เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.244 - พลาดโอกาสที่ดีที่สุด

Ep.244 - พลาดโอกาสที่ดีที่สุด

Ep.244 - พลาดโอกาสที่ดีที่สุด


4/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.244 - พลาดโอกาสที่ดีที่สุด

“บัดซบ!”

เมื่อพลาดโอกาสที่ดีที่สุดไป ฉินเฟิงก็โมโหจนแทบทนไม่ไหว

แต่เรื่องนี้มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายคือเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาในระดับราชันย์ ดังนั้นเลยไม่แปลกอะไรที่ฉินเฟิงจะไม่สามารถกำจัดมันได้อย่างง่ายดาย!

“จงกลับมา!”

เปลวเพลิงทั้งหมดโดยรอบถูกเรียกกลับคืน มังกรไฟเองว่ายวนในอากาศอีกเล็กน้อย ก่อนกลับเข้าสู่ร่างกายของฉินเฟิง

เมื่อไร้ซึ่งอบิลิตี้ ฝูงชนโดยรอบถึงค่อยกลับมาสูดลมหายใจได้อีกครั้งหนึ่ง

แรงกดดันของมัน น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง

ผู้ชายคนนี้ ไม่คาดคิดเลยว่าจะครอบครองความแข็งแกร่งที่น่าตกตะลึง

ในผิงหยุนมีตัวตนทรงอำนาจถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ในเวลาเดียวกัน สมาชิกของหน่วยลาดตระเวนที่เหลืออยู่แค่สามคน ทั้งหมดสบตากันด้วยใจที่สั่นสะท้าน ต่างมองมาทางฉินเฟิงด้วยความหวาดกลัว

พวกเขาไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมีหลายคนจู่ๆก็เลือกที่จะวิ่งหนีไป แต่ที่รู้แน่ๆ คืออำนาจของฉินเฟิงเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวง

ทั้งสามไม่แน่ใจว่าสมควรทำอย่างไรดี

ในเวลานั้นเอง อีกสองสามร่างก็ถลาเข้ามาสมทบอย่างรวดเร็ว

ก่อนฉินเฟิงจะเกิดใหม่หลังจากรอยแยกปรากฏขึ้นในชุนชมผิงหยุน มันก็ถูกปิดลงทันทีเหมือนกัน แต่ปีศาจเสพวิญญาณสามารถซ่อนตัวได้เป็นอย่างดี ไม่เอะอะใดๆ ดังนั้นทุกคนเลยไม่มีใครสามารถตระหนักถึงมัน

แต่ปัจจุบัน ฉินเฟิงทำเสียงอึกทึกครึกโครม ตัวตนระดับสูงทั้งหมดของสถานชุมชนเลยรู้สึกตัว และพากันออกมา

คนควบคุมรถไฟของกลุ่มซ่งเฉิงที่กำลังหยุดพักผ่อนในศูนย์กลางการขนส่งก็มาด้วย เพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

พอได้เห็นฉินเฟิงในฐานะผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล E ที่กำลังเรียกมังกรไฟขนาดใหญ่กลับคืน หัวใจของทั้งหมดก็ฟุ้งไปด้วยความตกใจ

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

“เป็นใครที่ทำให้ท่านผู้ใหญ่ต้องโกรธเคือง!”

“พวกแกรู้เรื่องอะไรบ้าง พูดมาให้หมด บอกมาว่าใครไปล่วงเกินท่านผู้ใหญ่คนนี้? ยังไม่ได้ไปลากตัวมันมาขอโทษอีก!”

เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาได้แต่ก้มหน้ารับคำตำหนิ อันที่จริงระดับสูงพอจะรู้คร่าวๆว่าเป็นฉินเฟิงนั่นแหละที่อาละวาด แต่เขาคือเลเวล E ทั้งยังเป็นผู้ใช้อบิลิตี้ที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นไม่มีใครในผิงหยุนสามารถล่วงเกิน ทุกคนไม่กล้าตำหนิเขา

ในเวลานั้นเอง เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับคำถาม ทั้งยังเป็นเสียงที่คุ้นเคย

“ผู้ว่าการฉิน!”

ฉินเฟิงเลื่อนสายตาตามเสียง แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเป็นตันหยู

“ผู้ว่าการฉิน ทำไมคุณถึงมาที่นี่?”

เมื่อครึ่งเดือนก่อนในเมืองไห่ ตันหยูยังเรียกชื่อฉินเฟิงห้วนๆอยู่เลย แต่เวลานี้ เขาไม่กล้าอีกแล้ว!

เพราะฉินเฟิงสามารถสังหาร 8 วายร้ายจากองค์กรมืดได้ในคราวเดียว หลังจากนั้นสถานชุมชนเฟิงหลีก็ถูกผู้มีชื่อเสียงอย่างไซคลอปส์ , ปรมาจารย์หยิน และราชาคลั่งไปก่อกวน แต่ทั้งหมดถูกหั่นศีรษะโดยฉินเฟิง กลายเป็นรางวัลจากการต่อสู้ไปซะอย่างนั้น

ในเวลานี้ เลยมีผู้คนจำนวนมาก ต้องการไปช็อปปิ้งที่สถานชุมชนเฟิงหลี!

“ตันหยูงั้นหรอ? มาได้จังหวะพอดีเลย!”

แม้ฉินเฟิงจะเป็นเลเวล E แต่ก็ยังไม่มีอำนาจในการโน้มน้าวระดับผู้นำในผิงหยุนได้ เขาพูดอะไรไป คนอื่นๆอาจไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง

“กองทัพทุ่งล่าในเฉิงเป่ยได้แจ้งข้อมูลบางอย่างให้แก่ฉัน ฉันก็เลยตัดสินใจออกมายืดเส้นยืดสายสักเล็กๆน้อยๆ แล้วแวะผ่านมาที่นี่!”

ประโยคข้างต้น คือข้ออ้างที่ฉินเฟิงเตรียมเอาไว้

เป็นธรรมดาที่ตันหยูจะไม่สงสัย เขาเร่งถามต่อ “ว่าแต่ก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?”

ตันหยูไม่นึกเลยว่าฉินเฟิงจะถึงขั้นใช้ไม้ตายอย่างเทคนิคมังกรไฟ

เพราะนี่คือเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้อบิลิตี้ มันจำเป็นต้องใช้พลังสมาธิมหาศาลในการเรียกมังกรแต่ละครั้ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ตันหยูไม่รู้ก็คือ เทคนิคมังกรไฟน่ะมันยากสำหรับคนอื่นๆ แต่เป็นเรื่องง่ายสำหรับฉินเฟิง ดังนั้นหากคิดจะใช้มันเมื่อไหร่ ก็สามารถทำได้อย่างอิสระ!

เมื่อได้ยินตันหยูเอ่ยถาม ฉินเฟิงก็อธิบายออกไปทันที “มีการแจ้งเตือนจากอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติ ฉันเองก็รู้สึกถึงอันตราย เลยแวะมาดู และดันพบกับเผ่าพันธุ์ต่างมิติที่มีสติปัญญาระดับสูง!”

“ว่ายังไงนะ!?”

เวลานี้ ไม่เพียงตันหยูที่ตกใจ กระทั่งผู้คนรอบๆที่กำลังรับฟัง ต่างก็ตะลึงงัน เพราะเผ่าพันธุ์ที่ครอบครองสติปัญญาระดับสูง ถือเป็นการดำรงอยู่ที่น่ากลัวมาก

“แล้วศัตรูคือตัวอะไร?”

บางคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม

ฉินเฟิงกล่าวเสียงหม่น “มันคือปีศาจเสพวิญญาณเลเวล E3 , ทรงภูมิปัญญา , ไม่หวาดกลัวการโจมตีทางกายภาพใดๆ แต่มันแพ้อบิลิตี้ไฟและแสง ยังไงก็เถอะ สำหรับพวกคุณ คงไม่อยากรู้มากไปกว่านี้!”

ฉินเฟิงสูดหายใจลึก และเอ่ยปากอีกครั้ง “เพราะปีศาจเสพวิญญาณที่ว่า มันอยู่ในระดับราชันย์!”

ระดับราชันย์!?

ได้ยินสองคำนี้ ฝูงชนก็แทบลืมหายใจ

เพราะกระทั่งสัตว์ร้ายเลเวล E ระดับสามัญ พวกเขายังต้องถึงขั้นต้องใช้ปืนใหญ่ป้องกันเมืองเพื่อสังหารมัน และที่สำคัญก็คือ ผู้ใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดในชุนชมผิงหยุนอยู่แค่ในเลเวล F เท่านั้น

หมายความว่าผู้คุมรถไฟ หรือหัวหน้าหน่วยลาดตระเวน ก็ไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย

ซึ่งตอนนี้ ฉินเฟิงได้บอกกับพวกเขาออกไป ว่าเผ่าทรงภูมิปัญญาเลเวล E ที่บุกเข้ามา เป็นระดับราชันย์!

แค่ได้ยินชื่อก็น่าหวาดกลัวมากพอแล้ว

พวกเขาไม่กล้าที่จะจินตนาการเลย ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ทั้งหมดต่างรู้สึกราวกับมีกิโยตินห้อยอยู่เหนือศีรษะ พร้อมสะบั้นลงมาตลอดเวลา

“มีใครเห็นหรือรู้จักคนสุดท้ายที่วิ่งหนีไปไหม? พวกเราต้องเริ่มตามหาตัว และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้คนอื่นอยู่ใกล้เขา! ไม่อย่างนั้นคนอื่นๆอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้!” ฉินเฟิงถามหน่วยลาดตระเวน

แต่ในเวลานั้นเอง ฟางหยูที่สั่นไปทั้งกายได้เอ่ยปากออกมา “ไม่ว่าจะฉันหรือคุณต่างก็รู้จักเขา … เป็นกวงเสี่ยวกัง!”

--ที่แท้คนสุดท้ายที่ถูกปีศาจเสพวิญญาณเข้าสิง และสามารถหลบหนีไปได้ก็คือกวงเสี่ยวกัง!

ชายคนนี้เป็นหนึ่งในชาวมุง ณ ที่เกิดเหตุ คือตัวตนที่ครอบครองสถานะแข็งแกร่งที่สุดรองลงมาจากเฉียนหยวนซึ่งกำลังบาดเจ็บอยู่

และผลสุดท้าย ก็ตกเป็นภาชนะให้กับปีศาจเสพวิญญาณ

สีหน้าของฉินเฟิงหม่นทะมึนลง

“ฉันจำได้ว่าเคยบอกให้ไปให้พ้นแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมยังไม่รีบไปกันอีก?”

เวลานี้ ไม่ใช่แค่พี่น้องฟาง กระทั่งเฉียนหยวนก็ไม่กล้าเอ่ยปาก

ก็พวกเขาอยากจะรู้นี่นาว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะจู่ๆฉินเฟิงก็ทิ้งพวกเขาไปจากห้องอาหาร สุดท้ายพอเจอฉินเฟิงอีกทีก็เห็นว่าเขากำลังต่อสู้กับปีศาจเสพวิญญาณแล้ว

และใครมันจะไปคิดกัน ว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตนั่น จะเป็นระดับราชันย์

ทว่าเมื่อลองย้อนนึกดูดีๆว่าฉินเฟิงสามารถโค่นระดับราชันย์ลงได้ นี่มิได้หมายความว่าเขาคือการดำรงอยู่ที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าหรอกหรือ?

ชายที่ชื่อฉินเฟิง จริงๆแล้วเป็นใครกันแน่?

“ตอนนี้ปีศาจเสพวิญญาณไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ดังนั้นพวกเธอต้องรีบออกจากผิงหยุน ไม่อย่างนั้น จะตายเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลา!”

“แต่ …” ฟางหยูลังเลอย่างเห็นได้ชัด เพราะพวกเธอเพิ่งเผชิญหน้ากับนายพลสัตว์ร้ายในทุ่งล่ามา อีกทั้งเวลานี้ก็เริ่มมืดแล้ว มิอาจรับประกันได้ว่าจะเจอสิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าหรือไม่ ฉะนั้นไม่อยากจะเสี่ยงใดๆ

“มิสเตอร์ฉิน ให้พวกเราติดตามคุณไปด้วยเถอะ แบบนั้นคงปลอดภัยกว่า!” ฟางหลิงกล่าวเสริม

ฉินเฟิงหัวเราะเย็นชา “จะตามฉันมา? ตามมาแล้วกลายเป็นตัวเกะกะเหมือนกับกวงเสี่ยวกังเมื่อกี้ใช่ไหม? รู้รึเปล่าว่าต่อให้ฉันจับตัวปีศาจเสพวิญญาณได้ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเธอในตอนนี้ ถึงจับมันไปย่างกิน ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากนักหรอก!”

ฉินเฟิงประชดประชัน เขาทราบดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่แค่หวาดกลัว แต่ยังต้องการผลประโยชน์แอบแฝง

ขณะนั้นเอง ใครบางคนก็เอ่ยแทรกขึ้นมา

“สวัสดีท่านผู้ใหญ่ ฉันคือผู้นำของชุมชนผิงหยุน ชื่อว่าหยูกัง”

ชายร่างท้วมก้าวแทรกเข้ามาพร้อมตราโลโก้เลเวล F8 ที่โชว์หราบนหน้าอก เขามีอายุอย่างน้อยน่าจะสัก 40 - 50 ปี แม้ว่าจะยังคงมีกำลังภายในอยู่ แต่ฉินเฟิงสามารถรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายค่อนข้างละเลยการออกกำลังกาย!

ฉะนั้นในฐานะผู้นำ คงมิใช่รับผิดชอบในการต่อสู้ แต่เป็นทางด้านธุรกิจซะมากกว่า

อีกทั้งเขายังเป็นดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการของกลุ่มซ่งเฉิน

เวลานี้ตามตัวหยูกังส่งกลิ่นฉุนของยาสูบและแอลกอฮอล์ ระคายจมูกสิ้นดี

“สวัสดี ผมชื่อฉินเฟิง เป็นผู้นำของสถานชุมชนเฟิงหลีภายใต้เขตอำนาจของเมืองเฉิงหยาง” ฉินเฟิงยื่นมือไปเชคแฮนอีกฝ่าย กล่าวแนะนำตัว

“เฟิงหลี?” ได้ยินสองคำนี้ แววตาของหยูกังก็เบิกกว้างทันใด ---เนื่องจากโฆษณาของสถานชุมชนเฟิงหลีเมื่อไม่นาน ทำให้ทางผิงหยุนเองก็ได้รับออเดอร์มากมายให้ไปส่งที่เฟิงหลี

“ยินดี … ยินดีที่ได้รู้จัก!” หยูกังเชคแฮนด์อย่างแรง เขย่าไม่หยุด

จบบทที่ Ep.244 - พลาดโอกาสที่ดีที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว