เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.270 - กลับบ้านพร้อมทรัพยากรเต็มพิกัด

Ep.270 - กลับบ้านพร้อมทรัพยากรเต็มพิกัด

Ep.270 - กลับบ้านพร้อมทรัพยากรเต็มพิกัด


4/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.270 - กลับบ้านพร้อมทรัพยากรเต็มพิกัด

เป้าหมายของฉินเฟิงนั้นชัดเจน

ไม่นาน เขาก็มาถึงเบื้องหน้าของหวังจื่อเฉา

“ราชันย์สัตว์ร้ายตัวนี้คุณไม่ต้องจ่ายเงินให้ก็ได้ แต่สินสงครามรอบนี้ทั้งหมดจะต้องเป็นของผม อ้อ อย่าลืมช่วยเก็บกวาดให้ด้วยล่ะ แค่นี้ไม่มากเกินไปใช่ไหม?”

เทียบกับการช่วยให้เมืองไห่รอดพ้นจากกระแสกองทัพสัตว์ทะเล แค่นี้ไม่นับว่ามากเกินไปแน่นอน!

ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชา หวังจื่อเฉาไม่อยากจะเอ่ยออกไปจริงๆ ทว่าเมื่อลองสังเกตดูรอบๆ และพบว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมองมา เขาก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนตอบกลับไป

แน่นอนทุกสายตาไม่ได้มองมาที่เขา แต่ตรงดิ่งไปยังฉินเฟิง มันคือสายตาที่ใช้มองวีรบุรุษ!

“ได้เลย ไม่มีปัญหา นี่คือสิ่งที่ทางเราสมควรจะทำอยู่แล้ว สินสงครามของผู้ว่าการฉินจะไม่มีขาด หรือตกหล่นอย่างแน่นอน!” หวังจื่อเฉาแทบจะกัดฟันกล่าว พูดจบก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“วางใจได้เลยผู้ว่าการฉิน สินสงครามทั้งหมดในครั้งนี้จะเป็นของคุณ พวกเราจะช่วยจับตาดูให้เอง!”

“ใช่แล้วผู้ว่าการฉิน ถ้าใครหน้าไหนมันกล้าแตะต้องของอะไรที่นี่ พวกเราจะทำให้มันรู้สำนึกเอง!”

“คุณไปพักผ่อนเถอะผู้ว่าการฉิน”

กลุ่มคนทั้งหมดต่างยืนอยู่ข้างฉินเฟิง ใบหน้าของหวังจื่อเฉาดำคล้ำยิ่งกว่าเดิม

เขาไม่ได้คิดจะยักยอกสินสงครามของฉินเฟิงซะหน่อย แต่คำที่ทุกคนพูดออกมา มันเหมือนกับว่าเขาคิดจะมุบมิบสินสงครามเลยไม่ใช่รึไง?

ฉินเฟิงพยักหน้าให้ฝูงชนโดยรอบ แล้วเดินจากไป

แสงอาทิตย์บนขอบฟ้าได้จางหาย กว่าจะเก็บรวบรวมสินสงครามเสร็จ เวลาก็ผ่านไปนานมากแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่เหมือนคราวก่อนๆ ที่ฉินเฟิงมักจะขายมันไปเลยโดยตรง แต่เลือกที่จะติดต่อตันหยู ให้ช่วยเตรียมรถบรรทุกมัน และพาฉินเฟิงไปส่งกลับเมืองพร้อมๆกัน

ตกดึก ฝูงชนก็ยังคงไม่คลายความหวาดระแวง เฝ้ารอจนกระทั่งถึงรุ่งเช้า แต่เวลาล่วงเลยเกินกว่า 10 ชม. แล้ว กระแสทัพสัตว์ทะเลก็ยังไม่มา มีแค่พวกสัตว์ทะเลเล็กๆน้อยๆคลานขึ้นมาบนฝั่ง แต่ก็ถูกป้อมปราการเก็บเรียบ

จนถึงเวลานี้ ทุกคนจึงค่อยทราบกันในที่สุด ว่าการรุกรานจากท้องทะเลประจำปีได้สิ้นสุดลงแล้ว!

ฉินเฟิงนำรถบรรทุกกว่า 20 คัน บรรจุเต็มไปด้วยวัตถุดิบสัตว์ร้ายเตรียมกลับบ้าน

และในฐานะที่เขาเป็นวีรบุรุษอันดับต้นๆของภารกิจปราบปรามสัตว์ทะเล เพื่อไว้หน้าเขา หวังจื่อเฉาและคนอื่นๆในคณะ ทั้งหมดเลยต้องออกมาส่งฉินเฟิง แต่เพียงแค่เห็นใบหน้าของฉินเฟิง ทั้งหมดก็กลายเป็นน่าเกลียด

เพราะแม้การรุกรานจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่พวกเขาได้ส่งโดรนกลับไปสำรวจดูปราการศิลาดำ และพบว่าปราการถูกทำลายย่อยยับ เกรงว่าจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในการซ่อมแซม

และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของฉินเฟิง

ฉินเฟิงยิ้มมุมปาก มีหรือที่คนอย่างเขาจะไม่เข้าใจความคิดของคนพวกนี้

ก็แล้ว .. ถ้าอีกฝ่ายไม่คิดกำจัดฉินเฟิง ทุกอย่างมันจะมาจบลงในรูปแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

--ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว!

“เอาล่ะท่านรองเทศมนตรี ขอบคุณสำหรับน้ำใจของคุณ แต่ไม่ต้องไปส่งก็ได้” ฉินเฟิงปฏิเสธฝูงชน

หวังจื่อเฉากล่าวด้วยท่าทีแปลกๆ “หวังว่าผู้ว่าการฉินจะตอบรับคำเชิญจากเมืองไห่ของเราในปีหน้า หากมีผู้ว่าการฉิน เมืองไห่คงปลอดภัยไร้กังวล!”

“ฮ่าฮ่า” ฉินเฟิงหัวเราะคำหนึ่ง “เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอก เพราะปีหน้า คิดว่าเทศมนตรีเล่ยคงจะกลับมาแล้ว และอีกอย่าง เกรงว่าพอถึงเวลานั้น ผมคงต้องเข้าร่วมภารกิจในแนวหน้า ไม่มีเวลามาร่วมปราบปรามทัพสัตว์ทะเลหรอก”

รูม่านตาของหวังจื่อเฉาหดวูบลง ในหัวใจเต้นครึกโครม ---ฉินเฟิงทราบได้อย่างไรว่าเล่ยเฉินไม่ได้อยู่ในเมืองไห่!?

แต่ไม่นาน เขาก็จับใจความสำคัญจากประโยคของฉินเฟิงได้อีกหนึ่ง ในแววตาแสดงชัดถึงทั้งความริษยาและเย้ยหยัน

“ผู้ว่าการฉินน่าทึ่งมากก็จริง แต่ในสามเฉิงของเรา ยังไม่เคยมีใครก้าวขึ้นสู่เลเวล D ได้ทั้งที่ยังเด็ก!”

แนวหน้า … ที่หมายถึงแนวหน้าจริงๆ มันคืออาณาเขตหน้าสุดของฐานมนุษย์ สามเฉิงถือว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยที่อยู่แนวหลัง แต่ก็ยังมีสัตว์ร้ายมากมายถึงเพียงนี้

ฉะนั้นคงไม่ต้องกล่าวอธิบาย ว่าแนวหน้าของจริงนั้นอันตรายเพียงใด?

และในแนวหน้า คือสถานที่ซึ่งผู้ใช้พลังเลเวล D แต่ละคนต้องไปประจำการ หลังจากต่อสู้เป็นเวลา 3 เดือน จึงจะสามารถกลับมายังแนวหลังได้

หวังจื่อเฉาไม่คาดคิดเลยว่าฉินเฟิงจะมั่นใจถึงขนาดนี้ ปากเอ่ยว่าจะไปแนวหน้าในปีถัดไป นั่นไม่ได้จะสื่อว่าตนสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับ D ได้ในปีเดียวหรอกหรือ?

“ผมจะถือว่านั่นเป็นคำอวยพรก็แล้วกัน” ฉินเฟิงเผยยิ้มจางๆ

หวังจื่อเฉาไม่คิดเอ่ยคำใดอีก เฝ้ามองฉินเฟิงเดินขึ้นรถล่องเวหาไป

อีกทั้งยังมีรถบรรทุกสินค้าติดตามไปเบื้องหลังมากกว่า 20 คัน

ทั้งหมดล้วนเป็นวัตถุดิบจากกองทัพสัตว์ทะเล

ซึ่งปริมาณของมัน เทียบเท่าได้เลยกับหุ้น 1 / 10 ส่วนของเมืองไห่!

แต่ทั้งหมดถูกพรากจากไปโดยฉินเฟิง

ทุกคนไม่ว่าใครต่างก็รู้สึกอิจฉา

“ท่านรองเทศมนตรี เวลานี้พวกเราควร ….” ผู้บัญชาการกองทัพ เมื่อเห็นฉินเฟิงจากไป ก็อดไม่ได้ที่จะเร่งถาม

หวังจื่อเฉาสาดสายตาดุร้ายมองเขา ปากอ้าสบถ

“ควรจะอะไร? จะให้ตามหาคนอื่นไปกำจัดเขาอีกรึไง? ไม่ได้เห็นความแข็งแกร่งของเขาหรือ เวลานี้ นอกเหนือไปจากเลเวล D คงไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้อีกแล้ว”

ผู้บัญชาการกองทัพกลายเป็นบื้อใบ้

หยางปิงแทรกเข้ามาปรามอย่างรวดเร็ว “ท่านรองเทศมนตรี โปรดสงบใจลงก่อน เวลานี้ฉินเฟิงเป็นเลเวล E ที่ทรงพลังที่สุดในสามเฉิงไปแล้ว เกรงว่าหากทำอะไรหุนหันพลันแล่น อาจจะเป็นการดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ เอาไว้รอให้บอสกลับมาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกครั้งดีกว่า”

“เอาตามนั้นแหละ! ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งมารบกวนฉันหรือเขา เรื่องต่อจากนี้เอาไว้ค่อยพิจารณากันอีกครั้งในอนาคต!” หวังจื่อเฉาหงุดหงิด หันหลังและจากไป

ฉินเฟิงในปัจจุบันมิใช่อะไรที่หวังจื่อเฉาจะสามารถรับมือได้

ฉินเฟิงออกไปพร้อมกับพาหนะขนส่งสินค้าทั้ง 20 คัน มีคนจากองค์กรมืดมากมายสังเกตเห็นคาราวานกองนี้ แต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะฉกชิง ยังไม่พอ ทุกคนยังกลัวว่าฉินเฟิงจะเข้าใจผิด ดังนั้นพากันถอยออกไปให้ห่างไกล

ตลอดทั้งเส้นทาง จึงเป็นไปอย่างราบรื่น

สินค้าถูกขนส่งกลับมายังเฟิงหลี

ซูซิงฝูที่เห็นมันฉีกยิ้มจนมุมปากลากยาวไปจรดใบหู แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉินเฟิง แต่คาราวานที่ขับมาส่งของระหว่างทาง ย่อมเป็นการโฆษณา ช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้แก่สถานชุมชนเฟิงหลีเป็นอย่างดี

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่าฉินเฟิงสามารถท้าทายราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล E ได้เพียงลำพัง เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปทั้งสามเฉิง

ปัจจุบัน ทำให้ฉินเฟิงกลายเป็นบุคคลอันดับหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในสามเฉิงไปโดยปริยาย

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น? หรือว่ามีความสุขมากในระหว่างที่ผมจากไป” ฉินเฟิงมองใบหน้าอวบอ้วนของซูซิงฝูที่กำลังยิ้มแป้นและเอ่ยถาม

“ฮ่าฮ่าฮ่า ผู้ว่าการ คุณเห็นว่าฉันเป็นคนวิสัยทัศน์คับแคบขนาดนั้นเชียวหรือ?”

ฉินเฟิงส่ายหัวอย่างไร้หนทาง “ก็ได้ๆ คุณมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ตอนนี้ก็ช่วยมองย้อนกลับมา แล้วสรุปให้ผมฟังสักที”

ซูซิงฝูไม่รู้สึกหงุดหงิดใดๆที่ถูกเหน็บแนม ยังคงหัวเราะร่า เอ่ยปากรายงานทางสถิติแก่ฉินเฟิง

“ท่านผู้ว่าการ คราวนี้นอกเหนือไปจากสินค้าจากกองทัพสัตว์ทะเลที่คุณนำกลับมาแล้ว เมื่อรวมกับวัตถุดิบที่คุณล่ามาได้อีกตลอดกว่า 10วัน มูลค่าโดยรวมของมันทั้งสิ้น จะอยู่ที่ราวๆ 30,000 ล้าน!”

เป็นมูลค่าที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็ต่างขนลุก

ซูซิงฝูไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าฉินเฟิงสามารถทำได้อย่างไร

วัตถุดิบกองพะเนินเทินทึกเหมือนภูเขา ฉินเฟิงอาศัยไป๋หลีนำมันกลับมากองไว้ในคลังคฤหาสน์ แล้วให้ซูซิงฝูช่วยคำนวณ

ซูซิงฝูคิดว่าฉินเฟิงจะต้องครอบครองอุปกรณ์รูนมิติขนาดใหญ่ไว้กับตัวแน่ๆ

เขาตกใจกับทั้งปริมาณและคุณภาพ แต่ถึงจะเกิดข้อสงสัยว่าวัตถุดิบระดับราชันย์ทั้งสิบจะไม่มีแก่นพลังงานหรือแก่นอบิลิตี้รวมอยู่ด้วยก็ตาม แต่เท่าที่มีก็เป็นมูลค่ามหาศาล!

แน่นอน แม้ครั้งนี้จะไม่ดีเท่ากับในตอนเกาะต่างมิติ แต่เวลานั้นเขาฆ่าคนไปมาก ทั้งยังพบเจอสมบัติลับ เลยเป็นธรรมดาที่จะสามารถทำเงินได้เยอะกว่า

“อา ฝากคุณจัดการพวกมันด้วยก็แล้วกัน”

ซูซิงฝูพยักหน้า จากนั้นก็เริ่มเอ่ยถึงหัวข้อถัดไป “ท่านผู้ว่าการ ขอสารภาพว่าระหว่างคุณออกจากเมือง ฉันได้กระทำบางสิ่งบางอย่างโดยพลการ แต่รู้สึกว่าคุณอาจจำเป็นต้องใช้มัน …”

***พรุ่งนี้งดประจำสัปดาห์ครับ***

จบบทที่ Ep.270 - กลับบ้านพร้อมทรัพยากรเต็มพิกัด

คัดลอกลิงก์แล้ว