เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.291 - แท่นบูชาดอกบัวพิสุทธิ์

Ep.291 - แท่นบูชาดอกบัวพิสุทธิ์

Ep.291 - แท่นบูชาดอกบัวพิสุทธิ์


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.291 - แท่นบูชาดอกบัวพิสุทธิ์

ใต้น้ำตกหัวมังกร ฉินเฟิงยืนหยัดเป็นเวลามากกว่า 10 ลมหายใจแล้ว

อย่างไรก็ตาม เขายังมิได้จากไป

ตามร่างกายของฉินเฟิง ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีดำที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

พลังพิเศษดูดกลืนถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ

เช่นเดียวกับที่ฉินเฟิงเคยใช้พลังดูดกลืนกับเนื้อของสัตว์ร้าย เลือดมังกรสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นได้เช่นกัน --มันถูกสูบเข้ามาเพื่อเสริมแกร่งให้แก่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง

ตามร่างกายของฉินเฟิง บางจุดเริ่มเกิดฟองเลือดแห้งๆผุดขึ้น  แต่มันก็ถูกชะล้างและตกลงไปในสระเลือดอย่างรวดเร็ว

ในเวลานั้นเอง ไป๋หลีพลันกระโดดลงจากไหล่เขา ทั้งตัวของมันเปล่งแสงสว่างสีเงิน ลงมือกระทำบางอย่างคล้ายตัดแยกพื้นที่มิติบริเวณนี้ออกไป

ต่อมา เธอก็ก้มหน้าลง ปากแตะลงกับผิวสระ เริ่มดื่มกินเลือดมังกร

เปรี๊ยะ!

กายเนื้อของฉินเฟิงเกิดเสียงสนั่นราวกับอะไรบางอย่างระเบิดออก กลิ่นอายที่ไม่สามารถปกปิดฟุ้งกระจายออกไป

ก้าวขึ้นสู่เลเวล E9 !

ในระหว่างการยกระดับ ยากนักที่จะสามารถปกปิดกลิ่นอายได้ มันแพร่กระจายออกไปไกล

ทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงแรงกดดันนี้

ฝูงชนกลายเป็นเป็นตะลึงงัน!

“เลเวล E9 ? เป็นไปได้อย่างไรกัน!”

“นี่ไม่น่าจะผิดพลาดแล้ว คนๆนี้คงจะเป็น …”

“บลัดฮันเตอร์! เขาต้องเป็นบลัดฮันเตอร์แน่นอน นักฆ่าที่กำลังไล่สังหารตระกูลซง!”

กลุ่มอัจฉริยะผู้ใช้วรยุทธโบราณรุ่นเยาว์ ในที่สุดก็สามารถยืนยันตัวตนของฉินเฟิง

วินาทีนั้น ในหัวใจของพวกเขาตระหนักได้ถึงการคุกคามอย่างร้ายแรง รับรู้ได้ว่าแผนช่วงชิงมรดกของพวกเขาถูกแทรกแซง ล้วนเศร้าโศกและสิ้นหวัง

แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ต่างออกไป นั่นคือโจวฮ่าว

‘ไม่จริง … นี่ฉินเฟิงไปถึงเลเวล E9 แล้วอย่างงั้นหรอ’

โจวฮ่าวยากจะข่มใจให้สงบ แต่เขาไม่ทราบก็ไม่แปลก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความแข็งแกร่งของฉินเฟิงยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างชัดเจน โลโก้เลเวล E ของเขาเองก็เป็นรางวัลที่ได้รับมาจากฟูเฉิง

ปัจจุบัน หลังปลุกพลังได้ไม่กี่เดือน กลายเป็นว่าฉินเฟิงสามารถก้าวขึ้นสู่ช่วงปลายของเลเวล E ได้ซะแล้ว!

ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

ขณะเดียวกัน ช่วงที่ฉินเฟิงยกระดับขึ้น น้ำตกเลือดมังกรที่พุ่งออกจากปากหัวมังกรก็ค่อยๆมีขนาดเล็กลง เดิมคล้ายกับลำธารหนากว่า 10 เมตร แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ 3 เมตรเท่านั้น

กลิ่นอายทรงอำนาจของเลือดมังกรเริ่มเหือดหาย เนื่องจากฉินเฟิงสูบมันอย่างต่อเนื่อง เลยเป็นธรรมดาที่น้ำตกเลือดมังกรจะมีขนาดเล็กลง

เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่แต่เดิมถูกละอองเลือดมังกรกีดขวาง ก็เริ่มสามารถฟันฝ่าอุปสรรคเข้ามาได้

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงขอบสระมังกร และพบว่าห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร สระมังกรกำลังเหือดแห้ง ทั้งยังมีชายคนหนึ่งยืนหยัดอยู่บนก้อนหินกลางสระ

--เป็นฉินเฟิง!

และพวกเขายังเห็นอักขระที่สลักไว้บนขอบสระ : จงอาบเลือดมังกรเป็นเวลาสิบลมหายใจ แล้วเจ้าจะสามารถผ่านเข้าไปได้!

“เลือดมังกรเหลือไม่มากแล้ว ไม่รู้ว่าจะเพียงพอสำหรับทุกคนไหม”

“แต่พวกเราจะทำอะไรได้? บลัดฮันเตอร์มันแข็งแกร่งกว่า!”

“โอ้สวรรค์ เหตุใดจึงส่งคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาช่วงชิงทรัพยากรกับพวกเราด้วย?”

เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ล้วนแสดงออกถึงความเจ็บแค้น แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยท้วงบลัดฮันเตอร์

ขณะที่ฉินเฟิงยังคงยืนอยู่ใจกลางสระเลือด น้ำตกเลือดถูกสูบกลืนเรื่อยๆ จนตอนนี้เหลือความหนาแค่ 2 เมตร

ฉินเฟิงอาบมันอย่างสุขสม ความแข็งแกร่งทางกายของเขาทะยานขึ้นไม่มีหยุดยั้ง

แต่พอได้ยินเสียงบ่นของเบื้องหลัง ฉินเฟิงก็อดเลิกคิ้วไม่ได้

ในที่แห่งนี้ ร่างกายของทุกคนล้วนอายุ16 - 20 ปี ส่วนฉินเฟิงมีอายุทางจิตล่วงเลยไปกว่า26 - 27 ปีแล้ว ตามครรลองคลองธรรม เขาในฐานะผู้ใหญ่สมควรเมตตาต่อพวกเด็กๆ

สิบปีต่อจากนี้ เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เข้ามาในสุสาน บางคนก็แข็งแกร่งกว่าฉินเฟิง บางคนก็อ่อนแอกว่าเขา

พอได้ลองคิดดูดีๆ ฉินเฟิงก็ตระหนักได้ว่าหากเป็นในกรณีเดียวกัน คนเหล่านี้จะย่อมแบ่งปันทรัพยากรให้แก่เขาหรือ?

ดังนั้นเมื่อตนได้รับโอกาสมาเกิดใหม่อีกครั้ง เลยเป็นธรรมดาที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน

ในชีวิตก่อนเขายังไม่ได้รับโอกาสเลย แล้วมาคราวนี้ จะไม่ให้ใจแข็งเพื่อครอบครองมันเลยหรืออย่างไร?

เมื่อนึกถึงข้อนี้ ฉินเฟิงก็ยิ่งเร่งเร้าการสูบกลืน ทันใดนั้นกระแสเลือดมังกรลดทอนความหนาจนเหลือแค่ 1 เมตร

“โจวฮ่าว พอฉันออกไป นายก็เข้ามาแทรกแทนเลยนะ ระหว่างนั้นก็ให้เสี่ยวหวงคอยขัดขวางคนอื่นๆเอาไว้” ฉินเฟิงส่งเสียงผ่านกำลังภายใน

ว่าจบก็พลันเกิดเสียง วูซ! ฉินเฟิงหายตัวไปจากสระเลือดมังกร มุ่งหน้าสู่ส่วนลำตัวมังกร

เมื่อฉินเฟิงจากไป คนอื่นๆพลันได้สติทันที

โจวฮ่าวเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าสู่บันไดหยกขาว

บางคนเริ่มร้องตะโกนออกมา

“ลงมาเดี๋ยวนี้!”

รุ่นเยาว์อายุราวๆ 18 ปีคำรามเกรี้ยวกราด ฉกมือเข้าหาโจวฮ่าว หมายจะกระชากฝ่ายตรงข้ามกลับมา

“เสี่ยวหวง จัดการมัน!”

โจวฮ่าวสาดสายตาไปทางวัยรุ่นอายุ 18 ปี ร่างของนางพญามดทองพุ่งเข้าชนอีกฝ่ายทันที

“สารเลว!”

วัยรุ่นคนนั้นไม่กล้าต่อกรกับสัตว์ร้ายราชันย์เลเวล F แม้เขาจะเป็นอัจฉริยะ แต่หากต้องรับมือกับราชันย์เพียงลำพัง ย่อมไม่อาจทำได้

โจวฮ่าวก้าวไปตามบันไดหยกขาว หยุดยืนบนก้อนหินใหญ่ เลือดมังกรตกกระทบลงบนร่างกายเขา

“อ๊ากกกก!” บังเกิดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสุดแสน

โชคยังดีที่ก่อนหน้านี้ ฉินเฟิงได้ทำการสูบเลือดมังกรไปเป็นจำนวนมากแล้ว ปัจจุบันผลกระทบจากน้ำตกเลือดมังกรจึงไม่ร้ายแรงมากนัก โจวฮ่าวเลยสามารถหยั่งเท้ายืนหยัดเอาไว้ได้

ท่าทีและสีหน้าของเขาในปัจจุบัน แสดงออกถึงความเจ็บปวดยากจะทานทน แต่เนื่องจากมีนางพญามดทองคอยขัดขวาง เหล่ารุ่นเยาว์คนอื่นๆเลยไม่กล้าก้าวเข้ามา

กายมนุษย์ของโจวฮ่าวเริ่มเกิดการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว

เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิงอยู่ในระดับราชันย์เลเวล E8 ดังนั้นแม้เขาจะดูดซับเลือดมังกรอย่างบ้าคลั่ง แต่การยกระดับก็ยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า ขณะที่โจวฮ่าวเป็นเพียงเลเวล F6 กระบวนการจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากกล่าวในทางทฤษฏี เลือดมังกรสามารถช่วยยกระดับโจวฮ่าวให้มีร่างกายเทียบเท่ากับสัตว์ร้ายนายพลเลเวล F ได้เลยทีเดียว

แต่นั่นถือว่าเป็นขีดจำกัดแล้ว เพราะยังไงซะ โจวฮ่าวก็ไม่ได้ครอบครองพลังพิเศษกลืนกินเหมือนฉินเฟิง

ทนได้สิบลมหายใจ โจวฮ่าวก็รับรู้ได้ถึงร่างกายตน ที่แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า

ตัวเขาในตอนนี้ มีพลังแทบจะเท่าเทียมกับนายพลสัตว์ร้าย --ต่อให้ต้องรับมือกับนายพลสัตว์ร้ายเลเวล F คนเดียวก็ยังไหว!

“ฮ่าๆๆ”

โจวฮ่าวหัวเราะร่า เขายังคงยืนอยู่ใต้น้ำตกเลือดมังกร ไม่ยินยอมออกไป

รุ่นเยาว์คนอื่นๆกัดฟัน ไม่อาจทำอะไรได้ แต่โชคยังดีที่แม้โจวฮ่าวจะยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานแล้ว แต่เลือดมังกรดูจะไม่เหือดหายไปสักเท่าไหร่  เรื่องนี้ทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย

เอาเถอะ! ขอแค่ไม่ช่วงชิงกันอย่างโหดร้ายเหมือนบลัดฮันเตอร์ก็พอแล้ว!

เวลานี้ ฉินเฟิงที่ถูกผู้คนเกลียดชังจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน กำลังมุ่งหน้าลึกเข้ามา หลังจากผ่านทางเดินช่วงลำตัวมังกร เขาก็พบกับสวนลานกว้างอย่างกระทันหัน

ฟุดฟิด ..

ไป๋หลียกอุ้งเท้าขึ้นมากุมจมูกทันที เธอรู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นบางอย่าง มันเหม็นจนแทบจะอยากกลั้นใจตาย

แต่ดวงตาของฉินเฟิงกลับทอประกายวาววับ

นั่นเพราะในสวนแห่งนี้ มีพืชพรรณเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ปลูกอยู่ ทั้งยังเป็นดอกไม้วิญญาณ!

“ดอกบัวพิสุทธิ์!”

ดอกบัวพิสุทธิ์เป็นพืชที่แปลกประหลาดมาก มันมักจะเติบโตในตะกอนโคลนที่สกปรก แต่ตรงส่วนดอกกลับไม่แปดเปื้อน ทั้งยังมีสรรพคุณชนิดขัดต่อเจตจำนงสวรรค์ ราวกับเป็นพรประทานให้แก่เหล่าผู้ใช้วรยุทธโบราณ เป็นสิ่งที่ยากจะค้นพบ  ---มันสามารถช่วยชำระล้างกายมนุษย์ให้บริสุทธิ์ได้

เทพสงครามช่างคิดจริงๆ! เพราะสำหรับรุ่นเยาว์ที่เข้ามา แม้กายจะได้รับการวิวัฒนาการจากเลือดมังกร จนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็จริง แต่อย่างไรย่อมหลงเหลือสิ่งสกปรกบางอย่างที่ไม่อาจขจัดจากกายมนุษย์ ทว่าตราบใดที่กินเมล็ดบัว มันจะช่วยชำระล้างไขกระดูก และส่งเสริมให้อำนาจของผู้ใช้วรยุทธโบราณทรงพลังมากขึ้น

แต่กระนั้น สำหรับมนุษย์ทั่วๆไป ดอกบัวพิสุทธิ์ก็ยังถือว่ามีประโยชน์มหาศาล ยกตัวอย่างเช่นคนที่ไม่สามารถกลายเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณได้ หลังจากรับประทานมัน ร่างกายจะถูกชำระล้าง ขจัดสิ่งสกปรก เส้นลมปราณที่ตีบตัน โดนปิดกั้นจะถูกเปิดออกทันที ส่งผลให้คนผู้นั้นกลายเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ

อธิบายเพียงเท่านี้คงพอจะจินตนาการต่อได้กระมัง ว่าสำหรับคนร่ำรวยและมีอำนาจแล้ว ดอกบัวพิสุทธิ์เหล่านี้มีค่ามากมายเพียงใด

ตรงหน้าสวน ปรากฏเสาหินปักอยู่อีกครั้ง สลักเงื่อนไขเอาไว้

“เมล็ดจากดอกบัวพิสุทธิ์ สามารถได้รับมันโดยการใช้ลูกปัดหยกโจมตีเท่านั้น หนึ่งคนต่อหนึ่งครั้ง อย่าโลภจนเกินไป”

นี่ฟังดูเหมือนง่าย แต่อันที่จริงมันยากมาก

เพราะสำหรับสมุนไพรวิญญาณหรือดอกไม้วิญญาณ มิใช่ทั้งหมดจะสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างปลอดภัย

อย่างเช่นดอกหญ้าทมิฬก็สามารถโจมตีตอบโต้มนุษย์ได้ ดังนั้นดอกบัวพิสุทธิ์เองย่อมไม่ง่ายดายที่จะเก็บเกี่ยวมัน

จบบทที่ Ep.291 - แท่นบูชาดอกบัวพิสุทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว