เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.174 - ไป๋หลีลงมือ

Ep.174 - ไป๋หลีลงมือ

Ep.174 - ไป๋หลีลงมือ


4/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.174 - ไป๋หลีลงมือ

“คิดหนีหรอ?” ไป๋หลีหัวเราะคิกคัก ปลายส้นสูงสะกิดลงบนพื้นเบาๆ ทั้งคนทั้งร่างดีดทะยานไปด้วยความเร็วที่ว่องไวยิ่งกว่านางพญามดทอง

ปัจจุบัน เหลือเพียงชิหลงที่ยืนงงงัน ปากอ้ากลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก เจ้าตัวกำลังสงสัยว่าตาของตนอาจกำลังมีปัญหาใช่หรือไม่?

เวลานี้ ยามเมื่อเขามองไปยังไป๋หลี จะสามารถมองเห็นถึงร่องรอยของความกลัวอย่างมิอาจปกปิดได้

ไป๋หลีร้ายกาจเกินไป!

“ผู้บัญชาการชิ คุณเป็นอะไรรึเปล่า?” บนอุปกรณ์สื่อสาร เสียงของฉินเฟิงดังขึ้น ที่เขาสามารถติดต่อกับชิหลงได้ เพราะก่อนหน้านี้ได้เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายท้องถิ่น ซึ่งตัวตนระดับสูงสามารถสื่อสารหากันได้

“เอ่อ ฉันยังสบายดี พอดีว่าแฟนของคุณ … มิสไป๋ได้ช่วยฉันเอาไว้” น้ำเสียงของเขาฟังดูลังเล เหมือนว่ายังไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่คาดฝันจริงๆ ว่าไป๋หลีจะทรงพลังถึงขนาดนี้

ฉินเฟิงมิได้ตื่นเต้นตกใจใดๆ มันคือสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้ก่อนแล้ว เพราะหากไป๋หลีไม่สามารถจัดการกับนางพญามดทองได้ มันคงกลายเป็นเรื่องตลก!

ไป๋หลีน่ะเป็นถึงราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล E ดังนั้นเธอย่อมทรงพลังยิ่งกว่านางพญามดทอง!

“งั้นก็ปล่อยให้ไป๋หลีจัดการเถอะ ส่วนผู้บัญชาการชิ ถ้าพักผ่อนเพียงพอ ขอให้มาช่วยสนับสนุนที่รังมดด้วย จำนวนของพวกมันมีมากเกินไป ตอนนี้พวกเลเวล G เริ่มล้มตายกันไปหลายคนแล้ว!”

“เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบกลับไป!”

“รับทราบ ผมจะรอคุณ”

ฉินเฟิงมองไปยังสงครามชุลมุนเบื้องหน้าเขา มดเหล็กดำเมื่อเห็นนางพญามดทองทะลวงฝ่าออกไป พวกมันก็ต้องการติดตาม นอกจากนี้ ยังมีนายพลสัตว์ร้ายบางตัวที่สามารถบินได้ สามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้เช่นกัน

เนื่องจากทุกคนที่ปิดล้อมที่นี่ ส่วนใหญ่แล้วเป็นเลเวล G ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขัดขวางสัตว์ร้ายเลเวล F จำนวนมหาศาลขนาดนี้

ภายใต้การกรีฑาทัพของมดเหล็กดำ ผู้ใช้พลังเลเวล G ถูกฉีกกระชากไม่แตกต่างไปจากเศษกระดาษ บ้างก็ถูกหัวกระแทกเข้าใส่จนกระดูกซี่โครงแตกเป็นเสี่ยงๆ ทิ่มแทงอวัยวะภายใน

สงครามสกัดกั้นในครั้งนี้ นับว่านองเลือดจริงๆ ฝูงชนจำนวนมากพยายามต่อสู้ดิ้นรนสุดกำลัง

ฉินเฟิงคอยสกัดกั้นอยู่ที่ทางแยก พรมโลกันต์ยังคงถูกปลดปล่อยออกไปอย่างต่อเนื่อง มีดกษัตริย์ครามโบกสะบัด สังหารนายพลสัตว์ร้ายที่กำลังบินว่อน แต่ก็ยังไม่อาจช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้

โชคดีที่ไม่นานเกินรอ ชิหลงก็ตามมาสมทบ

วูซซซ วูซซ วูซซซ วูซซ!

ห่ากระสุนสีแดงปะทุออก ยามปะทะระเบิดเปลวไฟลุกโชติช่วง อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นอย่างกระทันหัน

---กระสุนระเบิดไฟ!

ภายใต้ทะเลเพลิง มดเหล็กดำไหม้เกรียม กลายเป็นขี้เถ้าทันที

เมื่อมือปืนเลเวล E เปิดฉากลงมือ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้จริงๆ

แต่กระสุนเลเวล E ที่ทรงพลานุภาพย่อมมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว เกรงว่าสงครามในครั้งนี้ น่ากลัวว่าชิหลงอาจไม่สามารถกู้คืนทุนที่เสียไปของเขาได้!

รูนไฟกลายพันธุ์ของฉินเฟิงปะทุออก และถูกเรียกกลับคืนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มสงครามจนถึงปัจจุบัน กินเวลาไปแล้วก็หลายชั่วโมง และมันไม่เคยหยุดให้ได้พักหายใจเลย ฝั่งผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล G และ F ต่างทรมานจากการฝืนใช้พลังสมาธิของพวกเขาที่ไม่อาจปรับตัวได้ทัน ต้องปลีกตัวกลับไปยังสถานที่ปลอดภัย พักผ่อนเอาแรง และสลับสับเปลี่ยนกันต่อสู้

แต่ทุกคนที่ได้เห็นการต่อสู้ของฉินเฟิง ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คงมีเพียงปีศาจเท่านั้นถึงจะครอบครองความสามารถในการต่อสู้แบบนั้นได้

ฉินเฟิงสังหารมดเหล็กดำมากขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกว่าพละกำลังกายของตนเติบโต มันแกร่งขึ้น แกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากการกอบกู้กวาดล้างเมืองหานเป็นระยะเวลากว่า 10 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิงจึงได้ทะยานขึ้นไปถึงเลเวล F9 แล้ว

และในวันนี้ความแข็งแกร่งทางกายของเขายังคงเติบโตขึ้นไม่หยุด กระทั่งกระดูกยังทานทนยิ่งกว่าเดิมมากนัก และบนปราการรูปชามใหญ่ทั้งหมด ไม่รู้ว่ามีมดเหล็กดำตกตายไปแล้วกี่ตัว

ผสานไปกับมดเหล็กดำกลุ่มใหญ่ที่ถูกปืนใหญ่พลังงานของชิหลงระเบิดสลายหายไปเมื่อครู่ พลังพิเศษติดตัวของฉินเฟิงเลยสามารถกลืนกินพลังงานมาอีกล็อตหนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนสังหารมันก็ตาม

ราวกับมีปากใหญ่ที่มองไม่เห็น กำลังสูบกินพลังงานโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างร่างกายของฉินเฟิงไม่หยุดยั้ง

จนในที่สุด ฉินเฟิงก็รู้ได้เพียงร่างกายของเขากำลังสั่นเทา และอาการสั่นนี้ มันยังก่อให้เกิดคลื่นความผันผวน แผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา

และทุกผู้คนที่ได้สูดกลิ่นอายนี้ รู้สึกคล้ายกำลังถูกกดดันอย่างมิอาจต้านทาน

ภายใต้ความกดดันดังกล่าว ผู้ใช้พลังโดยรอบหันขวับมามองฉินเฟิงด้วยความประหลาดใจ ลมหายใจถึงขั้นติดขัด อดยืดหลังตรงเพื่อแสดงออกถึงความเคารพเทิดทูนไม่ได้

“เลเวล E !”

“มิสเตอร์ฉินตัดผ่านขอบเขตขึ้นสู่เลเวล E แล้ว!”

“นี่ใช่ไหม … ที่เรียกกันว่าความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดา?”

การต่อสู้เป็นตัวเร่งพัฒนาที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้แข็งแกร่งขึ้น หลายคนค้นพบว่า หลังจากการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง ตนเองจะแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนทักษะหรือพละกำลังกาย ก็ไม่อาจเทียบเท่าได้กับการใช้วิธีนี้

ผู้ที่ต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง จะสัมผัสได้ถึงความตายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

หลังจากมนุษย์ถูกฉีดยากระตุ้นแล้วต่อสู้เป็นเวลายาวนาน ร่างกายจะเกิดการเร่งเร้า  สร้างเอนไซม์ชนิดพิเศษที่ช่วยเสริมพัฒนาการขึ้น นั่นเองคือที่มีของความแข็งแกร่งนี้

อย่างไรก็ตาม การตัดผ่านเข้าสู่ขอบเขตใหม่ในระหว่างการต่อสู้ นับว่าน้อยครั้งนักที่จะเกิดขึ้นได้

แต่หลังจากที่ผู้คนมองไปยังซากศพมดเหล็กดำรอบกายฉินเฟิง พวกเขาต่างก็คิดเห็นเหมือนกัน ว่าที่ฉินเฟิงสามารถทำได้มิใช่เพราะโชคช่วยหรือเหตุบังเอิญ!

แต่นั่นเพราะเขาทุ่มเทมากพอ ฆ่าสังหารไปมากมาย!!

ดังนั้นความแข็งแกร่งของฉินเฟิงที่เพิ่มขึ้น มันคือผลรางวัลจากความพยายามทุ่มเทของเขา

ฉินเฟิงรับรู้ถึงพละกำลังภายในร่างกาย และอดไม่ได้ที่จะยิ้มด้วยความพอใจ

ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงเลเวล E ซักที!

ขณะเดียวกัน มดเหล็กดำในสนามรบ จำนวนของมันก็เริ่มถดถอยลงแล้ว ด้วยการสนับสนุนจากชิหลง ความเร็วในการกวาดล้างพุ่งสูงขึ้นจนฉุดไม่อยู่

ทว่าในทำนองเดียวกัน แม้มดเหล็กดำเลเวล F จะตกตายลงอย่างต่อเนื่อง และพลังงานของพวกมันถูกสูบกลืนมายังร่างของฉินเฟิงไม่หยุดหย่อน แต่ปริมาณที่จำเป็นต่อการยกระดับสู่เลเวลต่อไป มันกลับถดถอยลงเป็นอย่างมาก

นี่มิใช่หมายความว่าพลังงานเหล่านี้อ่อนแอ แต่ปัจจุบัน หากฉินเฟิงต้องการพัฒนาขีดความแข็งแกร่งของตนเอง เขาจำเป็นต้องสูบกลืนพลังงานที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม!

หลังจากเลเวล E เป็นต้นไป กระบวนการพัฒนาการจะยาวนานและเชื่องช้าลงเป็นอย่างมาก

บางคน อาจไม่สามารถทะยานขึ้นสู่เลเวล D ได้เลยตราบชั่วชีวิต

ในสถานชุมชนเฉิงเป่ย  ยากนักที่จะมีใครบางคนสามารถยกระดับขึ้นสู่เลเวล D ได้ นั่นเพราะข้อจำกัดทางด้านทรัพยากร และระยะเวลาที่พวกเขาต้องสูญเสียมันมากมายเกินไป!

กระบวนการนี้อาจกินเวลานับสิบปี!

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ใช้พลังในเลเวล E หลายคนเลยได้กลายเป็นตัวตนระดับสูงสุดของสถานชุมชนในหลายๆแห่ง ไม่ใช่เพราะพวกเขาแข็งแกร่งชนิดทรงพลัง แต่การยกระดับมันยากเย็นเกินไป

นี่เองที่บีบบังคับให้พวกเลเวลสูงๆมุ่งเน้นความสนใจไปยังเมืองอื่น เพื่อรับทรัพยากรสำหรับการยกระดับที่มากยิ่งกว่าเดิม

ผู้ใช้พลังที่สามารถทะยานขึ้นสู่เลเวล D คนล่าสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเขตเฉิงเป่ยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 8 ปี และสุดท้ายก็ออกจากเมืองเฉิงเป่ยไป

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงที่มาจากอนาคต เกรงว่าอีกไม่นานคงสามารถทำลายสถิตินี้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการยกระดับของฉินเฟิงน่ะไม่เหมือนกับคนอื่น!

กวาดมองไปยังสถานการณ์โดยรอบที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เป็นที่เรียบร้อย ก็ปรากฏเสียงดังกึกก้องมาจากในระยะไกล ร่างใหญ่โตสีทองร่วงกระแทกลงบนถนน เห็นได้ชัดว่ามันตัวใหญ่มาก แต่กลับให้ความรู้สึก ---ไม่ต่างไปจากตุ๊กตาที่พังแล้วเลย!!

เมื่อทุกคนมองไปยังร่างที่ใหญ่โต ทั้งหมดต่างสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัว กำลังคิดจะหันหลังวิ่งหลบหนีไป

แต่เมื่อได้ลองเพ่งมองดูดีๆอีกที จะค้นพบว่า ร่างใหญ่สีทองที่ว่าใกล้จะตายอยู่รอมร่อแล้ว!

ทั้งร่างของนางพญามดทองเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เปลือกที่เปรียบดั่งเกราะเหล็กกล้าสีทองอร่ามของมันเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เปิดเผยให้เห็นกระทั่งเนื้อสีขาวนวลราวหิมะที่อยู่ภายใน ดูน่าเอร็ดอร่อยเป็นอย่างยิ่ง

ไป๋หลีสวมรองเท้าส้นสูง เดรสกระโปรงยาวสีขาวเดินเข้ามาอย่างไม่สนโลก แต่ท่าทีที่ดูสงบ กลับทำให้สายตาของนางพญามดทองแสดงออกถึงความหวาดกลัว

ช่วงเวลาต่อมา นางพญามดทองก็คืบคลานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าไป๋หลี โค้งศีรษะลง คล้ายกำลังอ้อนวอนขอความเมตตา

ผู้คนที่เห็นฉากนี้ ต่างตะลึงงันจนแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง

พวกเขาจะไม่ทราบได้อย่างไรว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ในตอนนี้ สถานการณ์มันชัดเจนแล้ว

---นางพญามดทองได้ยอมศิโรราบต่อไป๋หลี!!

และในมือของไป๋หลีในขณะนี้ กำลังถือคู่ปีกอันละเอียดอ่อนราวปีกแมลงปอ ที่ยาวกว่า 3 เมตรอยู่

มันคือปีกของนางพญามดทองที่ถูกเด็ดออกไป!

จบบทที่ Ep.174 - ไป๋หลีลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว