เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - ย้ายบ้าน

บทที่ 38 - ย้ายบ้าน

บทที่ 38 - ย้ายบ้าน


บทที่ 38 - ย้ายบ้าน

พอถึงช่วงบ่าย เฟิงเหยาก็ออกจากสถานฌาปนกิจไป เรื่องราวเมื่อคืนวานนี้ยังมีการจัดการหลังจากนั้นอีกมากมายที่รอให้เขายุ่งอยู่

จางเฒ่าซีเซ็นชื่อในเอกสารที่เฟิงเหยาให้ แล้วก็จากไปอย่างมีความสุข เขาได้รับค่าธรรมเนียมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยเลี่ยหยาง และระหว่างปฏิบัติภารกิจยังต้องเสียอาวุธวิเศษไปหลายชิ้น เมื่อพิจารณาถึงผลงานในครั้งนี้ ทางหน่วยเลี่ยหยางจะเบิกจ่ายค่าเสียหายให้ทั้งหมด และมีแนวโน้มว่าจะมอบของที่ดีกว่าเดิมให้ด้วย

บวกกับเรื่องในครั้งนี้ ยังสามารถสะสมคุณงามความดีได้ไม่น้อย ซึ่งสามารถนำไปแลกของดีๆ จากหน่วยเลี่ยหยางได้อีก

เมื่อคนทยอยกันไปหมดแล้ว ก็เหลือเพียงเวินเหยียนคนเดียวที่อยู่ในหน่วยงานว่างๆ จนต้องนับขนหน้าแข้งเล่น

หลังจากผ่านการกระตุ้นพลังหยางเพื่อขับไล่ไอเย็นที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไป เขายืนอยู่ใต้แสงแดดเพียงสองนาทีก็เริ่มร้อนจนเหงื่อออก

เขาจึงหลบเข้าไปอยู่ในห้องทำงานเล็กๆ ของแผนกเผาศพเพื่อรับแอร์ จางเฒ่าผู้รักการให้ความรู้มีสีหน้าเหี่ยวเฉา นอนนิ่งอยู่บนเตียงเล็กๆ บนหน้าผากยังแปะยันต์อยู่อีกหนึ่งแผ่น

เมื่อคืนวานนี้เขาเผชิญหน้ากับซากศพกระโดด และเผลอสูดไอศพที่ถูกกระตุ้นจากหน้ากากเกราะไม้เข้าไปเล็กน้อย แต่เขามีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว จึงเอายันต์ที่ใช้ควบคุมซากศพเดินได้มาแปะลงบนหน้าผากของตัวเองโดยตรง เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของพิษศพไว้ได้

ตอนนี้แม้จะถอนพิษไปแล้ว แต่จางเฒ่ายังคงไม่วางใจนัก จึงแปะยันต์ไว้ตลอดเวลา

แต่เวินเหยียนรู้สึกว่า จางเฒ่ากำลังฉวยโอกาสอู้งาน พร้อมกับทำตัวไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในวันนี้มากกว่า

ก่อนหน้านี้ตอนที่ส่งลูกค้ารายนั้นไปยังเตาเผาหรูหรา จางเฒ่าไม่วางใจ เดิมทีก็จะตามไปด้วย แต่พอได้ยินว่าเฟิงเหยายุ่งกับเรื่องอื่น ไม่ได้ตามมาด้วย และหน่วยเลี่ยหยางก็ไม่ได้ส่งคนมาเพิ่ม จางเฒ่าก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงเล็กๆ แปะยันต์ลงบนหน้าผากของตัวเอง แล้วก็นอนเป็นศพต่อไป

อย่างไรเสีย เรื่องอะไรเขาก็ไม่รู้ ไม่ได้ยิน และไม่ได้ถาม

เวินเหยียนรู้สึกว่า ถ้ามั่วจื้อเฉิงตัวปลอมมาหลอกคนแก่เจ้าเล่ห์อย่างจางเฒ่า เกรงว่าจะยากกว่าการหลอกเจ้าหน้าที่ภาคสนามธรรมดาของหน่วยเลี่ยหยางเสียอีก

แน่นอนว่า พอถึงสี่โมงเย็น มีลูกค้าที่จองเตาเผาหรูหราไว้มาถึงตามฤกษ์ดีที่หามา จางเฒ่าที่นอนเป็นศพมาทั้งวันก็ฟื้นคืนชีพเต็มร้อยในทันที

เมื่อทำธุระนี้เสร็จ ก็เป็นเวลาห้าโมงครึ่งพอดี จางเฒ่าเปลี่ยนชุดทำงานและเลิกงานตรงเวลา

คนในหน่วยงานทยอยกันเลิกงานกลับไป ท่านผู้อำนวยการไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินมาที่อาคารสำนักงานเก่า เปิดประตูนิรภัยออก แล้วก็ตรวจตราที่นี่หนึ่งรอบ พอเขามองผ่านหน้าต่าง เห็นซากศพกระโดดที่ยืนอยู่หลังตู้ในห้องทำงานห้องหนึ่งจนเผยให้เห็นเพียงเท้า เปลือกตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกเล็กน้อย

คนหนุ่มสมัยนี้ช่างกล้าหาญจริงๆ!

เขาไม่รู้ว่าเวินเหยียนทำได้อย่างไร แต่ในเมื่อเวินเหยียนเคยบอกเขาล่วงหน้าแล้ว และก็สามารถควบคุมให้ซากศพกระโดดอยู่อย่างสงบได้ เขาก็ยอมรับเรื่องนี้โดยปริยาย ตอนนี้จึงทำได้เพียงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไป

เขาเดินมาถึงทางเข้า มองดูกฎระเบียบของพนักงานที่นี่ ในใจจริงๆ แล้วก็เห็นด้วยกับความคิดบางอย่างของเวินเหยียน

กฎระเบียบทุกข้อที่นี่ ในอดีตก็เคยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ก้าวไปพร้อมกับยุคสมัย ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นกฎระเบียบตายตัว

ตอนนี้เมื่อกาลเวลาผ่านไป แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ การทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เห็นได้ชัดว่าตามความเร็วของการเปลี่ยนแปลงไม่ทันแล้ว

เขาเคยผ่านช่วงเวลาที่กฎระเบียบของพนักงานกว่าสิบข้อที่นี่ก่อตัวขึ้นมา ตอนนี้เขาก็ยอมที่จะเสี่ยงสักหน่อย เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ

แต่เงื่อนไขก็คือ ต่อหน้าฉาก เขาจะต้องไม่รู้เรื่องที่เวินเหยียนจะทำ แม้ว่าวันหนึ่งเรื่องราวจะพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ และมีปัญหาอะไรขึ้นมา เขาในฐานะผู้นำที่ไม่รู้เรื่อง และเวินเหยียนในฐานะพนักงานคนเดียวในปัจจุบันที่สามารถเข้าออกห้องเย็นเก่าได้ นี่ก็ยังมีช่องว่างให้ต่อรองได้

ถ้าเขาเป็นคนนำเรื่องนี้เอง เรื่องมันก็จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ท่านผู้อำนวยการอ่านกฎระเบียบของพนักงานอย่างละเอียดหนึ่งรอบ ก่อนจะหันหลังหยิบของขนาดเท่ากระดุมออกมาแปะไว้ที่ด้านข้างของกระจกทางเข้า

"ของสิ่งนี้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของฉัน เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถ้ามีเรื่องอะไร ก็ติดต่อฉันผ่านของสิ่งนี้ รหัสคือ 'ฟ้าสางแล้ว'"

เหล่าหวังในกระจกมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองท่านผู้อำนวยการ

"นายจะปล่อยไปแบบนี้จริงๆ เหรอ? นายเป็นคนที่ยึดมั่นในกฎระเบียบที่สุดมาโดยตลอดนะ"

ท่านผู้อำนวยการจ้องมองกฎระเบียบของพนักงานบนผนัง แล้วค่อยๆ กล่าวว่า

"ฉันเพิ่งจะศึกษากฎระเบียบของพนักงานใหม่อีกครั้ง อย่างจริงจังและละเอียดถี่ถ้วนมาก และฉันก็แน่ใจมากว่า ในทางทฤษฎีแล้ว ไม่มีใครละเมิดกฎข้อใดข้อหนึ่งข้างบนเลยแม้แต่ข้อเดียว"

เหล่าหวังจ้องมองท่านผู้อำนวยการอย่างเอาเป็นเอาตาย และท่านผู้อำนวยการก็มีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่หน้าแดงใจไม่สั่น สายตาก็ไม่หลบเลี่ยง

ทั้งสองจ้องมองกันอยู่นานหนึ่งนาทีเต็ม เหล่าหวังก็พลันยิ้มกว้างออกมา

"เหล่าเหอ อย่าให้เจ้าหนุ่มคนนั้นต้องลงเอยเหมือนฉันเลยนะ ตอนนี้ฉันชื่นชมเขามากจริงๆ เหมือนกับนายตอนหนุ่มๆ เลย ความคิดเยอะแยะ แถมยังกล้าทำกล้ารับผิดชอบ"

"นายหมายความว่าฉันตอนนี้หัวโบราณ ไม่รู้จักปรับเปลี่ยนใช่ไหม?"

"นั่นนายพูดเองนะ ฉันไม่ได้พูด"

"เหอะ"

ท่านผู้อำนวยการแค่นเสียงอย่างเย็นชา ก่อนจะไพล่มือไว้ด้านหลังแล้วเดินจากไป

เหล่าหวังในกระจกมองส่งท่านผู้อำนวยการจากไป แล้วก็หันหลังมองไปยังห้องทำงานที่ซ่อนซากศพกระโดดอยู่ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม

ตอนที่เวินเหยียนเพิ่งจะมาถึง ที่จริงแล้วเขาก็ค่อนข้างดูถูกเด็กใหม่คนนี้อยู่บ้าง ไม่เข้าใจอะไรเลย พอเจอเรื่องก็ยังทำอะไรไม่ถูก ลนลานไปหมด เขาขี้เกียจจะปรากฏตัวด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ การกระทำของเวินเหยียนทำให้เหล่าหวังต้องมองเขาใหม่

ไม่เข้าใจก็ค่อยๆ สอนได้ ทำไม่เป็นก็ค่อยๆ เรียนรู้ได้ แต่ถ้าไม่มีความกล้าหาญ ก็จะเหมือนกับท่านผู้อำนวยการที่ยึดติดกับกฎระเบียบ หรือเหมือนกับคนแก่เจ้าเล่ห์ที่พอเห็นเรื่องก็หลบเลี่ยง นั่นก็คงหมดหวังแล้ว

พอถึงเวลาเลิกงาน เวินเหยียนก็เลิกงานตามปกติ พร้อมกับบริษัทขนย้ายที่นัดไว้ วันนี้เขาย้ายบ้านเลย!

ชุมชนที่เขาเคยอยู่เป็นชุมชนเก่าแก่ มีผู้เช่าอาศัยอยู่เป็นพิเศษ คนแปลกหน้าเข้าๆ ออกๆ ก็เยอะเป็นพิเศษ สำหรับเขาแล้วมันไม่ปลอดภัย และสำหรับผู้อยู่อาศัยที่นั่น ก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน

ตอนนี้เฟิงเหยาได้จัดหาที่อยู่ใหม่ให้แล้ว มันตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างตัวเมืองกับชานเมือง ที่นี่มีโซนวิลล่าเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง ก่อนที่ตัวเมืองจะขยายมาทางเหนือ ที่นี่ก็เคยถือว่าเป็นชานเมือง และก็มีเพียงสถานที่แบบนี้เท่านั้น ถึงจะมีที่ดินพอสำหรับสร้างโซนวิลล่า

แต่ต่อมาก็มีข่าวลือต่างๆ นานา บ้างก็ว่าที่นี่เคยเป็นลานประหาร บ้างก็ว่าเคยเป็นสุสาน ทำให้คนท้องถิ่นที่ใส่ใจเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

จากนั้น ก็มีคนรวยคนหนึ่งเชื่อเรื่องพวกนี้จริงๆ ถึงกับซื้อวิลล่าหลังหนึ่งไว้ใช้เป็นสุสาน...

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าหมัดเด็ดที่สุดยังไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นตอนที่วางแผนท่อระบายน้ำที่ทำไว้ไม่ดีพอ มีครั้งหนึ่งฝนตกหนักจนน้ำเสียล้นออกมา ทำให้ที่นั่นเหม็นตลบอบอวลไปหมด

เรื่องนี้ เมื่อเทียบกับข่าวลือต่างๆ นานาแล้ว กลับส่งผลกระทบใหญ่หลวงกว่ามาก

ถึงขนาดที่ว่า ที่นี่สร้างเสร็จมาสิบปีแล้ว แต่อัตราการเข้าอยู่ยังไม่ถึงหนึ่งในสามเลย ราคาบ้านมือสอง รวมที่จอดรถสองคันที่มาพร้อมกันแล้ว ก็พอๆ กับราคาบ้านตึกขนาดเดียวกันบวกที่จอดรถอีกสองคัน

ที่ที่เวินเหยียนย้ายมาอยู่ตอนนี้ ก็คือที่นี่นั่นเอง

นี่ถือเป็นที่พักที่หน่วยเลี่ยหยางจัดหาให้ แถมยังเป็นวิลล่าอีกด้วย แต่ด้วยเงื่อนไขของเขาในตอนนี้ แน่นอนว่าคงไม่ใช่สถานที่ที่ดีเลิศอะไรเป็นพิเศษ

แต่เวินเหยียนกลับพอใจมาก มันเป็นวิลล่าเดี่ยวสองชั้นครึ่ง ที่ตอนนี้ถือว่าเป็นของหายากแล้ว ข้างในตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แค่ย้ายเตียงเข้ามาก็พร้อมอยู่ได้เลย

พอขนของเข้ามาวางเรียบร้อยแล้ว เขาถึงจะมีเวลาสำรวจบ้านหลังนี้ให้ดีๆ ที่จริงแล้วทุกอย่างก็ดีมาก แม้การตกแต่งจะดูเก่าไปสักหน่อย แต่รายละเอียดก็ดีมาก คุณภาพก็ยอดเยี่ยม ไม่มีอะไรเสียหายเลย

เขาเดินดูไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นสาม เมื่อเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปที่ระเบียง สิ่งแรกที่เห็นก็คือหน้าต่างของเพื่อนบ้านด้านหลัง ซึ่งหน้าต่างทุกบานล้วนแขวนม่านสีดำทึบไว้

รอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของเวินเหยยียนพลันแข็งค้างอยู่ตรงนั้น

เขาทำงานอยู่ที่สถานฌาปนกิจ จะไม่รู้ได้อย่างไรว่านั่นคืออะไร

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายในถึงดีมาก และทุกอย่างดูเหมือนจะดีเกินไปสำหรับวิลล่าเดี่ยวหลังหนึ่งที่จะตกมาถึงมือเขา

เพราะข่าวลือมันเป็นเรื่องจริง มีคนรวยซื้อบ้านที่นี่ไว้เป็นสุสานจริงๆ และมันก็อยู่หลังบ้านของเขานี่เอง

จบบทที่ บทที่ 38 - ย้ายบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว