถานชุมชนที่ดี ถึงขั้นมีเงินอุดหนุน มอบค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูทารกแรกเกิดให้ เพราะกลัวว่าบางคนจะไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ และตัดสินใจฆ่าเด็กแทน

หากเกิดกรณีแบบนั้นขึ้น ไม่ช้าก็เร็วเผ่าพันธุ์มนุษย์คงสิ้นชาติ

“นี่เป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ ตอนนี้เธอได้กลายเป็นเลเวล E แล้ว งานแต่งจะล้าช้าออกไปหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก นี่คือช่วงเวลาที่เธอต้องลืมตาออกไปดูโลกต่างหาก!”

ลู่เหมิงแสดงท่าทีไม่พอใจออกมา “นั่นมันการต่อสู้ที่เหมาะกับคนอื่นๆ ถึงทางสถานชุมชนของเราจะมีโควต้า 5 ตำแหน่งก็ตาม แต่พอไปยังเมืองเฉิงหยาง ฉันก็ต้องสู้กับรุ่นเยาว์ของตระกูลชั้นสูง และต่อให้ชนะ ฉันก็ต้องไปสู้กับรุ่นเยาว์จากเมืองฟูเฉิงกับเมืองไห่ ซึ่งพวกเราอาจแทบไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้ ไหนจะต้องไปสู้กับคนจากรัฐอื่นอีก ในฐานะตัวแทนของทางตอนเหนือ ถ้าฉันไม่สามารถคว้าชัยชนะเอาไว้ได้ แล้วฉันจะลงประลองไปเพื่ออะไร?”

สิ่งที่ลู่เหมิงกล่าว ใช่ว่าจะไร้เหตุผล

ก็ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางชนะ แล้วจะไปเข้าร่วมทำซากอะไร?

สิ่งที่ใช้ดึงดูดความสนใจของลู่เหมิงให้เข้าร่วมงานประลอง เห็นได้ชัดว่ายังมีน้อยไป

ในระหว่างนั้นเอง พอได้ยินคำนี้ ฉินเฟิงก็เหมือนจะเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาทันที

“งานประลองลูกรักของพระเจ้า ผมจำได้ว่ารางวัลสุดท้าย คือการได้เข้าไปสำรวจในสุสานของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคหัวเซี่ย” ยุคโลกาวินาศได้ผ่านพ้นมานานกว่า 200 ปีแล้ว มันจะไม่มีผู้แข็งแกร่งตายลงได้อย่างไร?

เหล่าตัวตนทรงอำนาจ เมื่อใกล้ย่างเข้าสู่ความตาย พวกเขาจะจัดหาสถานที่หลับไหลแก่ตนเอง ทิ้งไว้ให้มันรอถูกเปิดออก เพื่อให้รุ่นต่อๆมาได้รับมรดก

สุสานของพวกเลเวล A มันไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรหรอก แต่ถึงเฟิงจำได้ว่า ท่ามกลางสุสานของตัวตนทรงอำนาจเหล่านั้น มันมีสุสานของเลเวล S สองคนถูกฝังรวมอยู่ด้วย!

และทั้งสองคนคือผู้ใช้วรยุทธโบราณ

บุคคลดังกล่าว ได้ทิ้งวิชาฝึกยุทธิอะไรเอาไว้บ้าง? , ทิ้งเงินตรามหาศาลเท่าไหร่ , ครอบครองอุปกรณ์รูนคุณภาพใด , เคยก่อความหวาดกลัวฝังไว้ในจิตใจของผู้คนหรือไม่ กระทั่งฉินเฟิง ก็อยากจะเห็นด้วยตาตนเอง

เมื่อคิดได้แบบนี้ ฉินเฟิงก็เอ่ยปากถามทันที “อาจารย์ใหญ่เติ้ง งานประลองลูกรักพระเจ้า มีขีดจำกัดด้านความแข็งแกร่งรึเปล่า?”

เติ้งเหนียนชะงักไป “ขีดจำกัดด้านความแข็งแกร่ง?”

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจาง “ผมกำลังจะถามว่า ถ้าเป็นผู้ใช้พลังเลเวล C สามารถเข้าร่วมได้ไหม?”

ณ เวลานี้ ฝูงชนทั้งหมดต่างจ้องค้างไปยังฉินเฟิง จากนั้นแต่ละคนก็เริ่มนึกถึงเหตุผลที่ฉินเฟิงเอ่ยถามคำนี้ ก่อนพากันอ้าปากค้าง

กระทั่งฮั่นเจียนที่มาในฐานะแขกผู้มีเกียรติ ยังอดถามด้วยความประหลาดใจไม่ได้ว่า “ผู้การรัฐฉิน คุณคงไม่ต้องการเข้าร่วมงานประลองหรอกใช่ไหม?”

เป็นถึงผู้การรัฐ ทั้งยังเป็นเลเวล C แต่ยังอยากจะเข้าร่วมงานประลองอีก แบบนี้ก็ได้หรอ?

แบบนี้ใช่เป็นการรังแกผู้คนกันมากเกินไปหรือไม่?

รุ่นเยาว์เหล่านั้น จะสามารถต่อกรกับฉินเฟิงได้อย่างไร?

“ใช่ มีปัญหาอะไรหรือครับ?”

“นี่ ..”

มีปัญหาอะไร ก็ลองคิดเอาเองสิปั๊ดโถ่ว ฉินเฟิง นี่เอ็งไม่คิดว่ามันมีปัญหาจริงๆน่ะหรอ

“งานประลองลูกรักของพระเจ้า ตราบใดที่ผู้เข้าร่วมมีอายุต่ำกว่า 20 ปี และมีเลเวลมากกว่า E ย่อมสามารถเข้าร่วมได้ แต่ว่า …”

แต่ว่าไม่เคยมีคนที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ เข้าร่วมมาก่อนเลย

ตามปกติแล้ว ผู้ที่เข้าร่วมงานประลอง คือคนที่หลังจากถูกปลุกพลังในอายุ 16 ปี และได้รับการยืนยันว่าเป็นอัจฉริยะ พวกเขาจะใช้เวลาราวๆครึ่งปีเพื่อตัดผ่านสู่เลเวล F

อย่างไรก็ตาม นั่นยังไม่ถึงเกณฑ์

เมื่ออายุ 17 ปี บางคนสามารถเข้าถึงเลเวล E แค่นี้ก็ถือว่าเป็นลูกรักของพระเจ้าแล้ว

แต่จากเลเวล E ไปถึงเลเวล D ไม่ว่าจะเป็นในกรณีใดๆ อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึง 2 ปี และเวลาเพียงเท่านั้นถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดแล้ว

ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเลเวล D ถึงมีแต่อายุ 19 ปีขึ้นไป และยังถูกจัดให้เป็นลูกรักของพระเจ้า  ในขณะที่ต่อให้ทุ่มเทเวลาที่เหลือทั้งหมดอีก 1 ปีไปกับการฝึกฝน พวกเขาก็ไม่สามารถขึ้นสู่เลเวล C ได้

ในขณะที่ฉินเฟิง อายุเพียงแค่ 17 ปี แต่เขากลับตัดผ่านไปถึงเลเวล C แล้ว เขาไม่ได้อยู่ในขอบเขตลูกรักของพระเจ้าอีกต่อไป

เพราะสิ่งที่เรียกว่าลูกรักของพระเจ้า มันสอดคล้องกับศักยภาพระดับราชันย์เท่านั้น

ทว่าฉินเฟิงมีศักยภาพระดับจักรพรรดิ!

“ดีล่ะ ตัดสินใจแล้ว ผมจะขอลงทะเบียนด้วย อืม เอาตามนั้นแหละ ผมจะกลับไปลงทะเบียนที่เมืองเฟิงหลี!”

จบบทที่ Ep.483 - เลเวล C ก็ร่วมได้หรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว