เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.356 - ตระกูลวรยุทธโบราณรุมขย้ำ

Ep.356 - ตระกูลวรยุทธโบราณรุมขย้ำ

Ep.356 - ตระกูลวรยุทธโบราณรุมขย้ำ


3/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.356 - ตระกูลวรยุทธโบราณรุมขย้ำ

ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ฉินเฟิงกล่าวนั้นจริงหรือเท็จ แต่พวกเขาสามารถมองการกระทำของฉินเฟิงแทนคำตอบได้

หลังจากสังหารซงหยูหมัง ฉินเฟิงมิได้ออกจากปราการชาตง

เขายังคงอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่หูเหลียงมอบให้ ในขณะที่ทางตระกูลซง แม้จะวิตกกังวลเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้ามาหาเรื่องฉินเฟิง

เพราะพวกเขาไม่แน่ใจ ว่าคำพูดของฉินเฟิงโป้ปดหรือไม่

ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ หากไม่มีซงจินควงอยู่แล้ว ลูกหลานของตระกูลซง คงมิแคล้วทยอยกันล้มตายลง

ในกรณีนี้มิได้หมายถึงสิ้นสุดอายุขัย หากแต่เกิดจากตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณอื่นๆ ที่ไม่คิดอยู่เฉยอีกต่อไป

เวลานี้หากสามารถสะกดข่มตระกูลซงได้ ตระกูลอื่นมีหรือจะไม่ลงมือ?

ภายในตระกูลโหว ผู้ใช้พลังเลเวล D หลายคนประชุมกันอยู่ในห้องลับ

“ยังไงมันก็คุ้มค่าที่จะลอง”

“นั่นสิ ต่อให้ซงจินควงยังไม่ตายจริงๆ แต่พวกเราก็ยังมีท่านผู้นำตระกูลคอยหนุนหลังอยู่ แต่ถ้าเขาตาย ย่อมไม่มีใครสามารถสร้างปัญหาให้แก่พวกเรา!”

“ตกลงตามนี้ พวกเราจะเข้ายึดธนาคารใต้ดินของตระกูลวงในเมืองนุ่ยเหมิง!”

ณ ตระกูลตี๋ ภายในห้องทำงาน ผู้ใช้พลังกว่า 5 คนกำลังนั่งกันอย่างเป็นระเบียบ และทั้งหมดล้วนเป็นเลเวล D

“ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ลงมือเถอะ”

“ว่าแต่ … ถ้าสำเร็จแล้ว พวกเราจะจัดการปัญหาด้านฉินเฟิงอย่างไร?”

“จะมอบเงินก้อนใหญ่ให้เขา หรือแบ่งปันผลดี?”

“เหอะ จะมอบส่วนแบ่งให้เขาง่ายๆเลยหรือ? มอบปันผลให้ทั้งๆที่เขาไม่ต้องพยายามทำอะไรเลยเนี่ยนะ?”

“แต่เขาเป็นคนทำให้ซงจินควงหายตัวไป และถ้าเขาฆ่าซงจินควงได้จริงๆ คุณยังจะบอกว่าเขาไม่ได้พยายามอยู่หรือ?”

ณ ตระกูลหยาง ภายในห้องโถงอันวิจิตรงดงาม ผู้ใช้พลังเลเวล D ได้มารวมตัวกัน

“ไม่ว่าซงจินควงจะตายหรือไม่ แต่ตระกูลซงของพวกเขาไม่ได้ทรนงอย่างเคยอีกต่อไป รุ่นเยาว์ของตระกูลซงที่เก่งกาจเอง ก็ถูกสังหารลงไปแล้วโดยบลัดฮันเตอร์”

“บลัดฮันเตอร์ไม่เพียงสังหารผู้สืบทายาท แต่ยังสังหารอาวุโสไปถึง 4 คน และตอนนี้ก็ตายไปอีกหนึ่ง”

“ฮี่ฮี่ จาก 7 อาวุโสเหลือแค่ 2 ตระกูลซงจะยืนต่อไปได้อีกนานแค่ไหนกัน?”

“เริ่มลงมือเถอะ ถึงเวลาแล้วที่จะกำจัดมะเร็งร้ายอย่างตระกูลซง!!”

ทั้งสามตระกูลเริ่มเคลื่อนไหว อย่ามองแค่นี้เชียวนะ ถึงฐานประจำตระกูลซงจะเป็นหมู่บ้านในถิ่นทุรกันดาร แต่พวกเขาอยู่ในสี่เมืองทะเลเหนือมายาวนาน ฉะนั้นย่อมมีอุตสาหกรรมเป็นของตนเอง ความเร็วในการสั่งสมเงินตราโดยอุตสาหกรรมเหล่านั้น ตัวเลขอาจมีแนวโน้มมากกว่าอุตสาหกรรมทำเงินของสี่เมืองใหญ่ซะอีก

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อซงจินควงตายลง ตระกูลซงก็เท่ากับกลายเป็นแกะอ้วนรอคอยการถูกเชือด

สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ต่างกับตอนที่ฉินเฟิงอยู่ในเมืองเฉิงหยางเลย เขากำจัดการดำรงอยู่ของอาวุโสตระกูลซิน ทุกอย่างคล้ายคลึงจนแทบจะเป็นพิมพ์เดียวกัน

ในวันแรก ตระกูลซงสูญเสียอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดถึงสามแห่งในสี่เมืองทะเลเหนือ ความโกรธแค้นของพวกเขาแน่นอนพุ่งทะยานถึงสรวงสวรรค์ เกิดการต่อสู้กับผู้รุกรานอย่างดุเดือด

แต่ .. เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการสู้กันในรูปแบบหนึ่งต่อสาม ตระกูลซงต้องเผชิญหน้ากับสามตระกูลพร้อมกัน กำลังพลของพวกเขาไม่เพียงพอ หลังจากสู้เสี่ยงชีวิตไปได้พักหนึ่ง คนที่เหลืออยู่ก็ตัดสินใจยอมแพ้

ดังนั้นอาวุโสที่ยังเหลืออยู่ในตระกูลซง เลยตัดสินใจประกาศถอนตัวจากอุตสาหกรรมเหล่านั้นไป

ฝั่งตระกูลซงในเวลานี้ ราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกควันที่มองไม่เห็น

“ได้ข่าวท่านผู้นำรึยัง?”

“ไม่ จนถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้”

“แล้วเครื่องตรวจจับสัญญาณชีวิตเล่า?”

“ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ นี่อาจเป็นข่าวดี”

“ข่าวดี? เหอๆ นี่เจ้าคิดจริงๆหรือว่าแค่ผู้ใช้พลังเลเวล D คนเดียวจักสามารถสังหารท่านผู้นำได้?”

อาวุโสหนึ่ง และอาวุโสสอง ของตระกูลซง ปัจจุบันทำได้แค่ปลอบใจตนเอง!

ทำได้แค่เพียงเฝ้ารอ

วันที่สองผ่านไป

วันที่สาม

และสี่ผ่านไป

แต่ก็ยังไม่ได้รับข่าวจากซงจินควง ในขณะที่อาการบาดเจ็บของฉินเฟิง ได้รับการพักฟื้นจนหายดีแล้ว

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างสามตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณกับตระกูลซงก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ

สถานการณ์ลุกลามใหญ่โต!

ณ ปราการชาตง ฉินเฟิงยังคงอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นสูง

เขานั่งเอนตัวอยู่บนโซฟา หลับตาสงบจิตสงบใจ โดยตรงกันข้ามเป็นหานน่วน

หานน่วนกำลังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้

“มิสเตอร์ฉิน พวกเราจะปล่อยให้ทั้งสามตระกูลทำแบบนี้ต่อไปงั้นหรือ? ตระกูลซงมีอุตสาหกรรมอยู่หลายแห่ง แถมยังสามารถทำกำไรได้มากมาย!” หานน่วนกล่าว

หากอุตสาหกรรมเหล่านี้ตกอยู่ในมือฉินเฟิง กำไรแต่ละปี มันเทียบได้เลยกับการสังหารราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D !

แต่สำหรับฉินเฟิง เนื้อชิ้นนี้มิได้น่าสนใจอะไร

ราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D แล้วอย่างไร? เจ้าพวกนี้มีอยู่มากมาย และฉินเฟิงสามารถสังหารได้ในทุกๆอาทิตย์ ดังนั้นยิ่งเป็นหนึ่งปีอย่างที่ได้รับรายงาน คงไม่ต้องกล่าวถึง

“งั้นหรอ ลำบากคุณแล้วที่ต้องมารายงานเรื่องนี้” ฉินเฟิงกล่าว น้ำเสียงท่าที แสดงออกชัดเจนว่าไม่สนใจ

หานน่วนไม่ยินดียอมแพ้ “มิสเตอร์ฉิน ด้วยสถานะและความแข็งแกร่งของคุณในปัจจุบัน ขอแค่ยกมือหรืออ้าปาก ผู้ใช้พลังเลเวล E มากมายก็ยินดีรับใช้ หากคุณตัดสินใจเข้ายึดครองอุตสาหกรรมเหล่านั้น ฉันสามารถช่วยบริหารลูกน้องให้ช่วยดูแลได้ โดยที่คุณไม่ต้องลำบากอะไรเลย”

“ผมรู้ว่ามันยากจะยอมรับ แต่ขอให้คุณลืมมันเถอะ เอาไว้รอจนกว่าพวกตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณลงมือเสร็จสิ้น พวกเราค่อยไปเอาเงินมาก็พอแล้ว”

หานน่วนขบริมฝีปาก กล่าว “ฉันกลัวว่าพวกเขาจะไม่มอบเงินให้น่ะสิ อย่างน้อยตระกูลโหวก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำแบบนั้นเลย”

“แล้วตระกูลอื่นๆเล่า?” ฉินเฟิงถาม

“ตระกูลโหวค่อนข้างลังเล พวกเขายินดีแบ่งเงินจากปันผลให้แค่ 5%เท่านั้น ส่วนตระกูลหยางจริงใจมาก พวกเขาให้เงินปันผลพวกเรามากถึง 20 % เป็นระยะเวลา 10 ปี แต่หลังจากจ่ายครบกำหนด สิทธิการครอบครองทั้งหมดจะตกเป็นของพวกเขา”

อิงตามเงื่อนไขดังกล่าว สมมติว่าอุตสาหกรรมทำกำไรปีละ 5,000 ล้านเหรียญ ครบ 10 ปี ฉินเฟิงจะได้รับเงินมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญ

นี่ถือว่าจริงใจพอสมควรเลย

ฉินเฟิงหัวเราะ “รับข้อเสนอของตระกูลหยาง ส่วนตระกูลตี๋ไปบอกให้พวกเขาจ่ายปันผลปีละ 30% เป็นเวลา 10 ปีถึงจะได้สิทธิครอบครองอย่างเด็ดขาดไป และบอกพวกตระกูลโหว ว่าให้จ่ายปันผลมาเป็นระยะเวลา 20 ปี ไม่งั้นไม่ต้องคุยกัน”

ต้องบอกว่าแม้หานน่วนจะไม่พอใจที่ฉินเฟิงไม่คว้าอุตสาหกรรมเหล่านั้นมาครอบครอง แต่คำพูดในตอนนี้ของฉินเฟิง เล่นเอาเธอตื่นตระหนกเล็กน้อย

“ตระกูลตี๋กับตระกูลโหวต้องไม่เห็นด้วยแน่ๆ”

“วางใจเถอะ เดี๋ยวพวกเขาจะยอมเห็นด้วยเอง!”

อาการบาดเจ็บของฉินเฟิงดีขึ้นมากแล้ว วันนี้เขาเลยคิดจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย

ฉินเฟิงพาไป๋หลีออกจากอพาร์ตเมนต์ อันดับแรกที่ทำหลังจากออกประตูคือเรียกสายฟ้าสีเงินออกมา และขับมันไปจอดหน้าตึกประมูล

ตึกประมูลชั้นหกได้รับการซ่อมแซมแล้ว และวันนี้ดันเป็นกลางเดือนที่จัดงานประมูลขึ้นพอดี

เมื่อฉินเฟิงปรากฏกายที่ทางเข้าห้องประมูล ผู้ใช้พลังเลเวล D มากมายมองมาที่เขา

แต่พวกเขาไม่แน่ใจ ว่าควรจะกล่าวอะไรกับฉินเฟิงดี

เวลานี้มีทั้งข้อกังวลและข้อสงสัยอยู่มากมาย

ฉินเฟิงเดินอย่างสงบ ตรงไปยังแผนกต้อนรับ และเริ่มกรอกรายการสินค้า

คราวที่แล้ว ฉินเฟิงก็กรอกข้อมูลลงไปเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันได้แลกเปลี่ยนพวกมัน ก็ดันเกิดเรื่องซะก่อน

【รองเท้าต่อสู้ระดับราชันย์เลเวล C , สภาพเสียหาย , ราคาเปิดประมูล : 20,000 ล้าน】

【เสื้อกั๊กระดับราชันย์เลเวล C , สภาพเสียหาย , ราคาเปิดประมูล : 18,000 ล้าน】

【กางเกงต่อสู้ระดับราชันย์เลเวล C , สภาพเสียหาย , ราคาเปิดประมูล : 17,000 ล้าน】

【เตียงหยกผลึกพลังงานธรรมชาติ , ราคาเปิดประมูล : 10,000 ล้าน】

【เครื่องหอมเลเวล C ราคาเปิดประมูล : 8,000 ล้าน】

【วัตถุดิบระดับราชันย์เลเวล D …. 7,000ล้าน 】

【เม็ดยาเลเวล D …. 5,000 ล้าน】

【 …. 】

【 ... 】

ฉินเฟิงกรอกรายการสินค้าจนเกือบเต็มหนึ่งหน้า

สิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนเป็นของซงจินควง

ในเวลานั้นไป๋หลีได้ใช้พลังมิติบดขยี้ซงจินควง สิ่งที่เขาสวมใส่อยู่ทั้งหมดเลยได้รับความเสียหาย เรียกได้ว่าพังถึงขั้นร้ายแรง

มิฉะนั้นด้วยอุปกรณ์รูนเลเวล C ระดับราชันย์ ราคามันคงโดดไปมากถึง 5 - 6 หมื่นล้านเหรียญ

สิ่งที่ซงจินควงครอบครอง มีราคาสูงมากจริงๆ รวมๆแล้วอย่างต่ำก็น่าจะสัก 200,000 ล้าน

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้สำหรับซงจินควงคือทรัพย์สิน มิใช่สภาพคล่อง

เงินทุนหมุนเวียนของซงจินควงมีไม่มากนัก ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงมองฉินเฟิงราวกับเป็นแกะอ้วน

จบบทที่ Ep.356 - ตระกูลวรยุทธโบราณรุมขย้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว