เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.409 - ขึ้นสู่เลเวล D5

Ep.409 - ขึ้นสู่เลเวล D5

Ep.409 - ขึ้นสู่เลเวล D5


4/5

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.409 - ขึ้นสู่เลเวล D5

ลูกบาศก์สีเงิน หดแคบลงอีกระลอก

กระทั่งเหลือแค่ 30 เซนติเมตร!

นี่คือขอบเขตต่ำสุดที่ร่างกายของมนุษย์จะสามารถหดได้

กริมก็เป็นกรณีเดียวกัน

โผล๊ะ!

กริมที่อยู่ในลูกบาศก์ราวกับมะเขือเทศถูกขย้ำ ตัวระเบิดแตก กลายเป็นโคลนเหลว

ต่อมา ลูกบาศก์มิติก็สลายไป หลงเหลือเพียงแอ่งเลือดบนพื้น

แน่นอน แก่นพลังงานขนาดเท่ากับราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล C ถูกไปหลีคาบไปทันที

พวกกริมที่ยังเหลือรอด อ้าปากค้างตะลึงงัน

“รองหัวหน้า!”

“อ๊า นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน”

“รองหัวหน้าตายแล้ว!”

ชาวกริมสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว ผู้แข็งแกร่งของพวกมันตายลงอย่างง่ายดาย ขวัญกำลังใจดิ่งลงเหว

เดิมที แค่เมืองลอยฟ้าระเบิดก็โชคร้ายมากพอแล้ว แรงระเบิดน่ากลัวว่าจะมีผู้เสียชีวิตถึงหลายแสนตน แต่ตอนนี้ จู่ๆกลับปรากฏสัตว์ร้ายโผล่ออกมา แล้วสังหารรองหัวหน้าไป

ค่ายกริมพังล่มสลายลงโดนสมบูรณ์

พวกมันไม่คิดจัดทัพตอบโต้กลับอีกต่อไป ไป๋หลียิ่งสามารถอาละวาดได้อย่างอิสระ เพียงย่ำเท้าลงก็บดขยี้ศัตรูได้อย่างสิ้นเชิง

ฝูงกริมแตกกระเจิง

ฉินเฟิงถ่ายสิ่งเหล่านี้ไว้ จากนั้นก็ค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้สนามรบมากขึ้นเรื่อยๆ ตรงไปยังตำแหน่งที่พวกกริมเก็บสิ่งของ รวบเอาเครื่องจักรระดับสูงทั้งหมดเข้าสู่พื้นที่มิติตนในคราวเดียว!

สิ่งเหล่านี้ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่หากนำไปศึกษาวิจัย คุณจะสามารถสร้างเครื่องจักรที่น่าขนพองสยองเกล้า อานุภาพทำลายเหนือยิ่งกว่าเลเวล C ได้

รู้หรือไม่ว่ามือปืนที่สามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล C หรือสูงกว่ามีจำนวนน้อยลง น้อยลงเรื่อยๆ เพราะมันเป็นเรื่องยากมากที่จะเพิ่มพูนพลังสมาธิไปถึงระดับนั้น และอาวุธปืนก็เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้อาจมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่แนวคิดใหม่ๆเพื่ออนาคตของพันธมิตรมนุษยชาติ

แน่นอน บางทีเมืองลอยฟ้าอาจจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงตระหนักดี ว่าซากเมืองลอยฟ้าสุดท้ายแล้วจะตกอยู่ในเงื้อมมือของคนเพียงคนเดียว ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้แตะต้องมัน

ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ฉินเฟิงไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ ดังนั้นไม่เก็บมาใส่ใจ เจ้าตัวคิดเพียงว่า หากนำเทคโนโลยีนี้ไปศึกษาเอง หรืออาจขายมันให้แก่พันธมิตรมนุษยชาติ อาจได้รับเงินตอบแทนเป็นจำนวนมหาศาล

ฉินเฟิงเดินเข้าไปในค่ายที่พวกกริมกำลังหลบหนีโกลาหล ระหว่างทางลอบเก็บเกี่ยวชีวิตกริมไปอีกหลายตน ทั้งยังเก็บแก่นพลังงานของพวกมันมาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พวกมันน่ะมีปีก ดังนั้นหากกางปีกแล้วกระจายกันหลบหนี คงเป็นเรื่องยากที่จะจับกุม

ไป๋หลีฟาดกรงเล็บ ทว่าเลือดกลับไม่ติดอยู่ในกรงเล็บของมันเลย ดันกลายเป็นภูเขาทั้งลูกเสียเอง ที่ถูกย้อมไปด้วยสีแดง จากฝูงกริมที่กำลังบินหลบหนี

จากนั้น ไป๋หลีก็สะบัดหางของเธอ พุ่งตัวไกลออกไป

ฉินเฟิงปิดบันทึกอุปกรณ์สื่อสารของเขา

ทั้งสองล่าถอยออกจากสนามรบ

ห่างออกมานับหมื่นเมตรจากค่ายที่พวกกริมถูกทำลาย และแตกกระเจิงหลบหนีไป ฉินเฟิงกับไป๋หลีหลบซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง เริ่มต้นนับสินสงคราม

หากไม่นับเครื่องจักรจำนวนมากที่ไม่สามารถใช้งานได้ในตอนนี้แล้ว ที่เหลือ แน่นอนย่อมเป็นแก่นพลังงานของพวกกริม

อย่างไรก็ตาม มิติที่พวกกริมอาศัยอยู่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างสูง การใช้มิติมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก แต่ในพื้นที่มิติของพวกมันไม่ค่อยจัดเก็บสิ่งของอะไรเอาไว้เลย ตรงจุดนี้ทำเงินให้ฉินเฟิงน้อยมาก

ถึงกระนั้น แก่นพลังงานเกือบสามพันแก่นของมัน ยังถือเป็นจำนวนมหาศาลอยู่ดี

กร้วม กร้วม

ไป๋หลีใช้ฟันบดแก่นพลังงานของรองหัวหน้าที่ตนเพิ่งสังหาร แล้วกลืนลงท้องไป

จากนั้น ก็หยิบแก่นพลังงานธรรมดาอีกก้อนขึ้นมากินและกลืนลงท้องอีกรอบ

“นี่ไม่อร่อยเลย พลังงานของมันต่ำเกินไป”

“ถ้าเธอไม่ต้องการก็ยกให้ฉันเถอะ” ฉินเฟิงกล่าว

เดิมที เขาคิดว่าแก่นพลังงานที่เทียบเท่าได้กับนายพลสัตว์ร้ายเลเวล C ทั้ง 3,000 ชิ้นนี้จะมีคุณภาพมากพอที่จะรองรับความอยากอาหารของไป๋หลีได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่

เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็ขอนำมันมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งในปัจจุบันของตนแล้วกัน

เพราะตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นสู่เลเวล D การยกระดับแต่ละครั้งมันช่างยากเย็น

ไป๋หลีนำแก่นพลังงานที่เก็บได้ออกมา วางตรงหน้าฉินเฟิง กองรวมกันเป็นภูเขาขนาดเล็ก

จากนั้น ไป๋หลีก็หยิบเหยื่อที่ใช้ล่อจักรพรรดิช้างหวันเซี่ยงออกมา เป็นต้นดึงดูดแสงจันทร์ มันยังคงเหลืออีกสามต้น ทั้งหมดยกให้ฉินเฟิง

ฉินเฟิงจัดการกับแก่นพลังงานก่อนเป็นอย่างแรก

“พลังพิเศษดูดกลืน!”

ฉินเฟิงยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ อบิลิตี้ดูดกลืนของเขาก็ยังสำแดงอำนาจได้น่าสะพรึงมากเท่านั้น

แก่นพลังงานเดิมทีต้องผ่านกระบวนการจากเครื่องจักรบางอย่าง มันจึงจะบริสุทธิ์ และสามารถใช้ดูดซับได้ แต่ฉินเฟิงไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนเหล่านั้น

ยังไม่พอ พลังพิเศษกลืนกินยังทำงานได้เป็นอย่างดี ชนิดสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แก่นพลังงานสูญเสียประกายแวววาวของมันไปทันที บ่งบอกว่าถูกสกัดเสร็จสิ้น จากนั้นก็เกิดรอยปริร้าวบนตัวมัน และแตกละเอียดเป็นผงในพริบตา

ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่ถึงนาที แก่นพลังงานก็ทยอยกันแตกลงแล้ว

เพียงห้าชั่วโมง กว่า 3,000 แก่นพลังงานของเผ่ากริมก็แตกละเอียดเป็นผงจนหมดสิ้น

ร่างกายของฉินเฟิง ในที่สุดสามารถยกระดับไปได้อีกขั้น

ก้าวขึ้นสู่เลเวล D5 !

อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่จบ ฉินเฟิงหยิบต้นดึงดูดแสงจันทร์ขึ้นมา ภายในมันกักเก็บไปด้วยพลังงาน สามารถแปรสภาพเป็นกำลังภายในได้!

ก่อนหน้านี้ฉินเฟิงกัดไปคำหนึ่ง มันก็ถูกกลั่นและไหลลงสู่ตันเถียน

ตอนนี้ สมุนไพรทั้งสามต้น ถูกฉินเฟิงดูดซับอย่างรวดเร็ว

หากเป็นคนอื่นๆคงต้องกลั่นมันก่อน และทำตามขั้นตอน แต่ฉินเฟิงสามารถดูดซับมันผ่านพลังพิเศษได้โดยตรง

พลังพิเศษดูดกลืน สูบพลังจากต้นดึงดูดแสงจันทร์ และแปรสภาพพลังให้กลายเป็นของตัวเองทันที

กำลังภายในรูปแบบของเหลวเพิ่มขึ้นในตันเถียนอีกห้าแอ่ง

“ฟู่ว!”

ฉินเฟิงผ่อนลมหายใจออกมาเป็นควันขุ่นมัว ลืมตาขึ้น

การดูดซับต้นดึงดูดแสงจันทร์ เมื่อเทียบกับเวลาดูดซับจากแก่นพลังงานแล้ว มันใช้เวลาน้อยกว่ามาก

ฉินเฟิงก้มลงมองเวลา พบว่าเป็นตอนเที่ยงแล้ว

“ไป๋หลี กลับกันเถอะ”

“อื้ม! ดีเหมือนกัน กลับไปฉันขอกินเนื้อนะ”

“เจ้าแมวน้อยจอมตะกละ” ฉินเฟิงยิ้ม

ไป๋หลีเบ้ปากไม่พอใจ “ฉันเป็นจิ้งจอก ไม่ใช่แมว!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า โอเค โอเค จิ้งจอกน้อยจอมตะกละ!”

“มันก็ยังฟังดูแปลกๆอยู่ดี”

ทั้งสองหัวเราะและหยอกล้อกัน เปิดประตูมิติ และกลับไปยังสถานชุมชนหลงฉวนที่ 3

หลังจากออกมา เวลาก็ผ่านไปเป็นสิบชั่วโมงแล้ว สถานชุมชนดูโล่งขึ้นกว่าเดิมมาก ตามท้องถนน สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอ้างว้าง และยังรับรู้ได้อย่างเลือนลางถึงสายตาที่มองมาจากในที่ลับ

นี่น่าจะเป็นพวกผู้ใช้พลังที่ซ่อนตัวเตรียมซุ่มโจมตี

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สงครามยังไม่ปะทุ ความระมัดระวังของพวกเขา ยังไม่สูงถึงขนาดนั้น

บางทีอาจจะไม่สนใจฉินเฟิงซึ่งเป็นแค่เลเวล D คนหนึ่งด้วยซ้ำ!

เพราะอย่างไรเสีย คนส่วนใหญ่ในที่นี้คือเลเวล C

ในความเป็นจริง ช่วงวันที่ผ่านมา คนเหล่านี้ บางคนเริ่มร้อนใจ ถึงสถานการณ์ตรงหน้าอาจดูไม่เลวร้ายนัก แต่การรอคอยนั้นเป็นเรื่องยากเสมอ

“นั่นมันฉินเฟิงไม่ใช่หรอ? คนที่มีปัญหากับเล่ยหยิงน่ะ”

“อ้าว เขาเป็นแค่เลเวล D เฉยๆเองหรอ หรือว่ายังไม่ผ่านการรับรอง?”

“เปล่าหรอก ถึงจะติดแค่ตราเลเวล D แต่ขั้นของเขาน่าจะอยู่สัก D4 D5 ยังไงก็ตาม บางคนพูดกันว่า ความแข็งแกร่งของเขา อยู่ในระดับสวรรค์โปรดปราน!”

ระดับสวรรค์โปรดปราน กล่าวได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับราชันย์สัตว์ร้าย!

วัยรุ่นที่แต่เดิมถูกผู้คนละเลยไม่มีอยู่อีกต่อไป

ผู้คนรอบข้างที่สนทนาเกี่ยวกับฉินเฟิง ร่องรอยของความดูถูกในแววตาของพวกเขาจางหายไป เริ่มแสดงออกถึงความเคร่งขรึมจริงจังแทน

เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม ผู้แข็งแกร่งมักจะได้รับความเคารพเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้แข็งแกร่งที่มาพร้อมกับความเป็นไปได้ในการพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัดในอนาคต

ฉินเฟิงไม่เพียงอยู่ในระดับสวรรค์โปรดปราน แต่เขาอายุของเขายังน้อยมาก

ฉินเฟิงไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ เขาเรียกรถสายฟ้าสีเงินออกมา และขับตรงไปยังตึกรับรองผู้ใช้พลัง

จบบทที่ Ep.409 - ขึ้นสู่เลเวล D5

คัดลอกลิงก์แล้ว