เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.427 - กวงเว่ยเอาชีวิตรอด

Ep.427 - กวงเว่ยเอาชีวิตรอด

Ep.427 - กวงเว่ยเอาชีวิตรอด


3/5

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.427 - กวงเว่ยเอาชีวิตรอด

“ผายลมเถอะ ฉันจะไม่กลับไปเด็ดขาด ที่หลงฉวนก็เหมือนกัน โลกใบนี้กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีที่ให้พวกเราอยู่”

“นั่นสิ ปล่อยให้กวงเว่ยมันตายไปเถอะ ถ้าไม่เพราะหัวหน้าช่วยลดทอนกองทัพกริมจนน้อยลงกว่าครึ่ง พวกเขาจะชนะสงครามหรือ?”

“ใช่ ปล่อยให้มันถูกฆ่าตายไปเลยดีกว่า!”

ภายในสถานชุมชนที่ 3 กวงเว่ยมิได้ตกตายลงภายใต้คำสาปแช่งของผู้คน

แต่กระนั้น ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าผู้ใช้พลังเลเวล B ที่รั้งประจำการอยู่ จะกลายเป็นหนามยอกอกในสายตาของเผ่ากริม!

ต้องไม่ลืมนะว่า ก่อนหน้านี้มีซากกองทัพกริม 200 - 300 ตัวหลบหนีไป และเมื่อพวกมันสามารถเรียกกองทัพใหญ่มาได้อีกครั้ง เป็นธรรมดาที่จะคิดแก้แค้น!

“ฆ่าเขา! เป็นเขาที่สังหารพี่น้องของพวกเราไปมากมาย!”

“ใช่ นั่นแหละเขา ฆ่า!”

“ทำลายหมู่บ้านนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง! พวกเราต้องการเพียงทรัพยากร ไม่จำเป็นต้องมีทาสไร้ประโยชน์เหล่านี้!”

เผ่ากริมมีนิสัยดุร้าย ดังนั้นเมื่อเริ่มสงคราม ฉากนองเลือดก็ปรากฏขึ้น

ผู้คนที่ยังรั้งอยู่เบื้องหลังไม่มีกำลังมากพอจะต่อต้าน ทั้งหมดเริ่มถูกสังหารหมู่

เหลือเพียงกวงเว่ยที่ยังพอมีฝีมือ แต่เวลานี้เขาอยู่ในสภาพกึ่งสู้กึ่งถอย

“รีบหนี! ถอนกำลัง ทุกคนถอย!”

กวงเว่ยร้องคำราม

“นายพลกวง โปรดพาฉันไปด้วย ขอร้องล่ะ พาฉันหนีออกไปจากที่นี่ที!” หลี่จื่อซานที่สูญเสียขาทั้งสองข้างกรีดร้องสยองขวัญ

เดิมกวงเว่ยคิดจะช่วยหลี่จื่อซาน แล้วอาศัยอบิลิตี้ลมของเธอ ช่วยพาหลบหนีไป

แต่ในจังหวะนั้นเอง แสงไสวพลันปะทุลงมาจากเมืองลอยฟ้า

และความไวของมัน รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

เร็วชนิดต่อให้หลี่จื่อซานครอบครองอบิลิตี้ลม ก็ยังไม่ทันเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง

ปุ---

แสงไสวจางหายไป พร้อมกับใบหน้าอันงดงามของหลี่จื่อซาน ที่ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวในอากาศ

หนึ่งในผู้มีอนาคตสดใส เลเวล A อันทรงพลังที่ฉินเฟิงรู้จัก สุดท้ายต้องจบชีวิตลงที่นี่อย่างไม่คาดฝัน!

กวงเว่ยตกใจจนเผลอปล่อยมือ ทั้งเนื้อทั้งตัวหลั่งไปด้วยเหงื่อเย็น

ขณะเดียวกัน เป็นเล่ยหยิงที่หลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย

เพราะเขามีเขตแดนลับเป็นของตัวเอง จึงอาศัยตัวเชื่อมมิติ เชื่อมต่อกับพิกัดมิติแล้วหนีออกไปทันทีที่เห็นเมืองลอยฟ้า

อันที่จริง หลังจากที่ทุกคนเห็นเมืองลอยฟ้า ผู้มีตัวเชื่อมมิติในครอบครอง ต่างก็รีบเปิดใช้งานมันอย่างไม่เสียเวลาคิด ส่วนไอ้เรื่องการร้องขอกำลังสนับสนุนบนอุปกรณ์สื่อสาร พวกเขาไม่สนใจ!

พวกเขาไม่มีวันยอมจ่ายด้วยชีวิต เพื่อทำงานให้แก่พันธมิตรมนุษยชาติ!

เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การมีชีวิตอยู่ต่อไป!

กวงเว่ยติดพันกับทหารกริมนับไม่ถ้วน ยุ่งจนไม่มีเวลามากพอเปิดใช้งานตัวเชื่อมมิติ ทำได้แค่วิ่งหนีสลับตอบโต้เผ่ากริม

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าเผ่ากริมไม่คิดปล่อยกวงเว่ยไป!

พวกกริมต้องการหัวของกวงเว่ยไปแขวนประดับไว้บนเมืองลอยฟ้า เพื่อเซ่นสังเวยให้แก่สหายร่วมชาติ!

พลังของกวงเว่ยลำพังย่อมมีขีดจำกัด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารกริมนับพันที่กรูเข้ามา เจ้าตัวไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงหลบหนีไปจากสถานชุมชนหลงฉวนที่ 3 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว นั่นหมายถึงการละทิ้งสถานชุมชน!

เรื่องนี้ ต่อให้กวงเว่ยไม่จำเป็นต้องได้รับบทลงโทษ แต่คงเสียหน้าไม่น้อย

ขณะเดียวกัน ฉินเฟิงได้เดินทางออกจากอาณาเขตหลงฉวนแล้ว

ภายในปราการชาตง

บนวิลล่าหรูใจกลางเมือง สองร่างเงาพลันปรากฏขึ้น

--เป็นฉินเฟิงและไป๋หลี

นับตั้งแต่ฉินเฟิงจากมา ปราการชาตงแห่งใหม่ก็ไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป แค่กวาดพลังสมาธิกระจายออกสำรวจแบบคร่าวๆ ก็พบได้ทันทีว่าพลเมืองโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

พืชพรรณโดยรอบที่ถูกปลูก หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ก็ใกล้ถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยว

ด้วยอัตราเร็วในระดับนี้ ถึงจะขายได้ไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับแจกจ่ายประชากรในปราการ

แม้สิ่งเหล่านี้ ไม่น่าถึงขั้นสามารถดึงดูดความสนใจจากกวงเว่ยได้ แต่หลังจากที่มีแนวโน้มพัฒนาไปในทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง เกรงว่าอาจเป็นเล่ยหยิง ที่กางกรงเล็บชั่วร้ายของตนมายังชาตงแทน

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ฉินเฟิงยังมีชีวิตอยู่ น่ากลัวว่าเล่ยหยิงคงรู้สึกคันในหัวใจ จะทำอะไรสมควรยั้งคิด

ฉินเฟิงติดต่อซูซิงฝู ซูซิงฝูเร่งเดินทางมายังวิลล่าอย่างรวดเร็ว เพื่อเห็นทั้งสองกับตาตัวเอง

“ฟู่ว …  พวกคุณไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม? ยอด ยอดไปเลย!” ถูกไล่ล่าโดยเลเวล B สองระดับเลเวลมันแตกต่างกันมากเกินไป ดังนั้นซูซิงฝูอดรู้สึกกลัวไม่ได้

“วางใจเถอะ พวกผมไม่เป็นอะไรหรอก”

“จริงสิ นี่อุปกรณ์สื่อสารของไป๋หลี”

“ฮี่ฮี่ ขอบคุณ ถ้าไม่มีอุปกรณ์สื่อสาร ยังไงฉันก็ทำใจให้ชินไม่ได้” ไป๋หลีกล่าว ช่วงเวลานี้ เมื่อไร้ภยันตราย ท่าทีของเธอจึงกลับมาเป็นสาวน้อยน่ารักไร้เดียงสาดังเดิม

ฉินเฟิงลูบหัวของเธอ และกล่าวต่อว่า “เอาล่ะ ตอนนี้ไปที่สุสานเทพสงครามก่อนเถอะ ทุกคนน่าจะมารวมตัวกันแล้ว ผมอยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าพวกเขาพัฒนาไปถึงขั้นไหน”

“เข้าใจแล้ว”

ฉินเฟิงก้าวเข้าไปในวิหารเทพสงคราม คนอื่นๆได้รับแจ้งจากซูซิงฝูก่อนแล้ว จึงมารอล่วงหน้า

โจวฮ่าว , หลิวซู , วังเฉิน รวมไปถึงหน้าใหม่อย่างหานน่วน …

สถานชุมชนเฟิงหลีในวันนี้ มิใช่เล็กจ้อยอย่างวันแรกอีกต่อไป!

“ลูกพี่”

“ท่านผู้ว่าการ”

“หัวหน้า”

แม้จะเรียกขานแตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดล้วนเป็นคำแสดงความเคารพต่อฉินเฟิง

ในบรรดาคนเหล่านั้น ส่วนใหญ่แล้วเพิ่งก้าวขึ้นสู่เลเวล E แต่ในแง่ของความแข็งแกร่ง ถือว่าเหมาะสม เพียงพอต่อการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารสถานชุมชมเฟิงหลี!

ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างที่ฉินเฟิงหายไป ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องพวกเขาเลย!

นั่นเพราะทุกคนต่างทราบดี ว่าแหล่งธุรกิจนี้เป็นของใคร

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่าแม้ฉินเฟิงจะหายไป แต่ก็ยังมีโจวฮ่าวคอยทำหน้าที่รักษาการ

ในช่วงหลายเดือนมานี้ แม้ฉินเฟิงจะไม่ได้กลับไปยังเฟิงหลี แต่ก็ไม่เคยขาดการติดต่อกับโจวฮ่าว เมื่อรู้ว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายก้าวกระโดด เขาก็ยินดีด้วย

“ไม่เลวนี่ นายยกระดับไปอีกขั้นแล้ว” ฉินเฟิงตบไหล่โจวฮ่าว

“ฮ่าฮ่า ฉันโชคดีที่มีเสี่ยวหวง วิธีฝึกกำลังภายในที่นายให้มาก็ช่วยฉันได้เยอะเลยเหมือนกัน” โจวฮ่าวกระพริบตาปริบๆ

แน่นอน ว่านอกจากนี้ยังมีเทคนิคลับเหิงหลงคอยสนับสนุนอีกด้วย

“โอ้ ได้ยินแบบนั้นฉันก็ดีใจ”

ฉินเฟิงหันไปมองคนที่เหลือ

หลิวซูกับวังเฉิน และคนอื่นๆ เวลานี้ส่วนใหญ่สามารถตัดผ่านเข้าสู่เลเวล E ได้แล้ว ที่ยังทำไม่ได้ ก็คาดว่าจะตัดผ่านในเร็ววัน

สำหรับปราการชาตง เลเวล E ถือเป็นความแข็งแกร่งต่ำสุด อย่างไรก็ตาม ในสถานชุมชนเฟิงหลี หรือกระทั่งในสถานชุมชนเฉิงเป่ย มันคือการดำรงอยู่ระดับสูงสุด

ในยุคโลกาวินาศ ผู้คนจะสูงต่ำ ขึ้นอยู่กับสถานที่และความแข็งแกร่ง!

ส่วนนางพญามดทองของโจวฮ่าว ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะแข็งแกร่งกว่าเดิมถึงสองเท่า แต่ด้วยอัตราเร็วขนาดนี้ ถือว่ามันมีพรสวรรค์มากแล้ว!

“ลูกพี่ ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของคุณ ฉันไม่สามารถตรวจสอบมันได้เลย” วังเฉินกล่าว เขาคือมือปืน ดังนั้นสามารถใช้พลังสมาธิตรวจสอบความแข็งแกร่งได้ง่ายๆ แต่เขาไม่สามารถตรวจสอบฉินเฟิงได้เลย

อันที่จริงวังเฉินรู้สึกใจเสียเล็กน้อย เพราะเขาเป็นคนช่างคิด ในความเป็นจริงตอนที่ฉินเฟิงจะเดินทางไปยังปราการชาตง เขาก็อยากติดตามไปเช่นกัน เพราะวังเฉินรู้ดี หากอยู่ข้างกายฉินเฟิง ย่อมได้รับทรัพยากรมหาศาล

แต่สำหรับตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว! เขากับฉินเฟิงห่างชั้นกันมากเกินไป!

“เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องอื่นกันเลย ที่ผมเรียกพวกคุณมาในคราวนี้ เพราะมีบางอย่างจะสั่งการ”

ฝูงชนเริ่มกลายเป็นจริงจัง จากนั้น ฉินเฟิงก็บอกเล่าเกี่ยวกับแบบแผนที่เขาร่างไว้ และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่กำลังมีปัญหากับกลุ่มเล่ยถัง

“ถ้ามีใครมาหาเรื่อง ขอให้ติดต่อผมทันที อย่าลังเล”

ฉินเฟิงไม่มีความตั้งใจคิดฝืนทน

บางทีเล่ยหยิงอาจลองทดสอบเขาดู ไม่คิดลงมือด้วยตัวเอง แต่อาจส่งเลเวล D คนอื่นมา ถึงเวลานั้นฉินเฟิงจะกลับมาเชือดพวกมันทั้งหมดให้ตาย!

จากนั้น ฉินเฟิงก็เรียกของสองสิ่งออกมา

ทั้งสองมีขนาดใหญ่โต ขาวตลอดทั้งใบ และเรืองแสงสีทอง ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ ต่างเกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

“นี่คือไข่สัตว์ร้ายใช่ไหม?”

“มันเป็นสัตว์ร้ายชนิดไหนกัน ทำไมถึงได้มีรูนว่ายวนอยู่รอบๆ!”

“เดี๋ยวนะ … นี่มันรูนแสงใช่รึเปล่า!”

จบบทที่ Ep.427 - กวงเว่ยเอาชีวิตรอด

คัดลอกลิงก์แล้ว