เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.255 - ก้าวอัคคี

Ep.255 - ก้าวอัคคี

Ep.255 - ก้าวอัคคี


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.255 - ก้าวอัคคี

การซื้อขายในตลาดมืดของสถานชุมชนเฟิงหลีกำลังเฟื่องฟู และเมื่อกิจการดำเนินมาถึงช่วงปลายเดือนมกราคม สถานชุมชนที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่แห่งนี้ ก็มีข่าวที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้ง

--ผู้ว่าการฉินได้ออกประกาศจับ และพากองกำลังของสถานชุมชนตนเองออกไปล่าค่าหัว

และสั่งให้ดัดแปลงอะไรบางอย่างนอกกำแพงเมืองเฟิงหลี ซึ่งดัดแปลงที่ว่า ไม่ใช่ป้ายโฆษณาหรือจอทีวีขนาดใหญ่ หากแต่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

และบนคอนกรีต มี ‘ศีรษะ’ ของคนกว่า 17 หัวแขวนเอาไว้

ดูจากใบหน้า ทั้งหมดมีอายุแตกต่างกันไป ไล่ตั้งแต่หนุ่มแน่นยันวัยกลางคน ทว่าทั้ง 17 หัว ทั้งหมดล้วนเป็นที่รู้จักกันดี ว่าเป็นลูกน้องของแมงป่องพิษ

ต่อมา ทางเครือข่ายนักล่าเงินรางวัลได้ถอนประกาศจับอาชญากรเลเวล E อย่างแมงป่องพิษออกจากระบบ บ่งบอกบอกภารกิจนี้เสร็จสิ้นแล้ว และคนที่บรรลุมัน แน่นอนว่าเป็นฉินเฟิง

ยังไม่พอ ไม่ว่ารายชื่อใดก็ตามในประกาศจับ ตราบใดที่อยู่ในกลุ่มตู่เซี่ย ใบรางวัลทั้งหมดล้วนถูกถอดถอนจนสิ้น

จัดหนักจัดเต็มกันถึงขนาดนี้ ยังมีใครอีกบ้างเล่าที่นึกไม่ออก ว่าฉินเฟิงได้กวาดล้างกลุ่มตู่เซี่ยไปแล้ว!

ต้องรู้นะว่ากลุ่มตู่เซี่ยไม่ใช่กองกำลังธรรมดาๆ แต่เป็นหนึ่งในกลุ่มองค์กรมืดอันแสนโด่งดัง!

แต่ฉินเฟิงไม่เพียงไปตั้งรางวัลนำจับพวกเขา ยังออกล่าด้วยตัวเอง ตลอดทั้งกระบวนการ เริ่มต้นและจบลงในสัปดาห์เดียว

ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้บางคนรู้สึกเย็นสันหลังวาบ ยิ่งไม่กล้าดูถูกฉินเฟิง

ฉินเฟิงอาจจะยังเด็ก บางทีถึงขั้นเรียกได้ว่าหยิ่งยะโส

อย่างไรก็ตาม วิธีการของฉินเฟิงกลับตรงประเด็น , โหดร้าย และไร้ปราณี

บางกลุ่มองค์กรมืดที่ยังเวียนวนเตรียมสร้างปัญหาอยู่รอบๆ คอยจับจ้องแกะอ้วนอย่างเฟิงหลี ค่อยๆถอนกรงเล็บของพวกเขาอย่างระแวดระวัง หวาดเกรงถึงขั้นฉินเฟิงจะทราบแผนการของตน ในหัวใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

แต่ทางฉินเฟิงไม่มีเวลาไปวุ่นวายกับอะไรพวกนี้ เพราะตราบใดที่พวกเขามีสมอง และไม่คิดสร้างปัญหาใดๆให้กับสถานชุมชนเฟิงหลี ฉินเฟิงก็คร้านจะเก็บพวกเขามาใส่ใจ

ยิ่งไปกว่านั้น การฝึกภาคสนามในครั้งนี้ ยังช่วยให้ฉินเฟิงได้เห็นถึงศักยภาพของโจวฮ่าว ปัจจุบันกล่าวได้เลยว่าในสถานชุมชน นอกไปจากไป๋หลี , ฉินเฟิง และหลิงหวูยี่แล้ว คนที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมไม่พ้นโจวฮ่าว

เพียงแต่ .. มันยังไม่ดีพอก็เท่านั้น เอาไว้ถ้าโจวฮ่าวก้าวขึ้นสู่เลเวล E เมื่อไหร่ ฉินเฟิงจะได้มอบหมายสถานชุมชนให้โจวฮ่าวคอยดูแลได้อย่างสบายใจสักที!

“อีกสองเดือนต่อจากนี้ ‘สุสานเทพสงคราม’ จะเปิดออก ถึงเวลานั้น พาโจวฮ่าวไปด้วยดีกว่า”

ฉินเฟิงกำหนดแผนการในอนาคต แต่ตั้งสองเดือนยังอีกยาวไกล ปัจจุบันฉินเฟิงไม่อาจหยุดฝีเท้า เฝ้ารอมันอยู่เฉยๆได้

เขาเปิดอุปกรณ์สื่อสาร และท่องไปในเครือข่ายซื้อขายของกลุ่มหวันซ่ง

ยังไงก็ตาม ปัดๆดูไปหลายรายการ ก็ยังไม่เจอของที่ตนเองต้องการ

เวลานี้ฉินเฟิงกำลังมองหาวิชาตัวเบาดีๆ

เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมา มันค่อนข้างชัดเจนว่าเรื่องนี้เขายังคงบกพร่อง

แต่ไม่นาน ท่าอบิลิตี้หนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของฉินเฟิง

“ก้าวอัคคี?”

หัวใจของฉินเฟิงเต้นครึกโครม

ท่าอบิลิตี้เป็นสิ่งที่สามารถดัดแปลง และเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลา การที่ฉินเฟิงไม่เคยรู้เกี่ยวกับมันมาก่อน เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากพอ!

อย่างที่เคยกล่าวไปตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง แม้ฉินเฟิงจะแข็งแกร่ง แต่ความรู้ในเรื่องอบิลิตี้ของเขาค่อนข้างน้อยมาก  ถึงแต่ละท่าอบิลิตี้ของเขาจะทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อก็ตาม

“เงื่อนไขในการใช้งานคือต้องมีระดับมากกว่าหรือเท่ากับเลเวล F? ราคาแค่ 1 ล้าน? โอเคงั้นจัดเลย” ฉินเฟิงซื้อมันทันที โดยไม่ต้องคิดอะไรเพิ่มเติม

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง สินค้าก็ถูกส่งมอบถึงมือฉินเฟิง เขาแทบทนรอไม่ไหวที่จะเปิดมัน

“พลังพิเศษดูดกลืน!”

รูนไฟในพัสดุถูกดูดกลืนเข้ามา พวกมันกลายพันธุ์ติดเชื้อ ถูกปล่อยกลับไปรวมตัวกันอีกครั้ง อบิลิตี้ใหม่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ฉินเฟิงเดินไปที่สวนหลังบ้าน และปลดปล่อยอบิลิตี้ใหม่ วินาทีต่อมา คล้ายกับว่าสองเท้าของเขาลุกโชติช่วงไปด้วยเปลวไฟ ทั้งคนทั้งร่างดีดผึงราวกระสุนปืนใหญ่ ทะยานออกไปเบื้องหน้า กระโดดมาได้ไกลกว่า 20 เมตรในพริบตาเดียว

หากมิใช่เพราะสมรรถภาพทางกายของตนเอง ฉินเฟิงคงไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง!

ท่าอบิลิตี้นี้เป็นของดีจริงๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อฉินเฟิงอยู่ในสภาวะนี้ คล้ายรู้สึกว่าไม่อาจสำแดงพลังของมันออกมาได้อย่างเต็มที่  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเขาสามารถเคลื่อนไหวในระยะทางที่ไกลและเร็วได้มากยิ่งกว่านี้

เกรงว่าท่าอบิลิตี้ใหม่ที่เพิ่งได้มา คงต้องหาเวลาฝึกฝนมันอย่างจริงจัง

ในเวลานั้นเอง บนอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงก็ส่งเสียง ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!

“มีเรื่องอะไร?”

ปรากฏว่าปลายสายเป็นหลิวเฮ็ง

ปัจจุบันหลิวเฮ็งรับผิดชอบในด้านการประชาสัมพันธ์ ทุกสถานชุมชนหากคิดติดต่อกับเฟิงหลี ต้องส่งเรื่องผ่านมายังหลิวเฮ็ง และเจ้าตัวก็จัดการกับมันได้ดี

ทว่า … หากไม่ใช่เรื่องใหญ่ หลิวเฮ็งคงไม่ถึงขั้นติดต่อมาหาฉินเฟิงหรอกจริงไหม?

“ผู้ว่าการ มีคนจากเมืองไห่ติดต่อมาหาคุณ” หลิวเฮ็งพูดขึ้น “และนี่คือข้อความจากพวกเขา ‘ขอเชิญชวนผู้ว่าการฉินเข้าร่วมการปราบปรามกองทัพสัตว์ร้ายจากทะเล!’”

เมื่อย่างเข้าสู่เดือนมกรา จะถือว่าเป็นช่วงที่ท้องทะเลอันตรายที่สุด

ไม่ทราบเหมือนกันว่าเรื่องนี้มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ในทุกๆเดือนมกราคม  เมืองไห่จะต้องเผชิญกับกองทัพสัตว์ร้ายจากทะเลจำนวนมหาศาล พวกมันจะคืบคลานขึ้นฝั่ง เพื่อออกล่ามนุษย์ , วางไข่ และอาละวาดครั้งใหญ่

อีกทั้งสัตว์ร้ายจากทะเลส่วนใหญ่ที่ขึ้นฝั่งมาได้ ล้วนเป็นจำพวกครึ่งน้ำครึ่งบก บางตัวก็มาพร้อมกับพิษอันร้ายกาจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกของเมืองไห่

ดังนั้นงานล่าสัตว์ร้ายจากทะเลเหล่านี้ เลยกลายเป็นภารกิจที่เมืองไห่ต้องกระทำในทุกๆปี นี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมเมืองไห่ถึงเป็นเมืองที่อันตรายที่สุด

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสนามรบที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงเดือดพล่าน ขณะเดียวกันมันก็ยังเต็มไปด้วยโอกาส!

“โอเค ผมเข้าใจแล้ว”

ฉินเฟิงพยักหน้า ส่งสัญญาณว่ารับเรื่องเรียบร้อย

“เอ่อ … ผู้ว่าการ คุณตั้งใจจะไปจริงๆน่ะหรือ? คือฉันรู้สึกว่า … พวกผู้บริหารที่คุมเมืองไห่อยู่ในปัจจุบัน ไม่น่าติดต่อหรือคบหาเอาซะเลย”

เพราะเมื่อ 7 - 8 วันก่อน เป็นเมืองไห่เช่นกันที่ส่งปรมาจารย์หยินและอีกสองคนมาสร้างปัญหาให้แก่เฟิงหลี ถึงข้อมูลเรื่องนี้จะไม่แน่นอน แต่ฉินเฟิงยังพอคาดเดาได้

ฝั่งหลิวเฮ็งเอง แม้จะไม่ทราบ แต่ด้วยสัญชาตญาณของตน ทำให้เขาพอจะเดาได้ว่าตอนนี้เมืองไห่ไม่เป็นมิตรกับสถานชุมชนเฟิงหลี

อีกทั้งก่อนหน้านี้ ฉินเฟิงกลับมาจากเมืองไห่ชนิดกระเป๋าบาน ได้รับทรัพยากรมหาศาล อาศัยข้อนี้เพียงอย่างเดียว เกรงว่าผู้บริหารของเมืองไห่คงอิจฉาฉินเฟิงจนตาแทบไหม้ ฝั่งตนได้กินแค่ซุป แต่ฉินเฟิงได้เนื้อไปเต็มๆ ฉะนั้นมีหรือที่พวกเขาจะยอม

“ก็ต้องไปสิ ทำไมจะไม่ไปเล่า? แต่ก่อนจะตอบตกลง คุณช่วยไปเสนอราคาค่าจ้างฉันให้แก่พวกเขาหน่อยสิ บอกไปว่า ‘เฟิงหลีไม่สามารถขาดผมไปได้ ถ้าต้องการให้ช่วยจะต้องจ่ายค่าจ้างวันละ 10 ล้าน และสินสงครามทั้งหมดที่ได้มา จะต้องเป็นของผม!’” ฉินเฟิงกล่าว

“อ้อจริงสิ ไป๋หลีก็คิดราคาเดียวกัน และตามข่าวที่เคยได้ยินต่อๆกันมา กองทัพสัตว์ร้ายจากทะเลจะใช้เวลาบุกขึ้นฝั่งราวๆครึ่งเดือน --ผมไม่ยอมรับการจ่ายย้อนหลัง ฉะนั้นทางเมืองไห่ต้องโอน 300 ล้านมาให้ทันที!”

หลิวเฮ็งทราบถึงความแข็งแกร่งของฉินเฟิง ดังนั้นรู้ดีว่าเรียกราคานี้ไม่ได้มากจนเกินไป แต่ยังไงก็ตาม เงื่อนไขของฉินเฟิงก็ยังถือว่าค่อนข้างก้าวร้าว

“แล้วถ้าพวกเขาไม่ยอมล่ะ?”

“คุณก็แค่บอกพวกเขาไป จะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ใช่ธุระของพวกเรา” ฉินเฟิงยิ้มมุมปาก เพราะเขาทราบดีว่าอีกฝ่ายจะต้องตกลงอย่างแน่นอน

หลิวเฮ็งติดต่อกลับไป

คนที่สนทนากับหลิวเฮ็ง เป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล F เท่านั้น แต่เห็นได้ชัดว่ามีคนอื่นๆยืนอยู่เบื้องหลังเขา พอหลิวเฮ็งกล่าวเงื่อนไขออกไป อีกฝ่ายก็แสดงสีหน้าฟึดฟัดทันที เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้สึกว่าฉินเฟิงหยิ่งผยอง และเอาแต่ใจเกินไป

จากนั้น อุปกรณ์สื่อสารถูกวางสายไปอย่างรวดเร็ว

แต่สิ่งที่หลิวเฮ็งคาดไม่ถึงเลยก็คือ ครึ่งชั่วโมงต่อมา คนจากเมืองไห่ได้แจ้งต่อหลิวเฮ็ง ว่าจะทำตามข้อตกลงของฉินเฟิง และโอนเงินกว่า 300 ล้านเหรียญเข้ากองคลังของสถานชุมชนอย่างรวดเร็ว

ทั้งยังอาสาส่งคนมารับฉินเฟิง

“ลูกพี่ คุณรู้อยู่แล้วงั้นหรือว่าพวกเขาจะตกลง?” หลิวเฮ็งรู้สึกสับสนเล็กน้อย

“หึหึ คุณไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้หรอก เอาเป็นว่าหลังจากที่ฉันไปเมืองไห่แล้ว อย่าลังเลที่จะติดต่อมาหากมีปัญหาอะไร”

“รับทราบครับลูกพี่”

หลิวเฮ็งไม่ขุดคุ้ยลึกมากไปกว่านี้

ฉินเฟิงเตรียมตัวที่จะไปเมืองไห่ แต่ผ่านมาได้แค่ครึ่งวัน ซูซิงฝูพอทราบข่าวก็ตรงดิ่งเข้ามาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า

“ผู้ว่าการ นี่คุณจะออกไปอีกแล้วงั้นหรอ?”

ซูซิงฝูรอบคร่ำครวญในจิตใจ

จบบทที่ Ep.255 - ก้าวอัคคี

คัดลอกลิงก์แล้ว