เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.162 - หยั่งเชิง

Ep.162 - หยั่งเชิง

Ep.162 - หยั่งเชิง


2/6

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.162 - หยั่งเชิง

สุดท้ายหลิวซูก็อดร่วมภารกิจกับฉินเฟิง มีเพียงวังเฉินร่วมเดินทางกับเขาสู่สถานชุมชนเฉิงเป่ย เพื่อเตรียมรับภารกิจ

แน่นอนว่าวังเฉินได้รับของขวัญจากฉินเฟิง เป็นเกราะในที่ทำจากแม่พันธุ์แมงมุม

ของขวัญนี้ทำให้วังเฉินรู้สึกว่ามั่นใจมากขึ้นว่าตนตัดสินใจถูก : การติดตามฉินเฟิง นับว่าคุ้มค่า ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ

วันถัดมา ทุกคนที่ตั้งใจจะเดินทางสู่เมืองหาน ทั้งหมดมารอแต่เช้า โดยตำแหน่งที่รออยู่ห่างจากเมืองเฉิงเป่ยเป็นระยะทางกว่า 10 ไมล์

ระหว่างกำลังเฝ้ารอ

“นี่พวกเราก็มารอในทุ่งล่าตั้งนานแล้วนะ ทำไมพวกเขาถึงยังไม่มารับสักที ยิ่งช้ามันก็ยิ่งมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นไม่ใช่รึไง!” โจวฮ่าวขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่น่าจะมีปัญหาหรอก เพราะที่นี่ยังอยู่ภายในอาณาเขตของหน่วยรักษาการณ์” จางเทียนกล่าว

ในคราวนี้ ทางสถานชุมชนเฉิงเป่ยส่งกำลังพลไปเป็นจำนวนผู้ใช้พลังเลเวล G 300 คน และเลเวล F ราวๆ 10 คน และอื่นๆที่ยังไม่มีตราเลเวล G

จำนวนคนจากทางสถาบันระดับสูงก็ไม่น้อยเช่นกัน ทั้งสามชั้นปี มีผู้ใช้พลังเลเวล G กว่า 30 คน ที่สำคัญในบรรดาพวกเขา ยังมีแกนนำคนสำคัญรวมอยู่ด้วย!

“ฉินเฟิง ทำไมนายถึงมารอนั่งรวมกับพวกเราในชั้นธรรมดาล่ะ?” จ้าวหยูเอ่ยถามอย่างสงสัย “ได้ยินมาว่าเลเวล F จะได้นั่งในชั้นพิเศษที่มีห้องแยกออกไปนี่นา”

ฉินเฟิงพยักหน้าอย่างไม่แยแส “จะนั่งที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ ยังไงซะก็รถไฟขบวนเดียวกัน สุดท้ายก็ใช้เวลา 20 ชั่วโมงเท่ากันอยู่ดี”

ในครั้งที่ฉินเฟิงออกจากเมืองหานกลับสู่สถานชุมชนเฉิงเป่ย เขานั้นได้นำคนธรรมดาจำนวนมากเดินทางกลับมาด้วย จึงจำเป็นต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เลยใช้เวลาเดินทางอยู่หลายวัน  แต่ในครั้งนี้ เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกต่อไป

“หวอ~~~~”

จู่ๆเสียงไซเรนยาวก็ดังขึ้น นี่ฟังคล้ายเป็นเสียงกรีดร้องของสัตว์ร้าย เสียงของมันดังจนก่อให้เกิดคลื่นโซนิคบูมสั่นสะเทือน ส่งผลให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน

คลื่นเสียงดังกล่าว สามารถช่วยขับไล่สิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่า เลเวล E ไปได้

ช่วงเวลาต่อมา ยักษ์ใหญ่สีดำพลันปรากฏขึ้นบนเส้นขอบฟ้า ยามใกล้เข้ามา พบว่ามันมีความกว้างกว่า 10 เมตร  แต่กลับยาวจนไม่เห็นปลายสุด และกำลังขับเคลื่อนด้วยความสูงเหนือพื้นดิน 10 เมตร

--เป็นรถไฟล่องเวหา!

ตรงส่วนหัวจักรของรถไฟ สลักไว้ด้วยตราสัญลักษณ์หงส์ร่อนมังกรรำ

เป็นกลุ่มซ่งเฉิง!

กลุ่มซ่งเฉิง คือกลุ่มที่ยิ่งใหญ่พอจะเทียบเคียงได้กับกลุ่มหวันซ่ง ในแง่ของขนาดองค์กร แต่สินค้าหลักของพวกเขาคือรถไฟล่องเวหา

นี่คือช่วงโลกาวินาศ ที่ทุกหนแห่งถูกกลืนกินไปด้วยรอยแยกมิติ การสัญจรลำบากเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงขบวนรถไฟของกลุ่มซ่งเฉิงเท่านั้นที่สามารถข้ามฝ่าพื้นที่ทุ่งล่าในระยะไกลได้อย่างปลอดภัย

ไม่นาน ขบวนรถไฟล่องเวหาก็ลดความเร็วลง และจอดลงเบื้องหน้าฝูงชน

พวกที่แต่งกายด้วยชุดต่อสู้ นำพนักงานที่ส่วนใหญ่เป็นเลเวล F พากันลงจากรถไฟ

แม้มิได้เอ่ยวาจา เพียงยืนอยู่รอบๆ ก็สร้างความน่าพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง

พนักงานรถไฟ ประชาสัมพันธ์หญิงเลเวล G กวาดมองฝูงชนด้วยรอยยิ้ม

“สำหรับท่านที่เป็นผู้ใช้พลังเลเวล F กรุณาขึ้นรถไฟชั้น 1 เพื่อเข้าพักในห้องส่วนตัวของคุณ ส่วนท่านผู้ใช้พลังเลเวล G และคนที่เหลือเชิญขึ้นชั้นธรรมดา แล้วหาที่นั่งประจำที่”

เมื่อเสียงดังขึ้น ฝูงชนจึงค่อยได้สติจากอาการตกตะลึง แล้วทยอยกันก้าวขึ้นไปบนรถไฟ

โจวฮ่าวเดินข้างๆฉินเฟิงและกล่าว “เฮ้ นายเพิ่งไปทดสอบรับรองเลเวล F มาใช่ไหม แล้วทำไมถึงไม่ติดมันล่ะ?”

แม้ปัจจุบันฉินเฟิงจะแข็งแกร่ง แต่เขากลับยังคงสวมโลโก้ผู้ใช้พลังเลเวล G กระทั่งไป๋หลีเองก็ยังไม่สวมมัน แต่แน่นอน ว่ายังมีคนอีกมากมายที่ไม่ติดตราโลโก้เหมือนไป๋หลี เพราะพวกทั้งหมดต้องการไปเมืองหาน เพื่อเข้าทดสอบรับตราโลโก้นี่แหละ!

ฉินเฟิงยังไม่ทันเอ่ยปาก เจ้าหน้าที่รถไฟก็มองมาทางเขา และชิงเอ่ยเสียก่อน “คุณคือมิสเตอร์ฉินใช่ไหม? ทางเราได้จัดห้องเตียงคู่ไว้เป็นพิเศษสำหรับคุณแล้ว โปรดเชิญทางนี้”

ฉินเฟิงเลิกคิ้ว เขาไม่คิดว่าหน่วยข่าวกรองของกลุ่มซ่งเฉิงจะทำงานขยันถึงขนาดนี้ ถึงขั้นรู้มาก่อนล่วงหน้าว่าตนจะเข้าร่วมภารกิจเมืองหาน ดังนั้นจึงจัดเตรียมห้องพักไว้เป็นพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ฉินเฟิง

“อ่า … ก็ได้!” ฉินเฟิงไม่ต้องการให้ไป๋หลีลำบากนั่งบนรถบัสศึกเป็นเวลานาน ดังนั้นเขาจึงเดินตามอีกฝ่ายขึ้นขบวนแรกไป

นักเรียนคนอื่นๆมองตามด้วยความอิจฉา

และในบรรดาพวกที่อิจฉา มีอยู่คนหนึ่งที่อิจฉาจนดวงตาลุกเป็นไฟ!

มิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นเกาหลิงฮาน!

เกาหลิงฮานเองก็ได้ทดสอบรับรองว่าเป็นผู้ใช้พลังเลเวล F เช่นกัน แน่นอนว่าเกาหลิงฮานไม่ได้อิจฉาที่ฉินเฟิงได้ขึ้นขบวนชั้น 1  แต่อิจฉาตรงที่ฉินเฟิงกลายเป็นจุดเด่น เป็นเป้าสายตาของทุกคนต่างหาก

ตั้งแต่ที่ได้เจอกับฉินเฟิงคนนี้ ทุกเสียงที่ลอยเข้ามาในหูของเกาหลิงฮาน ล้วนมีแต่คำสรรเสริญฉินเฟิง สิ่งนี้ทำให้เกาหลิงฮานซึ่งคิดว่าตนเป็นอัจฉริยะมาโดยตลอด รู้สึกไม่อึดอัด ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ทุกคนทยอยกันขึ้นรถไฟ ไม่มีใครสนใจสีหน้าของเกาหลิงฮาน เจ้าตัวทำได้เพียงกลั้นหายใจ เริ่มก้าวตามคนอื่นๆไป

ระหว่างเดินนำฉินเฟิง พนักงานก็เอ่ยกับเขา

“มิสเตอร์ฉิน ฉันชื่อว่าตันหยู เป็นสมาชิกของกลุ่มซ่งเฉิง ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยพบกับมิสเตอร์ฉินมาก่อน ไม่น่าเชื่อเลยว่ามิสเตอร์ฉินจะยังเด็กถึงขนาดนี้”

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจางๆ “มิสเตอร์ตัน คุณเรียกผมว่าฉินเฟิงเฉยๆก็ดี”

“ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นคุณก็ห้ามเรียกฉันว่ามิสเตอร์ตันเหมือนกัน ตกลงไหม?”

ทั้งสองสนทนากัน และเริ่มเกิดความคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว

“ฉันเคยได้ยินมาว่าคุณฉินสามารถชนะติดต่อกันได้ถึง 20 ครั้งในศูนย์ประลองเมืองเฉิงหยาง ฉันรู้ว่าคุณทรงพลัง แต่ไม่คิดว่าจะเด็กถึงขนาดนี้ ฉันเชื่อสุดหัวใจว่าในอนาคตคุณจะเติบใหญ่กลายเป็นยอดคน แต่ว่านะ ยอดคนที่ว่าน่ะต้องการทรัพยากรมหาศาล … ฉันเลยอยากจะขอถามว่าคุณสนใจเข้าร่วมกับกลุ่มซ่งเฉิงของพวกเราไหม?”

ตันหยูหยั่งเชิง ลองยื่นกิ่งไม้ออกไปทดสอบดูว่าอีกฝ่ายจะคว้าจับเอาไว้หรือไม่

แต่ฉินเฟิงกลับส่ายหัวและกล่าว “ตอนนี้ผมไม่สามารถเข้าร่วมด้วยได้ คุณเองก็รู้ ว่าผมมีสถานชุมชนเป็นของตัวเอง และสถานชุมชนที่ว่าอย่างน้อยในตอนนี้ยังตกอยู่ภายใต้สังกัดเมืองเฉิงหยาง”

เหนือเมืองเฉิงหยาง ยังคงมีกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ซึ่งตรงส่วนนี้ค่อนข้างซับซ้อน แม้กลุ่มซ่งเฉิงจะทรงพลัง แต่ก็ไม่ได้มีสถานชุมชนเป็นของตนเอง จำเป็นต้องอาศัยการดำรงอยู่ของสถานชุมชนอื่น

ตันหยูแม้ถูกปฏิเสธก็ดูไม่ผิดหวังอะไร

“เข้าใจแล้ว แต่ถ้ามีปัญหาอะไร คุณสามารถติดต่อกับฉันได้ทันที พวกเราจะได้ช่วยเหลือกันและกัน!”

ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนเบอร์อุปกรณ์สื่อสาร ตันหยูเลิกชักชวนอีกต่อไป เขาหันมาขอคำชี้แนะเรื่องกระบวนท่าวรยุทธโบราณแทน

เมื่อได้จังหวะเหมาะ ตันหยูก็ชิงเอ่ยถาม “ฉินเฟิง กำลังภายในของคุณแข็งแกร่งในระดับคงกระพัน ไม่ทราบว่าคุณกำลังฝึกฝนทักษะกำลังภายในอะไรอยู่หรือ ทำไมมันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้!”

สีหน้าของฉินเฟิงเรียบเฉย เขาเพียงยิ้มมุมปากและกล่าว “เป็นทักษะกำลังภายในที่ค้นพบโดยบังเอิญ มันสามารถฝึกฝนได้สูงสุดถึงเลเวล B นี่เองคือเหตุผลที่ผมสามารถยกระดับได้อย่างรวดเร็ว และระเบิดกำลังภายในได้อย่างมหาศาลในทุกๆครั้ง”

ดวงตาของตันหยูเปล่งประกาย

“ทักษะฝึกฝนเลเวล B อย่างงั้นหรอ? ร้ายกาจ! ว่าแต่ทักษะที่ว่า ตอนนี้ได้รับการเผยแพร่แล้วหรือยัง? ถ้ามีแล้วจะซื้อได้ที่ไหน?”

สำหรับผู้ใช้พลังเลเวล F มันเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกฝนทักษะเลเวล B อย่างไรก็ตาม ทักษะขั้นสูงบางอย่างก็มีการซื้อขายกันในเครือข่ายนักสู้ และมูลค่าของมันสูงเทียมฟ้า

“ยังไม่ได้มีการเผยแพร่” ฉินเฟิงกล่าว

“ถ้าอย่างนั้นนะฉินเฟิง คุณก็เป็นคนที่โชคดีมากที่ได้ครอบครองทักษะฝึกฝนนี้ แต่เมื่อไหร่ที่คุณมีทรัพยากรไม่เพียงพอ แล้วสนใจที่จะขายมัน ได้โปรดอย่าลืมที่จะติดต่อฉัน!” ตันหยูกล่าว

ฉินเฟิงหัวเราะ เขาผงกศีรษะตกลงเล็กน้อย ตันหยูนี่ทำตัวเหมือนกับงูโดยแท้ ระหว่างสนทนายังไม่วายวกมาฉกหยั่งเชิงเขาหลายครั้งหลายครา

เฝ้ารอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินออกจากห้องไป บัดนี้ใบหน้าของฉินเฟิงกลับมาไร้อารมณ์ดังเดิม

“ที่รักของฉันช่างแข็งแกร่ง พรสวรรค์เลิศเลอจนกระตุ้นความอิจฉาของผู้คน” ไป๋หลีแซว

ฉินเฟิงเองก็ทราบดีเหมือนที่ไป๋หลีกล่าว เขาเปล่งประกายสะดุดตาเกินไป ทำให้ใครบางคนต้องเบนความสนใจมาเหลียวมอง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ช่วงเวลาที่ปลุกพลังให้ตื่นขึ้น มันผ่านมาได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น แต่เขากลับยกระดับมาถึงเลเวล F6 ไหนจะครอบครองกำลังภายในระดับคงกระพัน เลยเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะพาลคิดกันไปว่า นี่เป็นเพราะทักษะฝึกฝนกำลังภายในของฉินเฟิง ที่ทรงอำนาจชนิดต่อต้านสวรรค์

ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณทักษะลับกลืนดารา ยังไงก็ตาม ทักษะดังกล่าวไม่สมควรถูกเผยแพร่ หรือปล่อยให้เล็ดลอดออกไป

“โชคดีจริงๆที่ในชีวิตนี้ ทักษะลับกลืนดาราตกอยู่ในมือของฉัน ไม่ได้หลุดไปอยู่ในมือคนชั่วร้าย!”

จบบทที่ Ep.162 - หยั่งเชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว