เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.141 - อย่ามัวแต่พล่าม

Ep.141 - อย่ามัวแต่พล่าม

Ep.141 - อย่ามัวแต่พล่าม


3/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.141 - อย่ามัวแต่พล่าม

“พวกนายมันก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า กระทั่งลำดับที่ 21 ก็ยังเอาชนะไม่ได้ รู้รึเปล่าวว่าในคลาสอบิลิตี้รุ่นที่ 69 ของพวกเรามีกันแค่ 21 คน?  แต่ความแข็งแกร่งของพวกแกยังสู้อันดับโหล่ไม่ได้เลย แล้วนี่คิดจะสู้กับลำดับ 1 ของพวกเรา? ฝันหวานไปรึเปล่า!”

พอได้ยิน กลุ่มนักเรียนจากสถาบันซิต๋าแทบจะควันออกหู

จ้าวหยูกลั้นหัวเราะและกล่าวใส่ไฟ “นั่นสิ ถ้าแค่โค่นเขา พวกนายยังทำไม่ได้ ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะมาท้าทายฉัน!”

ฟางเส้นสุดท้ายของเฉียนเต๋าขาดผึง

“ผายลมเถอะ! ลำดับ 1 คลาสอบิลิตี้มันจะแน่ซักแค่ไหนเชียว? พวกแกต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ๆ เจ้าพวกสถาบันเฉิงเป่ยไร้ยางอาย!” เฉียนเต๋าตะโกน “ทั้งหมดลงมือ ฆ่าพวกมันให้ฉัน!”

คนฉลาดย่อมไม่ลงสนามที่ตนมิอาจคว้าชัยชนะได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเสียหน้า เพราะฝั่งตนได้สูญเสียผู้ใช้อบิลิตี้ไปกว่า 3 คนแล้ว ดังนั้นเฉียนเต๋าไม่มีความตั้งใจจะลงมือเพียงลำพัง

หลินเหมาเป็นคนแรกที่ระเบิดโจมตี ความโกรธและโหดเหี้ยมฉายชัดในแววตา เขาไม่คิดยั้งมือใดๆ

“พฤาษาหน่วงเหนี่ยว!”

ครืน …

ผืนดินพลิกตลบ รากไม้หนาผุดยื่นออกมาจากพื้นดิน เหวี่ยงเข้าใส่ฉินเฟิงและทั้งสาม

โจวฮ่าวกับจางเทียนโฉบหลบเร็วรี่ ทางฝั่งจ้าวหยูเรียกพลังเปลวเพลิงเข้าปะทะโดยตรง

เปลวเพลิงแผดเผารากไม้ยักษ์

เปลี่ยนรากต้นไม้ให้กลายเป็นขี้เถ้าอย่างรวดเร็ว

“แกร๊ก .. แถ๊ด ๆๆๆ” *

*(เสียงยิงปืนกล ใครนึกคำดีๆกว่านี้ได้ รบกวนคอมเมนท์ให้ผมหน่อยนะคร้าบ)

เนื่องจากทางซิต๋ามีนักเรียนรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเลยมีมือปืนเยอะเป็นพิเศษ เมื่อเกิดการปะทะ หลายคนก็ระดมสาดห่ากระสุนอย่างไร้ปราณี

“อันที่จริงฉันยังอยากสู้กับพวกนายอย่างยุติธรรมอยู่หรอกนะ แต่ในเมื่อเล่นลูกไม้ไร้ยางอายกันแบบนี้ … ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน!”

ฉินเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย อันที่จริง สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่เรียกว่าใจร้าย แต่ยังโคตรจะโกงสุดๆ

“พรมโลกันต์!”

รูนไฟปะทุโหม โถมเข้าปกคลุมกลุ่มศัตรูอีกฝั่งทันที

“อ๊ากกกก”

นักเรียนซิต๋ากรีดร้องน่าสังเวช เครื่องแบบของพวกเขาถูกแผดเผา เกิดแผลพุพองตามแขนขา ยังไม่พอ เปลวเพลิงยังเกิดการระเบิดขึ้นในจุดที่พวกเขายืนอยู่โดยตรง

ตูม ตูม ตูมมมมม!

แรงระเบิดเหวี่ยงคนทั้งกลุ่มกระจัดกระจายออกไป

นกในป่าใหญ่ตกใจ พากันกระพือปีกโผบินขึ้นสู่ฟากฟ้า นักเรียนหลายคนจากตำแหน่งอื่นเมื่อได้ยินเสียงนี้ ต่างก็มีสีหน้าที่แตกต่างออกไป และตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหลีกเลี่ยงสนามต่อสู้ในบริเวณดังกล่าว

ณ ใจกลางพื้นที่เปิดโล่ง ฉินเฟิงชูมือ สะบัดเหวี่ยงอย่างไม่ใส่ใจ

“เพลิงโลกันต์ จงหวนคืน”

เปลวเพลิงมอดดับลงทันที

ในจุดเดียวกันกับที่มอดดับลง เผยให้เห็นถึงกลุ่มคนกว่า 30 คน  บ้างหน้าคว่ำบ้างหน้าหงาย นอนหมอบกับพื้น ไร้ซึ่งความสามารถในการต่อสู้อีกต่อไป

“จิ๊ จิ๊ … นายมันโหดร้ายเกินไปแล้ว!” โจวฮ่าวส่ายหัว ก้าวเดินไปในจุดที่ยังเหลือไอร้อนระอุอยู่ เขาตรวจสอบคนเหล่านั้น และพบว่าบางส่วนถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคยังดีที่ไม่ตาย อาจเป็นเพราะฉินเฟิงควบคุมแรงระเบิดเอาไว้

ทว่าแน่นอน ถึงไม่ตายตอนนี้ แต่ก็นับว่าขาข้างหนึ่งได้ก้าวลงสู่ขุมนรกแล้ว

ปัจจุบันพลังสมาธิของฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก ดังนั้นเขาเลยสามารถควบคุมมันได้อย่างแม่นยำ อานุภาพของพรมโลกันต์ในตอนนี้ กับตอนที่ใช้สังหารแมลงสัตว์ร้ายในเมืองหาน มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันไม่ถึง 1/10ของคราวนั้นด้วยซ้ำ

เพราะหากมากไปกว่านี้ พวกนักเรียนต่างสถาบันคงไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้ และถูกเปลี่ยนกลายเป็นเถ้าถ่าน

“บ๊ายบาย ฉันไม่ขอส่งนะ” โจวฮ่าวกระชากกระเป๋าของผู้ใช้วรยุทธโบราณคนหนึ่ง และดึงป้ายชื่อบนหน้าอกศัตรูออก

“สารเลว ไปลงนรกซะ!” ผู้ใช้วรยุทธอีกคนข้างๆผุดลุกสู้ไม่ถอย แต่เพียงไม่กี่กระบวนท่า ก็สยบแทบเท้าโจวฮ่าว และถูกถอดป้ายชื่อออก

แต่ระหว่างนั้นเอง ผ้าคลุมที่บดบังเครื่องแบบนักเรียนของเขาก็สะบัดออก เผยให้เห็นถึงป้ายตรงหน้าอกของโจวฮ่าว

ป้ายชื่อลำดับ 1 ของผู้ใช้วรุยทธ … ปรากฏสู่สายตาของศัตรูที่ยังมีสติหลงเหลือ

“นี่แก …” เฉียนเต๋าถึงกับพูดไม่ออก เดิมทีเขากำลังคิดจะระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายก่อนจากไป แต่ใครจะคาดคิด ว่าอีกหนึ่งคนที่ซ่อนตัวอยู่กับพวกหางแถว  เจ้านักเรียนที่สวมเสื้อคลุม แท้จริงแล้วจะเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณอันดับ 1 !

ชัดเจนแล้วว่าที่พวกเขาเผชิญมิใช่ทีมหางแหว หากแต่เป็นเสาเหล็กกล้าที่ยากสั่นคลอน!

“อย่ามาแตะตัวฉัน! ฉันจะไปเอง” เฉียนเต๋าขบฟัน แต่ในใจยิ้มยินดี ยอมถอดป้ายชื่อของตนออกแต่โดยดี

ไม่นานเกินรอ ช่องว่างมิติก็กลืนกินเฉียนเต๋าเข้าไปภายใน แต่ก่อนที่จะจากไป ปรากฏประกายแสงสีเงินขึ้น  --ป้ายชื่อหลายอันร่วงตกลงมา

เดิมเหตุผลที่เฉียนเต๋ายิ้มนั่นก็เพราะเขาเลือกถอดป้ายชื่อออกเอง และนำเอาป้ายชื่อที่ยึด พามันออกไปด้วย เพื่อไม่ให้พวกฉินเฟิงและคนอื่นๆได้คะแนนเพิ่ม แต่น่าเสียดาย ที่ดูเหมือนว่าทางสวนล่าจะมีการป้องกันช่องโหว่ดังกล่าวเอาไว้แล้ว ดังนั้นป้ายชื่อที่เคยยึดมาจึงร่วงตกลงกลางอากาศ มิอาจนำออกไปด้วยได้!

ฉากนี้ชวนให้คนอื่นๆที่พบเห็นรู้สึกหมดหนทางอย่างช่วยไม่ได้

“อย่าเล่นตุกติกอะไรอีก ทิ้งกระเป๋าไว้ แล้วไปด้วยตัวเองดีๆซะ” ฉินเฟิงกล่าว

หลินเหมาข้องใจ กัดฟันกล่าว “แกแข็งแกร่งมาก แกร่งขนาดนี้มาอยู่ในลำดับต่ำสุดของสถาบันเฉิงเป่ยได้ยังไงกัน?  แกจะต้องโกงแน่ๆ คอยดูเถอะ ฉันจะรายงานเรื่องนี้!”

“ก็เอาสิ ไสหัวไปฟ้องเลย แล้วเวลารายงานอย่าลืมบอกไปด้วยนะ ว่าฉันชื่อฉินเฟิง!”

ว่าจบ ฉินเฟิงก็กระชากป้ายชื่อของอีกฝ่ายออก

ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร เขาก็จะใช้พลังของตนตามใจชอบ จะถูกฟ้องลดคะแนนหรือลดอันดับก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ เพราะยังไงซะ  เป้าหมายในการมาที่สวนล่าใบไม้ผลิก็ได้บรรลุแล้ว

กว่าสามสิบคนของสถาบันซิต๋าถูกกำจัด พวกเขาทิ้งป้ายชื่อมากกว่า 100 ไว้เบื้องหลังแก่ทีมของฉินเฟิง เพียงยัดมันก็กินเนื้อที่ไปมากกว่าครึ่งกระเป๋าสะพายหลัง

ยังไม่พอ พวกเขายังทิ้งกล้วยเสริมกำลัง และวัตถุดิบที่เก็บได้ระหว่างทางเอาไว้อีกมากมาย

“ฉินเฟิง นายมันน่าทึ่งเกินไปแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า ถ้าอยู่ทีมเดียวกับนาย ไม่ว่าเรื่องอะไรพวกเราก็สามารถทำได้!” จ้าวหยูถอนหายใจด้วยอารมณ์ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ยิ่งไปกว่านั้นนะฉินเฟิง ในเมื่อนายทรงพลังถึงขนาดนี้ ทำไมไม่แสดงมันออกมาในการทดสอบเมื่อวานล่ะ? ทุกคนเลยพาลคิดกันไปว่านายเป็นพวกหางแถว … !”

“หางแถวไม่ดีตรงไหน มันสามารถใช้แกล้งเล่นบทหมูกินเสือได้ ก๊ากฮะฮ่า! พูดแล้วก็ขำ เธอได้เห็นสีหน้าเหมือนอมรังแตนของพวกเขาก่อนจะจากไปรึเปล่า?” โจวฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ส่วนจางเทียน เขาเก็บกวาดสินสงครามอย่างเงียบๆ  ยกกระเป๋ากว่า 5 ใบขึ้นสะพายหลัง

“เฮ้อ … พอได้ทำแบบนี้แล้ว ค่อยรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ขึ้นมาหน่อย …”

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ จางเทียนยังไม่ได้แสดงบทบาทในฐานะฝ่ายรักษาเลย เขาจึงตัดสินใจรับหน้าที่เป็นลูกหาบแทน อย่างน้อยก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น!

ทั้งสี่กำลังอารมณ์ดีกับสินสงครามที่ได้รับ ฉินเฟิงกวักมือ ส่งสัญญาณให้เดินหน้าต่อ

….

ภายในสวนล่าใบไม้ผลิ มันเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ผลิใบเต็มตัว งดงามราวภาพฝัน แต่ในเวลานี้มีนักเรียนนับพันเข้ามา เลยเกิดความวุ่นวายและเสียงต่อสู้ดังกังวานไปทั่ว

“โฮก!!”

เสียงร้องคำรามดังสะท้านออกจากปากเสือตัวใหญ่

“ทักษะลับ น่องวายุ!”

“ฝ่ามือปลิดชีพ!”

หนึ่งเท้า หนึ่งฝ่ามือของโจวฮ่าวและจางเทียนกระแทกเข้าใส่ร่างของสัตว์ร้ายเสือยักษ์

เสือยักกระอักเลือดคำโตออกจากปากของมัน และในที่สุดก็ร่วงลงกับพื้น

นี่คือนายพลสัตว์ร้ายเลเวล G ซึ่งมันเกือบจะได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นราชันย์สัตว์ร้ายอยู่รอมร่อแล้ว แต่น่าเสียดายที่ดันมาเจอกับทีมของฉินเฟิง มันเลยต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร

อันที่จริงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้ หากพวกมันบังเอิญพานพบกับนักเรียนคนอื่นๆ เกรงว่าพวกเขาคงถูกสังหารไปนานแล้ว

แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเจอกับทีมของฉินเฟิง นับว่ามันโชคร้ายจริงๆ

“วันนี้น่าจะพอแล้ว พวกเราจะพักกันที่นี่!”

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงท้ายของวัน ผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับก็มากมายมหาศาล แม้แต่กระเป๋าสะพายหลังก็ไม่สามารถยัดอะไรใส่ได้อีกต่อไป

และในปัจจุบัน พวกเขาก็ได้เข้ามาใกล้กับใจกลางของสวนล่าใบไม้ผลิแล้ว

ยิ่งไม่กว่านั้น วันนี้ทั้งวันพวกเขายังได้ต่อสู้กับนักเรียนจากสถาบันอื่นไปกว่า 7 ครั้ง

คราวนี้พวกเขาพบเจอคนจากสถาบันฮุนหนาน มีกระทั่งนักเรียนจากสถาบันเฉิงหยาง

และนับว่าโชคยังดี ที่ตะวันตกดินเสียก่อน การต่อสู้จึงยุติลง ทุกคนเลยพอได้พักหายใจในที่สุด

“พรุ่งนี้ช่วงเที่ยง พวกเราก็จะได้ออกจากสวนล่าแล้ว นี่มันยอดไปเลย!” จ้าวหยูกล่าวด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า

แม้ว่าจะได้รับวัตถุดิบมามากมาย แต่ชีวิตในสวนล่ายังคงอันตรายเกินไป เกรงว่าตอนนี้สิ่งเดียวเกี่ยวกับมันที่เธอรู้สึกดี คงไม่พ้นเรื่องที่ไม่อาจเกิดรอยแยกมิติขึ้นมาได้

“เธอไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ” โจวฮ่าวเตือน เมื่อคืนนี้จ้าวหยูเพิ่งเคยนอนท่ามกลางสัตว์ร้ายเป็นครั้งแรก เธอจึงแทบไม่ได้พักผ่อนเลย ดังนั้นประสิทธิภาพในการต่อสู้วันนี้เลยลดหลั่นลงอย่างเห็นได้ชัด …

จบบทที่ Ep.141 - อย่ามัวแต่พล่าม

คัดลอกลิงก์แล้ว