เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.160 - การทดสอบผู้ใช้พลังเลเวล F

Ep.160 - การทดสอบผู้ใช้พลังเลเวล F

Ep.160 - การทดสอบผู้ใช้พลังเลเวล F


2/2

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.160 - การทดสอบผู้ใช้พลังเลเวล F

ฉินเฟิงกระทืบเบรก หยุดรถศึกล่องเวหาของเขา

แม้กลุ่มคนที่กำลังไล่ตามมา จะไม่เข้าใจว่าทำไมฉินเฟิงถึงคิดหาที่ตาย แต่ทั้งสามก็กระโจนออกจากรถ เข้าโอบล้อมรถล่องเวหาอย่างรวดเร็ว

ฉินเฟิงเปิดประตูลงจากรถล่องเวหา ไป๋หลีเองก็เดินตามลงมาเช่นกัน

ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม แต่จู่ๆเลเวล E ทั้งสามคล้ายเย็นสันหลังวาบ ราวกับถูกจับจ้องโดยสัตว์ร้ายขนาดยักษ์

“จัดการซะ แต่อย่าทำให้รถศึกสกปรกล่ะ”

ฉินเฟิงเอ่ยปาก เปล่งน้ำเสียงแผ่วเบา

ทั้งสามที่กำลังปิดล้อมเบิกตากว้างทันใด พวกเขาไม่เข้าใจทำไมฉินเฟิงเอ่ยประโยคนี้ออกมา อันที่จริง ที่ต้องเอ่ยสมควรเป็นคำขอความเมตตามิใช่หรือ?

ทว่ายังไม่ทันขบคิด ตีโจทย์ให้แตก รู้สึกตัวอีกที รังสีแสงสีเงินก็สว่างวาบลงบนตัวของพวกเขาแล้ว

วินาทีต่อมา คล้ายจิตมิอาจควบคุมกาย ทั้งหมดจู่ๆก็ล้มครืนอย่างไม่อาจฝืนยืน

“อ๊าาาา!”

ทั้งสามกรีดร้องน่าสังเวชขึ้นพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่อยากจะเชื่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

นี่มัน … มัน … มันเป็นไปได้อย่างไร!!?

สองแขน … สองขาของพวกเขา ถูกตัดสะบั้นลงอย่างกระทันหัน!

ตัดแยกจากลำตัวโดยสิ้นเชิง โดยที่พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือของใคร

แต่ในขณะนั้นเอง ฉินเฟิงเยาะหยันเย็นชา “ไม่คิดเลย ทั้งๆที่ฉันกำลังจะกลับไปแล้วแท้ๆ แต่ทางตระกูลซินยังไม่วายมอบของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณในเลเวล E กว่า 3 คน ไม่เลว! ไม่เลวเลย!!”

ฉินเฟิงย่อตัวลง ยื่นมือออกไป วางลงบนตันเถียนของผู้ใช้วรยุทธโบราณคนหนึ่ง

“ทักษะลับกลืนดารา”

กำลังภายในถูกสูบกลืนมาอย่างบ้าคลั่ง!

“อ๊า! กำลังภายในของฉัน!” อาวุโสตระกูลซินกรีดร้อง ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า

กำลังภายในหลั่งไหลออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง … กำลังภายในที่เขาเฝ้าฝึกฝนมันมาตลอดทั้งช่วงชีวิต 40 ปี!

แน่นอน ว่าต่อให้มีกำลังภายในมากเพียงใด แต่หากถูกตัดทิ้งทั้งแขนขา เก่งแค่ไหนก็ไม่พ้นมีสภาพไม่ต่างไปจากคนพิการ!

ฉินเฟิงไม่ปราณีใดๆ ดูดกลืนเสร็จสิ้นก็ฉกฝ่ามือออกไป ตะปบเข้าใส่ลำคอของศัตรูทันที

ส่งอีกฝ่ายลงสู่ความตาย!

แล้วเขาก็ทำแบบเดียวกันกับอีก 2 คน

“เปลวไฟเอ๋ย จงลุกโหม!”

เพลิงโลกันต์ตกลงบนศพของทั้งสาม แผดเผาจนหลงเหลือแค่อุปกรณ์รูนมิติที่ยังไม่ถูกทำลาย ฉินเฟิงเก็บอุปกรณ์รูนมิติของทั้งสาม นี่ถือว่าเป็นโชคหล่นทับ

“ไปกันเถอะ” ฉินเฟิงก้าวขึ้นไปนั่งในรถ ไป๋หลีเดินตามขึ้นไปนั่งอย่างว่าง่าย อากัปกริยาแช่มช้อย คล้ายสายลมบางเบา เมฆลอยคลอต่ำ ราวกับว่าไม่ใช่ตัวเธอคนเดิม

จังหวะที่สามารถตัดแขนขาของผู้ใช้พลังเลเวล E ได้ในพริบตา นั่นคืออบิลิตี้มิติของไป๋หลี

ในความเป็นจริง อบิลิตี้ดังกล่าว หากเตรียมการรับมือเอาไว้ล่วงหน้า ก็ยังพอที่จะป้องกันได้ แต่ใครมันจะไปทันคิด … ว่าเด็กสาวบอบบางที่ครอบครองใบหน้างามล่มเมือง ที่แท้จะเป็นสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์เลเวล E!

บนรถ ฉินเฟิงเปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ส่วนเจ้าตัวนั่งขวาทับซ้าย เริ่มควบรวมกำลังภายใน การต่อสู้ในครั้งนี้ส่งผลให้กลุ่มหมอกกำลังภายในของเขาเพิ่มขึ้นอีกกว่า 10 กลุ่ม

“ตอนนี้ในตันเถียนมีทั้งหมด 83 กลุ่มหมอกแล้ว ถ้าอ้างอิงตามตอนยกระดับจาก G มา F ที่ตันเถียนรองรับได้สูงสุด 10 เท่า งั้นก็เหลืออีกแค่ 17 หมอกกำลังภายใน ฉันก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล E”

ฉินเฟิงกำลังขบคิด ว่ากลุ่มหมอกที่เหลืออยู่ เขาจะไปหามันมาจากที่ไหนดี!

กลับไปยังสถานชุมชนเฉิงเป่ย แล้วแลกเปลี่ยนเม็ดยาฟ้าฟื้นจะดีไหมนะ? เพราะยานั่นสามารถช่วยเพิ่มพูนกำลังภายในได้อย่างรวดเร็ว แต่มันคือสินค้าสำหรับต่อสู้ ในยามที่ไม่เกิดสงคราม เกรงว่าคงไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนมากได้

“และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ น่ากลัวว่ากระทั่งเจิ้งหยางเองก็จะขัดขวางฉัน!”

เพราะปัจจุบัน ฉินเฟิงได้ทะยานขึ้นมาเป็นผู้ใช้วรยุธโบราณในเลเวล F7 แล้ว

และกำลังจะไปเหยียบขอบเขตเลเวล E ในอีกไม่นาน ซึ่งสำหรับเจิ้งหยาง นั่นถือเป็นภัยคุกคาม

ดังนั้น ตัวเลือกที่จะขอแลกเปลี่ยนเม็ดยาฟ้าฟื้น เกรงว่าคงไม่สามารถทำได้ในสถานชุมชนเฉิงเป่ย

“ถ้าอย่างงั้น ไปอีกที่นึงก็จบเรื่องแล้ว!”

ฉินเฟิงกำหนดเป้าหมายใหม่---

---เมืองฟูเฉิง!

เมืองที่เขาเคยเดินทางในฐานะทหารรับจ้าง นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เดียวที่ฉินเฟิงได้รับเบาะแสเกี่ยวกับองค์กรมืด

….

รถศึกของฉินเฟิงขับเคลื่อนเข้าสู่สถานชุมชนเฉิงเป่ย บนตึกสูง ป้ายโฆษณาและจอทีวีถูกเปลี่ยนแปลงเนื้อหาใหม่เป็น--

--【ปฏิบัติการร่วมกู้คืนเมืองหาน!】

วิสัยทัศน์ของฉินเฟิงติดตรึงอยู่กับมันทันที เขาชะลอความเร็วรถศึกลง และอ่านข้อความข้างบน

แม้ว่าเมืองหานจะอยู่ภายในอาณาเขตของเมืองฟูเฉิง แต่มันก็อยู่ไม่ไกลจากสถานชุมชนเฉิงเป่ย ฉะนั้นในเมื่อเกิดสงครามขึ้น มันจึงถูกประกาศขอความช่วยเหลือ พร้อมตั้งรางวัลเอาไว้มากมาย

นอกจากนี้ ในสถานที่ดังกล่าวยังเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายจำนวนมาก นี่นับว่าเป็นตัวชูโรงชั้นดี อย่างเช่น หากคนที่กำลังทดสอบการรับรองผู้ใช้พลังต้องการไปที่นั่น พวกเขาจะได้รับข้อยกเว้น ลดจำนวนสังหารสัตว์ร้ายลงเป็นพิเศษ ถึง 20 เปอร์เซ็น!

อย่างเฉพาะเลเวล G จากปกติที่ใช้เวลา 3 วันในการสังหาร 300 สัตว์ร้าย แต่หากร่วมสงครามกับเมืองหาน ขอเพียงฆ่าแมลงสัตว์ร้ายแค่ 240 ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์!

“เห? น่าไปเที่ยวเหมือนกันนี่นา”

ในความทรงจำของฉินเฟิง ช่วงเวลานี้ ไม่ได้มีเหตุการณ์สำคัญใดๆเกิดขึ้น สิ่งเดียวที่จำได้ น่าจะเป็นการกู้คืนเมืองหาน

ท้ายที่สุดแล้ว หากต้องการทะยานขึ้นสู่เลเวล E ฉินเฟิงจำเป็นต้องยกระดับตนเองโดยผ่านทางพลังพิเศษกลืนกิน เขาต้องไปให้ไกลกว่านี้ ไปยังสถานที่ล่าซึ่งอันตรายยิ่งกว่ามาก

และเมืองฟูเฉิงก็เป็นตัวเลือกที่ดี!

เมื่อกำหนดเป้าหมายได้แล้ว ฉินเฟิงก็ขับรถล่องเวหาไปยังโถงรับรองผู้ใช้พลัง

ฉินเฟิงสวมใส่ชุดรบที่ดูหรูหรา ส่วนไป๋หลีใส่เดรสยาว ผสานไปกับใบหน้าที่งามล่มเมือง การปรากฏตัวของทั้งสองจึงดึงดูดสายตาของทุกคนทันที

แต่ในไม่ช้า ดวงตาของพวกเขาก็แข็งค้าง และเร่งก้มศีรษะลง

“นั่นฉินเฟิง!”

“ผู้ว่าการสถานชุมชนเฟิงหลี”

“เขามาที่นี่ทำไมกัน?”

“เจ้าโง่ ต่อให้เป็นผู้ว่าการ แต่ถ้ามาที่นี่ก็คงไม่พ้นเรื่องขอรับรองการยกระดับนั่นแหละ!”

ฝูงชนที่มองมาทางฉินเฟิง ทั้งหมดต่างแสดงออกถึงความระแวดระวังและเคารพ

เลเวล F สำหรับสถานชุมชนทางตอนเหนือก็เปรียบดั่งแม่ทัพที่กุมอำนาจอันยิ่งใหญ่แล้ว นับประสาอะไรกับฉินเฟิงที่เป็นถึงผู้ว่าการ!

มีกระทั่งบางส่วนที่เริ่มเหงื่อแตกพลั่ก

เพราะเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ในตอนที่ฉินเฟิงเข้ามาที่นี่เพื่อขอโลโก้รับรองผู้ใช้พลังเลเวล G บางคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหรือตัวแทนองค์กร ที่เฝ้าอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี ได้เผลอไปล่วงเกินเขา

แต่ใครมันจะไปคิดกัน ว่าในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ฉินเฟิงจะสามารถทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าการได้

“ฉันขอเข้าทดสอบรับรองเป็นผู้ใช้พลังเลเวล F แล้วก็รบกวนช่วยตรวจสอบความสามารถในเลเวล F ของเธอด้วย …”

ฉินเฟิงกล่าวกับแผนกต้อนรับ เขายื่นเรื่องขอข้ามขั้นจากโลโก้เลเวล G ขึ้นสู่เลเวล F โดยตรง

หลังจากยืนยันสถานะ ฉินเฟิงและไป๋หลีก็เดินมาถึงเบื้องหน้าของเครื่องมือทดสอบ

“หมายเลข 413 กรุณาเข้ารับการทดสอบพลังโจมตีด้วย”

ฉินเฟิงก้าวออกไปข้างหน้า

การทดสอบแรกของเลเวล F จำเป็นต้องได้คะแนนทดสอบมากกว่า 5,000 ถึงจะถือว่าผ่าน และจำนวนดังกล่าว ต้องใช้กำลังภายในอีดฉีดลงไปถึงจะทำได้

ฉินเฟิงระเบิดกำปั้น กระแทกเข้าใส่เครื่องทดสอบโดยตรง

ป้งงง!

“ผลการทดสอบพลังโจมตีของคุณ : 5,001!”

ตัวเลขที่เกิดจากผลทดสอบอย่างแม่นยำของเครื่องทดสอบปรากฏขึ้น และฉินเฟิงผ่านการทดสอบอย่างไม่ต้องสงสัย

แน่นอน การทดสอบนี้ เขาไม่ได้ใช้กำลังภายใน มิฉะนั้นเกรงว่าตัวเลขคงจะมหาศาลยิ่งกว่านี้

หลังการทดสอบของฉินเฟิง ก็มาถึงคราวทดสอบของไป๋หลี

“มานี่สิไป๋หลี แต่ขอบอกก่อนนะ ว่าอย่าได้ชกแรงจนเกินไป!” ฉินเฟิงกล่าว

“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว” ไป๋หลีพยักหน้า เมื่อได้รับคำสั่งจากฉินเฟิงไม่ให้ตีแรงจนเกินไป ดังนั้นเธอจึงยื่นนิ้วออกไปสะกิดมันเบาๆ

วัสดุบนเครื่องมือทดสอบยุบตัวลงไปทันที เป็นหลุมจมลงไปคล้ายกับถูกแทง

ในพริบตา ตัวเลขคะแนนทดสอบก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

“ผลการทดสอบพลังโจมตีของคุณ : 10,040!”

ทันใดนั้นตลอดทั้งโถงบังเกิดเสียงอื้ออึง กลายเป็นโกลาหล

10,000 แต้มคะแนน!!

นั่นเกือบจะเป็นพลังโจมตีที่มีเพียงเลเวล F9 เท่านั้นถึงจะครอบครองได้!

หลายคนยกมือขึ้นขยี้ตา คล้ายไม่อยากจะเชื่อ เพราะเมื่อครู่ ไป๋หลีเพียงสะกิดเบาๆเท่านั้น

มุมปากของฉินเฟิงชักกระตุก แต่ยังมีการทดสอบที่เหลือรออยู่ ดังนั้นเขาจึงเร่งพาไป๋หลีไปทำการทดสอบอย่างอื่นต่อให้มันจบๆไปอย่างรวดเร็ว

ผลลัพธ์แตกต่างจากฉินเฟิงที่เก็บงำความแข็งแกร่งเอาไว้ ไป๋หลีไม่ทราบว่าเลขเหล่านั้นเป็นตัวแทนของอะไร เดิมฉินเฟิงกลัวว่าไป๋หลีจะเผยพลังออกมาน้อยเกินไปจนไม่ผ่านการทดสอบ

อย่างไรก็ตาม ไป๋หลีคือราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล E ส่งผลให้แม้จะเผยความแข็งแกร่งออกมาเพียงน้อยนิด แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเครื่องมือทดสอบเกือบระเบิด!

ด้วยเหตุนี้เอง ในวันเดียวกัน ข่าวเรื่องผู้ว่าการเขตเฟิงหลี ได้นำเด็กสาวที่ทรงพลังมาเข้ารับการทดสอบ จึงแพร่กระจายออกไปราวกับไฟลามทุ่ง

จบบทที่ Ep.160 - การทดสอบผู้ใช้พลังเลเวล F

คัดลอกลิงก์แล้ว