เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.448 - เก็บที่นั่งไว้ให้คุณ

Ep.448 - เก็บที่นั่งไว้ให้คุณ

Ep.448 - เก็บที่นั่งไว้ให้คุณ


โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.448 - เก็บที่นั่งไว้ให้คุณ

สิ่งที่ฉินเฟิงกล่าวถึง แน่นอนว่าเป็นชิ้นส่วนจักรกลที่ปล้นชิงมาจากเมืองลอยฟ้าของพวกกริมในเทือกเขาหลงฉวน แม้จะมีบางส่วนที่เสียหาย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถนำมาประยุกต์และใช้ประโยชน์ได้!

เดิมที่ฉินเฟิงต้องการโรงงานผลิตอาวุธปืน ก็เพื่อต้องการศึกษาสิ่งเหล่านี้นั่นเอง

ในเมืองหวังมีโรงงานตั้งอยู่มากมาย แต่โรงงานผลิตปืนไม่สามารถทำเงินได้มากนัก ที่ทำเงินได้ดีที่สุด น่าจะเป็นพวกโรงงานผลิตยาชนิดพิเศษ หรืออะไรทำนองนั้นซะมากกว่า

เพราะในเมืองหวัง การทดลองกับมนุษย์โดยตรง ไม่ถือว่าผิดกฏหมายหรือมีข้อจำกัดใดๆ

ยาบางชนิดส่งผลข้างเคียงร้ายแรงมาก แต่มีฤทธิ์เพิ่มศักยภาพที่ดี ส่วนใหญ่ล้วนถูกผลิตขึ้นจากที่นี่

ยังไงก็ตาม ฉินเฟิงเมื่อก้าวเข้าอาศัยอยู่ในเขตพันธมิตรองค์กรมืด เขาก็คร้านจะใส่ใจกับธุรกิจของผู้อื่น และเวลานี้ตนไม่ได้อยู่ในพันธมิตรมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่คิดถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องขององค์กร Z เช่นกัน

เมื่อเกิดไอเดีย ฉินเฟิงก็เข้าควบคุมโรงงานทันที เขาเริ่มสั่งงานวิจัยศึกษาอาวุธปืนอย่างละเอียด โดยไม่คำนึงว่าอาวุธปืนนี้ จะสามารถสำแดงประสิทธิภาพออกมาได้น่าหวาดกลัวขนาดไหน , ผลกระทบทางมลพิษจากการผลิตจะมากมายเพียงใด หรือมีโอกาสเกิดรูปแบบการกลายพันธุ์ทางชีวภาพก็ตาม

“ตราบใดที่สามารถดึงพลังของวัตถุพวกนี้ออกมาใช้ได้ ทุกอย่างไม่ใช่ปัญหา!”

“สิ่งเหล่านี้เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง หลังจากพวกคุณได้รับมันไปศึกษาแล้ว แต่ถ้ายังไม่สามารถสร้างของดีๆให้เกิดขึ้นได้ ก็ถือว่าพวกคุณไร้ประโยชน์ และไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”

“เอาล่ะเร่งมือเถอะ อย่ามัวชักช้า!”

ฉินเฟิงออกคำสั่ง โรงงานเริ่มดำเนินการอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยในสิ่งนี้ จำเป็นต้องใช้เวลา แม้ฉินเฟิงต้องการเร่งความเร็วสักเท่าไหร่ สุดท้ายก็ต้องรออยู่ดี

วันเวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปราวกับพริบตา ทุกอย่างทางฉินเฟิงกำลังเป็นไปได้สวย ทว่าฝั่งเมืองหลงฉวน สถานการณ์กลับย่ำแย่มาก

ในวันนี้ เฉินเซี่ยงได้ติดต่อหาฉินเฟิงผ่านอุปกรณ์สื่อสารของบลัดฮันเตอร์

“ตอนนี้ป้อมปราการทั้งสิบแห่งของหลงฉวนถูกทำลายลงหมดแล้ว ผู้ชายถูกฆ่าทิ้ง ส่วนผู้หญิงถูกจับไปเป็นทาส พวกมันคือสัตว์เดรัจฉาน!” เฉินเซี่ยงโกรธมาก

กำลังรบของพวกกริม มันแข็งแกร่งเกินไป

เทคโนโลยีของพวกมันไม่เพียงก้าวหน้า แต่ความเข้มแข็งทางด้านร่างกายก็ยังไม่เลว ทหารทั้งหมดมีความแข็งแกร่งในระดับเลเวล C อีกทั้งท่ามกลางพวกมันยังมีระดับราชันย์และจักรพรรดิ ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงอำนาจในการต่อสู้อันน่าเหลือเชื่อ

และในด้านการสืบพันธุ์ พวกมันก็คล้ายคลึงกับมนุษย์ แม้ปัจจุบันมนุษย์จะสามารถเอาชีวิตรอดและแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจเพราะมลภาวะปนเปื้อนทางรังสี หรือการคัดสรรตามธรรมชาติ ทำให้จำนวนเพศหญิง ยิ่งนานก็ยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อยๆ!

ในกรณีของเผ่ากริมก็เช่นกัน นั่นคือเหตุผลที่พวกมันต้องการตัวผู้หญิงไปเป็นทาส และเคี่ยวกรำพวกเธออย่างหนัก!

เฉินเซี่ยงและคนอื่นๆโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

แต่ไม่อาจทำอะไรได้ อย่างน้อยก็ตอนนี้ พวกกริมกำลังอวดศักดา ขับเคลื่อนเมืองลอยฟ้ามาทำลายทุกหนแห่งที่มนุษย์พักอาศัยนอกเมืองหลงฉวน!

นี่มันเหมือนกับในความทรงจำจากชีวิตก่อนของฉินเฟิงเลย

“ผมเข้าใจ แต่คุณห้ามเอาตัวเองไปจมอยู่ในโคลนแอ่งนี้ อย่ากระโจนลงไปโดยเด็ดขาด” ฉินเฟิงกล่าว

เฉินเซี่ยงตอบ “แน่นอน ฉันไม่คิดกลับไป แต่ฉันคิดว่า ถ้ายังมีนายเป็นผู้นำอยู่ที่นี่ ไอ้พวกเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญา คงไม่กล้าอาละวาดเหมือนทุกวันนี้!”

ฉินเฟิงยิ้มจาง “ต่อให้ผมอยู่ที่นั่น ผมก็แค่คนธรรมดา ไม่อาจหยุดอาชานับพันโดยลำพังได้หรอก”

แต่ถ้าเป็นไป๋หลี ก็มีโอกาส แต่ฉินเฟิงไม่ต้องการจะปล่อยไป๋หลีออกไปเสี่ยงอันตราย เพราะอาวุธของเมืองลอยฟ้า มันทรงพลังเกินไป

ขนาดเกาหยูคังยังถูกสังหารลงในพริบตา อะไรทำนองนั้น เขาไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นกับไป๋หลี

“อีกอย่าง อย่าดูถูกฝั่งมนุษยชาตินักเลย เผ่ากริมมันอวดดีได้ไม่นานหรอก ต่อไปคงเกิดสงครามยืดเยื้อแล้วล่ะ”

ประสิทธิภาพการป้องกันของเมืองหลงฉวนใช่ว่าจะอ่อนด้อย มันแข็งแกร่งมากเช่นกัน พวกกริมไม่สามารถบุกเข้าไปได้ในทันที สงครามจะยืดเยื้อเป็นเวลานับเดือน ก่อนจะสิ้นสุดลงภายใต้การปรากฏกายของผู้ใช้พลังเลเวล A

“อืม ฉันก็พอจะรู้มาบ้างเหมือนกัน ว่าทางพันธมิตรมนุษย์ กำลังคิดส่งผู้ใช้พลังเลเวล A ออกมา คาดว่าน่าจะเป็น ราชาอัคคีชุ่ยเหลียน!”

ฉินเฟิงพยักหน้า ในชีวิตก่อน ก็เป็นชุ่ยเหลียนนี่แหละที่ลงมือ ตีเผ่ากริมจนแตกพ่าย และสุดท้าย ก็กลายเป็นเจ้าของเมืองลายฟ้า อาศัยมันเดินทางท่องไปทั่วโลก

“ถึงเวลานั้นทุกอย่างคงปลอดภัยแล้ว เมื่อสงครามกับเผ่ากริมจบลง ถ้าคุณต้องการกลับไปฝึกฝีมือในหลงฉวน ก็สามารถทำได้”

เฉินเซี่ยงยิ้มขมและกล่าว “หลงฉวนอันตรายเกินไป อาศัยเพียงพวกเรา ทุกอย่างคงเป็นไปอย่างยากลำบาก”

“งั้นพวกคุณต้องติดตามเจิ้งเฉียน หรือไม่ … คุณก็ต้องเป็นคนก้าวขึ้นสู่เลเวล C ซะเอง”

แม้ในเทือกเขาหลงฉวน สัตว์ร้ายส่วนใหญ่จะเป็นเลเวล D แต่สัตว์ร้ายพวกนั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก หากคิดต่อสู้ในเทือกเขาหลงฉวน อย่างไรก็จำเป็นต้องมีเลเวล C คอยสนับสนุน

“ฉันขอเลือกพยายามเองก็แล้วกัน!”

“อ่าฮะ พูดได้สวย วันนี้น่าจะพอแล้ว ถ้ามีข่าวอะไรอีก อย่าลืมติดต่อหาผม”

“ได้เลย”

ทั้งสองวางสายอุปกรณ์สื่อสาร ฉินเฟิงอดไม่ได้ เริ่มจินตนาการ

“เมืองลอยฟ้า … มองยังไงมันก็เป็นของดีชัดๆ”

ฉินเฟิงจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก เพราะปัจจุบันเขากำลังศึกษาอาวุธของพวกกริมอยู่ ยิ่งศึกษา ก็ยิ่งตระหนักว่าเมืองลอยฟ้าเผ่ากริมเป็นของดีขนาดไหน

แต่โคตรน่าเสียดาย ด้วยความแข็งแกร่งของฉินเฟิงในปัจจุบัน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะครอบครอง

ระหว่างฉินเฟิงกำลังจินตนาการ จิ่นเฟยก็เดินเข้ามา

“ลูกพี่ พวกเราได้รับบัตรเชิญจากชายชุดคลุมดำ เขาเชิญให้คุณเข้าร่วมงานเทียนไต้” จิ่นเฟยยื่นซองจดหมายให้แก่ฉินเฟิง และกล่าวต่อว่า “และชายชุดดำยังส่งข้อความมาหาคุณด้วย”

“โอ้ เขาว่ายังไงล่ะ?”

“เขาบอกว่า ถ้าขึ้นไปบนเทียนไต้แล้ว ทางเขาจะเตรียมที่นั่งไว้ให้แก่คุณ! และยินดีมอบส่วนแบ่งกำไรของเงินเดิมพัน 1 เปอร์เซ็น”

ฉินเฟิงหัวเราะ

เห็นได้ชัดว่าครั้งก่อนเขาแสดงฝีมือมากเกินไปหน่อย หากไม่เป็นเช่นนั้น ชายในชุดคลุมดำคงไม่เอ่ยคำเหล่านี้ออกมา

การบอกว่าเตรียมที่นั่งไว้ให้ฉินเฟิง นั่นก็เพื่อห้ามไม่ให้ฉินเฟิงลงสู่บันได

ฉินเฟิงแกะซองจดหมาย และนั่นไง! บัตรใบนี้เป็นแค่ตั๋วที่นั่งบนอัฒจรรย์จริงๆด้วย

และหากตั้งใจคิดดีๆ จะพบว่านี่เป็นคำเตือนจากชายชุดคลุมดำเช่นกัน

“ลูกพี่ คุณต้องการจะไปไหม?”

“มีคนให้เงินฟรีๆ แน่นอนต้องไป!” ฉินเฟิงยิ้ม

จิ่นเฟยถอนหายใจโล่งอก “ฉันก็หลงกลัวว่าลูกพี่จะไม่ยอมอยู่เฉย และเข้าร่วมลงบันไดเทียนไต้ซะแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงกังวลแย่”

สีหน้าของจิ่นเฟยกลายเป็นซับซ้อน

นั่นเพราะเขาเติบโตมาในเมืองหวัง หากเปรียบเทียบกับเมืองหวังเป็นบ่อๆหนึ่ง เขาย่อมรู้ดีว่ามันลึกแค่ไหน หากไม่ระวังและพลาดร่วงลงไป คุณอาจหายไปไม่เหลือแม้แต่เงาให้เห็น

การที่ฉินเฟิงสามารถยอมละทิ้งผลประโยชน์ใหญ่เช่นนี้ได้ จิ่นเฟยรู้สึกชื่นชมไม่น้อย

อันที่จริงมีอยู่หลายครั้งที่จิ่นเฟยคิด ว่าหากตนมีพลังเหมือนฉินเฟิง ตนจะสามารถข่มอารมณ์ตัวเองได้ขนาดนี้หรือไม่?

แต่เกรงว่าจิ่นเฟยคงคิดไม่ตกตลอดไป เพราะเหตุผลที่ฉินเฟิงเฉยๆกับเรื่องนี้ แน่นอน นั่นเพราะเขาสามารถเข้าสู่มิติเทียนไต้ได้ตลอดเวลาอย่างไรเล่า!

ช่วงเวลาเที่ยงวัน ฉินเฟิงเดินตามคนอื่นๆขึ้นไปบนเทียนไต้ บอสมากมายต่างมองมาทางฉินเฟิง จดจ้องเขาด้วยความระแวดระวัง ในสายตาฉายชัดถึงความหวาดกลัว!

เพราะฉินเฟิงคือคู่ต่อสู้ที่ทรงพลัง!

มีอยู่หลายคนทีเดียว ที่ตัดสินใจว่าหากฉินเฟิงเข้าร่วมการแข่งขัน คราวนี้ตนจะไม่ส่งลูกน้องออกไป มิฉะนั้นคงเป็นการสูญเสียกองกำลังโดยใช่เหตุ

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสทำให้ฉินเฟิงเกิดความขุ่นเคือง สุดท้ายจบลงแบบเดียวกันกับบอสเลเวล C ที่ตายลงในอาทิตย์ก่อน

แต่ข่าวดีก็คือ หลังจากที่ฉินเฟิงเข้ามา เขาถูกส่งไปยังตำแหน่งอัฒจรรย์ในทันที ฉินเฟิงนั่งลง แสดงเจตนาชัดว่าจะไม่เข้าร่วมเล่น

สีหน้าของผู้ใช้พลังเลเวล C ผ่อนคลายลง แต่เริ่มบังเกิดอีกหนึ่งความรู้สึกอันซับซ้อนขึ้นมา

ในส่วนผ่อนคลาย เพราะลูกน้องตนไม่ต้องตาย ในส่วนที่ซับซ้อน เป็นเพราะเลเวล D คนหนึ่ง กำลังนั่งอยู่ในระดับเดียวกันกับผู้ใช้พลังเลเวล C

งานในอาทิตย์นี้ เห็นได้ชัดว่าสั้นกว่าอาทิตย์ก่อนที่ฉินเฟิงเข้าร่วมมากนัก แต่การต่อสู้ก็ดำเนินไปอย่างดุเดือดเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีไอ้บ้ามาดักรอหน้าทางออก

กระนั้น คราวนี้ก็ยังมีคนเสียชีวิตไปมากกว่าครึ่ง

ฉินเฟิงไม่สนใจเรื่องนี้ เขาไม่แม้แต่คิดวางเดิมพัน เมื่อจบงาน ก็กลับไปทันที

“คราวหน้าคงไม่ต้องมาแล้ว เอาไว้อยากมา ค่อยให้ไป๋หลีพามาแล้วกัน” ฉินเฟิงคิด

ในค่ำคืนเดียวกัน ฉินเฟิงและไป๋หลี ก้าวผ่านประตูมิติ ไปปรากฏกายบนมิติเทียนไต้อีกครั้ง!

จบบทที่ Ep.448 - เก็บที่นั่งไว้ให้คุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว