เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.329 - เมฆคราม

Ep.329 - เมฆคราม

Ep.329 - เมฆคราม


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.329 - เมฆคราม

ฉินเฟิงเปิดคริสตัลกล่องต่อไป แล้วยื่นให้ไป๋หลีอีกครั้ง และอีกครั้ง

แก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้าย ก้อนแล้วก้อนเล่าถูกกลืนลงสู่กระเพาะโดยตรง

ในชั่วพริบตาเดียว ความแข็งแกร่งของไป๋หลีก็ทะยานจากเลเวล E 5 สู่ เลเวล E9 !

สำหรับสัตว์ร้ายมิติ ตราบใดที่คุณมอบพลังงานให้แก่มันมากพอ มันก็จะสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พลังมิติสามารถขยายความจุในการสะสมพลังงานภายในร่างกายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่เองที่ทำให้ไป๋หลีแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

สัตว์ร้ายเช่นนี้ ครอบครองศักยภาพไร้ขีดจำกัดก็จริง แต่หากคิดจะเลี้ยงสัตว์ร้ายอย่างไป๋หลี ต้องมีทุนหนาเป็นอย่างมาก … หนาจนน่าหวาดกลัว!

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะให้ไป๋หลียกระดับจากเลเวล E สู่ D คุณจะต้องมีแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายอย่างน้อย 50 ก้อน!

โชคยังดี ที่ไป๋หลีไม่ต้องการใช้แก่นพลังงานจักรพรรดิสัตว์ร้าย มิฉะนั้นแล้ว เกรงว่าต่อให้เป็นฉินเฟิงก็ยากจะทุ่มเงินเปย๋ให้กับเธอได้

ในชั่วพริบตาเดียว แก่นพลังงานเลเวล E กว่า 30 ก้อนก็ถูกส่งลงสู่กระเพาะของไป๋หลี หางของเธอเริ่มเปล่งประกายสีเงิน จนเกือบจะคล้ายกับเสาแสง

แสงนี้เจิดจ้ามากจนทำเอาฉินเฟิงไม่สามารถลืมตามองได้

เฝ้ารอจนกระทั่งแสงนี้แผ่วลง ฉินเฟิงถึงเปิดตาขึ้นได้อีกครั้ง เขาพบว่าไป๋หลีวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น ปัจจุบันสูงถึง 4 เมตร ทุกๆสรีระปกคลุมไปด้วยขนสีเงิน และเบื้องหลัง มีถึง 4 หางกำลังส่ายไปมา

และกลิ่นอายที่แผ่ออกจากกายเธอ ยังเป็นกลิ่นอายที่แตกต่างออกไปจากเดิม--

--กลิ่นอายระดับจักรพรรดิ!

ในที่สุดเธอก็สามารถก้าวสู่เลเวล D และเลื่อนระดับขึ้นเป็นจักรพรรดิเสียที!

ฉินเฟิงหยิบแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D ขึ้นมา

“รีบกินต่อเถอะ  ของพวกนี้มีประโยชน์ต่อเธอ ลองชิมดู แล้วบอกฉันมา ว่าเธอต้องการแก่นพลังงานราชันย์เลเวล D ทั้งหมดกี่ชิ้น ถึงจะสามารถวิวัฒนาการเป็นเลเวล C ได้”

ไป๋หลีลดศีรษะลง แก่นพลังงานราชันย์เลเวล D พวกนี้มีขนาดใหญ่มาก ไม่รอช้า เธอเริ่มกัดกร้วม กร้วม ทันที!

10 แก่นพลังงานราชันย์เลเวล D หมดไป ผลลัพธ์คือช่วยให้ไป๋หลียกระดับขึ้นถึงสองขั้น จากเลเวล D ธรรมดา เป็น D2

“จากที่ลองกินดู น่าจะต้องการอีก 40 ก้อน!” ไป๋หลีตอบกลับไป

ฉินเฟิงคำนวณราคาอย่างรวดเร็ว และพบว่าจำเป็นต้องใช้เงินอีกราวๆ 200,000 ล้านเหรียญ!

เงินจำนวนนี้สูงเกินไปสำหรับฉินเฟิงในปัจจุบัน ทั้งยังชวนให้เขารู้สึกหน้ามืดวิงเวียน

นี่เองสินะ ที่ผู้คนเคยกล่าวกันว่า หญิงยิ่งงามยิ่งเอาใจยาก!

แฟนระดับงามล่มเมืองของเขาคนนี้ หากคิดอุ้มชู ต้องทุ่มเงินมหาศาล!

อย่างไรก็ตาม ความสามารถที่ไป๋หลีครอบครอง ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามารถเทียบเปรียบได้

“เอาเถอะ ถึง 40 แก่นราชันย์สัตว์ร้ายในเลเวล E จะหาได้ยาก แต่สำหรับเลเวล D แล้ว มันหาได้ง่ายกว่ามาก!”

ในส่วนของเลเวล E หากสัตว์ร้ายคิดจะตัดผ่านขึ้นสู่ระดับราชันย์ เป็นเรื่องที่ยากเย็นนัก พวกมันติดข้อจำกัดมากมาย

แต่ทรัพยากรในส่วนของเลเวล D จะต่างออกไป ตลอดทั้งสวรรค์และปฐพี ผู้แข็งแกร่งจะยิ่งแกร่งขึ้น ในขณะที่ผู้อ่อนแอ จะอ่อนแอลง

สำหรับไป๋หลี เธอมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือครอบครองอบิลิตี้มิติ!

ในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ยังมีที่ไหนอีกบ้างที่เธอไปไม่ได้?

“นี่ก็ผ่านมาพอสมควรแล้ว วันนี้พักผ่อนกันก่อนเถอะ ตื่นมาพวกเราต้องไปทำภารกิจรับตราผู้ใช้พลังเลเวล D ให้สำเร็จอีก”

“น้อมรับคำสั่ง!”

จิ้งจอกขาวเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง และออกจากเขตแดนมิติกับฉินเฟิง

ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทันทีที่กลับออกมา

ดูเหมือนว่ารอบนอกปราการชาตง จะเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกครั้ง

“อืม .. กลุ่มสัตว์ร้ายที่บุกมาคราวนี้ค่อนข้างอ่อนแอ เป็นแค่เลเวล F เท่านั้น ไม่ต้องถึงมีพวกเรา พักผ่อนกันดีกว่า” ฉินเฟิงชำเลืองมองช้อมูลที่ส่งมา ตัดสินใจไม่ออกไป

ปราการชาตงนี่ … จะเกิดการต่อสู้ขึ้นถี่เกินไปแล้ว!

วันถัดมา ณ สำนักงานขายพาหนะล่องเวหา

“นายท่าน นี่คือฮอลศึกรุ่นเมฆคราม เป็นรุ่นดัดแปลงเน้นไปทางด้านป้องกันมากเป็นพิเศษ มันมีความเร็วมาก ช่วยให้คุณสามารถสลัดหลุดได้กระทั่งสัตว์ร้ายติดปีกเลเวล C รู้หรือไม่ว่าปราการชาตงของพวกเรา สัตว์ร้ายเลเวลสูงสุด อยู่ที่ D9 เท่านั้น”

“จริงอยู่ที่รุ่นเมฆครามเน้นไปทางด้านพลังป้องกันอันแข็งแกร่ง แต่ทางด้านโจมตีของมันก็ไม่ได้อ่อนแอ อาวุธทั้งหมดของมันล้วนเป็นรูปแบบการสลายอนุภาค นี่ช่วยลดความกังวลเรื่องความจุของกระสุนได้มาก เนื่องจากมันมีขนาดเล็ก เล็กชนิดที่ว่าหากเทียบขนาดกับอุปกรณ์รูนมิติ อย่างหลังยังใหญ่กว่าเล็กน้อย ภายในยังมีเรดาร์ครอบคลุมเต็มรูปแบบ และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ!”

“ในส่วนของการตกแต่งภายใน มันเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ , เตียง , ห้องนั่งเล่น สะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง”

“แต่แน่นอน ว่าราคาก็สูงเสียดฟ้าเช่นกัน หากคิดจะซื้อมัน จำเป็นต้องใช้เงินกว่า 6,000 ล้านเหรียญ!”

เมื่อแนะนำจนถึงจุดนี้ พนักงานก็เหลือบมองไปยังฉินเฟิงด้วยความคาดหวัง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในปราการชาตง มีผู้คนซื้อรถล่องเวหามากมายก็จริง แต่คนที่คิดซื้อฮอลศึกนั้นมีน้อยเหลือเกิน … เขากลัวว่าที่อธิบายมาตั้งยืดยาว สุดท้ายลูกค้าจะไม่หยิบติดมือไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช่ว่าเลเวล D ส่วนใหญ่จะมีความสามารถขับฮอลศึกได้

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องพลังป้องกันของฮอลศึกรุ่นเมฆคราม เทียบได้พอๆกับอุปกรณ์รูนป้องกันขนาดใหญ่เลเวล C!

มันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีข้อจำกัดเยอะ ขนาดที่ว่าผู้มั่งคั่งบางคนก็ไม่คิดเป็นเจ้าของ

ยังไงก็ตาม ดูเหมือนว่าไป๋หลีจะชอบรุ่นเมฆครามลำนี้มาก เมื่อเทียบกับฮอลศึกลำใหญ่ลำอื่นๆในที่นี้แล้ว เบื้องหน้าเธอ กล่าวได้ว่าเป็น ‘หงส์’  ในหมู่ไก่

“โอเค งั้นฉันเอาลำนี้แหละ!” ฉินเฟิงเองก็พอใจกับมันเช่นกัน สำหรับคนที่สามารถซื้อแก่นอบิลิตี้ระดับจักรพรรดิสัตว์ร้าย และมีเงินเหลืออีกกว่า 40,000 ล้านเหรียญแล้ว ซื้อฮอลศึกลำนี้ ไม่นับว่ามากมายอะไรเลย

“รับทราบขอรับ โปรดเชิญชำระเงินทางนี้!”

กระบวนการซื้อขายเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว ฉินเฟิงก้าวขึ้นไปในฮอลศึก เนื่องจากมันตั้งอยู่ใจกลางโถงจัดแสดง พอเขานั่งลง ก็เริ่มสตาร์ทเครื่องทันที

ทุกกระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น

เพราะยังไงซะ ฉินเฟิงเองก็เคยขับฮอลศึกมาก่อน

ฮอลศึกลอยออกจากโถงจัดแสดง ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า พริบตาเดียวก็สามารถออกจากปราการชาตง --ความเร็วสมราคาจริงๆ!

ขณะเดียวกัน คนอื่นๆเมื่อเห็นฮอลศึกลำนี้โฉบผ่านไปก็ผงะตกใจ อดอุทานออกมาไม่ได้

“ฉันมองไม่ผิดใช่ไหม เมื่อกี้ฮอลศึกรุ่นเมฆครามเพิ่งบินออกไป?”

“ผู้ร่ำรวยมั่งคั่งคนไหนกันที่ซื้อฮอลศึกลำนี้?”

ฝูงชนเงยมองฮอลศึก ชะงักจากกิจกรรมที่ทำอยู่ เนื่องจากรุ่นเมฆคราม ในปราการชาตง มีเพียงลำเดียวเท่านั้น

เงินจำนวนกว่า 6,000 ล้านเหรียญ ไม่ใช่ใครจะควักออกมาได้ง่ายๆ แค่เทียบราคาของมัน ก็มากกว่าแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D แล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ฮอลศึกเมฆคราม มีแก่นราชันย์สัตว์ร้ายเป็นแกนกลางคอยขับเคลื่อนพลังงานอีก

หลังจากเปิดตัวอย่างอลังการ และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด ฉินเฟิงกับไป๋หลีก็มาถึงตำแหน่งลึกเข้าไปในทะเลทรายทะเลเหนือ

แผนที่โดยรอบ ถูกสแกนอย่างรวดเร็ว ในตำแหน่งเป้าหมายนี้ สภาพแวดล้อมทั้งหมดมีแต่ทรายสีเหลือง , ฝูงสัตว์ร้าย และที่สำคัญยังมีรอยแยกมิติปรากฏขึ้นอีก

ท่ามกลางทะเลทรายทะเลเหนือ มักจะปรากฏรอยแยกมิติขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

“ธาตุมิติของทะเลเหนือไม่เสถียรเอาซะเลย” ไป๋หลีเอ่ยขึ้นอย่างกระทันหัน

“เรื่องนั้นมีเหตุผลอยู่ ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อก่อนที่นี่เองก็มีอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายกลับใช้ไม่ได้ผล ทุกคนเลยล้มเลิกความคิดและนำมันออกไป เพราะยังไงซะ ที่นี่นอกจากทะเลทรายสีเหลืองและความว่างเปล่าแล้ว มันก็ไม่มีอะไรอีกเลย และอีกอย่างอุปกรณ์รักษามิติ ก็ถือเป็นของหายาก ในเมื่อใช้ประโยชน์ที่นี่ไม่ได้ ก็แนะไปใช้ที่อื่นซะดีกว่า”

“เรื่องนี้มีที่มาที่ไป การที่รอยแยกไม่ถูกปิดลง นั่นเพราะหากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ มันเกิดจากฝีมือสิ่งมีชีวิต!” ไป๋หลีเฉลย

ฉินเฟิงชะงักงัน ก่อนจะค่อยๆขมวดคิ้ว

“เธอหมายความว่า มีใครบางคนจงใจสร้างรอยแยกในทะเลทรายขึ้นมาอย่างงั้นหรือ?”

ไป๋หลียักไหล่ และกล่าว “บางทีอาจจะไม่ใช่คน แต่เป็นสัตว์ร้าย น่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่ง เพราะฉันได้กลิ่นอายของรูนมิติ”

ฉินเฟิงคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะพบเจอกับเรื่องแบบนี้

เนื่องจากสัตว์ร้ายมิติ ยากนักจะพบเจอ

แม้รูนมิติจะเป็นธาตุๆหนึ่งก็ตาม แต่ธาตุนี้ มิได้อยู่รวมกันในธาตุทั้งสิบที่มนุษย์สามารถปลดปล่อยมันออกมาได้จากพลังของตนเอง

ไม่มีใครเคยปลุกพลังที่ว่าขึ้นได้มาก่อนเลย

ยิ่งไปกว่านั้น รูนมิติยังเป็นต้นตอของการทำลายล้างในยุคโลกาวินาศ

เป็นเพราะรอยแยกมิติ ทำให้พวกเรามีสภาพเป็นอย่างทุกวันนี้

“ฉันคงต้องไปดูซะหน่อยแล้ว ว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”

ฉินเฟิงลดระดับฮอลศึกลง

บนพื้นทะเลทราย สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน ทั้งหมดกำลังจดจ้องมาที่ฉินเฟิง

พอฉินเฟิงลงจากฮอลศึก ร่างที่ซ่อนอยู่ในที่ลับ ก็พลันผุดขึ้นมา ดาบสีเหลืองราวกับทราย ทิ่มแทงเข้าใส่ฉินเฟิง!

จบบทที่ Ep.329 - เมฆคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว