เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 12: สกิลสืบทอด

Chapter 12: สกิลสืบทอด

Chapter 12: สกิลสืบทอด


“การป้องกันอันสมบูรณ์แบบ : สร้างพื้นที่ 5 ม.เป็นเวลา 5 วินาที ไม่มีอะไรสามารถรบกวนได้เมื่ออยู่ภายในพื้นที่จนกว่ามันจะหายไป สกิลสืบทอดนี้สามารถใช้ได้ 1 เดือนต่อครั้ง ไม่ได้ใช้พลังของผู้ใช้”

“สกิลนี้คือการปกป้องอันสมบูรณ์แบบที่แท้จริง”

การป้องกันอันสมบูรณ์แบบสามารถปกป้อง เยล และทุกสิ่งรอบๆตัวได้จากความเสียหายใดๆ แม้ว่าจะใช้ได้แค่ 5 วินาทีและสามารถใช้ได้หนึ่งเดือนต่อครั้งแต่ถ้า เยล ไปอยู่ในสถานการณ์เดิมอีก อย่างน้อยเขาก็สามารถที่จะปกป้องตัวเองและพี่สาวได้ 5 วินาที

“ข้าพัฒนาสกิลนี้ได้ด้วยหรือไม่ ?”

นี่เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ถ้าพื้นทีและเวลานั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้ งั้นมันจะดีขึ้นอย่างมาก

“สกิลสืบทอดนั้นเป็นสกิลชนิดพิเศษที่ซึ่งใช้โดยตรงจากกฎของโลกในการทำงานของสกิลนี้ มันสามารถพัฒนาได้ถ้าผู้ใช้เข้าใจกฎของสกิลสืบทอด”

เยล ผิดหวังเล็กน้อย การเข้าใจกฎของโลกนั้นเป็นสิ่งที่มีแต่ผู้เชี่ยวชาญเก่งๆเท่านั้นที่จะทำได้แต่การมีสกิลสืบทอดนี่ก็ได้บ่งบอกว่าในอดีตนั้นเขาได้เข้าใจกฎของมันอยู่บ้าง งั้น เยล ก็น่าจะมีสิทธิที่จะทำแบบนั้นได้สักวัน

“กฎไว้ใช้ทำอะไรกัน ?”

กฎนั้นเกี่ยวข้องกับธาตุ  การมีความสอดคล้องธาตุที่ดีกว่าเดิมนั้นก็จะทำให้เข้าใจกฎได้ดีขึ้นด้วย

“การปกป้องนี้พึ่งพากฎของเวลา”

เยล ช็อค  เวลาและมิตินั้นเป็นธาตุพิเศษเหมือนกับการฮีลแต่มันฝึกฝนได้ยากกว่ามากและยากยิ่งกว่าที่หาการสอดคล้องกับมันได้

สกิลสืบทอดนี้ใช้กฎของเวลาที่ซึ่ง เยล คงพัฒนามันขึ้นมาได้ยากแต่ในเวลาเดียวกัน ระบบก็ไม่ได้โกหกว่ามันสมบูรณ์แบบ

การป้องกันที่ใช้ออกมานั้นไม่สามารถที่จะทำลายได้นอกจากว่าคนๆนั้นจะเข้าใจกฎของเวลาที่ดีกว่า  การป้องกันแบบเวลานั้นไม่ได้กันการโจมตีที่เข้ามา  การโจมตีนั้นจะไม่มีอยู่ในพื้นที่การป้องกันนั้นเลยต่างหาก

การป้องกันนี้ได้กลายเป็นไพ่ลับของ เยล  สกิลช่วยชีวิตที่แท้จริงแล้วยังสามารถช่วยคนอื่นได้ด้วย

“มีวิธีอื่นให้ได้สกิลสืบทอดมาอีกรึเปล่า ?”

เยล ต้องการที่จะรู้ว่าเขาจะได้สกิลช่วยชีวิตมามากกว่าเดิมได้หรือไม่

“สกิลสืบทอดนั้นสามารถปลดล็อคได้โดยทำตามเงื่อนไขลับ  จนกว่าจะทำตามเงื่อนไขพวกนั้นได้ ผู้ใช้จะไม่ได้รับข้อมูลใดๆ”

เยล คิดว่ามันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้วแต่เขาก็ยังลองที่จะถามดู

แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมระบบถึงได้เอาเรื่องยากมากมายแบบนี้มาในเมื่อมันต้องช่วยเขาให้ได้สิ่งที่สืบทอดมาจากชาติก่อน  เขาเอาตัวรอดในครั้งสุดท้ายมาได้ก็เพราะโชคแต่สกิลการป้องกันนี้จะทำให้เขาหลบเลี่ยงการบาดเจ็บที่ร้ายแรงได้ตั้งแต่ต้น

เยล ไม่เข้าใจชาติก่อนของตังเองแต่เขาก็ทำอะไรเกี่ยวกับมันไม่ได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงเลือกที่จะพักผ่อนต่อเพราะตอนนี้เขายังทำการฝึกฝนไม่ได้

ในหลายวันต่อมาฮีลเลอร์และนักดาบคลั่งได้เข้ามาตรวจสอบร่างกายเขา จนกระทั่งพวกนั้นได้อนุญาตให้ เยล ทำการฝึกฝนได้

เยล เริ่มฝึกฝนโดยไม่พักเฉกเช่นแต่ก่อนและเขาก็ตระหนักได้ว่าด้วยค่าความอึดที่เต็มนี้และสกิลฟื้นฟูตัวเอง แรงของเขาจึงเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก

ผลของการฟื้นฟูตัวเองนั้นทรงพลังขึ้นในการฟืนฟูแรงและดียิ่งกว่าการฟื้นฟูบาดแผล การฟื้นฟูแรงนั้นง่าสยกว่าการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่ร่างกายได้รับ

สองเดือนต่อมา เยล ได้เพิ่มค่าความเร็วเป็น 8 หน่วย และหลังจากนั้นอีกเดือนค่าแรงของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็น 9 หน่วย

แต่ เยล ก็ยังไม่สามารถเพิ่มค่าความแม่นยำของเขาให้เป็น 9 หน่วยได้จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์ก่อนวันเกิดของเขา

เยล ได้เพิ่มพรสวรรค์ทางเวทย์ขึ้นมาอยู่ระดับกลางสูงและได้รับเควสสกิลอันใหม่ซึ่งเขาจำเป็นต้องเพิ่มสเตตัสด้านจิตใจทั้งหมดให้เป็นสิบหน่วย

ในเดือนที่ผ่านมานี้นักดาบคลั่งเอ็นดู เยล  อย่างมากเพราะเด็กนี่ได้ฝึกหนักขึ้นกว่าแต่ก่อน

หลังจากที่ผ่านเรื่องเกือบตายมาด้วยอายุน้อยเช่นนี้ มันคงไม่แปลกที่จะมีผลกระทบแย่ๆกับความคิดของพวกเด็กและเปลี่ยนให้เด็กเหล่านั้นกลายเป็นคนขี้ขลาด

แต่ เยล นั้นตรงกันข้าม เขาขยันยิ่งกว่าเดิม  นักดาบคลั่งนั้นคิดว่าความคิดแบบนี้คือความคิดที่ดีที่สุดในการฝึกฝนเส้นทางใดๆก็ตาม

ในอีกด้าน เยล รู้สึกว่าการฝึกของเขานั้นมีประสิทธิภาพน้อยลงและรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะเพิ่มสเตตัสไปให้ถึง 10 หน่วยในอีก 1 ปีได้

“ระบบนั้นบอกข้าว่ามีโอกาส 10% ในการสำเร็จและตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่ามันไม่ได้พูดเกินไป ค่าสเตตัสหน่วยสุดท้ายนี้มันยากจริงๆ กว่าที่จะได้มันมา”

สิบหน่วยนั้นเป็นขีดจำกัดของระดับคนทั่วไปอย่างเขาและร่างกายของเขาเกือบจะไปถึงจุดสูงสุดของระดับนั้นแล้วแต่การจะไปถึงระดับสมบูรณ์แบบได้นั้นยากเสมอ

เยล รู้ว่าเขาคงไม่สามารถที่จะทำให้มันสำเร็จได้ถ้ายังทำเรื่องปกติแบบนี้ การฝึกธรรมดาคงทำให้ร่างกายพัฒนาขึ้นไปถึงระดับนั้นไม่ได้  เยล ต้องทำการฝึกเพิ่มไปอีก

เยล รู้ว่าการฝึกฝนเพิ่มและการฝึกแบบอันตรายนั้นเป็นยังไง

แต่คนที่ทำการฝึกนั้นควรอายุอย่างน้อย 9 ปีและอายุน้อยกว่า 10 ปี  เยล ยังขาดไปแค่อาทิตย์เดียว ดังนั้นแล้วเขาจึงรออีกสักพักได้แต่ปัญหาคือเงื่อนไขอื่นๆ

การแนะนำจากคนรุ่นก่อนในสมาคมและสมาชิกของคนรุ่นเก่าน่ะต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งดีในสมาคมด้วยที่จะอนุญาตให้เขาไปฝึกแบบนั้นได้

ปกติแล้วเด็กที่อยากเข้าไปฝึกแบบนี้มักจะขอพ่อตัวเองและถ้าพ่อพวกเขาไม่สามารถทำจดหมายแนะนำให้ พ่อเขาก็ต้องขอคนอื่นให้ช่วยเด็กเหล่านั้น

พ่อของ เยล นั้นสามารถที่จะทำจดหมายแนะนำแบบนั้นได้แต่เขาน่ะเป็นคนที่ไม่เคยมาเยี่ยม เยล เลยสักครั้งแม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างร้ายแรงก็ตาม

เยล ไม่คิดที่จะไปขอร้องพ่อตัวเอง ตัวเลือกอันแรกของเขาคือขออาจารย์ เขากลัวว่านักดาบคลั่งจะไม่ต้องการที่จะทำจดหมายแนะนำให้เขา การฝึกพิเศษนี้น่ะอันตรายเกินไป

การฝึกพิเศษนี้เรียกว่าการทดสอบสัตว์อสูร

ในพื้นที่ลับของสมาคม คนรุ่นก่อนจะได้เอาสัตว์อสูรระดับมนุษย์ไว้เพื่อทำการทดสอบเด็กๆ

พวกคนที่รอดไปได้จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งแต่ส่วนมากแล้วกลายเป็นศพ

เยล ได้ขออาจารย์เขาในวันต่อมา หวังว่าจะขอร้องอาจารย์ได้

“อาจารย์ ข้าอยากไปฝึกกับสัตว์อสูร”

นักดาบคลั่งไม่คิดว่าจะมีคำขอร้องแบบนี้จากลูกศิษย์ “

“ทำไม ? เจ้าน่ะแข็งแกร่งอยู่แล้วสำหรับอายุเท่านี้และเจ้าไม่จำเป็นต้องไปฝึกอันตรายแบบนั้น”

เยล คิดอยู่แล้วว่าจะได้คำตอบแบบนี้ เด็กคนไหนที่มีพลังแบบเขาก็คงดีใจอย่างมากอยู่แล้วและคงไม่เสี่ยงเพื่อพัฒนาขึ้นมาอีกเล็กน้อยก่อนจะเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังในเส้นทางต่างๆ

แต่ เยล มีตัวเลือกที่ต่างกันไป  เขาจำเป็นต้องเพิ่มสเตตัสทุกอย่างให้ได้ 10 หน่วยก่อนที่จะเริ่มฝึกเส้นทางกำเนิด

“ข้าต้องการแข็งแกร่งกว่านี้และข้ารู้สึกว่าการฝึกธรรมดานั้นไม่ได้ผลเหมือนแต่ก่อน ข้าต้องการที่จะได้รับประสบการณ์พิเศษและการทดสอบกับสัตว์อสูรนั้นก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี”

นักดาบคลั่งถอนหายใจออกมาพร้อมกับจดจำได้ถึงความดื้อด้านของศิษย์ตัวเอง

“ด้วยความแข็งแกร่งที่แท้จริงและความชำนาญดาบของเจ้า ตราบใดที่เจ้าระวังเจ้าไม่น่าตายในการทดสอบนั้น ได้ ข้าจะทำจดหมายแนะนำให้เจ้าแต่เจ้าต้องระวังตัวด้วย”

ความชำนาญดาบของ เยล นั้นไปอยู่นะระดับฝึกหัดเลเวล 7 และด้วยการฟื้นฟูตัวเองและการป้องกันที่มีแล้วเขาสามารถที่จะหลบเลี่ยงไม่ให้เกิดบาดแผลร้ายแรงรึโดนฆ่าได้

“ขอบคุณ อาจารย์ ข้าจะเริ่มทดสอบกับสัตว์ในวันที่ข้าอายุได้ 9 ปี”

วันที่เหลือ เยล ได้ทำการเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการทดสอบ เขาได้รับดาบจริงจากอาจารย์มาและยังได้รับธนูจริงๆมาด้วย พี่สาวได้ส่งยาฟื้นฟูมาให้ ระดับของมันสูงกว่าที่เธอเคยส่งมาก่อน

สำหรับอาหารแล้ว ผู้ท้าทายที่เข้าทำการทดสอบจำเป็นต้องรับมันข้างในในการทดสอบ มันคือส่วนหนึ่งของการทดสอบด้วย

ในที่สุดเขาก็อายุได้เก้าปีและ เยล ได้ตามอาจารย์เขาไปยังพื้นที่หวงห้ามที่ซึ่งมีการทดสอบสัตว์อสูรอยู่ที่นั่น

เยล และนักดาบคลั่งนั้นเป็นเพียงสองคนในพื้นที่แห่งนี้  การทดสอบกับสัตว์อสูรนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมเท่าไหร่นักและมีเพียงนักดาบคลั่งเท่านั้นที่มาส่ง เยล ในวันนี้

เยล ได้ล่ำลาอาจารย์ของตนและเดินหน้าเข้าสู่การทดสอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

จบบทที่ Chapter 12: สกิลสืบทอด

คัดลอกลิงก์แล้ว