เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.287 - ตระกูลซงไล่ล่า

Ep.287 - ตระกูลซงไล่ล่า

Ep.287 - ตระกูลซงไล่ล่า


โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.287 - ตระกูลซงไล่ล่า

“ราชันย์สัตว์ร้าย!!!” หลังจากจ้าวหยิงอี้เห็นไป๋หลี เขาตกใจแว่บหนึ่ง แต่สักพัก ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายเจิดจรัส “สัตว์ร้ายพันธะสัญญางั้นหรือ? ไอ้หนู แกโชคดีมาก ที่สามารถทำสัญญากับราชันย์สัตว์ร้ายได้ แต่คิดจริงๆหรือว่าแค่นี้จะสามารถโค่นฉัน?”

จ้าวหยิงอี้มั่นใจในตัวเองมาก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว บนกายเขา คือเกราะในของราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D

ดังนั้นการโจมตีของฉินเฟิงและไป๋หลี ไม่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเขา

“ยังไงก็เถอะ ฉันคงไม่มีเวลามาเล่นด้วย ตอนนี้พวกตาแก่ตระกูลซงหลายคนกำลังออกมาแล้ว พวกมันคิดจะฮุบผลประโยชน์ไว้คนเดียว เกรงว่าอีกไม่กี่นาทีคงมาถึงที่นี่”

ฉินเฟิงพอได้ยินก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า  “ถ้าอย่างนั้น ฉันคงไม่สามารถเสียเวลากับนายได้เหมือนกัน เพราะถ้าต้องสู้กับเลเวล D หลายคนในคราวเดียว ต่อให้เป็นฉัน ก็ไม่แน่ใจว่าจะชนะ”

จ้าวหยิงอี้หัวเราะ “เห? งั้นแกกำลังจะบอกว่าถ้าฉันคนเดียวยังไงก็ชนะได้งั้นสิ จะมั่นใจในตัวเองมากเกินไปหน่อยมั้ง!”

จ้าวหยิงอี้คือใคร? เขาคือคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะมาตั้งแต่เด็ก ครอบครองพละกำลังอันแข็งกร้าว ไม่ว่าจะสัตว์ร้ายเลเวล D หรือผู้ใช้พลังเลเวล D ล้วนไม่คณามือเขา  ในยามที่ตนมีเลเวล E8 E9 เขาถึงขั้นสามารถไล่ล่าและสังหารมือปืนเลเวล D มาแล้ว!

ดังนั้น คำกล่าวของฉินเฟิง จ้าวหยิงอี้มิให้ค่าใดๆ

บางที หากเทียบระหว่างเขากับบลัดฮันเตอร์ ในกรณีที่อยู่ในเลเวลเดียวกัน อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่านิดหน่อยก็จริง

แต่ปัจจุบันเลเวลของทั้งสองห่างชั้นกันมากเกินไป ยังไงก็ตาม เพื่อความปลอดภัย เขาเลยเฝ้ารอให้นักฆ่าคนอื่นๆกดดันฉินเฟิงอีกสักหน่อย พอถึงเวลาที่เหมาะสมก็ออกมาเก็บเกี่ยว

ณ เวลานี้ สองมีดสั้นในมือของฉินเฟิงหายวับไป เห็นได้ชัดว่าเก็บเข้าพื้นที่มิติ

จากนั้น ในมือของฉินเฟิงก็ปรากฏมีดอีกเล่มหนึ่ง

รูปทรงของมันค่อนข้างยาว ตัวใบมีดก็หนัก และกว้างอย่างไม่น่าเชื่อ เกือบจะเป็นดาบอยู่แล้ว ---ยามผู้คนจ้องมอง จะให้ความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่ง และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ มีดนี้เหมือนจะไม่ได้ทำจากฝีมือมนุษย์ ถูกดัดแปลงมากมายจนดูมีแสงที่พิเศษออกไป ไม่อาจทราบได้ว่าอยู่ในระดับใด

จ้าวหยิงอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว

“หรือนี่จะเป็นอาวุธเทวะ?”

ตั้งแต่โลกถูกรุกรานโดยรอยแยกมิติ หลายตำนานที่สาบสูญก็คล้ายจะได้รับคำตอบ อย่างอาวุธบางชนิดที่เหล่าบุคคลระดับตำนานในประวัติศาสตร์เคยใช้ ที่มักสามารถสำแดงอำนาจเกินกว่ามนุษย์จะรังสรรค์ออกมาได้

อาวุธดังกล่าว มักจะถูกเรียกว่าอาวุธเทวะ

ถ้านี่เป็นของจริง เขาต้องระมัดระวังตัวให้ดี

“น่าสนใจดีนี่ ในเมื่อแกมีของดี งั้นมาดูกันว่าแกจะดึงความสามารถของมันออกได้ดีเหมือนกันรึเปล่า!”

ว่าจบ จ้าวหยิงอี้ก็เรียกกระบองออกมา มันคืออาวุธในเลเวล D เช่นกัน ทั้งยังสาดประกายสีเงินขาวดูนวลตา

ในเมื่อจ้าวหยิงอี้แข็งแกร่ง ฉะนั้นอาวุธที่เขาครอบครองก็ย่อมแข็งแกร่งด้วยเป็นธรรมดา

ฉินเฟิงไม่สะทกสะท้าน ก้าวเข้าชาร์จอีกฝ่าย

“พลุไฟสงคราม!” แค่เริ่มต่อสู้ ฉินเฟิงก็งัดกระบวนท่าสังหารออกมาทันที

“พันสงฆ์สยบมาร!”

จ้าวหยิงอี้ไม่น้อยหน้า ระเบิดกระบวนท่าวรยุทธที่ร้ายกาจที่สุดของตน

กำลังภายในจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่อาวุธ ปรากฏเสียงหึ่งๆกังวาน

ณ ตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ คือใจกลางภูเขาใหญ่ ดังนั้นเสียงนี้จึงสะท้อนไกลออก

ส่งผลให้พวกซงหยูไคและคนอื่นๆที่กำลังค้นหาร่องรอย สามารถพบทิศทางที่ถูกต้องได้ทันที

ในระหว่างนั้นเอง การต่อสู้ระหว่างฉินเฟิงกับจ้าวหยิงอี้ ยิ่งมายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงจังหวะนั้นเอง พลังสมาธิของฉินเฟิงพลันกระตุกไหวอย่างรุนแรง

เขารู้สึกได้ ว่าพลังสมาธิที่ปลดปล่อยออกไปรอบนอก กวาดโดนผู้ใช้พลังเลเวล D หลายคน

บางที นี่อาจเป็นตระกูลซงที่จ้าวหยิงอี้กล่าวถึง

ดูเหมือนต้องรีบแก้สถานการณ์ให้จบโดยเร็วซะแล้ว!

ข้อมือของฉินเฟิงพลิกกลับ ยามปะทะกับกระบองจ้าวหยิงอี้ เขาก็ดีดตัวถอยออกมากว่า 3 เมตร

จ้าวหยิงอี้ยิ่งสู้ก็ยิ่งรู้สึกตกใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่าฉินเฟิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่นั่นก็ทำให้จ้าวหยิงอี้ยิ่งอยากสังหารอีกฝ่ายลงมากกว่าเดิม

เมื่อเห็นฉินเฟิงถอย จ้าวหยิงอี้ก็ไล่ติดตามทันที

ในเวลานั้นเอง พลังสมาธิของฉินเฟิงถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง

“ระเบิดแมกมา!”

ตูม!

คลื่นอัดอากาศร้อนผ่าวลุกฮือขึ้นจากพื้นดิน โถมเข้าปกคลุมจ้าวหยิงอี้ทันใด

จ้าวหยิงอี้ไม่ทันป้องกัน ร้องโวยวายด้วยความตกใจ

“นี่มันบ้าอะไรกัน!!”

ปราณกำลังภายในโดยรอบที่คอยคุ้มกายถูกลดทอนพลังงานลงอย่างรวดเร็ว จ้าวหยิงอี้ย่ำเท้าออกไป ดีดตัวขึ้นกลางอากาศ หลุดพ้นจากระยะโจมตีของเสาแมกมา

ในตอนนั้นเอง รอยแยกสีดำพร้อมกับแสงสีเงินพลันสาดออกมา ปรากฏขึ้นในตำแหน่งที่เขาดีดตัวหลบเลี่ยงอย่างกระทันหัน

จ้าวหยิงอี้ไม่ทราบว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่ด้วยสัญชาตญาณบอกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดี พยายามหลบเลี่ยงโดยจิตใต้สำนึก

เมื่อกายฉีกวูบไปอีกทาง เบื้องหลังเขาก็ปรากฏอีกรอยแยกหนึ่งขึ้นมาอย่างกระทันหัน ยังไม่พอ เพียงพริบตาเดียว รอยแยกก็ผุดออกมามากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆจะแทบจะปกคลุมรอบกายของจ้าวหยิงอี้

ปุ

ปุ ปุ ปุ!

รอยแยกมิติพยายามตัดเฉือนแขนขาของจ้าวหยิงอี้ หากปล่อยไว้อีกไม่นานคงทำได้สำเร็จ

เป็นฝีมือของไป๋หลี!

ฉินเฟิงแน่นอนไม่รอช้า โฉบกายเข้าหาศัตรู

“โอบกอดทมิฬ!”

ความมืดมิดปกคลุมจ้าวหยิงอี้

“นี่มัน--” จ้าวหยิงอี้เสียจังหวะอีกครั้ง แต่ก็เร่งรีดเร้นกำลังภายในมหาศาลระเบิดออกมา ขับไล่รูนมิติสีเงินไป รอยแยกมิติโดยรอบถูกหุบกลับคืน

นี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมเลเวล D จึงสามารถเข้าร่วมรบในแนวหน้าได้

เพราะเลเวล D นอกจากสามารถแปรสภาพกำลังภายในสู่ภายนอกได้แล้ว ยังสามารถใช้มันปิดรอยแยกมิติเล็กๆน้อยๆได้อีกด้วย

ในระดับที่สูงขึ้นไป อบิลิตี้มิติ มิใช่พลังที่คงกระพันอีกต่อไป!

อย่างไรก็ตาม อบิลิตี้มิติแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกัน หากคิดเผชิญหน้ากำไรย่อมไม่คุ้มเสีย มันสิ้นเปลืองกำลังภายในและสมาธิมากเกินไป และฉินเฟิงไม่พลาดโอกาสนี้

“ลำแสงแห่งความมืด!”

เส้นรังสีทมิฬอันเข้มข้น ตกลงบนตัวจ้าวหยิงอี้

จ้าวหยิงอี้รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนอ่อนแอทันใด พละกำลังเหือดหายลงเป็นอย่างมาก

ณ ขณะนี้ เหมือนเขาจะรู้ตัวแล้วว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับอะไร!

“ที่แท้ก็เป็นอบิลิตี้ไฟ กับอบิลิตี้มืด!”

ไม่ผิดแล้ว มันคืออบิลิตี้แน่นอน

แต่ว่านะ บลัดฮันเตอร์เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณไม่ใช่หรือ ตกลงเขาเป็นอาชีพอะไรกันแน่!?

ไม่อนาุญาตให้จ้าวหยิงอี้ฟุ้งซ่านไปกว่านี้ ฉินเฟิงตัดสินใจสังหารทันที

“ทักษะลับกลืนดารา!”

แรงดึงดูดมหาศาลของฉินเฟิง ดูดซับกำลังภายในของจ้าวหยิงอี้

“ออกไปให้พ้น!” จ้าวหยิงอี้หวดกระบองในมือเขา จนหลุดพ้นจากอำนาจดึงดูดของฉินเฟิง

เขาช่างทรงพลังจริงๆ เป็นไม่กี่คนเลยที่สามารถหลุดพ้นจากกลืนดาราได้แทบจะในทันที!

ในตอนนั้นเอง ไป๋หลีพลันปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง

จ้าวหยิงอี้มัวแต่ใช้กำลังภายในสลายโอบกอดทมิฬ รู้สึกตัวอีกที ไป๋หลีก็อยู่ในสายตาของเขาแล้ว

“จงมองมาที่ฉัน!” ดวงตาของไป๋หลีสาดประกายสีเงินลึกล้ำ

วิสัยทัศน์ของจ้าวหยิงอี้กลายเป็นพร่าเลือนชั่วขณะ

เขาคือผู้ใช้วรยุทธโบราณ ดังนั้นพลังสมาธิมิได้แข็งแกร่ง ย่อมไม่อาจต้านทานอบิลิตี้ระดับราชันย์ได้

ไป๋หลีเอ่ยอีกครั้ง “อย่าขยับ!”

ร่างของจ้าวหยิงอี้พลันแข็งค้าง

ฉินเฟิงตวัดมีดเฉือนในคราวเดียว

จ้าวหยิงอี้ขัดขืน โยกตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว

อย่างไรก็ตาม มันสายเกินไป

พรวดดด!

ลำคอของจ้าวหยิงอี้ถูกตัดจนเกือบขาดโดยมีดกษัตริย์ครามของฉินเฟิง

“อึก …. อ๊อก …” จ้าวหยิงอี้ต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไร้กำลังจะเอ่ย

ฉินเฟิงก้าวไปข้างหน้า ก่อนที่อีกฝ่ายจะตาย กำลังภายในในตันเถียนยังคงอยู่ ดังนั้นวางมือนาบลงและ--

--กลืนดารา!

กำลังภายในพลุ่งพล่าน ไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลัง ถูกสูบเข้ามาในตันเถียนของฉินเฟิง มันกระจุกตัวกันหนาแน่นจนแทบระเบิด!

ต่อสู้เพียงวันเดียว เมื่อรวมกำลังภายในของจ้าวหยิงอี้แล้ว ตันเถียนของฉินเฟิงถึงขีดกำจัด มันเอ่อล้นไปด้วยทะเลเมฆกำลังภายในถึง 99 ชั้น!

แม้กำลังภายในของอีกฝ่ายจะยังถูกสูบกลืนมาไม่หมด แต่ฉินเฟิงไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่านี้ ยอมตัดใจปล่อยมือ

ขณะเดียวกัน สามผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล D อีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะประชิดตัวเขาแล้ว!

ฉินเฟิงยกมือขึ้น เพลิงโลกันต์ผุดออกมา สลายร่างของจ้าวหยิงอี้ ทั้งเกราะในเลเวล D และอุปกรณ์อื่นๆถูกชิงมาหมดสิ้น หลังจากหยิบอุปกรณ์รูนมิติมาเป็นอย่างสุดท้าย ฉินเฟิงกวาดขาเตะออกไป กวาดขี้เถ้าลอยฟุ้งไปในอากาศ

“เปลวไฟและความมืดเอ๋ยจงกลับคืน!”

รูนทั้งหมดที่แปลงเป็นท่าอบิลิตี้ถูกรวบรวมกลับมาโดยฉินเฟิง หากไม่ใช้เครื่องมือพิเศษ เป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจพบความผันผวนของอบิลิตี้ที่นี่

ตอนนี้ หลงเหลือเพียงจุดเดียวที่ต้องกลบเกลื่อน คือพื้นดินที่ปลดปล่อยเสาลาวาออกมาเมื่อครู่ ปัจจุบันมันกลายเป็นลักษณะของแอ่งที่เหลือจากการระเบิดของภูเขาไฟ

จบบทที่ Ep.287 - ตระกูลซงไล่ล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว