เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.136 รางวัลและจดหมายสุดประหลาด

EP.136 รางวัลและจดหมายสุดประหลาด

EP.136 รางวัลและจดหมายสุดประหลาด


EP.136 รางวัลและจดหมายสุดประหลาด

"ฉันมักจะพึ่งความเมตตาจากคนแปลกหน้าเสมอ"

-บลานช์ ดูบัวส์ (A Streetcar Named Desire)

...

<(มุมมองของบรูซ)>

"เธอคิดว่านี่คืออะไร คอร์ทาน่า" ฉันถามอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่กำลังตรวจดูกล่องส่งของขนาดใหญ่ด้วยความช่วยเหลือของค้างคาวพูลที่โดรนตัวนึงนำมาให้ฉันก่อนหน้านี้

"ไม่ว่านี่จะเป็นอะไรก็ตามนะคะท่าน มันไม่ปกติโดยสิ้นเชิง แม้จะมีวิธีวิเคราะห์หลากหลายรูปแบบที่เราใช้เพื่อค้นหาสิ่งที่อยู่ภายใน แต่ฉันกลับไม่พบรายละเอียดสำคัญใดๆเกี่ยวกับมันเลย ผลการทดสอบทั้งหมดยกเว้นเซ็นเซอร์กล้องที่ล้มเหลวแม้แต่จะรับรู้ถึงกล่อง หรือแม้แต่จะค้นพบรายละเอียดที่ซ่อนอยู่" ปัญญาประดิษฐ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงงุนงง

"แล้วคนที่ส่งมาล่ะ มีข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับเขาบ้างหรือยัง" ฉันถามด้วยความอยากรู้ "ยังไงเขาก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเหมือนกัน การที่เขาหลบเลี่ยงการรับรู้ของฉันได้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีความสามารถแค่ไหน"

"น่าเสียดายคะท่าน ฉันค้นหาฐานข้อมูลดิจิทัลทุกแห่งบนโลกที่เข้าถึงได้แล้ว ยังไม่พบรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับชายคนนั้นที่เราเห็นก่อนหน้านี้เลย แม้แต่กล้องวงจรปิดใกล้โรงแรมก็จับภาพชายคนนั้นที่กำลังพยายามเข้าออกโรงแรมไม่ได้แม้แต่ภาพเดียว"

ขณะนี้ ฉันอยู่ในห้องนึงของโรงแรมที่ฉันเพิ่งเช่า เพื่อค้นหาที่มาของพัสดุขนาดใหญ่ที่ถูกส่งตรงมาที่ห้องพักของฉันโดยพนักงานส่งของที่มีหน้าตาไม่น่าไว้ใจคนนึง

ตอนแรกฉันค่อนข้างลังเลและลังเลที่จะรับพัสดุ แต่เมื่อพนักงานส่งของขอร้องให้ฉันเซ็นรับโดยอ้างว่าทั้งงานและชีวิตของเขาตกอยู่ในความเสี่ยงหากเขาไม่สามารถส่งพัสดุได้ในวันนี้ และพูดถึงลูกๆของเขาที่กำลังหิวโหยอยู่ที่บ้าน ฉันจึงจำใจต้องยอมเซ็นรับ

ผู้ชายคนนั้นฟังดูน่าสงสารมากจนฉันปฏิเสธใบหน้าอันน่าสมเพชของเขาไม่ได้เลย เขาดูเหมือนคนประเภทที่ทำงานหนักที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความโชคร้ายไม่ว่าจะไปที่ไหนโดยไม่มีเหตุผลใดๆเลย

เดิมทีฉันตั้งใจจะซักถามเขา หรืออาจจะสแกนสมองเขาเพื่อหาคำตอบว่าเขานำพัสดุนั้นขึ้นมายังชั้น 11 ของโรงแรมได้ยังไงโดยไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทราบ ทว่าหลังจากที่ฉันเซ็นใบเสร็จรับเงินตามคำขอของเขา เขาก็หายตัวไปราวกับมีเวทย์มนต์ การขาดความระมัดระวังเพียงครั้งเดียวของฉันทำให้เขาหนีไปโดยไม่มีใครรู้ โดยไม่เหลือร่องรอยว่าเขาอยู่ที่ไหน หรือเขาหลบหนีไปอย่างรวดเร็วได้ยังไง

"ใช่แล้ว เขาเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอย่างแน่นอน อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าของโอลิมปัสในทางใดทางนึงด้วยซ้ำ" ฉันพูดขณะมองชื่อแปลกๆที่ติดอยู่ที่ปกด้านนอกของบรรจุภัณฑ์ 'เฮอร์มีส เอ็กซ์เพรส'

"ฉันควรเปิดมันไหม" คอร์ทาน่าถามในขณะที่แขนโลหะบางๆ 2 ข้างพร้อมคีมยื่นออกมาจากโดรนสีขาวที่ลอยอยู่ตรงหน้าฉันไปยังกล่องบรรจุภัณฑ์

"...โอเค ทำเลย ถึงแม้ว่าฉันอยากจะรอจนกว่าเราจะกลับเข้าไปในถ้ำเพื่อทำการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัสดุ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเราจะเจออะไรใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายังไม่พบอะไรเกี่ยวกับมันเลยหลังจากที่ทดสอบไปหลายรอบแล้ว" ฉันพูดพลางอนุญาตให้ คอร์ทาน่า แกะพัสดุออก

เมื่อได้ยินคำสั่งของฉัน คอร์ทาน่าก็ยิงเลเซอร์บางๆที่ซ่อนอยู่ในปากคีบอย่างระมัดระวัง เพื่อตัดผ่านชั้นบนสุดของกล่องพัสดุ ปืนและบลาสเตอร์ของเธอพร้อมยิงทันทีหากมีกับดัก ขณะที่ชั้นบนสุดของกล่องพัสดุค่อยๆฉีกขาดออก ชิ้นส่วนโลหะสีเงินขนาดใหญ่เรืองแสงห่อหุ้มด้วยผ้าสีม่วงบางๆก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับกระดาษแผ่นนึงวางทับอยู่ด้านบน

"มันเป็นชิ้นโลหะคะท่าน... มีจดหมายอยู่ด้านบนซึ่งน่าจะเขียนถึงท่าน" คอร์ทาน่าพูดสิ่งที่ชัดเจนก่อนจะหยิบจดหมายขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่คีมของเธอสัมผัสกับกระดาษ แรงสะเทือนก็ดูเหมือนจะพุ่งผ่านร่างโดรนของเธอไป พร้อมกับควันบางๆที่เริ่มลอยขึ้นจากตัวมัน ทำให้มันเสียสมดุลเล็กน้อยในอากาศไปชั่วขณะนึง อย่างไรก็ตาม ในชั่วพริบตาถัดมา โดรนก็ทรงตัวได้อีกครั้ง ก่อนจะบินต่อไปเพื่อสแกนจดหมายที่มันยังถืออยู่ในมือ

"คอร์ทาน่า เธอโอเคไหม" ฉันถามด้วยความกังวลเล็กน้อย ขณะที่ฉันอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อเห็นควันดำเล็กน้อยที่พุ่งออกมาจากตัวโดรน

"คะท่าน ฉันปลอดภัยดี แค่ถูกไฟฟ้าช็อตเบาๆประมาณ 250 โวลต์ ยังไม่ถึงขั้นฆ่ามนุษย์ที่แข็งแรงพอเลย นับประสาอะไรกับโดรนรุ่นนี้ เหตุไฟฟ้าลัดวงจรสั้นๆเกิดขึ้นเพราะระบบป้องกันของฉันหยุดลงชั่วคราวตอนที่ฉันไปสัมผัสตัวอักษรนั่น ฉันคง... ประมาทไปหน่อย" คอร์ทาน่าอธิบายด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

"ไม่เป็นไรนะคอร์ทาน่า ไม่ต้องมานั่งเศร้าเสียใจทีหลังหรอก แค่อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกก็พอ บางครั้งความประมาทแม้เพียงนิดเดียวก็อาจทำให้ใครคนนึงเสียชีวิตได้... หรือไม่ก็ทำให้พนักงานส่งของวิ่งหนีไป เห้ย~ เอาล่ะ อ่านจดหมายต่อเถอะ" ฉันสั่ง ก่อนจะหันไปสนใจหินเรืองแสงนั่น

ถ้ามองข้ามแสงเรืองรองของเศษโลหะไปก็คงดูเหมือนแร่ประหลาดๆที่ไม่ได้ผ่านการขัดเกลาอะไรสักอย่าง 'เดี๋ยวนะ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ ?'

ขณะที่ฉันกำลังตรวจสอบแผ่นโลหะนั้น คอร์ทาน่าก็ดูเหมือนจะกำลังสแกนจดหมายเพื่อหาสิ่งผิดปกติ พออ่านเสร็จ เธอก็เริ่มอ่านออกเสียงเนื้อหาในจดหมาย

"ถึงบรูซ เวย์น

ข้าเชื่อว่าจดหมายฉบับนี้และพัสดุจะไปถึงเจ้าทันเวลา ข้าเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงเจ้าภายใต้สถานการณ์ที่ทั้งน่าหงุดหงิดเล็กน้อยและน่ารำคาญอย่างยิ่ง

เห็นไหม อะธีนา น้องสาวสุดแซ่บจอมเจ้าเล่ห์ของข้า และเฮร่า ท่านแม่สาวสุดแสบของข้าต่างก็แบล็กเมล์ข้าให้ส่งพัสดุชิ้นนี้มาเป็นรางวัลสำหรับภารกิจที่เจ้านั้นอ้างว่าทำสำเร็จให้พวกนาง ใช่แล้ว เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก แบล็กเมล์! ใครๆก็คิดว่าเทพีแห่งปัญญาและครอบครัวน่าจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่ากว่านี้ แต่ดูเหมือนพวกนางจะยอมมอบคำพูดให้พวกเจ้าเพื่อส่งรางวัลชิ้นนี้มาให้ เอาล่ะ ข้าขอแบ่งธาตุหายากที่ใครๆก็อยากได้อย่างเอิกเกริกมา 50 กิโลกรัมอย่างไม่เต็มใจนัก เรียกว่า เอทท์ เมทัล

เอาล่ะ ขอเคลียร์กันก่อนว่า ข้าไม่เคยส่งโลหะเหนือธรรมชาติหายากนี้ให้กับมนุษย์ ไม่ว่าพวกเจ้านั้นจะดูเท่ สุขุม หรือหล่อเหลาแค่ไหนก็ตาม แต่ทั้งอะธีนาและเฮร่าต่างก็ยืนกราน (บังคับ) ให้ข้าทำแบบนี้ บางอย่างเกี่ยวกับเกียรติยศอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกนางที่ขึ้นอยู่กับรางวัลนี้ จริงๆแล้ว ข้านั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมหาเศรษฐีนั้นถึงต้องการความช่วยเหลือมากกว่าเงินพันล้านของตัวเอง แต่ข้าจะไปรู้อะไรล่ะ ข้าก็แค่เทพแห่งการตีเหล็กเท่านั้นเอง

แต่เอาจริงๆนะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าโดนครอบครัวลากเข้ามาเกี่ยวพันกับคำสัญญาไร้สาระพวกนี้ ข้าไม่เคยเข้าใจเลยว่าเทพกับรางวัลอันโอ่อ่าของพวกเขามันเพื่ออะไรกัน รู้ไหม ซุสเคยสัญญากับวีรบุรุษคนนึงไว้ว่าจะให้เรือที่เหาะได้ แล้วลองเดาสิว่าใครนั้นเป็นคนสร้างเรือลำนั้น ? แล้วอย่าให้ข้าเริ่มพูดถึงเฮอร์มีสกับอะพอลโลพี่ชายของข้าเชียว มันนั้นเป็นเหมือนกับเกม "เฮเฟสตัส เราต้องการความช่วยเหลือ" ที่ไม่มีวันจบสิ้น แล้วข้าก็เป็นฝ่ายที่ถือค้อนอยู่เสมอ

เอาล่ะ มาถึงตรงนี้แล้ว เอาล่ะ พัสดุที่เจ้าหวังว่าจะได้รับมานั้นมี เอทท์ เมทัล บริสุทธิ์บรรจุอยู่ด้วย ซึ่งขอบอกเลยว่ามันเป็นสสารที่น่าทึ่งมาก มันเบากว่าอากาศ แข็งแกร่งกว่าโลหะใดๆบนโลก เป็นตัวนำเวทย์มนต์ทุกประเภทได้อย่างดีเยี่ยม บลาๆ บลาๆ บลาๆ และที่สำคัญที่สุดคือมันยากที่จะแยกออกจากกันอย่างน่ารำคาญ ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้มันให้เป็นประโยชน์นะ อาจจะเป็นชุดเกราะใหม่ ? หรือดาบ ? หรือหอก ? ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดเท่ากับเงินทุนของเจ้า

