เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.478 - ขยับขยายสู่เมือง

Ep.478 - ขยับขยายสู่เมือง

Ep.478 - ขยับขยายสู่เมือง


โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.478 - ขยับขยายสู่เมือง

หลังมอบตราสัญลักษณ์ สองนายพลเลเวล B ก็ไม่คิดรั้งอยู่ต่อ จากไปทันที เพราะท้ายที่สุดแล้ว ปืนใหญ่ของเมืองลอยฟ้ายังคงเพ่งเล็งมาที่พวกเขา!

พอทั้งสองจากไป ฉินเฟิงก็ก้มลงมองตราผู้ว่าการ ถอนหายใจเล็กน้อย

ตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล C แล้ว ทั้งยังได้รับตำแหน่งผู้การรัฐ ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการรับรองผู้ใช้พลังเลเวล C อีกต่อไป เพราะเขามีตรานี่แล้ว

เวลานี้ ในที่สุดเขาก็สามารถบรรลุเรื่องที่เกาหยูคังไหว้วานไว้ได้เสียที

“ประกาศต่อสมาชิกกองทหารรับจ้างเฟิงหลีทุกคน ขอให้ทั้งหมดเดินทางไปยังเมืองนุ่ยเหมิง เพื่อเตรียมจัดพิธีศพอดีตผู้การรัฐเกาหยูคัง”

ฉินเฟิงส่งข้อความถึงทุกคน

เจิ้งเฉียนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้ยินข่าวนี้ ก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้

ในที่สุด ในที่สุดวันที่เธอรอคอยก็มาถึง

ดั่งที่เคยลั่นวาจาไว้ ฉินเฟิงมิได้ปล่อยให้เธอต้องรอนานเกินไป

สามวันต่อมา ในเมืองนุ่ยเหมิง พิธีศพอันยิ่งใหญ่ถูกจัดขึ้น

ช่วงเวลานี้ ในเมืองนุ่ยเหมิง มีเลเวล D มาเยือนนับหลักร้อย

ในจำนวนนั้น มีสมาชิกของกองทหารรับจ้างเฟิงหลีกว่า 50 คน และเจ้าเมืองของสี่เมืองทะเลเหนือ รวมไปถึงเลเวล D จากตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณชั้นสูง ปรากฏกายขึ้นทีละคน ทีละคนอย่างไม่คาดคิด

พวกเขามาที่นี่เพื่อรับชม

ร่างกายของเกาหยูคังยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ หัวใจที่ถูกเจาะเป็นรูถูกบางสิ่งเติมลงไป คลุมทับด้วยเครื่องแบบทหาร ทำให้ไม่สามารถมองเห็นบาดแผลฉกรรจ์

เกาหยูคังตาย ข่าวนี้ถูกส่งกลับมาตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากเป็นข่าวเฉพาะระดับสูง คนส่วนมากเลยยังไม่ทราบ มีเลเวล D บางส่วนเท่านั้นที่รู้

ทว่าแม้งานศพนี้ จะงดงาม อลังการเพียงใด มันก็มิอาจฉุดดึงความสนใจของผู้คน ได้เท่ากับเจ้าภาพงานศพอยู่ดี

ฝูงชนต่างรับชมอย่างสงบ จนกระทั่งเผาศพเกาหยูคัง และฝังลงในดิน

ฉินเฟิงก้าวขึ้นสู่เวที ตราผู้การรัฐเลเวล C ติดบนอกเขา สิ่งนี้ทำให้ผู้คนเบื้องล่างตื่นตะลึง มิอาจละสายตา

“ผมได้รับคำสั่งจากจ้าวพรมแดนซางฮัน นายเหนือแห่งพันธมิตรมนุษยชาติทางตอนเหนือเขตหัวเซี่ย ว่านับตั้งแต่วันนี้ไป ให้เข้ารับตำแหน่งผู้การรัฐประจำสี่เมืองทะเลเหนือ …”

ฉินเฟิงบนเวที กล่าวสุนทรพจน์อย่างเรียบง่าย แต่ทุกคนในที่นี้ ต่างตระหนักดี ว่าจากวินาทีนี้ สี่เมืองทะเลเหนือย่อมไม่พ้นเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

“นั่นเขาทำได้อย่างไร? เขาเพิ่งอายุเท่าไหร่กัน? แต่กลับสามารถขึ้นถึงเลเวล C ได้แล้ว!” สีหน้าของเลเวล D ทุกคนในตระกูลโหวกลายเป็นซีดเผือด

“นี่ไม่ใช่เรื่องจริง นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!” สีหน้าของตระกูลตี๋ก็ไม่สู้ดีเช่นกัน เวลานี้ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน ส่งสัญญาณสื่อความหมายอย่างรวดเร็ว ว่าวิกฤตเสียแล้ว จะทำอย่างไรดี

นั่นเพราะตระกูลโหวและตระกูลตี๋มีข้อบาดหมางกับฉินเฟิง!

แน่นอน เริ่มแรกตระกูลซงก็ทำให้ฉินเฟิงขุ่นเคืองเช่นกัน แต่อีกฝ่ายคือตระกูลผู้ฝึกวรยุทธวิถีมาร เลยถูกฉินเฟิงกำจัด กวาดล้างโดยสมบูรณ์

ตอนนี้ ฉินเฟิงไม่คิดทำลายตระกูลตี๋และตระกูลโหวก็จริง แต่เห็นได้ชัดว่าหากทั้งสองตระกูลคิดประจบผู้การรัฐคนใหม่ ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้

มีเฉพาะตระกูลหยาง ที่รู้สึกเป็นสุขกับเรื่องนี้ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับฉินเฟิง เป็นไปในทิศทางที่ดี

ในขณะที่เจ้าเมืองจากสี่เมืองใหญ่ ในเวลานี้ได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น ตอนแรกก็เกาหยูคัง มาตอนนี้เป็นฉินเฟิง ทั้งสองคนล้วนเป็นคนหนุ่มและมีความสามารถ อนาคตไร้ซึ่งขีดจำกัด ณ จุดนี้ต่อให้เป็นเลเวล C จากสี่เมืองทะเลเหนือ ก็เกรงว่าอาจไม่มีทางฉุดดึงฉินเฟิงลงจากตำแหน่งได้

เพียงแต่ในตอนเกาหยูคัง เจ้าตัวดันประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทว่าเกาหยูคังร่วมมือกับฉินเฟิงพอดี ดังนั้นฉินเฟิงเลยได้รับช่วงต่อ

สุดท้าย … มันก็ยังไม่ถึงคราวเลเวล C จากเขตสี่เมืองทะเลเหนือของพวกเขา จะได้ครอบครองตำแหน่งอยู่ดี

ส่วนเรื่องที่ว่าฉินเฟิงอาจบังเอิญพบเจอโชคร้ายเหมือนกับเกาหยูคัง คงไม่ต้องกล่าวถึง

เพราะด้วยความแข็งแกร่งของฉินเฟิง และแต่ละสิ่งที่เด็กคนนี้ทำ ล้วนชวนให้ผู้คนตื่นตะลึง และรู้สึกว่าต่อให้พบเผชิญกับชะตาอาภัพใด พวกมันย่อมหลีกทาง!

“ผู้การรัฐฉิน นี่คือหมายเลขสื่อสารของฉัน หลังจากนี้คุณสามารถติดต่อฉันได้ตลอดเวลา การรายงานจะได้ง่ายขึ้น”

“ผู้การรัฐฉิน ส่วนี้เบอร์ของฉัน”

“ผู้การรัฐฉิน จากนี้ไป หากมีสิ่งใดต้องการ เชิญคุณสั่งมาได้เลย!”

ผู้นำจากทั้งสี่เมือง ก้าวออกมาแสดงความยินดี ขอหมายเลขติดต่อของฉินเฟิง เอ่ยปากยืนยันว่ายินดีทำงานร่วมกันในอนาคต

“พูดคุณโปรดวางใจ ผมจะไม่ปฏิรูปอะไร หรือแทรกแซงผู้คนตามอำเภอใจ เมื่อก่อนเป็นยังไง ตอนนี้ก็จะเป็นอย่างนั้น!” ฉินเฟิงประกาศชัดเจน ว่าไม่ต้องการวุ่นวายกับเรื่องราวซับซ้อนน่าเบื่อของคนเหล่านี้

เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ฉินเฟิงต้องการพัฒนาสภาพแวดล้อมของปราการชาตงแห่งใหม่ ต้องการสร้างเมืองอันยิ่งใหญ่ขึ้นมา ส่วนอีกสี่เมืองในทะเลเหนือ ไม่ใช่สถานที่ที่เขาควรให้ความสนใจ

“พวกคุณก็เหมือนกัน ในภายภาคหน้า หากมีเรื่องราวอะไรให้ช่วยเหลือ ขอแค่ไปหาผมที่ปราการชาตง” ฉินเฟิงสั่งการ และจากไปพร้อมกับคนของกองทหารรับจ้างเฟิงหลี

เมื่อฉินเฟิงจากไป เลเวล D ที่เหลือก็เริ่มแยกย้าย เมืองนุ่ยเหมิงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

แต่ที่ไม่เงียบสงบ กลับเป็นทางปราการชาตง

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สภาพแวดล้อมของปราการชาตง เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

พื้นที่ของมันไม่เหลือเม็ดทรายสีเหลืองอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี ผืนดินอุดมสมบูรณ์ อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ เหมาแก่การอยู่อาศัย

ช่วงเวลานี้ เหนือท้องฟ้าของชาตง เป็นเมืองลอยฟ้าลอยลำอยู่ ฝูงชนแหงนมองจากทุกทิศทาง ฉากนี้เล่นเอาบางคนถึงกับรู้สึกกดดัน

และทำให้ไม่มีใครกล้าก่อเรื่องในปราการชาตง

เฉินเซี่ยง , เกาลี่ และคนอื่นๆติดตามฉินเฟิง ออกจากปราการไปนาน เมื่อกลับมาอีกที พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่านี่คือชาตง

“ลูกพี่ ฉันคิดว่าบางทีพวกเราคงต้องเปลี่ยนชื่อที่นี่ซะแล้ว” เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เพราะที่นี่ ไม่ว่ามองยังไงก็ไม่เห็นว่ามีทรายอยู่เลย”

“ถูกต้อง ทำไมพวกเราไม่เรียกที่นี่ว่าสถานชุมชนเฟิงหลีล่ะ! แบบนี้ฟังดูเป็นไง ให้มันกลายเป็นจุดรวมตัวของกลุ่มเรา! ถ้าใช้ชื่อชาตงต่อไปคงไม่ดี” เกาลี่ที่อยู่ข้างๆพูดบ้าง

ซูซิงฝูที่เดินอยู่ข้างกายฉินเฟิง กำลังมองอีกฝ่าย ในหัวใจเกิดความคิด ว่าการกลับมาของฉินเฟิงในครั้งนี้ มีเซอร์ไพรส์ติดไม้ติดมากลับมามากมาย อีกทั้งเซอร์ไพรส์ที่ว่า ยังสามารถใช้สร้างเป็นโอกาสทางธุรกิจได้อีกด้วย

ซูซิงฝูบังเกิดความรู้สึกว่า ในอนาคตจากนี้ ทรัพสินย์และเงินทองมากมาย จะไหลบ่าเข้ามาอยู่ในอ้อมอกเขา

“สหายเกาพูดแบบน้้นก็ไม่ถูก เพราะชื่อสถานชุมชนเฟิงหลีถูกจับจ้องไปแล้ว มันคือชุมชนเล็กๆแห่งแรกที่ท่านประธานเป็นคนจัดตั้งขึ้น”

“อา! ฉันลืมซะสนิทเลย แต่ตอนนี้ ลูกพี่กลายเป็นผู้การรัฐแล้วไม่ใช่หรอ คงไม่อยากได้สถานชุมชนเล็กๆนั่นอีกแล้วล่ะมั้ง”

หลายคนสนทนากันอย่างมีชีวิตชีวา ส่วนฉินเฟิงจมอยู่ในห้วงตริตรอง

‘ในเมื่อฉันได้กลายเป็นผู้การรัฐของสี่เมืองทะเลเหนือแล้ว ดังนั้นการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการในเขตสามเฉิงต่อไปมันคงเป็นเรื่องยาก ’

‘เพราะงั้นควรถอนตำแหน่งผู้ว่าการออก อีกอย่างสถานชุมชนแห่งนั้น มันไม่เหมาะสมที่จะพัฒนาอีกต่อไป’

‘แต่ว่า … ฉันยังทิ้งภูเขาพ่อแม่ลูกไปไม่ได้ เพราะในห้องลับใต้ดินของมัน ยังมีสวนสมุนไพรมืดของฉันอยู่ ไหนจะปัญหารอยแยกมิติในตอนแรกอีก ต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน’

‘ตอนนี้ คงถึงเวลาแล้วสินะ ที่จะกลับไปเยือนสถานชุมชนเฟิงหลีอีกครั้ง!’

ฉินเฟิงออกจากสถานชุมชนเฟิงหลีมานานถึงหกเดือน!

ครึ่งปี ถือเป็นเวลานานมากจริงๆ มันคงจะดีถ้าได้แวะกลับไปดู

ในตอนนั้นเอง ข้างหูของฉินเฟิงก็พลันได้ยินถึงเสียงกระจ่างใส

“งั้นทำไมพวกเราไม่เปลี่ยนชื่อปราการชาตง ให้เป็น ‘เมืองเฟิงหลี’ ล่ะ ในเมื่อจากนี้ไป ที่นี่จะกลายเป็นสำนักงานใหญ่ของกลุ่มเฟิงหลี และเมืองประจำตัวของผู้การรัฐ ฉะนั้นจะให้เรียกแค่ว่าสถานชุมชนมันคงดูเล็กไป”

ได้ยินคำของไป๋หลี คนอื่นๆนิ่งงันไปชั่วขณะ จากนั้นสายตาทั้งหมดก็ตกลงบนร่างของฉินเฟิง

การขยับขยายปราการชาตงให้เป็นเมืองใหญ่ ใช้เงินทุนไม่มากนักก็จริง แต่จำนวนประชากร , ระบบป้องกัน และอาวุธ ทั้งหมดนี่แหละคือปัญหา

และที่กล่าวมาข้างต้น จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากฉินเฟิง พวกเขาไม่สามารถตัดสินตามอำเภอใจได้

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจาง “มามองผมทำไม รีบไปจัดการสิ!”

ซูซิงฝูรับคำสั่งทันที “น้อมรับคำสั่งท่านประธาน!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ‘เมืองเฟิงหลี’ เป็นความคิดที่ดี!”

เลือดในกายของทุกคนเดือดพล่าน

แม้จะติดตามฉินเฟิงมาได้ไม่นาน แต่ทุกคนต่างล้วนสังเกตเห็นได้ถึงความจริงข้อหนึ่งของฉินเฟิง นั่นคือ ‘ยักษ์’

--ยักษ์ใหญ่กำลังถือกำเนิดขึ้นอย่างช้าๆ

จบบทที่ Ep.478 - ขยับขยายสู่เมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว