เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.223 - ประกายแห่งความมืด

Ep.223 - ประกายแห่งความมืด

Ep.223 - ประกายแห่งความมืด


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.223 - ประกายแห่งความมืด

ท่ามกลางยุคโลกาวินาศ เลเวล E แทบจะสามารถขึ้นเป็นผู้นำของสถานชุมชนเล็กๆได้ หรือที่เรียกกันว่า ‘ผู้ว่าการ’

ในขณะที่เลเวล D สามารถขึ้นเป็นผู้นำของเมืองใหญ่ได้ หรือก็คือตำแหน่งเทศมนตรี*

*(ผมจำได้ว่าชิเทียนไห่ของเมืองหานก็เคยถูกเรียกเทศมนตรีหรือ 市长 นะครับ แต่คาดว่าน่าจะเป็นบริบทในเชิงให้เกียรติกัน ไม่ก็ผมเข้าใจผิดเอง … เอาเป็นว่าแปลตามคนแต่งแล้วกันครับ)

ทว่าพอมาถึงเลเวล C คุณจะไม่ถูกจำกัดอยู่เมืองใดเมืองหนึ่งอีกต่อไป แต่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มหรือองค์กรได้

แน่นอนว่ากลุ่มองค์กรจะมีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันไป หากเลเวล C คิดจัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ ก็ย่อมสามารถทำได้ไม่เป็นปัญหาอะไร ทว่าหากเป็นกลุ่มองค์กรใหญ่ อย่างน้อยสมควรเป็นผู้ใช้พลังในเลเวล A

กลุ่มเล่ยถังถือว่ามีบทบาทไม่น้อยในสามเฉิง แม้จะเป็นกลุ่มขนาดเล็ก แต่ก็เป็นถึงงูเจ้าถิ่น ที่ในบรรดาคนจากหลายๆกลุ่มองค์กร ไม่ต้องการขัดแย้งด้วย

“จะยังไงก็ช่าง เรื่องพวกนี้มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉัน ตราบใดที่สามารถคว้าผลประโยชน์มาได้ก็พอแล้ว!”

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉินเฟิงก็เริ่มทำการปิดกั้นเสียงจากภายนอก นั่งขวาทับซ้าย จมลงสู่ห้วงสมาธิ

ในวันนี้ เขาสังหารผู้ใช้วรยุทธโบราณจากองค์กรมืดไปสองคน ทั้งยังสามารถดูดซับกำลังภายในมาได้ โดยเฉพาะของหมาป่าสาว เธอครอบครองกำลังภายในมหาศาล แต่เมื่อเทียบกับฉินเฟิงแล้ว แน่นอนว่ามันยังห่างชั้นอยู่มาก

“พลังพิเศษดูดกลืน!”

กำลังภายในแพร่กระจายอย่างไร้ทิศทาง แทรกเข้าไปเสริมสร้างเส้นลมปราณของฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว หลังจากหลอมกลั่นมัน ทะเลเมฆในตันเถียนก็มีถึง 15 ชั้น

จากนั้น ฉินเฟิงก็นำหนทางสู่เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีกครั้ง แล้วเริ่มฝึกฝนพลังสมาธิ --การฝึกมัน หากเทียบกับการฝึกกำลังภายใน ถือว่ายากเย็นกว่าหลายเท่า ดีที่วันนี้เขาสังหารมือปืนขององค์กรมืดไปคนหนึ่ง เลยช่วยให้พลังสมาธิของฉินเฟิงก้าวหน้าไปได้อีกเล็กน้อย

การฝึกฝนบนเกาะแห่งนี้ มีความรวดเร็วยิ่งกว่าโลกภายนอกราวๆ 3 - 4 เท่า

และน่าจะมีบางคนที่เริ่มตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน พวกเขาละความคิดร้ายๆไว้ชั่วคราว มุ่งสมาธิหันมาทุ่มลงมือฝึกฝนอย่างเต็มที่

ช่วงกลางดึก สองตาที่หลับสนิทของฉินเฟิงค่อยๆเปิดออก

“ไปกันเถอะไป๋หลี”

ฉินเฟิงปลุกไป๋หลีอย่างเงียบๆ

ไป๋หลีอ้าปากหาว มองฉินเฟิงด้วยความสับสน

“ไปไหน?”

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจางๆ

“ไปล่าสมบัติ!”

ไป๋หลีพอได้ยินก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที

ทั้งสองรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลายามค่ำคืน ฉินเฟิงปลดปล่อยรูนมืดออกมาเพื่อช่วยบดบังทั้งตัว

ระหว่างอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ข้างๆเต็นท์ของเขาและเธอ มีผู้ใช้พลังเลเวล E หลายคนเดินผ่านมาพอดี ทั้งสองเลยยังไม่ทำอะไร เฝ้ารออย่างเงียบๆ

จนกระทั่งกลุ่มเลเวล E เดินผ่านไป ฉินเฟิงจึงขอให้ไป๋หลีใช้ท่าเทเลพอร์ต

“ช่วยพาฉันไปตรงขอบเกาะทางทิศตะวันออกทีสิ”

ที่จริงแล้วที่ตั้งค่ายในปัจจุบันของพวกเขาไม่ได้อยู่ใจกลางเกาะ ใจกลางเกาะน่ะจะอยู่ในอีกจุดหนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลออกไป ทว่าหากต้องการไปถึงใจกลางเกาะจริงๆ วิธีการที่ดีที่สุดคือต้องเริ่มเดินเข้าไปจากทางขอบเกาะ!

ด้วยอบิลิตี้มิติของไป๋หลี ทั้งสองเลยสามารถมาถึงฝั่งตะวันออกของเกาะได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งตรงจุดนี้เป็นขอบเกาะที่แตกต่างจากชายหาดในตอนแรกที่พวกเขาเข้ามา มันมีหน้าผายื่นออกมาจากตัวเกาะ และภายใต้หน้าผา เต็มไปด้วยทางเข้าถ้ำขนาดน้อยใหญ่ แม้จะมีทางเข้าหลายทาง แต่ภายในคาดว่าน่าจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่

“ไปกันเถอะ”

ฉินเฟิงกล่าวอีกครั้ง

วูบบบ!

ทั้งสองหายวับไปจากสถานที่เดียวกัน เมื่อปรากฏขึ้นอีกที ก็เข้ามาในถ้ำแล้ว

ความมืดมิดมิอาจบดบังการรับรู้ของฉินเฟิง ดวงตาของเขาสามารถมองเห็นทุกสรรพสิ่งโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์ และค้นพบว่าบนพื้นดิน ยังคงมีร่องรอยของจระเข้มังกรที่คืบคลานไปมา นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอุจจาระที่ส่งกลิ่นเหม็นโชยจากมุมหนึ่ง

ฉินเฟิงเริ่มก้าวสำรวจอย่างระมัดระวัง

กรร …!

พลันได้ยินถึงเสียงกรนดังสนั่นของจระเข้มังกร

พลังสมาธิของฉินเฟิงล็อคไปยังทิศทางของเสียงนั้นทันที และพบว่ามีจระเข้มังกรราวๆ 4 - 5ตัวหลับไหลอยู่

“โอบกอดทมิฬ!”

รูนแห่งความมืดคืบคลานหาพวกมันอย่างเงียบๆ ช่วยขับกล่อมให้จระเข้มังกรดิ่งลึกลงสู่ห้วงนิทรายิ่งกว่าเดิม

“ลำแสงแห่งความมืด!”

ในมือของฉินเฟิง ปลดปล่อยเส้นแสงที่น่าหวาดกลัวขึ้นทันใด หากอิงตามลำแสงเปลวเพลิงก่อนหน้านี้ ที่หลังจากฉินเฟิงมาถึงเลเวล E และใช้มันผสานไปกับกรงเล็บเพลิงสีชาดฉบับปรับแต่งใหม่ เส้นแสงจะมีขนาดเท่ากับแขนเล็กๆ

ทว่ายามเมื่ออบิลิตี้มืดถูกใช้ออก มันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์รูนใดๆ ก็สามารถยิงอำนาจดั่งปืนใหญ่เลเซอร์ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าครึ่งเมตรออกมาได้

ลำแสงแห่งความมืดตกลงบนร่างของจระเข้มังกรตัวหนึ่ง อีกฝ่ายเริ่มซีดเซียว และอ่อนแอลงด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

กระทั่งเนื้อหนังก็เริ่มกลายเป็นชราภาพ เหี่ยวย่นจนเห็นถึงกระดูกสีขาวที่คอยห่อหุ้ม หากไม่ใช่เพราะผิวหนังหนาที่คล้ายกับเกล็ดและเปี่ยมไปด้วยพลังงานฟ้าดินแล้วล่ะก็ เวลานี้ทั้งร่างของมันคงสลายจนไม่เหลืออะไรแล้ว

ท่ามกลางความมืดมิด จระเข้ตัวอื่นๆเริ่มกระสับกระส่าย คล้ายตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกมันรู้สึกหวาดกลัว

ที่พวกมันยังไม่อาละวาด เพราะภายใต้โอบกอดทมิฬ ส่งผลให้การประสาทการรับรู้ลดลงเป็นอย่างมาก

“อำนาจของอบิลิตี้มืดช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ”

ฉินเฟิงเองก็ไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้

อย่างไรก็ตาม เรื่องตรงหน้าเป็นสิ่งที่สามารถทำความเข้าใจได้ --เนื่องจากศิลานรกยังคงปลดปล่อยรูนมืดออกมาอย่างต่อเนื่อง ป้อนให้ดาวเคราะห์เพชรของฉินเฟิงกลืนกินไม่หยุดยั้ง จนปัจจุบัน ปริมาณรูนมืดที่เขาครอบครองทะยานถึงจำนวนที่มิอาจคาดคะเนได้แล้ว

ในขณะที่ฉินเฟิงแทบจะไม่ได้ใช้มันเลย

อบิลิตี้มืดแทบจะถูกเก็บซ่อนเอาไว้ตลอดเวลา ทว่าช่วงเวลานี้มันได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระอย่างแท้จริง!

“ไหนขอฉันดูหน่อยเถอะ ว่าอบิลิตี้มืดตอนนี้จะทรงพลังสักแค่ไหน!”

พลังสมาธิของฉินเฟิงถูกเร่งเร้า

ภายใต้การควบคุมของเขา รูนมืดจากลำแสงแห่งความตาย เวลานี้กลับสามารถควบคุมมันได้ตามต้องการ แปรเปลี่ยนจากเส้นตรงดิ่ง กระจายออกเป็นประกายแห่งความมืดอันเจิดจรัส

เทคนิคนี้ ฉินเฟิงได้เรียนรู้มันมาจากเติ้งเหนียนระหว่างการตามล่าชุดคลุมดำกระหายเลือด

“ประกายแสงแห่งความตาย!”

‘ลำแสงแห่งความมืด’ เดิมสามารถโจมตีได้ทีละเป้าหมาย ทว่าด้วย ‘ประกายแสงแห่งความมืด’ ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ของเขา มันสามารถโจมตีแบบกระจายไปทั้งบริเวณ!

จระเข้อีกสี่ตัวที่เหลือถูกกลืนหายเข้าไปในความมืดโดยไม่ทันรู้ตัว กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วในพริบตา

“นี่สินะความรู้สึกของการได้ถือกำเนิดใหม่” ในการรับรู้โดยพลังสมาธิของฉินเฟิง เขาพบว่าระหว่างใช้อบิลิตี้มืด พลังชีวิตของจระเข้มังกรกำลังถูกดูดซับออกมาอย่างรวดเร็ว ---พลังพิเศษดูดกลืนของเขาถูกหลอมรวมเข้ากับประกายแสงแห่งความตาย ดึงเอาพลังงานจากอีกฝ่ายให้แก่ฉินเฟิงโดยตรง!

ช่วงเวลานี้ ฉินเฟิงเริ่มเข้าใจได้อย่างแท้จริง ถึงวิธีการใช้ประโยชน์จากพลังพิเศษดูดกลืน

มันมิใช่การดูดซับพลังงานจากฝ่ายตรงข้ามหลังจากที่ตายไปแล้ว แต่แก่นแท้ของพลังพิเศษนี้ คือสามารถ ‘ดูดกลืนได้ตลอดเวลา’ โดยมีเงื่อนไขแค่ต้องใช้มันผ่านอบิลิตี้มืดก็เท่านั้นเอง

จระเข้มังกรจบชีวิตลงอย่างเงียบๆ โดยไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ แท้จริงแล้วฉากนี้ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ ทั้งยังไม่ต้องผ่านการต่อสู้ใดๆ ง่ายดายอย่างน่าเหลือเชื่อ

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงกล่าวว่าผู้ใช้อบิลิตี้น่ะคือนักฆ่าพลังสมาธิ พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง มันน่าทึ่งอย่างที่ว่าจริงๆ!”

หลังจากกระตุ้นพลังสมาธิแล้วก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆอีก ไม่ต้องพุ่งโจมตี , ไม่ต้องเคลื่อนไหว ตราบใดที่สามารถควบคุมรูนที่ลอยล่อง แปรเปลี่ยนมันเป็นเทคนิคต่างๆ ศัตรูก็จะถูกสังหารลงไปเอง

ฉินเฟิงรู้สึกว่านี่ช่างเป็นกลยุทธ์สังหารที่ไม่ยุติธรรมต่อศัตรูเอาซะเลย

“ไปกันต่อเถอะ”

ฉินเฟิงกล่าว ไป๋หลีเดินตามหลังเขาอย่างใกล้ชิด

ยิ่งเดินลึกเข้ามาในถ้ำ เส้นทางก็ยิ่งโค้งวกวนไปมา แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ภายในมันเต็มไปด้วยจระเข้มังกร

อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พลังงานฟ้าดิน ในถ้ำแห่งนี้ แข็งแกร่งยิ่งกว่าภายนอกเกาะ บางทีอาจจะสัก 2 เท่า

หรือกล่าวอีกนัยนึง คือมากกว่าโลกภายนอกถึง 6 เท่า!

หากสถานการณ์ที่นี่ปลอดภัย และใครก็ตามที่มาฝึกฝนในถ้ำนี้เป็นเวลา 1 ปี จะเทียบเท่าได้กับฝึกบนโลกภายนอกเป็นเวลา 6 ปี!

สถานที่ๆเปรียบดั่งขุมทอง ทั้งยังมีฮวงจุ้ยที่ดีแบบนี้ ใครเล่าจะไม่อยากมา?

“บางที เอาไว้หลังจากนี้ฉันน่าจะลองคิดหาวิธียึดเกาะนี้เป็นของตัวเองดูดีกว่า!”

พิกัดมิติของมันถูกไป๋หลีจดจำเอาไว้แล้ว แต่เกาะนี้ดันเป็นของกลุ่มเล่ยถังเนี่ยสิ

หากฉินเฟิงลอบเข้ามาตามอำเภอใจ และดันถูกค้นพบโดยกลุ่มเล่ยถังแล้วล่ะก็ คงไม่พ้นเกิดความขัดแย้งขึ้นแน่ๆ

ด้วยความแข็งแกร่งของฉินเฟิง ในไม่ช้าคงต้องพึ่งพาพลังฟ้าดินจากเกาะแห่งนี้ แต่สิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุดก็คือ อยากจะให้คนอื่นๆในสถานชุมชนเฟิงหลีเข้ามาฝึกฝนที่นี่

แต่ปัจจุบันมันยังเร็วเกินไป

ในสายตาของฉินเฟิง ในที่สุดก็ค้นพบถึงบางอย่างที่แตกต่างออกไป

นั่นคือคน!

อนิจจา สมควรกล่าวว่าเป็นโครงกระดูกคนซะมากกว่า

ฉินเฟิงก้าวเข้าไปหามันอย่างรวดเร็ว...

จบบทที่ Ep.223 - ประกายแห่งความมืด

คัดลอกลิงก์แล้ว