เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.176 - เกราะหยก

Ep.176 - เกราะหยก

Ep.176 - เกราะหยก


2/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.176 - เกราะหยก

ฉินเฟิงพอได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยคำ ‘คลังสินค้าเมืองฟูเฉิง’ หลากหลายภาพเหตุการณ์ก็วาบผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา

เนื่องจากครอบครองพลังสมาธิอันแข็งแกร่ง ฉินเฟิงเลยสามารถย้อนนึกไปถึงความทรงจำในชีวิตก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน

‘รู้เรื่องรึยัง? ได้ข่าวว่าสมบัติจากรอยแยกมิติที่ ‘กลุ่มฮงรี’ (อัสดงสีชาด) ตามหาได้ถูกค้นพบแล้ว!’

‘อ่า เหมือนจะเคยได้ยินว่าตอนนี้กลุ่มฮงรีกำลังตามหาสมบัติที่กระจัดกระจายออกไปอยู่นะ’

‘และพวกเขาก็เจอมันแล้ว! หนึ่งในนั้นคือชุดเกราะหยกที่ถูกเก็บทิ้งเอาไว้ในคลังสินค้าเมืองฟูเฉิง ไม่มีใครสนใจมันมานานหลายปี แต่ตอนนี้กลับถูกค้นพบอีกครั้ง ทางกลุ่มฮงรีเลยกำลังกดดันผู้นำเมืองฟูเฉิงอย่างหนัก’

‘กลุ่มฮงรีมีตัวตนทรงพลังเลเวล A มากมาย ผู้นำเมืองฟูเฉิงไม่มีทางที่จะต่อต้านได้’

‘ก็ไม่แน่หรอก ใครจะรู้ ผู้นำเมืองฟูเฉิงอาจมีคนสนับสนุนอยู่เบื้องหลังก็ได้ พวกเรามาดูกันดีกว่า ว่าฝ่ายไหนจะแข็งแกร่งกว่ากัน!’

‘แต่ที่แน่ๆเวลานี้ ผู้นำเมืองฟูเฉิงคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่นอน’

ภาพในใจของเขาค่อยๆเริ่มพร่าเลือน มุมมองถูกแปรเปลี่ยนไปอีกทาง ในเวลานั้นฉินเฟิงเพียงเดินผ่าน และได้ยินบทสนทนาระหว่างทางก็เท่านั้น

“ฟู่ว …”

ฉินเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ขมวดคิ้วมุ่น พลังสมาธิถูกสูบออกไปมากเกินไปอย่างเห็นได้ชัด

คราวทรงจำเมื่อครู่ เป็นเพียงภาพเหตุการณ์ผ่านๆในชีวิตก่อน

นี่ถ้าไม่ใช่เพราะความเข้มข้นของพลังสมาธิเขามีศักยภาพอยู่ในระดับ SS ฉินเฟิงคงไม่มีทางนึกออก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้ทราบมาแล้วแน่ๆก็คือ เกราะหยกในคลังสินค้า ย่อมเป็นของดีอย่างแน่นอน

และเมื่อเป็นของดี ก็เป็นธรรมดาที่เขาอยากจะครอบครองมัน

“ตกลงผู้บัญชาการชิ ผมเองก็อยากจะมีประสบการณ์ได้เข้าไปในคลังสินค้าของฟูเฉิงสักครั้งเหมือนกัน”

ชิหลงหัวเราะ “บัญชงบัญชาการอะไรกัน? สงครามสิ้นสุดลงแล้ว เรียกฉันว่าชิหลงก็พอ”

อันที่จริงชิหลงแก่กว่า แถมฉินเฟิงยังเด็ก สมควรเรียกเขาว่าพี่ชิหลงถึงจะถูก!

ทว่าชิหลงไม่กล้าเอ่ยเช่นนั้น เนื่องจากศักยภาพของฉินเฟิงยอดเยี่ยมเกินไป และบางทีอาจจะกลายเป็นถึงเลเวล D ในอนาคต ไม่ต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ว่าตอนนี้ทั้งสองเลเวล E เหมือนกัน แต่ฉินเฟิงเป็นผู้ใช้อบิลิตี้ ฉะนั้นในแง่สถานะย่อมสูงกว่าหากเทียบกับชิหลงที่เป็นมือปืน

ฉินเฟิงพยักหน้า “ด้วยความเคารพ งั้นหลังจากนี้ไปคุณเรียกผมด้วยชื่อเฉยๆก็พอ พวกเราต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน เรียกมิสเตอร์มันค่อนข้างฟังดูขัดหู”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้สิ ได้เลยฉินเฟิง ก่อนอื่นพวกเราแยกย้ายไปจัดการธุระของตัวเองกันก่อน จากนั้นค่อยออกเดินทางกันในวันพรุ่งนี้”

“เข้าใจแล้ว”

ว่าจบ ทั้งสองก็แยกย้ายไปสั่งการคนของตัวเอง ฉินเฟิงสั่งให้วังเฉินกลับไปส่งของ เพราะท้ายที่สุดแล้ว วัตถุดิบในครั้งนี้ มีมูลค่าขั้นต่ำราวๆ 3 - 4 ร้อยล้านเหรียญ

ส่วนทีมของโจวฮ่าวก็ติดตามไปด้วย เพราะแม้นางพญามดทองจะถูกทุบตีเกือบตาย แต่มันก็พอมีเรี่ยวแรงหลงเหลือ หลังจากพักฟื้นไม่กี่วันก็น่าจะเริ่มหายดี

สำหรับคนธรรมดาที่ได้ร่วมต่อสู้กับฉินเฟิงในเมืองหานตลอดทั้ง 10 วัน หลังจากปรึกษากันแล้ว คนเหล่านั้นก็ตั้งใจจะกลับไปยังสถานชุมชนเฟิงหลี และทางฉินเฟิงเองก็ยินดีรับกลุ่มผู้ลี้ภัยอย่างพวกเขา

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สถานชุมชนเฟิงหลีกำลังขาดแคลนคน ดังนั้นการเปิดประตูรับพวกเขาก็ไม่มีอะไรเสียหาย!

หลังจากพักผ่อนกันเล็กๆน้อยๆเป็นเวลา 1 วัน ฝูงชนก็ค่อยๆทยอยแยกย้ายกันไป ฉินเฟิงกับชิหลงเดินทางโดยรถไฟลอยฟ้าสุดหรู มุ่งหน้าสู่เมืองฟูเฉิง

หากเดินทางด้วยรถไฟลอยฟ้า จากเมืองหานสู่เมืองฟูเฉิงจะใช้เวลาราวๆ 6 ชั่วโมง ไม่น่าแปลกใจเลยทำไมเมืองหานถึงไม่มีใครรัก เพราะหากเป็นรถธรรมดา น่ากลัวว่ากว่าจะเดินทางถึงคงใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน!

ซึ่งมันไม่สะดวกต่อการสัญจรเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางทุ่งล่ายิ่งเป็นตอนกลางคืนยิ่งอันตราย นี่เองคืออีกหนึ่งในสาเหตุที่เมืองหานยากต่อการพัฒนา

ไม่นานนัก กำแพงเมืองขนาดใหญ่ก็ปรากฏสู่สายตาของฉินเฟิง บ่งบอกว่าตนได้เดินทางมาถึงเมืองฟูเฉิงแล้ว!

ทำเลที่ตั้งของฟูเฉิงอยู่ในมุมสูง มันแทบจะถูกสร้างขึ้นบนเทือกเขา พื้นที่โดยรอบมีทั้งภูเขาและแม่น้ำ ครอบครองภูมิประเทศตามธรรมชาติที่สามารถปกป้องตนจากศัตรู

กล่าวได้ว่าเป็นดินแดนแห่งความสุข เพียบพร้อมไปด้วยปัจจัยด้านความปลอดภัย ที่คาดว่าน่าจะสูงกว่าเมืองเฉิงหยางระดับหนึ่ง ความแข็งแกร่งของระดับสูงเมืองฟูเฉิงทุกคนล้วนอยู่ในเลเวล D เทศมนตรีเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล D7 ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

แน่นอน ว่าการดำรงอยู่ดังกล่าว เป็นไปไม่ได้ที่ฉินเฟิงจะได้พบหน้า

ชิหลงสามารถบรรลุภารกิจได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นธรรมดาที่เมืองฟูเฉิงจะมอบรางวัลให้เขา กระทั่งจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง แต่ฉินเฟิงกับไป๋หลีไม่ได้เข้าร่วม แม้ว่าพวกเขาจะเป็นฮีโร่ในสงครามครั้งนี้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มาช่วยฟรีๆ ที่สำคัญพวกตนไม่ใช่คนของเมืองฟูเฉิง

วันถัดมา

ฉินเฟิงเปิดประตูโรงแรม ก็พบกับชิหลงที่กำลังยืนยิ้มแย้ม

“ดูจากท่าทีของคุณแล้ว เหมือนจะได้รางวัลดีๆมาสินะ” ฉินเฟิงหัวเราะเล็กน้อย

“รางวัลของคุณเองก็ดีเหมือนกัน เอ้านี่!” ชิหลงกล่าวพลางหยิบกล่องเล็กๆสองกล่องออกมา มอบให้ฉินเฟิง “สิ่งนี้ได้รับการอนุมัติเป็นพิเศษจากนายพลของทางเรา นอกจากนี้คุณยังได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าสู่คลังสมบัติระดับสามของเมืองฟูเฉิงอีกด้วย! มาเถอะ พวกเราจะไปกันหลังจากทานอาหารแล้ว”

ฉินเฟิงเปิดกล่องใบเล็ก และพบว่ามันคือตราสัญลักษ์ โลโก้เลเวล E อยู่ภายใน

เดิมการรับรองโลโก้เลเวล E จำเป็นต้องไปยังโถงทดสอบผู้ใช้พลัง แต่ไม่ว่าจะเป็นเมืองฟูเฉิง หรือเมืองเฉิงหยาง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทดสอบได้สำเร็จ เพราะใกล้ๆในละแวกนี้ ไม่มีสัตว์ร้ายเลเวล E  อยู่เลย

สัตว์ร้ายเหล่านั้นเป็นระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้น ดังนั้นหากพวกมันจำนวนมากปรากฏกายขึ้นจริงๆ ทั้งเมืองเฉิงหยางและฟูเฉิงคงถูกทำลายลงไปนานแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับสองเมืองนี้ อัตราคนที่สามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล E นับว่าต่ำมาก ราวๆ 3 - 5 ปีจะมีสักคน และหากสั่งสมแต้มทางการทหารได้มากพอ ก็จะผ่านการอนุมัติรับรองโลโก้เลเวล E ได้เป็นกรณีพิเศษ

เหมือนกับฉินเฟิงในตอนนี้

“มันช่วยประหยัดเวลาได้มากเลย ขอบคุณ!” ฉินเฟิงพยักหน้าด้วยความพอใจ เรียกไป๋หลีออกมา แล้วติดมันลงบนอกเธอ

ไป๋หลีเองก็หยิบโลโก้มาสวมให้แก่ฉินเฟิง ทั้งสองดูสนิทสนมกลมเกลียว สร้างความอิจฉาให้ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งสามลงมากินอาหารเช้าที่โรงแรม บรรดาแขกเมื่อเห็นการมาถึงของทั้งสอง ก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง แม้พวกเขาจะพบว่าไป๋หลีครอบครองรูปลักษณ์ที่แสนงดงาม แต่ก็ไม่มีใครเลยที่กล้าแซวหรือจีบเธอ

หลังมื้ออาหารเช้า ชิหลงกับฉินเฟิงก็เดินทางสู่ฐานทัพเมืองฟูเฉิง ฐานทัพแห่งนี้จัดตั้งขึ้นบนพื้นที่เชิงภูเขา ภายในคอนกรีตถูกเสริมด้วยเหล็กกล้า กระทั่งอากาศภายนอกก็ไม่อาจเล็ดลอดผ่านเข้ามาได้ ดูเหมือนว่าตอนสร้างจะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใช้อบิลิตี้ดิน

หลังจากผ่านด่านป้องกัน ในที่สุดฉินเฟิงก็มาถึงห้องนิรภัยลับที่ใช้เก็บสมบัติของฟูเฉิง

“ทั้งหมดในชั้นแรกจะเป็นวัตถุดิที่ทำจากสัตว์ร้ายเลเวล G ระดับนายพลและราชันย์  มีทั้งอาวุธและชุดเกราะ เช่นเดียวกับทักษะกำลังภายในหรือทักษะเสริมสร้างพลังสมาธิ ฯลฯ คุณสามารถเลือกได้ตามใจชอบ” ชิหลงแนะนำ

ถึงจะกล่าวว่าสามารถเลือกได้ตามใจชอบ แต่ทุกอย่างล้วนมีราคาของมัน ระดับนายพลสัตว์ร้ายอาจใช้แต้มสงครามหลักหลายพันถึงหลายหมื่น ระดับราชันย์สัตว์ร้ายยิ่งแล้วใหญ่

เป็นธรรมดาที่ฉินเฟิงจะไม่แลกเปลี่ยนแต้มกับสิ่งไร้ประโยชน์เหล่านี้ และเนื่องจากเขาครอบครองพลังสมาธิอันแข็งแกร่ง ดังนั้นหลังจากที่ปลดปล่อยมันออกไป และไม่พบกับสิ่งที่ตนต้องการ เขาก็ส่ายหัว และไม่แสดงออกถึงความสนใจใดๆ

ชิหลงเองก็เหมือนจะตระหนักได้ ดังนั้นเขาจึงนำฉินเฟิงไปยังชั้นถัดไป บนชั้นนี้มีสิ่งของหลายอย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่เหมือนกัน แต่มูลค่าที่ใช้แต้มแลกจะมากกว่า และทั้งหมดคือสิ่งของเลเวล F

ฉินเฟิงกวาดสายตามอง จู่ๆสองตาของเขาก็หรี่แคบลง หยุดลงบนผ้าคลุมไหล่หยกผืนหนึ่ง

ถูกต้อง มันเหมือนกับผ้าคลุมไหล่ทรงสามเหลี่ยมของสุภาพสตรี หยกที่ใช้ทำก็บางเบาราวกับปีกจั๊กจั่น แต่ทั่วทั้งแผ่นกับดูละเอียดอ่อนราวมันไขมันแกะ ทั้งผืนเป็นสีขาวโพลน ดูสวยงามมาก

‘สงสัยว่าอาจจะเป็นเจ้าสิ่งนี้ก็ได้!’

แต่ในความทรงจำของเขา พวกคนที่ฉินเฟิงเดินผ่านพูดถึงเกราะหยกมิใช่หรือ แต่ไม่ได้เอ่ยออกมาว่ามันเป็นผ้าคลุมไหล่หยกเสียหน่อย

“ขอลองดูอีกสักหน่อยแล้วกัน” ฉินเฟิงกล่าว เพราะเขายังไม่ได้ขึ้นไปดูที่ชั้นสามเลย

ทว่าเมื่อฉินเฟิงกำลังจะเดินจากไป ชิ้นหยกในส่วนล่างของชุดคลุมก็พลันเปล่งแสงเรืองรองออกมา

จบบทที่ Ep.176 - เกราะหยก

คัดลอกลิงก์แล้ว