สุดท้ายนี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถให้ความยุติธรรมกับโลหะที่ล้ำค่าที่สุดในโลก และสร้างสรรค์สิ่งพิเศษๆจากมันได้ เพราะเจ้านั้นดูเหมือนจะเป็นนักประดิษฐ์เหมือนข้า บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่อะธีนาหลงรักเจ้าก็ได้ เดี๋ยวนะ ข้าไม่น่าพูดแบบนั้นเลย ข้าเดาว่าข้าพลาดเองแหละ บางทีนางก็ไม่ควรแบล็กเมล์ข้าตั้งแต่แรกถ้านางไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ แล้วถ้าเจ้าต้องการวัสดุหายากเพิ่มเติมอีก ลองถามใครก็ได้ที่ไม่ใช่ข้าดู คำขอจากเหล่าเทพที่ค้างอยู่ของข้ามันยาวกว่าแม่น้ำสติกซ์อีกนะ

โอ้ ขอโทษด้วยนะที่แกล้งเล่นจดหมายไปหน่อย ข้าอยากให้ใครสักคนรับผิดชอบจริงๆที่ทำให้ เอทท์ เมทัล หลุดออกมาเยอะขนาดนี้ เลยคิดว่าการ "ช็อก" เจ้าสักหน่อยด้วยแกล้งเล่นๆแบบไม่เป็นอันตรายน่าจะช่วยคลายความโกรธได้นะ

ขอบพระคุณเจ้าอย่างไม่เต็มใจ

เฮฟเฟสตัส

เทพแห่งไฟและโรงตีเหล็ก

บริษัทวัลแคน ฟอร์จส์ โอลิมปัส

ป.ล. ถ้าเจ้านั้นคิดวิธีที่จะหยุดยั้งเทพไม่ให้สัญญาไร้สาระเกี่ยวกับงานของข้าได้ ก็โปรดแจ้งให้ข้าให้ทราบด้วย ข้านั้นจะขอขอบพระเข้าอย่างสุดซึ้ง และหากเจ้าประดิษฐ์สิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาได้ ก็โปรดแบ่งปันให้ข้าด้วย ไม่ว่าจะโดยการสวดมนต์ หรือเผาสิ่งประดิษฐ์ของเจ้าในกองไฟที่จุดขึ้นในนามของข้าก็ตาม"

ในที่สุดคอร์ทาน่าก็อ่านจดหมายจบในคราวเดียว

"..." ฉันเงียบไปนานพลางครุ่นคิดว่าจะตอบจดหมายฉบับนั้นอย่างไรดี ส่วนใหญ่แล้วเฮเฟสตัสก็บ่นพึมพำเหมือนเด็กอายุ 10 ขวบเรื่องที่เขานั้นต้องการเปิดเผยความลับมากมายให้ฉันฟัง แต่เอาจริงๆแล้ว เฮเฟสตัสก็ดูเหมือน -ฉันไม่คิดว่าฉันจะพูดอะไรแบบนี้- แต่เขาก็ดูเหมือน... คน "ดี" คนนึงที่โดนคนในครอบครัวรังแกให้ทำอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ถึงแม้ฉันจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด แต่ฉันก็อดรู้สึกสงสารเขาอยู่บ้างไม่ได้

"ท่านคะ ตอนนี้เรารู้แล้วว่านี่คือเอทท์ เมทัล ฉันควรจะจัดการส่งมันกลับไปที่ห้องแล็บของเราดีไหม" ในที่สุดคอร์ทาน่าก็ทำลายความเงียบลงหลังจากผ่านไปครู่นึง โดยเธอนั้นดูเหมือนจะสับสนว่าควรจะตอบสนองต่อจดหมายยังไง เธอจึงเลือกที่จะเพิกเฉย

"ได้สิ ทำแบบนั้นก็ได้ อาทิตย์นี้ฉันหยุดงานเพราะมาพักร้อน เดี๋ยวกลับไปก็อตแธมแล้วค่อยว่ากัน" ฉันตอบหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ขณะที่สำรวจแผ่นโลหะเรืองแสงนั่น

'ตอนนี้ ฉันต้องตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับสิ่งนี้... เช่นเดียวกับวิธีทำมันจริงๆ เนื่องจากฉันไม่มีไอเดียเลยว่าโลหะชนิดนี้ใช้ในงานโลหะยังไง'

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.136 รางวัลและจดหมายสุดประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว