เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.150 - สังเวียนเมืองเฉิงหยาง

Ep.150 - สังเวียนเมืองเฉิงหยาง

Ep.150 - สังเวียนเมืองเฉิงหยาง


1/5

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.150 - สังเวียนเมืองเฉิงหยาง

“สังเวียนต่อสู้งั้นหรอ? งั้นผลจะเป็นหรือตายก็ไม่มีความผิดใช่ไหม?” ฉินเฟิงแสยะยิ้ม

ซินเจี่ยเซิงรู้สึกหงุดหงิดใจกับคำตอบที่คล้ายบ่งบอกถึงความไม่หวั่นเกรงของอีกฝ่าย

“ใช่ ผลจะเป็นหรือตายก็ไม่มีความผิด!”

“ยอดเยี่ยม งั้นนำทางฉันไปได้เลย!”

ฉินเฟิงตอบตกลงทันที ตรงกันข้าม กลับมีท่าทีแสดงออกถึงความสุขด้วยซ้ำ

“คุณผู้จัดการ ช่วยคิดเงินค่าเสื้อแฟนของผมด้วย”

“มิสเตอร์โปรดรอสักครู่”

เป็นธรรมดาที่ผู้จัดการจะหวังให้ทั้งสองคนนี้จากไปโดยเร็ว เขาวิ่งไปสรุปค่าใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

เห็นฉากตรงหน้า ซินเจี่ยเซิงยิ้มหยันและกล่าว “จ่ายไปก็เท่านั้น เพราะหลังจากนี้ไป น้องสาวคนสวยจะเป็นของฉัน และฉันจะซื้อทุกอย่างให้กับเธอเอง! ส่วนไอ้พวกขยะที่แกซื้อให้ ฉันจะไม่ยอมให้เธอสวมใส่มันเด็ดขาด!”

ฉินเฟิงหัวเราะคำหนึ่ง

“คิดล่วงหน้ามากไป ระวังจะไม่เป็นเหมือนที่หวังล่ะ”

ว่าจบ ฉินเฟิงก็โบกมือ เก็บเสื้อผ้าทุกชิ้นใส่ลงในอุปกรณ์รูนของตนเอง แล้วเดินออกสู่ภายนอก

ซินเจี่ยเซิงก็เดินตามออกไปเช่นกัน ก่อนจะกระโดดข้ามประตูไปนั่งลงบนรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ดูหรูหรา

แน่นอนว่ามันคือรถศึกล่องเวหา

ตรงกันข้าม แม้ออกสู่ภายนอกแล้ว แต่ฉินเฟิงก็ยังยืนนิ่งอยู่ข้างถนน ฉากนี้ไม่ว่าใครเห็น ก็พอจะนึกออกว่าเขาคงไม่มีรถศึกเป็นของตัวเอง

ซินเจี่ยเซิงอดไม่ได้ที่จะพูดแขวะ “เป็นอะไรไป? กระทั่งรถศึกก็ยั--”

ทว่าผ่านไปเพียงครึ่งประโยค --โครม!

ในสายตาของเขา เห็นแค่เพียงฉินเฟิงยกมือและกวาดออกไป รถล่องเวหาคันหนึ่งปรากฏขึ้นในทันที

ภาพตรงหน้าทำให้ซินเจี่ยเซิงต้องกลืนประโยคครึ่งหลังลง เรียกได้ว่าหุบปากลงกระทันหันจนเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง

แน่นอน ประเด็นสำคัญที่ทำให้เขาตกใจ มิใช่รถล่องเวหาที่ดูหรูหราของฉินเฟิง หากแต่เป็นอุปกรณ์มิติที่ใช้เก็บมันต่างหาก!

รถศึกคันนี้ หากจะเก็บมัน อย่างน้อยก็ต้องใช้อุปกรณ์รูนที่มีพื้นที่มิติขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร … นี่นับเป็นเงินมากมายแค่ไหนกัน?

นั่นมันมากยิ่งกว่าราคาของรถศึกล่องเวหาตั้งหลายเท่า! และยังเป็นสิ่งที่กระทั่งซินเจี่ยเซิงก็ยังไม่มีไว้ในครอบครอง!

“อึ้งอะไรอยู่? นำทางไปซักที!” ฉินเฟิงกล่าวพลางยื่นมือออกไปดีดนิ้วเรียกสติดังเป๊าะ

เมื่อถูกกระทำราวกับเป็นคนใช้ ความโกรธของซินเจี่ยเซิงยิ่งเดือดพล่านเป็นเท่าทวี

“ไอ้เด็กเปรต ทำเป็นหยิ่งทะนงไปก่อนเถอะ เอาไว้พอถึงสังเวียนต่อสู้เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงของแก หรืออุปกรณ์มิติ ทุกสิ่งจะตกเป็นของบิดา!” ดวงตาของซินเจี่ยเซิงสาดประกายกร้าวด้วยความโลภ

รถศึกลอยขึ้นไปในอากาศ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่ง ฉินเฟิงที่กำลังขับตามหลังอีกฝ่าย ในหัวใจขบคิดว่าจะทำอย่างไรถึงสามารถได้รับผลประโยชน์จากการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นมากที่สุด

เพราะสถานที่ที่กำลังไปจะคือสังเวียนของเมืองเฉิงหยาง!

เพียงได้ยินชื่อ ก็อยากจะเห็นมันด้วยตาตัวเองแล้ว!

สถานที่ดังกล่าว ก็เหมือนกันกับเวทีประลองใต้ดินของเมืองเฉิงเป่ย เป็นสังเวียนสำหรับต่อสู้ของผู้ใช้พลัง ทว่ามันมิได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจมืด ที่แห่งนี้คือสถานที่บันเทิงสำหรับคนรวยอย่างแท้จริง กล่าวได้ว่าเป็นทางการยิ่งกว่า

เป็นสังเวียนต่อสู้สำหรับผู้ใช้พลังโดยเฉพาะ! และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ศูนย์ประลองผู้ใช้พลังประจำเมืองเฉิงหยาง

ทีนี่แม้ไม่ใช่สถานที่สำหรับนองเลือด แต่กระนั้นอัตราการเสียชีวิตก็ยังเป็นไปได้สูง

ทั้งหมดก็เพราะสังเวียนต่อสู้ แท้จริงแล้วมักจะถูกใช้ไปกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายใน กระทั่งสี่ตระกูลใหญ่ก็ยังปล่อยให้พวกรุ่นลูกรุ่นหลานต่อสู้กันเองในสังเวียนแห่งนี้ทุกปี และเบื้องบนจะไม่สอดมือเข้ามาก้าวก่าย นอกจากนี้มันยังช่วยให้พวกรุ่นลูกหลานได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

แต่ในบางครั้ง ความขัดแย้งบางอย่าง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข ดังนั้นการลงนามเป็นตายไม่เกี่ยงในสังเวียน จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติ

บนรถ ฉินเฟิงกำลังคิดถึงเรื่องกำลังภายในที่ไม่ก้าวหน้ามาสักพักแล้วในช่วงนี้ แต่น่ากลัวว่าวันนี้คงถึงเวลาที่ตนจะได้ยกระดับมันเสียที!

ขณะเดียวกัน ไป๋หลีที่นั่งอยู่ข้างๆกำลังทำหน้ามุ่ย “ทำไมถึงต้องสู้อีกแล้ว ยังเลือกชุดไม่เต็มอิ่มเลย!”

ฉินเฟิงหันไปแล้วทำหน้ายิ้มๆ “ก็ไม่ใช่เพราะเพื่อเธอรึไง?”

ไป๋หลีงงงันไปในตอนแรก แต่สักพักก็เริ่มเข้าใจ

“อ๋อ ทั้งสองคนคิดจะต่อสู้กันเพื่อสิทธิ์ในการมีลูกกับฉันใช่ไหม? แต่ฉันยังเด็กอยู่เลยนะ!”

มือของฉินเฟิงกระตุกวูบ เผลอปัดพวงมาลัยจนรถเกือบไหลพุ่งชนตึกข้างทาง แต่เขาก็หักกลับมาอย่างรวดเร็ว และเปิดโหมดขับขี่อัตโนมัติ ก่อนจะยื่นมือออกไป วางลงบนผมสีขาวเงินของไป๋หลีแล้วขยี้เบาๆ

“เธอยังเด็กจริงๆนั่นแหละ ฉะนั้นเด็กๆคงไม่รู้เรื่องรู้ราวมากนักหรอกใช่ไหม?”

ไป๋หลีถลึงตามองฉินเฟิง เปิดปากอย่างไม่พอใจ “รู้สิ! ว่าสังเวียนที่กำลังจะไป มันคือสถานที่สำหรับต่อสู้ และตัวเราเผ่าจิ้งจอกเงินน่ะ ตลอดชีวิตจะสามารถมีคู่ชีวิตได้คนเดียว ผู้คนเลยหมายจะยื้อแย่งเป็นธรรมดา แต่นั่นหมายความว่าผู้แพ้จะต้องถูกทุบตีจนตายไม่ใช่หรือ คิดว่าเรื่องนี้ฉันไม่รู้รึไง!?”

‘อ่า … ไป๋หลีมีความรู้พอสมควรจริงๆ แต่เหมือนว่าเธอจะประเมินตัวฉันต่ำไป’

ฉินเฟิงเมื่อคิดแบบนี้ ก็อดรู้สึกหมดหนทางไม่ได้

ไป๋หลียังเด็กแล้วยังไง? เธอทั้งฉลากและแข็งแกร่ง ดังนั้นเธอย่อมมีสิทธิ์จะเลือกคู่ครอง และเขาจะไม่ยินยอมปล่อยเธอไป!

“เอ้าก็ได้ๆ! ถือว่าเธอเข้าใจมันก็แล้วกัน” ฉินเฟิงทำอะไรไม่ถูก  ไป๋หลีน่ะฉลาดหลักแหลมในทุกๆเรื่อง แต่เสียที่มันยังไร้เดียงสา และคำพูดก็ทื่อตรงมากเกินไป

ตัวแค่นี้มาพูดเรื่องมีล่งมีลูกอะไรกัน อย่าแม้แต่จะคิดเชียว!

กลับมาฝั่งเบื้องหน้า ซินเจี่ยเซิงบนรถเปิดประทุนมองกระจกหลังอยู่แทบตลอดเวลา เลยเป็นธรรมดาที่จะเห็นท่าทีสนิทสนมระหว่างฉินเฟิงกับไป๋หลี แม้มือและเท้าจะยังคงควบคุมรถ แต่ในหัวใจกลับอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ไปวูบหนึ่ง เจ้าตัวย่ำกระแทกคันเร่งอย่างรุนแรง

ภายใต้ความเร็วที่พุ่งสูงขึ้น ไม่นานทั้งสองก็เดินทางมาถึงศูนย์ประลองผู้ใช้พลัง

“ฉันละอยากจะเห็นจริงๆ ว่าแกจะแน่ซักแค่ไหน ตอนนี้ยังทันนะ ถ้าช้ากว่านี้ต่อให้แกคุกเข่า อ้อนวอนขอความเมตตาฉันก็ไม่ปราณี!”

ฉินเฟิงคร้านจะโต้เถียง เขาหันไปมองสำรวจสังเวียนต่อสู้

เขาพบว่าสถานที่แห่งนี้กว้างมาก ภายในถูกออกแบบมาแบบเปิดโล่ง

เข้าไปในศูนย์ประลอง จะเป็นจตุรัสที่กว้างกว่า 200 เมตร และบนจตุรัสมีสังเวียนต่อสู้ตั้งอยู่มากมาย บ้างมีขนาด 10 เมตร บ้าง 20 เมตร และมีอย่างน้อยๆ 40 กว่าคนที่กำลังต่อสู้อยู่บนสังเวียนต่างๆ นี่เองคือเหตุผลว่าทำไมบนจตุรัสถึงมีทั้งสังเวียนเล็กและใหญ่ และแน่นอน ว่ารอบนอกของจตุรัสมีหน้าต่างสูงขึ้นจากพื้นจนจรดเพดาน เพื่อให้ผู้คนสามารถรับชมการประลองในห้องส่วนตัวได้

ฉินเฟิงเดินตามซินเจี่ยเซิงไปยังโถงลงทะเบียน

เขาพบว่าโครงสร้างตรงส่วนนี้ของศูนย์ประลอง ไม่ด้อยไปกว่าโถงทดสอบอบิลิตี้ในเมืองเฉิงเป่ยเลย และเกรงว่ามันยังมีอุปกรณ์ครอบคลุมยิ่งกว่าซะอีก

ส่วนกฏของศูนย์ประลอง ชนะแต่ละครั้งจะได้รับรางวัลตอบแทน ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเล่นตุกติกดั่งสำนวนแสร้งเป็นหมูกินเสือ อย่างเช่นการจับคู่ประลองกับคนที่อ่อนแอ โถงลงทะเบียนจึงมีเครื่องมือทดสอบพลังที่สามารถวัดผลได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นพลังสมาธิ , ความแข็งแกร่งทางกายภาพ , กำลังภายใน ทั้งหมดล้วนสามารถทดสอบได้

แต่โชคยังดีที่มันไม่มีเครื่องมือทดสอบรูนอบิลิตี้ มิฉะนั้นฉินเฟิงคงอดเข้าร่วมการต่อสู้นี้ซะแล้ว

และเพื่อป้องกันการโกงการประลอง ไม่เพียงแต่จะไม่มีรางวัลในส่วนของคนที่ทำข้อตกลงว่าจะจับคู่ประลองกัน แต่คนที่ขึ้นไปบนสังเวียนยังต้องจ่ายเงินอีกเป็นจำนวนกกว่า 10,000 เหรียญ และผลแพ้ชนะจะต้องถูกตัดสินในเวลาครึ่งชั่วโมง

ซึ่ง 10,000 สำหรับผู้ใช้พลัง มันก็แค่เศษเงิน

ทางฝั่งซินเจี่ยเซิง เขาเป็นคนของเมืองเฉิงหยาง และเห็นได้ชัดว่ามิใช่มีสถานะเล็กจ้อย เพราะทันทีที่เขาก้าวเข้ามา ผู้จัดการศูนย์ประลองก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง

“วันนี้ทำไมนายน้อยซินถึงมีเวลาว่างมาแวะมาเยี่ยมเยือนขอรับ ใช่ต้องการหาคู่มือสักคนสองคนรึเปล่า?”

แต่ซินเจี่ยเซิงตอนนี้อารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด เขายกอุปกรณ์สื่อสารของตนเอง และส่งหมายเลขนักสู้ของตนออกไปทันที ปากเอ่ยเสียงเย็น “พอดีว่ามีไอ้เด็กตาบอดแส่หาที่ตาย ดังนั้นก็เลยว่าจะมอบบทเรียนให้กับมันซักหน่อย!”

“ฮ่าฮ่า!” ผู้จัดการรีบประจบประแจง “ใครกันที่ตามืดบอด นี่มันไม่รู้รึไง ว่าความแข็งแกร่งของนายน้อยซิน ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจะสามารถต่อกรได้ โปรดรอสักครู่นะขอรับ เดี๋ยวกระผมจะจัดเตรียมสังเวียนให้ในทันที!”

ผู้จัดการแยกไปเตรียมการ ขณะเดียวกันในเวลานี้ ก็ยังมีคนอื่นๆเริ่มมารุมล้อม ทุกคนต่างก็รู้จักซินเจี่ยเซิง หรือบางทีอาจจะเป็นพวกเขาที่รู้จักซินเจี่ยเซิงฝ่ายเดียว แต่แค่อยากประจบประแจง เลยเสนอหน้าเข้ามา

ซินเจี่ยเซิงเรียกได้ว่ากลายเป็นดาราดังในพริบตา

ตรงกันข้ามกับฉินเฟิง ที่กำลังเดินนำไป๋หลีเข้ามา เขาเพียงถูกกวาดมองขึ้นๆลงๆ และในแววตาของผู้คนฉายชัดถึงความสงสาร แต่ก็มีบ้างที่ยินดีต่อความโชคร้ายของผู้อื่น

“นายน้อยซิน คุณต้องการสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ใช่ไหม? มันบ้าไปแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะกล้าท้าทายคุณ!”

“เลเวลG งั้นหรอ? ขยะแบบนี้มันไม่คุ้มค่าให้นายน้อยซินต้องลงมือหรอก ขอให้ผมได้จัดการมันแทนดีกว่า ใช้แค่มือเดียวก็พอแล้ว!”

“ส่วนกระผมขอแค่สองเท้า จะเตะมันให้ปลิวไปเลย!”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

ซินเจี่ยเซิงที่เฝ้ามองผู้คนประจบประแจง ตวาดด้วยความรังเกียจ

“เขาไม่ใช่เลเวล G ! แต่แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้นมาก!!” ซินเจี่ยเซิงเอ่ยปาก “แต่แข็งแกร่งแล้วมันยังไง? เพราะสุดท้ายบนสังเวียน ยังไงก็ถูกฉันอัดคว่ำอยู่ดี!”

ประโยคนี้ บ่งบอกชัดว่าไม่เห็นฉินเฟิงอยู่ในสายตา

จบบทที่ Ep.150 - สังเวียนเมืองเฉิงหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว