เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 20: ผู้อาวุโสผู้โลภมาก

Chapter 20: ผู้อาวุโสผู้โลภมาก

Chapter 20: ผู้อาวุโสผู้โลภมาก


นักดาบคลั่งได้เสนอตัวที่จะพา เยล ไปยังสำนักนิคาไซ  ช่วง 1 ดาวล้วนแต่เป็นช่วงอันตรายที่สุดในชีวิตของคน

เหตุผลหลักก็คือการเสียการป้องกันของโลกในตอนที่ความแข็งแกร่งนั้นยังเกือบเท่าแต่ก่อน  มันง่ายอย่างมากที่จะโดนซุ่มโจมตีและฆ่าเอา

เยล ยอมรับข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะไม่ใช่แค่ปกป้องเขาเท่านั้นแต่ยังได้ใช้เวลาร่วมกันก่อนที่ เยล จะเข้าไปยังสำนัก

นักดาบคลั่งได้บอกกับ เยล ให้รอเขาอยู่ที่ทางเข้า ส่วนเขานั้นจะไปหาดาบเล่มใหม่ให้กับ เยล เพราะดาบเล่มแรกนั้นพังไปแล้ว

เยล ทำตามที่อาจารย์บอกและรออยู่ใกล้ๆกับเขตของสมาคมพร้อมกับอุ้ม ไวรบร้า ไว้  ตราบใดที่เขาอยู่ในเขตสมาคม เขาก็ไม่ควรที่จะอยู่ในอันตราย

แต่ปัญหาได้โผล่มาหา เยล และต้นตอมันก็คือเสียงที่ตะโกนอย่างโกรธเคืองมาที่เขา

“เจ้าเด็กน้อย ! เจ้ามาทำอะไรที่นี่ !”

ชายแก่ที่ยอู่ด้านหลังตะโกนขึ้นพร้อมกับมองมาที่ ไวบร้า

“โอ้ ลูกหมาป่า  เจ้าหนู เจ้าไม่ควรที่จะเอาสัตว์อสูรไปจากสมาคม พวกมันน่ะอันตรายอย่างมาก เอามันกลับมาให้ข้าเพื่อความปลอดภัยของเจ้าเอง”

“ไวบร้า นั้นไม่ใช่ของสมาคมและเธอไม่ทำร้ายข้า”

ชายแก่มองอย่างโกรธๆมาที่ เยล และเขาได้ตอบกลับโดยไม่มีความกลัวแต่ก็ยังพูดแบบมีมารยาท

“งั้นนั่นก็คือทาสหมาป่าแต่มันก็ยังคงเป็นของสมาคมอยู่ดี เจ้าน่ะมาจากสมาคมและสิ่งใดก็ตามที่เป็นของเจ้านั้นก็เป็นของสมาคมด้วย  ทาสหมาป่านั้นแม้ว่าจะเป็นของเจ้าที่ซึ่งทำสัญญากับมันแต่เจ้าต้องเอามันให้กับสมาคม”

แม้ว่าชายแก่จะพูดเหมือนแสดงความเป็นห่วง เยล แต่อันที่จริงแล้วเขาแค่พยายามที่จะปล้น เยล  ในสมาคมโรนแมดแล้วมันไม่มีกฎแบบนี้อยู่

แต่แม้ว่า เยล จะรู้และต้องการที่จะระบายความโกรธออกไปแต่เขาก็ยังคงควบคุมตัวเองได้

“ท่านผู้อาวุโส เรามีสัญญาชีวิตต่อกัน ไม่มีทางที่จะทำลายมันได้”

เยล บอกความจริงกลับไป

“ใครจะไปเชื่อกัน ! เด็กไม่ประสีประสาที่ไหนอย่างเจ้าจะทำสัญญาชีวิตได้อย่างไรกัน ? เจ้าน่ะโกหกเพื่อครอบครองมันไว้ทั้งๆที่มันเป็นของสมาคม ! ข้าผู้อาวุโสของสมาคมบอกเจ้าเลยว่าถ้าข้าบอกให้เจ้าเอาหมาป่านั่นมา เจ้าก็ควรที่จะทำมันทันที !”

ชายแก่ขู่ เยล และไม่เชื่อสิ่งที่ เยล พูด  แม้ว่านั่นจะเป็นความจริงก็ตาม

เยล มั่นใจว่าชายแก่คนนี้ไม่รู้จักเขา ด้วยการที่เขามีนักดาบคลั่งเป็นอาจารย์แล้วจะไม่มีผู้อาวุโสคนไหนกล้าขู่เขา

“ผู้อาวุโส ข้าพูดความจริง ท่านถามอาจารย์ข้าดูก็ได้ เขาคือ..”

“หุบปาก ! เจ้าฝ่าฝืนกฎสมาคมโดยไม่เชื่อฟังข้า ! ข้าจะลงโทษเจ้ากับความดื้อด้านนี้ !”

เยล ไม่รู้ว่าจะจัดการไอ้แก่ไม่มีเหตุผลนี่ยังไง  เยล นั้นเพียงแค่บอกความจริงไปแต่ไอ้แก่นี่กลับยังต้องการที่จะแย่ง ไวบร้า ไปจากเขา รึในอีกความหมายคือไอ้แก่นี่ต้องการที่จะลักพาตัวน้องสาวของเขา

เยล โกรธและกำลังที่จะระเบิดแต่ในตอนนั้นที่เขาอยากยื้อไว้อีกสักพักจนกว่าอาจารย์ของเขาจะกลับมาแล้วจัดการเรื่องนี้

แต่คำพูดต่อมาของผู้อาวุโสก็ทำให้เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป

“แน่นอน โทษของเจ้านั้นถึงตาย !”

ผู้อาวุโสนั้นเข้าโจมตี เยล โดยไม่ลังเล ด้วยตำแหน่งของเขาแล้ว เขาไม่กลัวว่าจะมีปัญหากับการฆ่าเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ในสมาคม

เขามักจะรังแกคนอ่อนแอในสมาคมและใช้ลูกไม้หลอกล่อเพื่อไต่เต้า เขาได้ฆ่าเด็กไปหลายคนและมันเป็นเพราะสิ่งที่เขาเรียกว่ากฎ แน่นอนว่าเขาไม่เคยโดนลงโทษเพราะเรื่องแบบนี้

เยล ไม่คิดว่าไอ้แก่นี่จะเป็นคนใจร้อนแบบนี้

เยล ใช้สกิลป้องกันอันสมบูรณ์แบบไปเพื่อหลบการโจมตีที่ถึงตาย   เยล ไม่กลัวชายแก่คนนี้และด้วยพลังอันเข้มข้นที่ปะทุขึ้นมานี้ นักดาบคลั่งต้องสัมผัสมันได้และจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า

ผุ้อาวุโสรู้สึกว่าได้ฆ่า เยล ไปแล้วแต่ เยล ยังคงอยู่ดีหลังจากที่เขาโจมตีและชายแก่ก็ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองไปที่ เยล ด้วยสีหน้าแปลกๆ

“ข้าไม่เชื่อว่าผู้อาวุโสปัญญาอ่อนอย่างเจ้ากล้าทำการโจมตีถึงตายใส่ลูกศิษย์ของข้า”

ผู้อาวุโสคนนั้นช็อคกับเสียงที่ได้ยินแต่เขาตายไปก่อนที่จะได้รู้ตัว ถ้าผู้อาวุโสกล้าฆ่าเด็กเพราะตำแหน่งของเขา งั้นนักดาบคลั่งก็ฆ่าผู้อาวุโสได้ด้วยความโกรธของเขา

นักดาบคลั่งนั้นไม่เชื่อว่าข้างในสมาคมนั้นจะมีคนที่โง่พอที่พยายามจะฆ่า เยล

นักดาบคลั่งคิดว่า เยล คงตายเพราะการที่เขามาช้าอีกครั้งและความโกรธของเขาก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

แต่นักดาบคลั่งนั้นก็ช็อคในตอนที่เห็นผู้อาวุโสนี้ได้ทำการฆ่า เยล และในเวลาเดียวกันเขาก็เห็น เยล ยังคงอยู่ดีไม่มีรอยขีดข่วนอะไร

สิ่งที่ทำให้เขาช็อคมากกว่านั้นคือเขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนของเวลารอบๆตัว เยล  ไม่ต้องเดาเลยว่า เยล ได้ใช้สกิลที่เกี่ยวข้องกับเวลา  ไม่มีทางเลยที่ เยล นั้นจะมีเวลาพัฒนาความสามารถแบบนี้ขึ้นมาได้ในเวลาแค่วันเดียวและแม้แต่สำนักนิคาไซเองก็ไม่มีสกิลที่เกี่ยวข้องกับเวลา ดังนั้นไม่มีทางเลยที่ เยล จะได้รับมันมาและศึกษามันมาก่อน

สำหรับนักดาบคลั่งแล้วมีคำอธิบายเพียงอย่างเดียว เยล นั้นต้องมีความสอดคล้องกับเวลาและในวิกฤตนี้เขาได้ใช้สกิลออกมาตามสัญชาตญาณ

นักดาบคลั่งคิดถูกเพียงครึ่งเดียวเพราะมันเป็นความจริงที่ว่า เยล ไม่ได้พัฒนาสกลินี้และไม่ได้เรียนรู้มันแต่มันไม่ใช่สัญชาตญาณตามที่นักดาบคลั่งคิดไว้  เยล นั้นใช้มันออกมาตอนที่รู้สึกตัว นี่คือสกิลสืบทอดและเขาใช้มันได้แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจหลักการของมันก็ตาม

นี่เป็นสถานการณ์ที่แปลก ปกติแล้วคนเราไม่น่าจะใช้ทักษะนี้ออกมาได้ตามใจโดยไม่เข้าใจมันแต่ เยล นั้นสามารถใช้มันออกมาได้ตามใจโดยใช้ได้เดือนละครั้ง

นักดาบคลั่งได้สลัดเรื่องนี้ออกไปจากหัวและเดินเข้าไปหา เยล เพื่อดูว่าลูกศิษย์ของเขาบาดเจ็บหรือไม่แต่ เยล นั้นยังคงอยู่ดี

หลังจากนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังก้องในสมาคม

“นักดาบคลั่ง ! เหตุใดเจ้าถึงฆ่าผู้อาวุโส !”

เสียงนั้นคือเสียงของหัวหน้าสมาคมที่ซึ่งได้รีบเข้ามาหลังจากที่สัมผัสได้ถึงการโจมตีจากผู้อาวุโสและนักดาบคลั่ง

“เขาพยายามฆ่าศิษย์ของเข้า  ชัดแล้วว่าเขาควรที่จะตาย ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม”

นักดาบคลั่งไม่ได้สนสิ่งที่หัวหน้าสมาคมพูดและหัวหน้าสมาคมเองก็พูดคำพวกนี้ออกมาเพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียงของผู้อาวุโส ดังนั้นแล้วนักดาบคลั่งเลยไม่ได้คิดอะไรมากกับคำพูดของหัวหน้าสมาคม

“แต่ตายนั้นมากเกินไป เจ้าสามารถที่จะลงโทษเขาได้แต่การฆ่าเขานี้มันมากเกินไปหน่อย.....การฆ่าผู้อาวุโสนั้นทำให้ความแข็งแกร่งของสมาคมลดลง มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาด  แม้ว่าเขาจะทำเกินไปแต่เจ้าควรที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การฆ่า”

“เขาเป็นคนตั้งใจฆ่าก่อน เขาควรที่จะเตรียมพร้อมที่จะโดนฆ่า แม้ว่าสมาคมจะหายไป ข้าก็ไม่ยอมให้พวกเจ้ามาทำร้ายศิษย์ของข้า”

คำพูดของนักดาบคลั่งนั้นเด็ดขาดอย่างมาก เขาไม่สนสิ่งที่หัวหน้าสมาคมได้ถามว่าทำไมถึงต้องฆ่าผู้อาวุโสแต่คำพูดหลังจากนั้นทำให้เขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

“อีกอย่างเพราะเขาพยายามที่จะฆ่าศิษย์ของข้า สมาคมนั้นล้วนที่จะรับผิดชอบแต่การให้เราอยู่สมาคมเดียวกันงันข้าจะผ่อนผันให้ ข้าจะฆ่าเพียงแค่คนในสาขาไอ้แก่นี่”

สีหน้าของหัวหน้าสมาคมได้เปลี่ยนไปเพราะเขาเข้าใจว่าเขาแค่ทำให้สถานการณ์นั้นแย่ลงไป เพราะตำแหน่งของเขาทำให้เขารับเรื่องแบบนี้ไม่ได้และเขารู้ว่านักดาบคลั่งนั้นไม่ได้พูดเล่น เขาจะฆ่าทุกคนในสาขาจริงๆ  หัวหน้าสมาคมตอนนี้ตกที่นั่งลำบากแล้ว

“นั่นเองก็ผิดไปด้วย เจ้าได้ฆ่าคนร้ายไปแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่เจ้าต้องฆ่าคนในสาขาอีก”

สิ่งที่หัวหน้าสมาคมพูดนั้นมีเหตุผลแต่สำหรับนักดาบคลั่งแล้วมันไม่ได้ฟังดูมีเหตุผลแต่อย่างใด

“สมาชิกคนใดที่มีความแค้นกับการตายของผู้อาวุโส พวกเขาไม่สามารถทำอะไรข้าได้แต่พวกเขาอาจพยายามฆ่า เยล อีก อันตรายใดๆล้วนแต่ต้องถูกกำจัดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีกในอนาคต”

เพราะการที่เขามาช่วยเยลช้าเกินไป  และคำพูดสุดท้ายของหัวหน้าสมาคมทำให้เขานึกถึงอดีต

ในตอนที่เขายังเด็ก เขาได้ตกหลุมรักกับสตรีนางหนึ่ง เธอไม่ได้มีพื้นเพใดๆและค่อนข้างอ่อนแอแต่นักดาบคลั่งนั้นรักเธอและเขาไม่สนเรื่องอื่นๆ

วันหนึ่งเธอได้รับสมบัติอันล้ำค่าเพราะโชคเข้า  แต่พวกคนโลภกลับพบมันและพยายามที่จะฆ่าเธอเพื่อชิงสมบัตินั้นไป โชคดีที่นักดาบคลั่งนั้นอยู่ไม่ไกลและช่วยเธอจากการโดนโจมตีได้

ตอนนั้นนักดาบคลั่งไม่ได้แตะต้องสมาคมของคู่ต่อสู้เลย เขาคิดว่าการฆ่าคนร้ายก็เพียงพอแล้ว ยังไงซะ ‘ สมบัติล้ำค่า ‘ นั้นมันก็ล้ำค่าแค่สำหรับคนที่อ่อนแออย่างคนรักของเขาและพวกคนโลภเหล่านั้น  นักดาบคลั่งไม่เชื่อว่ามันจะทำให้เกิดปัญหาอะไรมาก

แต่นั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา

กลุ่มอื่นๆได้รอจนกว่านักดาบคลั่งไม่อยู่รอบๆและได้ก่อเรื่องกับคนรักของเขาอีกครั้ง สมบัติล้ำค่านั้นไม่สำคัญ พวกเขาแค่ต้องการอยากแก้แค้น

แผนของพวกเขาสำเร็จและเธอได้ตายหลังจากที่โดนทรมานอยู่นาน  นักดาบคลั่งนั้นแทบจะจำศพเธอไม่ได้ พวกเขารู้ว่านักดาบคลั่งนั้นแข็งแกร่ง ดังนั้นแล้วจึงคิดที่จะทำร้ายคนของเขาซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำร้ายเขา

นักดาบคลั่งเจ็บปวดและก็ยังโกรธแค้นถึงขีดสุด

นี่เป็นครั้งแรกที่นักดาบคลั่งได้ฆ่าทั้งสมาคม เขาเกือบตายในตอนที่เขาทำแบบนั้น แม้ว่าตอนนั้นเขาจะแข็งแก่รงแต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะฆ่าคนทั้งสมาคมโดยไม่ได้รับบาดเจ็บเหมือนที่เขาทำในช่วงหลัง

เขาจัดการแก้แค้นให้คนรักแต่เธอนั้นไม่ได้หวนกลับมา นักดาบคลั่งไม่มีทางลืมคนรักของเขาและเพราะแบบนั้นเขาจึงไม่เคยแต่งงานอีก

หลังจากนั้นสำหรับนักดาบคลั่งแล้วการที่เขาสายเกินไปที่จะมาช่วยคนสำคัญของเขาและไม่ฆ่าคนที่มีแววจะเป็นอันตรายนั้นก็เป็นสองสิ่งที่เขาทนไม่ได้

นักดาบคลั่งนั้นมาช้าสองทีในตอนที่ เยล ตกอยู่ในอันตราย นั่นเป็นเรื่องที่เขารู้สึกผิดอย่างมาก โชคดีที่ เยล รอดมาได้ทั้งสองครั้ง ถ้า เยล ตาย ความเจ็บปวดที่เขามียิ่งทวีคูณไปมากกว่าเดิม

อันที่จริงแล้วนักดาบคลั่งนั้นเกลียดการที่มาช่วยคนสำคัญสายเกินไปแต่เขามักจะมาช้า นั่นเหมือนกับเป็นคำสาปของเขาและมันทำให้เขาเจ็บปวดมาตลอดชีวิต

ดังนั้นแล้วนักดาบคลั่งจึงทำการฆ่าแค่เพียงสาขาเดียวและไม่ใช่ทั้งสมาคมซึ่งมันยากที่จะทนได้เพราะนั่นยังมีต้นตอภัยอีก  ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นสมาคมของเขาแล้ว เขาคงฆ่าทุกคนทิ้งไปหมดแล้ว

ตอนนั้นนักดาบคลั่งคิดถึงการลงโทษสมาคมและทำร้ายสมาคมให้มากที่สุดมากกว่าการฆ่าทิ้งทั้งสาขา

“ดี งั้นข้าจะไม่ฆ่าใครในวันนี้”

หัวหน้าสมาคมยิ้มออกมาแต่ใบหน้าของเขาก็หม่นลงอีกครั้งหลังจากที่ได้ยินที่นักดาบคลั่งพูดต่อ

“แต่จากวันนี้เป็นต้นไป ข้าจะออกจากสมาคมโรนแมดและแม้ว่าใครจะมาทำลายมัน ข้าจะไม่ไปช่วยรึทำการแก้แค้นแต่อย่างใด”

นั่นเหมือนกับภัยที่ใหญ่ที่สุดเพราะนักดาบคลั่งนั้นเป็นสมาชิกที่แข็งแก่งที่สุดและเป็นผู้ปกป้องสมาคมเอาไว้ เขาไม่จำเป็นที่ต้องทำอะไร แค่เพียงการที่เขาอยู่ในสมาคมก็เพียงพอที่จะขู่ศัตรูได้แล้ว

“และถ้าสามาคมอยากทำเรื่องอะไรที่เป็นการคุกคามศิษย์ของข้าอีก ครั้งหน้าข้าจะฆ่าทั้งสมาคม”

หัวหน้าสมาคมไม่คิดเลยว่านักดาบคลั่งจะทำแบบนี้ เขาต้องการที่จะพูดบางอย่างออกไปแต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้

จากนั้นนักดาบคลั่งจึงได้หันหลังกลับแล้วเดินออกจากเขตสมาคมไปพร้อมกับ เยล ที่ซึ่งยืนเงียบอยู่ตอลด เขาไม่ต้องการไปมีผลต่อการตัดสินใจของอาจารย์

อันที่จริงแล้วนักดาบคลั่งไม่เคยสนเรื่องสมาคมเลย เขาสนเพียงแค่ศิษย์ของเขาที่ซึ่งเหมือนกับครอบครัวเขา

คนอื่นๆนั้นเป็นแค่คนที่อาศัยอยู่ใกล้เขา  มุมมองที่เขามีต่อคนอื่นในสมาคมนั้นคล้ายคลึงกับ เยล

นักดาบคลั่งไม่เคยมีสัญญาในการปกป้องสมาคม เขาทำแบบนั้นเพราะเขาต้องการที่จะทำตราบใดที่สมาคมไม่ทำให้เขาโกรธ เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะหยุดทำการปกป้องมันเพราะเพียงการแค่มีเขาอยู่ด้วยก็เพียงพอแล้ว

แต่บางครั้งหัวหน้าสมาคมและพวกผู้อาวุโสนั้นดูเหมือนจะลืมเลือนมันและไม่คิดว่านักดาบคลั่งจะออกจากสมาคมไปและหยุดปกป้องสมาคมโดยไร้เหตุผลใดๆแม้ว่าเขาจะสร้างเรื่องและฆ่าคนไปบ้างก็ตาม

นี่คือผลกระทบอันร้ายแรงแก่สมาคม นักดาบคลั่งนั้นจากไปมันแย่ยิ่งกว่าการที่ทั้งสาขาโดนกำจัด มันจะทำให้สมาคมตกต่ำลง

“อย่างน้อยเราก็ยังมีการสนับสนุนจากสำนักนิคาไซ”

แต่ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปพร้อมกับที่เขาคิดอีก

“สำนักนิคาไซนั้นสนับสนุนเราเพราะ แอง  ถ้าเธอรู้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้...”

ถ้า แอง บอกให้สำนักทำการยกเลิกสัญญากับสมาคมโรนแมด งั้นพวกเขาก็จะยอมทำทุกอย่างที่เธอต้องการเพราะเธอเป็นเหตุผลหลักกับการสนับสนุนพิเศษนี้

หัวหน้าสมาคมตัวสั่น  การตายของผู้อาวุโสและคำพูดของหัวหน้าสมาคมนั้นได้สร้างปัญหาร้ายแรงให้กับสมาคม

นักดาบคลั่งนั้นได้ทำบางอย่างที่เป็นการคุกคามสมาคมที่มากกว่าการกำจัดทั้งสาขาทิ้ง

 

 

จบบทที่ Chapter 20: ผู้อาวุโสผู้โลภมาก

คัดลอกลิงก์แล้ว