เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.276 - บลัดฮันเตอร์

Ep.276 - บลัดฮันเตอร์

Ep.276 - บลัดฮันเตอร์


1/5

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.276 - บลัดฮันเตอร์

ว่ากันว่าความตายของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องใหญ่ ตามธรรมเนียมหากตายไปแล้วก็ไม่สมควรทำร้ายหรือสร้างความเสียหายใดๆให้กับตัวศพอีก แต่ไม่คาดคิดเลย ว่าฉินเฟิงจะโยนศพซงหยวนกับจางเหวินไปเป็นอาหารหมาป่าอย่างกระทันหัน แค่ตายเป็นศพที่ไร้ดินกลบฝังก็นับว่าแย่พอแล้ว นี่กลายเป็นอาหารหมา ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง

เหล่าฝูงชนก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว รู้สึกหวาดเกรงฉินเฟิงมากกว่าเดิม

พวกเขารู้สึกได้ว่าฉินเฟิงไม่น่าจะใช่คนดี อาจเป็นอาชญากรเฉกเช่นเดียวกัน เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดจากความชัดแย้งระหว่างอธรรมและอธรรม

สองหัวหน้าสาขาหวาดผวา ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก

ฉินเฟิงไม่สนใจอีกฝ่าย

เพราะคนเหล่านี้ ก่อนเขาจะได้กลับมาเกิดใหม่ ล้วนตกตายลงด้วยน้ำมือของซงหยวน

แต่ในชีวิตนี้ฉินเฟิงช่วยเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของพวกเขา นั่นถือเป็นของขวัญแสนล้ำค่า ดังนั้นฉินเฟิงไม่รู้สึกว่าตนติดหนี้หรือต้องรับผิดชอบพวกเขาแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขาจะถูกโยนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแก้แค้นของตระกูลซง ฉินเฟิงคิดว่าคงไม่ เพราะอีกเดี๋ยว ฉินเฟิงจะลงมือทำอะไรบางอย่าง ที่เป็นการกระตุ้นตระกูลซงให้เดือดดาลยิ่งกว่าเดิม และน่าจะมุ่งเป้ามาที่เขาเพียงผู้เดียว

หลังจากฉินเฟิงโยนศพทิ้ง เขาก็ตรงไปยังรถรับส่งผู้บาดเจ็บ และสั่งให้คนขับพากลับไปยังสถานชุมชนฮั่นจวนโกว

ผู้ได้รับบาดเจ็บบนรถ รวมไปถึงผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล F ที่ถูกตบด้วยฝ่ามือเลือด ไม่กล้าเอ่ยท้วงใดๆ

เมื่อมาถึงฮั่นจวนโกว ฉินเฟิงก็เปิดอุปกรณ์สื่อสาร ค้นหาที่ตั้งของสมาคมนักล่าเงินรางวัลของชุมชน ลงจากรถ เดินคดเคี้ยวไปตามถนน ถึงที่หมายในที่สุด

รูปลักษณ์ของฉินเฟิงดูแปลกตา ทุกคนในเครือข่ายนักล่าเงินรางวัลมองไปยังฉินเฟิงอย่างระมัดระวัง

“มิสเตอร์ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับใช้?” พนักงานต้อนรับเอ่ยถาม

“ฉันมาส่งรางวัลนำจับ”

ว่าจบ ฉินเฟิงก็โยนหัวของจางเหวินลงบนเคาน์เตอร์

พนักงานต้อนรับไม่ได้รู้สึกแปลกใจใดๆกับคำตอบ แต่หลังจากสแกนข้อมูลของหัวแล้ว เจ้าตัวก็ต้องตกใจ

เป็นหัวของจางเหวิน!

ตัวตนระดับนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจู่ๆก็ถูกสังหารลงอย่างกระทันหัน

เรื่องการตายของจางเหวินน่ะไม่ได้สำคัญอะไรหรอก อย่างมากก็เป็นที่ฮือฮาไปพักหนึ่ง เหมือนกับตอนฉินเฟิงไปส่งหัวของหมาป่าสาว

แต่ปัญหาชวนให้ปวดหัวมันติดตรงที่มาของจางเหวินเนี่ยสิ

--เขาเป็นคนของตระกูลซง!

ไอ้หน้ากากนี่มันไม่มีสมองเลยหรือไร ไม่เคยได้ยินวลี ‘หากคิดตีสุนัข ต้องดูเจ้าของ’ รึไง?

พนักงานกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“เร็วเข้า ฉันต้องการเงิน” ฉินเฟิงกระตุ้นอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“ขอรับ ขอรับ มิสเตอร์ โปรดระบุหมายเลขสื่อสาร และสถานะนักล่าเงินรางวัลของคุณด้วย”

ฉินเฟิงมอบหมายเลขไป แต่พอพนักงานกรอกลง กลับพบว่าข้อมูลประจำตัวว่างเปล่า ไม่ได้มีการลงทะเบียนไว้

คราวนี้ พนักงานต้องปวดหัวอีกครั้ง แต่ก็เข้าใจว่าฉินเฟิงอาจต้องการปิดซ่อนตัวตนของเขา

“มิสเตอร์ คุณต้องการลงทะเบียนสถานะนักล่าเงินรางวัลกับทางเราไหม? ถ้าสนใจ กรุณาบอกชื่อและความแข็งแกร่งของคุณ แล้วเราจะทำการสร้างโปรไฟล์ให้โดยอัตโนมัติ”

ฉินเฟิงเอ่ยปาก กล่าวเสียงจม “งั้นเรียกฉันว่าบลัดฮันเตอร์”

---บลัดฮันเตอร์ ชื่อนี้บ่งบอกชัดเจนว่าตั้งขึ้นมาเพื่อตามล่าตระกูลซง ซึ่งเป็นตระกูลฝึกฝนทักษะเลือด!

พนักงานไม่กล้าทักท้วง เขากรอกใบสมัครให้ และอนุมัติโดยตรง ในเวลาเดียวกัน ค่าหัว 300 ล้านของจางเหวินก็ถูกโอนมายังหมายเลขสื่อสารใหม่ของฉินเฟิง

ในเครือข่ายนักล่าเงินรางวัล หมายจับของจางเหวิน ถูกตีตราเครื่องหมายว่าเสร็จสิ้น และชื่อของคนที่ปิดภารกิจ แน่นอนว่าเป็นชื่อปลอมของฉินเฟิง

--บลัดฮันเตอร์!

ยังไม่พอ ในความเป็นจริงแล้วทุกคนในเครือข่ายนักล่าเงินรางวัล ทั้งหมดสามารถสื่อสารกันได้ หากมีนักล่าเงินรางวัลคนใดรับภารกิจ แต่ยังขาดข้อมูล ตราบใดที่มีเงินมากพอ ก็สามารถซื้อข้อมูลที่ถูกต้องได้

ดังนั้นเครือข่ายนักล่าเงินรางวัล จึงมีแพลตฟอร์มเอาไว้ใช้สนทนา และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร

ฉินเฟิงอัปโหลดภาพหัวของจางเหวิน ลงในเครือข่าย และเขียนบรรยายใต้ภาพเล็กๆน้อยๆ

“จางเหวินแล้วไง? ก็ไม่แน่สักเท่าไหร่นี่นา”

ภายใต้หน้ากากของฉินเฟิง เผยรอยยิ้มเย็นชา จากนั้นเขาก็ออกจากโถงเครือข่ายนักล่าเงินรางวัล ตรงไปยังศูนย์จัดแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในฮั่นจวนโกว เดินทอดน่องเชยชมรถศึกอย่างเพลิดเพลิน

ในเวลาเดียวกัน ห่างออกมาทางทิศตะวันตกของเมืองนุ่ยเหมิง  ท่ามกลางเทือกเขา ปรากฏหมู่บ้านที่ดูหรูหราตั้งอยู่ที่นี่

หากคนที่ไม่ทราบเรื่องราวอะไรมาพบเจอ คงคิดว่าที่นี่อาจเป็นสรวงสวรรค์บนดิน

แต่ในความเป็นจริง สถานที่แห่งนี้คือฐานของตระกูลซง มันดูเก่าแก่เหมือนกับว่าถูกสร้างและรักษามาเป็นอย่างดีก่อนยุคโลกาวินาศ ภูมิทัศน์งดงาม เป็นเช่นนี้มาหลายพันปีก็ยังไม่ถูกทำลายลง

อิฐเขียวกระเบื้องดำ , บ้านทรงเตี้ย ลวดลายหยกสลัก ถูกประดับประดาอย่างหรูหรา งดงามเป็นอย่างยิ่ง

แม้รูปลักษณ์ภายนอกอาคารจะดูเป็นสไตล์โบราณ แต่ภายในหรูหรามาก มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ใช้สอยอยู่มากมาย

ณ ขณะนี้ อุปกรณ์สื่อสารของทุกคนในตระกูลซงเกิดเสียงดังติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! ทั้งยังกระพริบแสงสีแดง

สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนไป ก้มลงมองอุปกรณ์สื่อสาร

“ทายาทรุ่นที่ 7 ซงหยวน เสียชีวิตแล้ว!”

“ผู้ดูแลจางเหวินเองก็ไม่รอดเหมือนกัน!”

ข่าวนี้ ทำให้ทุกคนตกตะลึงโดยสมบูรณ์

การแจ้งเตือนนี้ เกิดจากตัวอุปกรณ์สื่อสารบนข้อมือของซงหยวน ที่เชื่อมต่อกับชีพจร หากอุปกรณ์สื่อสารสูญหายหรือเสียหาย ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับการแจ้งเตือนนี้

ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว คือเสียชีวิตไปจริงๆ

พ่อของซงหยวนเป็นคนแรกที่คลั่งจนเสียสติ

“เป็นไปได้อย่างไร? ซงหยวนเพิ่งออกไปได้แค่สองวัน เขาจะตายได้อย่างไร? ต้องมีอะไรผิดพลาด! แล้วจางเหวินเล่า! จางเหวินก็ตายด้วยงั้นหรือ ไอ้ขยะเอ๊ย!!”

ซงหลิงฮานคำรามโกรธเกรี้ยว

ตระกูลซงเป็นตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณชั้นสูง พวกเขาแข็งแกร่ง มิฉะนั้นยามยุคโลกาวินาศมาเยือน พวกเขาคงไม่สามารถแยกตัวมาอยู่อย่างสันโดษเช่นนี้ได้

อีกทั้งยังยืนหยัดอยู่ท่ามกลางสี่เมืองทะเลเหนือได้ตลอดมา ฉะนั้นตระกูลซงเป็นการดำรงอยู่อันดับต้นๆแน่นอน

ชนิดที่ว่าไอ้พวกสี่ตระกูลใหญ่เมืองเฉิงหยางที่แสนหยิ่งยะโส หากเทียบกันจริงๆ สามารถเป็นได้แค่คนรับใช้ของตระกูลซงเท่านั้น

ผู้นำตระกูลซงคือผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล C ยังคงปิดด่านฝึกตนอยู่ในตอนนี้

ปัจจุบันผู้รักษาการผู้นำคือผู้ใช้วรยุทธเลเวล D ---เป็นผู้อาวุโสทั้งเจ็ด ซึ่งทุกคนล้วนอยู่ในเลเวล D ทั้งสิ้น

เลเวล D กว่า 7 คนอยู่พร้อมหน้า นี่เทียบได้เลยกับจำนวนเลเวล D ของสามเฉิง แต่ทั้งหมดกลับกระจุกรวมอยู่ในตระกูลเล็กๆเพียงตระกูลเดียว บ่งบอกชัดเจนได้ถึงกำลังรบของตระกูล!

สำหรับซงหลินฮาน เขาไม่ใช่ผู้อาวุโส แต่เป็นสมาชิกรุ่นที่หก ทั้งยังมีความแข็งแกร่งที่ดี อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรของตระกูลส่วนใหญ่เอนเอียงไปทางคนหนุ่มสาวมากกว่า และคุณสมบัติของวัยกลางคนก็มีจำกัด หลังจากอายุมากแล้ว โดยพื้นฐานมักยากที่จะไปต่อ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้วรยุทธโบราณ!

บางคน ด้วยอายุขัยที่จำกัด อาจไม่สามารถเอื้อมไปสัมผัสเลเวล D ได้เลยตลอดชีวิต

ในขณะที่ความแข็งแกร่งของซงหลิงฮานอยู่ในเลเวล E8 อาจจำเป็นต้องใช้เวลาอีก 5 - 6 ปีถึงจะสามารก้าวขึ้นสู่เลเวล D ได้

แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจยิ่งกว่า ก็คือตนมีลูกชายอัจฉริยะ คาดว่าอีกแค่ไม่นานก็จะมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าตนเอง ครอบครองพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม

ทว่าไม่คาดคิดเลย ว่าการเดินทางไปยังสุสานเทพสงคราม ทั้งๆที่ยังมีคนคอยพิทักษ์ติดตาม จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นแบบนี้

“นายท่านสิบสาม ได้โปรดระงับความโกรธ”

คนรับใช้มองไปยังซงหลินฮานที่เดือดดาลสุดแสน ก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะทำร้ายร่างกายตนเอง คิดเดินเข้าไปช่วยระงับสติอารมณ์

แต่ตอนนี้ซงหลินฮานจะไปมีอารมณ์รับฟังคนอื่นได้อย่างไร

“ไสหัวไปให้พ้น! ลูกชายฉันตายไปแล้ว แกยังมีหน้ามาบอกไม่ให้โกรธอีกหรือ?”

ซงหลินฮานง้างมือ ฟาดตบใส่คนรับใช้ ส่งอีกฝ่ายปลิวออกไปทันที

นี่คือฝ่ามือของผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E ยามสัมผัสโดน ต้นคอของคนรับใช้พลันส่งเสียง ‘กริ๊ก’ ทันใด ตามด้วยเสียงโครมมมม! ร่างกระแทกจมเข้าไปในผนัง ไม่ทราบเหมือนกันว่ายังรอดไหม!

“ว๊ากกกก” ซงหลินฮานคว่ำโต๊ะ คนรับใช้คนอื่นๆก็หวาดกลัวไม่ต่างกัน แต่พวกเขาไปไหนไม่ได้ หากเวลานี้วิ่งหลบหนี เกรงว่าซงหลินฮานคงจะไล่ฆ่าทุกคน

ชายคนหนึ่งฝืนใจก้าวมาข้างหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นายท่าน นายท่าน ตอนนี้สิ่งสำคัญคือค้นหาตัวฆาตกร เพื่อล้างแค้นให้กับนายน้อย!”

ซงหลินฮานพอได้ยินคำนี้ ก็คล้ายได้สติกลับคืนมาเล็กน้อย เขาคลิกลงบนตัวอุปกรณ์สื่อสารอย่างรวดเร็ว

บนจอ ปรากฏร่างของซงหยวนที่ได้รับบาดแผลร้ายแรงถึงแก่ชีวิต โดยมีฉินเฟิงยืนอยู่ตรงข้าม ซงหยวนใช้มือคว้าจับข้อมือของฉินเฟิง พยายามจะดันออกไป

รูปลักษณ์ของฉินเฟิง ปรากฏชัดเจนในวิดีโอ

ผ้าคลุมสีดำ ชุดต่อสู้มาตรฐาน หน้ากากสีซีด กระทั่งในส่วนดวงตาก็ยังได้รับการบดบังด้วยวัตถุดิบพิเศษ ไม่อาจมองเห็นได้

แบบนี้ … เท่ากับไม่มีเบาะแสใดๆของศัตรูเลย!

จบบทที่ Ep.276 - บลัดฮันเตอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว