เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.446 - ชิงโรงงาน

Ep.446 - ชิงโรงงาน

Ep.446 - ชิงโรงงาน


1/5

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.446 - ชิงโรงงาน

“ในเมื่อหลงซานที่ตายดันมีอุตสาหกรรมปืนอยู่พอดี งั้นฉันจะเข้าไปบริหารมันต่อเอง!” ฉินเฟิงผุดลุก สวมใส่ชุดต่อสู้ “ช่วยนำทางฉันไปที่โรงงานหน่อย”

“ขอรับ ขอรับ”

จิ่นเฟยรีบรับคำสั่ง แต่ที่เขาทำ มันก็แค่การบอกตำแหน่งบนแผนที่ ฉินเฟิงเปิดโหมดล่องเวหา ขับรถด้วยตัวเอง มุ่งหน้าไปยังโรงงานทันที

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งโรงงานก็เกิดความโกลาหลไม่น้อย แต่เนื่องจากมันคือโรงงานชั้นนำภายใต้การดูแลของหลงซาน เลยเป็นธรรมดาที่สถานที่นี้จะได้รับการปกป้อง แม้หลงซานจะหายตัวไป แต่ลูกน้องผู้ใช้พลังเลเวล D คนอื่นๆ ทั้งหมดมารวมตัวกัน

มีทั้งสิ้น 13 คน!

พวกเขาไม่เชื่อว่าหลงซานตายแล้ว

ถึงกระนั้น คนอื่นๆกลับเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

ฉินเฟิงมิใช่คนแรกที่มาที่นี่ ก่อนหน้าเขา มีคนกลุ่มอื่นมาถึงก่อนแล้ว

ตั้งแต่ที่ข่าวแพร่กระจายออกมาช่วงเวลาเที่ยงตรง ทรัพย์สินจำนวนมากของเหล่าบอสที่ตายไปก็เริ่มถูกแก่งแย่ง ตัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ และหนึ่งในธุรกิจของหลงซาน อย่างโรงงานแห่งนี้ ก็กำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น

อุตสาหกรรมของหลงซาน ไม่ได้ทำกำไรมากมายอะไรนัก มันเป็นการมุ่งเน้นผลิตอาวุธปืนระดับสูงสุด แค่นักวิจัยเพียงอย่างเดียว ก็ปาเข้าไปมากกว่า 30 คนแล้ว!

ที่ต้องทุ่มทุนโดยไม่ค่อยได้กำไรแบบนี้ เป็นเพราะหลงซานคือมือปืน กล่าวได้ว่าเขาทำงานวิจัยเพื่อตนเอง

แม้โรงงานจะทำเงินไม่ได้เหมือนกับของหานเหวิน แต่ก็เป็นอุตสาหกรรมเดียวกัน ฉะนั้นน่าจับจอง!

เพราะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่จะทิ้งโรงงานไป หากเปรียบกับอาหาร โรงงานแห่งนี้แม้มีรสชาติจืดชืด แต่ได้กินก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ผลลัพธ์ก็คือ มีคนที่ต้องการมันถึง 4 คน

“โรงงานแห่งนี้ นับจากวันนี้ไป มันจะถูกเปลี่ยนมือเป็นของบอสเรา!”

“มาก่อนก็ได้ก่อนสิวะ ที่นี่ไม่มีอะไรให้พวกแกทั้งนั้น!”

“ปากหมาแบบนี้ เชื่อไหมว่าฉันฆ่าแกได้!”

“ไม่เห็นโลงศพคงไม่หลั่งน้ำตาสินะ รีบไสหัวไปในตอนที่ยังมีเวลาซะ!”

เลเวล D แต่ละคน ถลึงตาใส่กันด้วยความโกรธ แต่ไม่มีใครสามารถโน้มน้าวใจใครได้ สุดท้ายไม่มีทางเลือก จำต้องโทรหาพรรคพวกของตน

พริบตาเดียว ณ ที่นี้ก็เต็มไปด้วยผู้ใช้พลังเลเวล D กว่า 100 คน และแบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย

กลุ่มเลเวล D 13 คน ที่เป็นลูกน้องของหลงซาน บัดนี้นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา พวกเขารอดูว่าโรงงานจะเปลี่ยนไปอยู่ในมือของใคร จะได้ทุ่มเทรับใช้เจ้านายคนใหม่

เมื่อเรื่องเริ่มลุกลามบานปลาย สุดท้ายเลเวล C ก็เดินทางมาด้วยตัวเอง

นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าโรงงานสามารถทำกำไรได้หรือไม่อีกแล้ว แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี!

“ในเมื่อไม่มีใครยอมใคร และพวกเราต่างฝ่าย ต่างก็ไม่อยากให้คนของตัวเองได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นขอเสนอให้ทำตามกฏดั้งเดิม!” เลเวล C คนหนึ่งเอ่ยปาก

เลเวล C อีกคนหัวเราะหยัน “มีกันตั้ง 4 คน แล้วจะใช้กฏเดิมได้ยังไง”

“ก็ตะลุมบอลกันทีเดียวไปเลย สู้เสี่ยงชีวิตกัน ใครรอดเป็นคนสุดท้าย คนนั้นก็ได้โรงงานไป”

“ฟังดูไม่เลว!”

เมื่อเลเวล C ทั้ง 4 ยอมรับเงื่อนไขกฏดั้งเดิม พวกเขาก็เริ่มเลือกลูกน้องเลเวล D ฝั่งตนออกมา ตัวแทนของใครยืนหยัดเป็นคนสุดท้าย ลูกพี่ของคนๆนั้นก็จะได้โรงงานไปครอบครอง

ในระหว่างนั้นเอง รถศึกของฉินเฟิงก็ขับมาจอดหน้าโรงงานพอดี

จิ่นเฟยดีดผึง เปิดประตูรถฝั่งตนอย่างรวดเร็ว ต้องการจะเดินไปเปิดประตูรถให้ฉินเฟิง แต่ฉินเฟิงไม่ใช่คนของเมืองหวัง เขาคร้านจะใส่ใจพิธีอะไรเล็กๆน้อยๆแบบนี้ เปิดประตูลงจากรถด้วยตัวเองทันที

จากนั้น ก็เริ่มกวาดตามองไปยังผู้คนที่ออกันอยู่หน้าทางเข้าโรงงาน

จิ่นเฟยสั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อเห็นบอสทั้ง 4 ของอีกฝ่าย

“ลูกพี่ เหมือนว่าพวกเขากำลังจะสู้กันเพื่อชิงโรงงาน และเลเวล C ทุกคนในที่นี้ ไม่มีใครง่ายเลย”

จิ่นเฟิยเริ่มกระซิบกระซาบ แนะนำแต่ละคน

ขณะเดียวกัน เลเวล C ทั้ง 4 คนต่างก็หันมองมายังฉินเฟิงเป็นสายตาเดียว

หลังจากได้รับชมงานเทียนไต้เมื่อวาน ไม่มีทางที่คนเหล่านี้จะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือใคร!

อย่างไรก็ตาม แม้ฉินเฟิงจะแข็งแกร่งมาก แต่เขาไม่มีกำลังพล และหลังจากสังหารเลเวล C ไปกว่า 10 คน ฉินเฟิงก็ไม่ได้เข้าไปยึดสถานที่ใดๆของคนตาย

ดังนั้นจึงไม่มีใครคาดคิด ว่าฉินเฟิงจะบุกมาที่นี่

ฉินเฟิงเดินไปทีละก้าว ก่อนหยุดห่างจากฝ่ายตรงข้ามราวๆ 10 เมตร สายตากวาดมองฝูงชน

“ดูเหมือนว่าพวกคุณทุกคน จะชอบโรงงานแห่งนี้กันสินะ?” ฉินเฟิงเอ่ยถามเสียงครึ้ม

สีหน้าของเลเวล C ในที่นี้เริ่มแปรเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะหนึ่งในนั้น ที่ยามจ้องมองฉินเฟิง กลับเผยถึงร่องรอยของความหวาดกลัว

และชายคนที่ว่า คือหนึ่งในสองที่ไปดักรอหน้าวิลล่าของฉินเฟิงเมื่อเช้า เพื่อเตรียมการลอบโจมตี และเป็นเขาอีกเช่นกัน ที่ไปยืนยันด้วยตาตัวเอง ว่าสหายเลเวล C ที่คิดร่วมมือกัน เสียชีวิตไปแล้ว

แม้จะกล่าวว่าฉินเฟิงทำลายศพจนไม่เหลือร่องรอย แต่รูนมืดยังคงหลงเหลืออยูในอากาศ ไหนจะกำลังภายในที่ใช้โจมตีอีก หลักฐานทั้งสองชิ้นนี้ บ่งบอกว่าฉินเฟิงเป็นคนลงมือ

แต่ตอนนี้ เทพแห่งความตายกลับปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเขาอย่างกะทันหัน!

ในหัวใจของผู้ใช้พลังว้าวุ่น โดยไม่ทันรู้ตัว เขาก็ได้เลือกคำตอบแล้ว!

“เหอะ ไอ้โรงงานเส็งเคร็งแบบนี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะถูกคนมากมายหมายปอง ‘สันติจะนำมาซึ่งความมั่งคั่ง’ ฉันไม่อยากได้มันแล้ว พวกเรากลับ!”

ลูกน้องของชายคนนั้นหน้าแดงไปถึงลำคอ ทุกคนเบิกตากว้างมองบอสของตนเอง แต่เมื่อเจ้านายสั่ง เป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องปฏิบัติตาม

คลื่นลูกแรกซัดสาดผ่านไป ผู้คนจากไปกว่า 30 คน

เลเวล C ที่เหลืออีก 3 คนกลายเป็นตกตะลึง

พวกเขาเริ่มขมวดคิ้วมุ่น ในหัวใจเริ่มชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคน ที่คิดว่าฉินเฟิงเป็นผู้ลงมือสังหารเลเวล C เมื่อวานจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น คนเหล่านี้ยังเกิดความละโมบในความมั่งคั่งของฉินเฟิง

“พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไง แกชื่อฉินเฟิงใช่ไหม? อย่าบอกนะว่าแกเองก็ต้องการยึดครองโรงงานนี้เหมือนกัน?” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

ก่อนหน้านี้จิ่นเฟยลอบกระซิบรายละเอียดของทุกคนให้แก่ฉินเฟิงแล้ว คนที่เพิ่งเอ่ยปากออกมา เรียกว่าชางหมิง เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล C2 นอกจากนี้ ยังทรงพลังเป็นอย่างมาก

“ถูกต้อง ผมต้องการโรงงานแห่งนี้ และหวังว่าทุกท่านจะยอมสละสมบัตินี้ไปสักชิ้น” ฉินเฟิงตอบกลับ

“ฮ่าฮ่า แค่แกเอ่ยปากว่าอยากได้ แล้วพวกเราจะต้องทำตามด้วยหรอ คิดว่าพวกเราเป็นตัวตลกรึไง?”

ฉินเฟิงแสยะยิ้ม “ถ้าคุณคิดอย่างนั้น แล้วเห็นว่าผมเป็นคนยังไง? คิดว่าผมดูล้อเล่นรึเปล่าที่เอ่ยปากอย่างมั่นใจว่าอยากได้โรงงาน?”

ชางหมิงพบว่าประโยคข้างต้นมันฟังดูแปลกๆ แต่เขาไม่ทันคิดอย่างรอบคอบถึงเรื่องนั้น ตวาดสวนโดยตรง “งั้นก็มอบเงินมา 1ล้านล้าน แล้วฉันจะลองเก็บเรื่องยกโรงงานให้แกไปพิจารณา”

“หึ” ฉินเฟิงส่งเสียงในลำคอ “ที่แท้คุณก็เป็นไอ้ตัวตลกจริงๆด้วย ข้อเสนอปัญญาอ่อนแบบนี้ คิดหรือว่าผมจะยอมทำตาม?”

คนอื่นๆที่กำลังรับฟัง อดหัวเราะออกมาไม่ได้ นี่มันอะไรกัน? เขากำลังข่มขู่ฉินเฟิงแท้ๆ แต่ไหงจู่ๆกลับเป็นโดนฉินเฟิงตลบหลัง ถูกด่าซะเองไปได้

“แกอยากตายใช่ไหม?”

ฉินเฟิงกล่าว “เมื่อวานนี้ มีคนที่ปากบอกว่าอยากจะฆ่าผมอยู่เหมือนกัน แต่วันนี้ พวกมันหายไปจากโลกแล้ว”

เลเวล C  อีก 2 คนเมื่อได้ยิน สีหน้าเริ่มซีดเผือดลง

อย่างไรก็ตาม ชางหมิงไม่ใส่ใจ เขากระทั่งมองดูถูกฉินเฟิง

“ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าคนอย่างแก จะสามารถฆ่าเจ้าพวกนั้นได้จริงๆ คิดจะล่อเสือออกจากถ้ำ แล้วฉกฉวยผลประโยชน์ไปคนเดียวล่ะสิท่า!”

ชางหมิงมิได้สั่งการให้ลูกน้องตนลงมือ เพราะหลังจากได้รับชมเหตุการณ์บนมิติเทียนไต้ ความแข็งแกร่งของฉินเฟิงได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่าท่ามกลางหมู่มวลเลเวล D ฉินเฟิงคือตัวตนอันคงกระพัน

ดังนั้นชางหมิงจึงตัดสินใจลงมือด้วยตนเอง

ไม่เล่นลูกไม้หรือตุกติกใดๆ กำลังภายในจากทั้งร่างของชางหมิงถูกขับออกมา แปรสภาพเป็นปราณกำลังภายใน ง้างฝ่ามือและตบฉาดเข้าใส่ฉินเฟิง

ฝ่ามือนี้ ไม่เพียงเพ่งเล็งมายังฉินเฟิง แต่ยังครอบคลุมไปถึงจิ่นเฟยด้วย

ฝีเท้าของฉินเฟิงวูบไหวทันใด

เขาคว้าจิ่นเฟย เปิดใช้งานก้าวมังกร ดีดตัวถอยหลังทันใด

ทุกกระบวนการรวดเร็วว่องไวเป็นอย่างมาก!

ปัง!

พื้นแตกระแหงในพริบตา

ความแข็งแกร่งของชางหมิง น่าหวาดกลัวมากจริงๆ

ลูกน้องผู้ใช้พลังเลเวล D สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึง ส่วนเลเวล C อีกสองคนสีหน้าไม่สู้ดีนัก

เพราะพวกเขาตระหนักได้ ว่าชางหมิงดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นแล้ว

ทั้งสองต่างรู้ดี ว่าเมื่อใดก็ตามที่ก้าวขึ้นสู่เลเวลสูงๆ การจะยกระดับความแข็งแกร่งในแต่ละขั้น มันยากเย็นเพียงใด

แต่ชางหมิงสามารถก้าวไปได้อีกขั้น!

ชางหมิงไล่ตามติด

ขณะเดียวกัน ฉินเฟิงก็เริ่มวูบไหวอีกครั้ง

เสียงของเขา ถูกส่งกระจายออกไป

“ในเมื่อคุณไม่เชื่อ งั้นก็ไปถามเจ้าพวกนั้นในนรกเองก็แล้วกัน!”

ร่างของฉินเฟิงหายวับไปทันใด

ซ่อนเงา!

ในเสี้ยวพริบตา ปรากฏกายขึ้นอีกที ฉินเฟิงก็มาโผล่เบื้องหลังชางหมิงแล้ว!

จบบทที่ Ep.446 - ชิงโรงงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว