เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.433 - เทียบเชิญจากเมืองหวัง

Ep.433 - เทียบเชิญจากเมืองหวัง

Ep.433 - เทียบเชิญจากเมืองหวัง


4/5

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.433 - เทียบเชิญจากเมืองหวัง

ก่อนเกิดใหม่ ฉินเฟิงเคยเป็นถึงเลเวล A เป็นตัวตนทรงอำนาจ หากไม่ใช่เพราะพลังพิเศษดูดกลืนของเขาไม่สมบูรณ์ สมญาของเขาคงไม่หยุดอยู่แค่ราชาทหารรับจ้าง

เลเวล A คือตัวตนระดับสูงก็จริง แต่กระนั้น ในบรรดาเลเวล A ด้วยกัน มันมีสิ่งที่เรียกกันว่า ‘ช่องว่างความห่างชั้น’ อยู่เช่นกัน

และเป้าหมายที่ฉินเฟิงปรารนาในชีวิตนี้ คือการขึ้นเป็นพระเจ้าจากในบรรดาท่ามกลางมวลหมู่เลเวล A!

“ฟู่ว …”

ฉินเฟิงขับกลิ่นอายขุ่นมัวออกจากกาย รู้สึกว่าตนผ่อนคลายขึ้นมาก

ความแข็งแกร่งของเขายกระดับไปอีกขั้น!

จากนั้น เขาก็หยิบหนทางสู่เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ออกมา และเริ่มฝึกฝน

หากว่างเว้นจากการต่อสู้บนสนามรบแล้ว เวลาที่เหลือส่วนใหญ่ของฉินเฟิงมักใช้ไปกับการฝึกฝน

เขาไม่เคยหยุดพัก

เมื่อได้รับโอกาสอีกครั้ง ฉินเฟิงต้องการกลับขึ้นไปยังเลเวล A จากนั้นก็เริ่มเดินไปบนถนนที่ไม่เคยก้าวถึง!

ทว่าเพียงเริ่มเปิดใช้งานหนทางสู่เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ คิ้วของฉินเฟิงก็เริ่มย่นเข้าหากัน

เขาสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนบุกรุกเข้ามาในวิลล่า!

ฉินเฟิงไม่มีลูกน้องในตอนนี้ เลยเป็นธรรมดาที่จะไม่มีใครหยุดอีกฝ่าย ไม่ต้องกล่าวถึงแถวนี้ยังมีวิลล่าอีกหลายหลัง ตั้งเรียงกันเป็นแถว และประตูก็ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม ดังนั้นการจะมีคนเดินดุ่มๆเข้ามา ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

อย่างไรก็ตาม เจ้าผู้บุกรุกคนนี้ มันกลับกล้าไม่ระงับกลิ่นอายของตนเอง ปลดปล่อยออกมาใส่บ้านของผู้อื่นตามอำเภอใจ

พฤติกรรมเช่นนี้ ไม่แตกต่างไปจากการยั่วยุ!

ภายในวิลล่า บรรดาอดีตคนใช้ของหลิวตง พากันหวาดกลัวจนแทบหมอบคลาน สั่นสะท้านไปทั้งตัว กระทั่งหายใจยังไม่กล้า

ไป๋หลีขมวดคิ้ว เดินลงจากห้องพักชั้นบนของวิลล่า

ฉินเฟิงเองก็ลุกขึ้นเช่นกัน ผลักประตูออกไป มองผู้มาเยือน

กลับพบว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล  E เท่านั้น!

กลิ่นอายของฉินเฟิงปะทุขึ้นทันใด ข่มกลิ่นอายของเลเวล E

แรงกดดันอันน่าสะพรึง ทำให้ชายคนนั้นรู้สึกราวกับอากาศรอบตัวกำลังถูกบีบอัดเข้ามา

พรวดด!

เลือดสีแดงสดหยดย้อยลงมาจากมุมปาก บ่งบอกถึงอาการได้รับบาดเจ็บภายใน

ตุบ ตุบ!

ผู้ใช้วรยุทธคุกเข่าลงกับพื้น แรงกดดันที่ก่อนหน้านี้เขาใช้คุกคามผู้อื่น กระจัดกระจายหายไป

“ทุกคนออกไป” ไป๋หลีสั่งการ เหลือบมองไปทางสาวใช้

“เจ้าค่ะนายหญิง!” คนใช้ทั้งหมดแตกกระเจิง พากันวิ่งเข้าไปในบ้านเล็กๆหลังวิลล่า ไม่กล้าย่างเท้าออกมาอีกเลย

แม้เจ้าของคนใหม่จะไม่สนใจพวกเธอ แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร อย่างน้อยก็ไม่มีการทรมาน แต่เจ้านายคนใหม่อ่อนแอเกินไป ดังนั้นไม่นานก็มีคนมาหาเรื่อง

ในตอนนี้ ฉินเฟิงนั่งเอนกายอยู่บนโซฟา ส่วนผู้ใช้วรยุทธเลเวล E ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น

“แก … รู้รึเปล่าว่าฉันคือลูกน้องของบอสเฉิง!” ผู้ใช้วรยุทธเลเวล E เค้นเสียงกล่าว

ฉินเฟิงแสยะยิ้มหยัน “ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกทำงานให้ใคร หรือเป็นลูกน้องของใคร แต่เมื่อไร้กำลัง ก็ไม่ควรสะเออะมากางปีกในสถานที่ของฉัน หรือว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว?”

ชายคนนั้นกัดฟันกล่าว “จะตีสุนัขต้องรู้จักดูเจ้านาย แกกล้าดียังไงถึงไม่ไว้หน้าบอสเฉิง!”

“อ้อ ยอมรับว่าตัวเองเป็นหมาซะด้วย มิน่าขนาดตอนคุยกัน แกถึงคุกเข่าเหมือนกับหมา” ฉินเฟิงหัวเราะประชดประชัน

ใบหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธฉินเฟิงมาก

“ฉินเฟิง อย่าอวดดีให้มันเกินไป อย่าคิดนะว่ายึดที่นี่ได้แล้ว มันจะกลายเป็นของแกจริงๆ ผู้มาใหม่ต้องรู้จักกฏเกณฑ์! เมืองหวังไม่เหมือนสถานชุมชนของกลุ่มพันธมิตรมนุษย์ที่แกเคยอยู่หรอกนะ!”

ฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็นชา “อ่าฮะ แล้วมันแตกต่างกันยังไงไหนบอกซิ ไม่ใช่ว่าพลเมืองทุกคนสามารถเข้าร่วมเทียนไต้ได้หรอกหรือ?”

“นี่แก … แกรู้เรื่องนี้ได้ยังไง!”

ฉินเฟิงส่งเสียงเหอเหอคำหนึ่ง

ก็แล้วทำไมเขาจะไม่รู้เล่า เพราะรู้นี่แหละถึงได้เลือกมายังเมืองหวัง

เทียนไต้ คือการขึ้นไปยังพื้นที่ช่วงบนของเมืองหวัง มันคือเขตแดนลับแห่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในเมือง

แน่นอน นอกจากเหตุผลนี้แล้ว ฉินเฟิงยังมีเหตุผลอื่นอีก

ผู้ใช้วรยุทธเลเวล E เมื่อเห็นว่าแรงกดดันของฉินเฟิงที่กำลังข่มเขาไม่ได้ลดทอนลงเลย ก็ได้แต่กัดฟันขู่ต่อไป “บอสเฉิงฝากฉันส่งคำเชิญมา :  ในคืนพรุ่งนี้ จงเข้าร่วมงานเทียนไต้ซะ ไม่อย่างงั้น อย่าคิดว่าจะได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป!”

ฉินเฟิงหัวเราะ “เขาเชิญฉัน? งั้นฉันจะกลายเป็นตัวแทนของใคร? ในนามของเขางั้นหรอ แบบนั้นผลประโยชน์สุดท้ายก็ตกเป็นของเขาด้วยสิ”

“แน่นอน!”

“นี่เขาโง่รึเปล่า? ฉันสามารถสังหารได้กระทั่งเลเวล C แล้วจะต้องไปทำงานเสี่ยงชีวิตให้พวกเลเวล C เนี่ยนะ? เขาคิดว่าตัวเองเป็นตัวตนทรงพลังเลเวล B รึไง”

ทั่วทั้งเมืองหวัง ผู้ใช้พลังเลเวล B มีน้อยยิ่งกว่าน้อย และพวกเขาจะไม่เข้าร่วมงานประลองดังกล่าว

บอสเฉิงคนนี้ ฉินเฟิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่คนอย่างฉินเฟิง ไม่มีทางทำงานเสี่ยงตายเพื่อคนอื่นเด็ดขาด

ดวงตาของเลเวล E ฉายแววดุร้าย ฝืนกลืนเลือดลงลำคอ “นั่นไม่ใช่ธุระของฉัน คำพูดจากบอส ฉันได้นำมันมาบอกแล้ว สำหรับคำพูดของแก ฉันจะนำกลับไปบอกให้เอง”

และเมื่อคำพูดของฉินเฟิงถูกบอกเล่าออกไปเมื่อไหร่ เขาเชื่อสุดใจ ว่าฉินเฟิงคงไม่รอดถึงวันพรุ่งนี้

“ไม่จำเป็น วิลล่าหลังนี้คือที่ของฉัน มันไม่ใช่ที่ๆใครอยากจะมาก็มา หรืออยากจะไปก็ไป ตายซะ!”

“หยุดมือ!! ทำแบบนั้นบอสเฉิงจะไม่มีวันปล่อยแกไว้!”

ทว่าเมื่อมองเข้าไปในแววตาชืดชาของฉินเฟิง ผู้ใช้วรยุทธเลเวล E สุดท้ายก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัว

นั่นเพราะท่าทีของฉินเฟิง ดูไม่เหมือนคนกำลังล้อเล่นอยู่เลย!

เวลานี้ เจ้าตัวได้แต่นึกเสียใจ โทษตัวเองที่ยะโสมากเกินไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาอาศัยบารมีของบอสเฉิง อาละวาดไปทั่ว จนลืมไปแล้ว ว่าในโลกใบนี้ ผู้แข็งแกร่งต่างหากคือผู้ที่เป็นใหญ่ที่สุด!

การที่คนอื่นยอมก้มหัวให้ เป็นเพราะไว้หน้าบอสเฉิงต่างหาก

เพราะหากวัดกันจริงๆ เลเวล E อย่างเขายังมีใครไว้หน้าอีกหรือ?

“ไม่ปล่อยฉันไว้?” ฉินเฟิงยิ้มเย็น “ต่อให้แกกลับไป เขาก็จะไม่ปล่อยฉันไว้อยู่ดี อย่างไรย่อมเป็นศัตรูกัน ฉะนั้นก็จงตายเสีย เพราะแกจะกลับหรือไม่กลับ ผลลัพธ์มันก็เหมือนกัน!”

ขณะกล่าว ฉินเฟิงวาดแขนออก กำลังภายในพรั่งพรู แปรสภาพเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่คู่หนึ่ง สิบนิ้วสยายออก ฉกเข้าคว้าจับเข้าที่คอผู้ใช้วรยุทธเลเวล E ทันใด

กร๊อบ!

ฉินเฟิงบดขยี้คอของศัตรู โดยไร้ซึ่งความลังเล ก่อนจะง้างมือขึ้น และโยนชายคนนั้นกลับไปยังประตูทางเข้า

เนื่องจากวิลล่าอยู่ติดถนนใหญ่ ดังนั้นทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาย่อมสามารถมองเห็น

ในเมืองหวังคนตายสักคนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่คนที่ตายดันตายตรงหน้าวิลล่า ทั้งยังถูกโยนออกมาแบบนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน

ไม่นาน ก็มีใครบางคนมาอุ้มศพของเลเวล E ออกไป

และข่าวนี้ ก็แพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่ง!

“เจ้าหน้าใหม่ กระทั่งเฉิงเหลียนก็ยังกล้าหาเรื่อง!”

“ฉินเฟิงคนนี้ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน? ไม่ใช่ว่าเขาเป็นแค่เลเวล D5 หรอกหรือ?”

“ค่าหัว 1 แสนล้าน คุ้มค่าที่จะลงมือ!”

แต่ในเวลานี้ ฝูงชนยังคงเลือกที่จะเฝ้าสังเกตการณ์กันต่อไป

นั่นเพราะ การที่ฉินเฟิงสังหารหลุยตงลงได้ มันยังทำให้ผู้คนเกิดความหวาดกลัว

ฉินเฟิงไม่ได้ไปไหน เขาคลิกลงบนอุปกรณ์สื่อสาร เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในเมืองหวัง

เนื่องจากเมืองหวังอยู่ลึกลงไปใต้ดิน อุปกรณ์สื่อสารจากโลกภายนอกจึงใช้ได้เฉพาะนอกเมืองเท่านั้น ไม่เชื่อมต่อกัน แต่ขณะเดียวกัน มันก็สามารถเปิดใช้ภายในเมืองได้ เพราะภายในเมืองก็มีเครือข่ายเป็นของตัวเอง

ซึ่งเครือข่ายนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยตัวตนทรงพลังที่แท้จริงของเมืองหวัง และหนึ่งในรายการฮอตฮิตที่สุดก็คือ มักจะมีคำเชิญให้เข้าร่วมการเปิดเขตแดนลับเทียนไต้ของเมืองหวังในทุกๆสัปดาห์

เทียบเชิญละ 1,000 เหรียญพลังงาน หากต้องการเข้าชมต้องจ่าย 10 เหรียญพลังงาน เพราะมีเพียงการเข้าชมเท่านั้น ถึงจะวางเดิมพัน และมีส่วนร่วมในการพนันได้

อันที่จริงงานประลองเทียนไต้ มันคล้ายคลึงกับเวทีประลองใต้ดินในสถานชุมชนเฉิงเป่ย ที่ฉินเฟิงเคยไปเมื่อช่วงต้นๆ หรือเวทีประลองผู้ใช้พลังของเมืองเฉิงหยางก็เหมือนกัน

ที่ใดมีการพนัน ที่นั่นย่อมมีผลประโยชน์มหาศาล!

ฉินเฟิงซื้อบัตรเชิญและตั๋วเข้าชม

เพราะไป๋หลี คงไม่มีทางลงสนามแน่นอน

เนื่องจากเหนือขึ้นไปบนเมืองหวังคือเขตแดนลับ ภายใต้แรงกดดันของมิตินี้ มันมีกฏพิเศษอยู่ นั่นคือคนที่แข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ จะถูกผลักดันให้เข้าเป็นอันดับท้ายๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเลเวล C คาดว่าคงเป็นท้ายสุด เนื่องจากไป๋หลีตอนนี้คือจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล C ดังนั้นหากให้เข้าร่วมคงไม่ฉลาดนัก

อย่างไรก็ตาม ไป๋หลีก็ยังมีอีกหน้าที่หนึ่ง นั่นคือเฝ้ารออยู่ภายนอก และเข้าร่วมการพนัน ลงเดิมพันให้แก่เขา!

จบบทที่ Ep.433 - เทียบเชิญจากเมืองหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว