เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 หน่วย 749

บทที่ 51 หน่วย 749

บทที่ 51 หน่วย 749


เมื่อได้ยินคำพูดของซูหาน หนิงฉีฉีก็ยิ้มแห้งๆ อย่างกระอักกระอ่วน

“ที่ฉันบอกว่าตัวเองเป็นเด็กสาวผู้อ่อนแอและน่าสงสารน่ะ หมายถึงเทียบกับคุณต่างหาก”

หนิงฉีฉีพูดต่อ “เทียบกับคนเก่งระดับคุณแล้ว ฉันมันก็แค่เด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”

ดูจากภายนอกแล้ว นักพรตหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ดูมีอะไรพิเศษ นอกจากหน้าตาหล่อเหลากับท่าทางสุขุม นอกนั้นก็เหมือนคนทั่วไป

แต่ใครจะคิดว่าเขาจะโหดขนาดนี้ ต่อยทีเดียวถึงกับทำหัวซอมบี้ที่เธออุตส่าห์ทำขึ้นมาระเบิดกระจาย

พลังแบบนี้…ไม่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

ซูหานเชี่ยวชาญเรื่องการดูดวง แน่นอนว่าเขามองออกว่าเด็กสาวตรงหน้านี้ไม่ได้มีจิตใจชั่วร้ายอะไรนัก แต่ในยามดึกสงัด กล้าเดินทางมาพร้อมศพถึงสามตัวแบบนี้ ก็ไม่ได้ถือเป็นคนดีนักหรอก

“ท่านนักพรต ไม่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือเลยนะคะ”

หนิงฉีฉีพูดแทบจะร้องไห้ “เมื่อกี้แค่เข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง เราไม่ได้มีความแค้นกันมาก่อน ไม่มีเหตุผลต้องมาทะเลาะกันเลย”

ซูหานพยักหน้าเบาๆแล้วเรียกอาคมเทพแสงทองที่ห่อหุ้มร่างกายให้หายไป

ต้องยอมรับว่าอาคมเทพแสงทอง นี่มันสุดยอดจริงๆ ทั้งใช้โจมตีก็ได้ ใช้ป้องกันก็ดี และยังมีผลรุนแรงเป็นพิเศษต่อวิญญาณและภูตผีอีกด้วย เรียกว่าครบเครื่องไม่มีจุดอ่อนเลย

พอเห็นเขายกเลิกอาคม หนิงฉีฉีก็ถอนหายใจโล่งอกในที่สุด

แต่พอเหลือบไปเห็นซากซอมบี้ที่หัวระเบิดเพราะซูหาน สีหน้าของเธอก็เจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด

ซูหานมองเธอครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม “เธอเป็นทายาทสำนักหมอจับศพจากเซียงซีใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

หนิงฉีฉีพยักหน้า ตอบอย่างว่าง่าย

“แล้วท่านล่ะ เป็นใครกันแน่ หรือว่าเป็นคนของสำนักหลงหูซาน”

หลงหูซานขึ้นชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของลัทธิเต๋า มีชื่อเสียงโด่งดัง และแน่นอนว่ามีผู้ฝึกตนที่ฝีมือสูงอยู่มากมาย

ซูหานส่ายหน้า “แค่ผู้ฝึกตนอิสระธรรมดาในป่าเขาเท่านั้น”

“ฝีมือขนาดนี้ยังเรียกว่าธรรมดาอีกเหรอ…”

หนิงฉีฉีบ่นเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ

แต่ซูหานไม่สนใจคำพูดของเธอ ถามตรงๆ ทันทีว่า “เมื่อกี้เธอพูดถึงหน่วย749มันคืออะไร”

“ห๊ะ ท่านไม่รู้จักหน่วย749จริงๆเหรอคะ”

หนิงฉีฉีทำหน้าตกใจสุดขีด ก่อนจะรีบอธิบาย “หน่วย749ก็คือชื่อย่อของสำนักงานควบคุมเรื่องลี้ลับนะคะ”

พอได้ยินชื่อนี้ ซูหานก็เข้าใจทันที

ในเมื่อโลกนี้มีผู้ฝึกตนอยู่จริง ฝ่ายปกครองก็คงต้องมีองค์กรบางอย่างไว้คอยดูแลควบคุมพวกนี้บ้างเป็นธรรมดา

ไม่อย่างนั้น ถ้าผู้ฝึกตนใช้อำนาจโดยไม่ยั้งคิด จะกลายเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชนทั่วไปแน่ๆ

การมีองค์กรแบบสำนักงานควบคุมเรื่องลี้ลับอยู่ อย่างน้อยก็ช่วยเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้พวกฝึกตนเหลิงเกินไป

“แล้วทำไมหน่วยนั้นถึงมาจับตาเธอล่ะ ไปก่อเรื่องอะไรไว้”

ซูหานขมวดคิ้วถาม

เด็กสาวตัวเล็กๆแบบนี้ หน่วยงานระดับนั้นจะมาสนใจด้วยเหตุผลอะไรกัน

หนิงฉีฉีรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่มีค่ะ พวกนั้นแค่มองว่าคนจับศพอย่างพวกเราคือพวกสายมาร เห็นปุ๊บก็ตั้งใจจะเล่นงานเลยค่ะ”

“พูดความจริงมาดีๆ”

เสียงของซูหานขรึมลงเล็กน้อย

การจับศพเดินในเซียงซีมีมาตั้งแต่สมัยโบราณนานนับพันปีและมีหลายสำนักด้วยกัน

เด็กสาวคนนี้ก็คงเป็นลูกศิษย์ของหนึ่งในสำนักเหล่านั้น

แต่แค่เพราะชาติกำเนิดจะโดนหน่วย749เล่นงาน มันก็ฟังดูเกินไปหน่อย

“ก็ได้…”

หนิงฉีฉีดูเคอะเขินเล็กน้อยก่อนยอมเล่าออกมา “วิชาที่ฉันฝึก มันต้องใช้ศพมาเป็นหุ่นเชิด ใช้ในการต่อสู้…”

“ศพคนธรรมดาน่ะไม่ค่อยดีหรอก กำลังอ่อน แถมมีข้อจำกัดเยอะแต่ถ้าได้ศพของผู้ฝึกตนที่เก่งๆมาทำหุ่นล่ะก็ เยี่ยมเลย แต่ฉันก็สู้พวกคนเก่งๆ ไม่ได้นี่นา…”

“สุดท้ายก็เลยต้องไปขุดศพจากหลุมในที่ที่เรียกว่าแหล่งพลังฮวงจุ้ย แล้วเอามาทำหุ่นแทน…”

“ก็แค่ขุดไม่กี่หลุมนี่เอง ไม่คิดว่าจะโดนหน่วย 749ตามตื๊อขนาดนี้”

น้ำเสียงของเธอฟังดูทั้งน้อยใจและขัดเคือง

ซูหานฟังแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ “ไม่น่าใช่แหล่งพลังฮวงจุ้ยล่ะมั้ง…น่าจะเรียกว่า สุสานเลี้ยงศพมากกว่า”

โดยทั่วไปแล้ว ศพคนธรรมดาจะเน่าเปื่อยภายในเวลาไม่นานหลังฝัง

แต่ถ้าฝังไว้ใน สุสานเลี้ยงศพที่มีพลังฮวงจุ้ยพิเศษ ศพนั้นจะไม่เน่าและอาจเกิดการกลายสภาพได้ ยิ่งเวลาผ่านไปนาน การกลายสภาพก็ยิ่งรุนแรง

ศพแบบนั้นแหละคือวัตถุดิบชั้นยอดสำหรับการสร้างหุ่นซอมบี้

“เธอไปขุดสุสานบรรพบุรุษของคนอื่นแล้วยังมีหน้าบอกว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง”

ซูหานเองก็ไม่อาจยอมรับพฤติกรรมแบบนี้ได้

ศพที่กลายสภาพได้ ส่วนมากก็ถูกฝังมานานหลายสิบหลายร้อยปี อาจจะเป็นสุสานตระกูลของใครสักคนก็เป็นได้

หนิงฉีฉีเกาศีรษะอย่างรู้สึกผิด “ก็เพื่อฝึกวิชานี่คะ…มันก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆนี่นา”

“งั้นเล่าเรื่องหน่วย749ให้ฉันฟังหน่อย”

ซูหานเปลี่ยนเรื่อง เขาเริ่มสนใจองค์กรนี้มากขึ้นทุกที

หนิงฉีฉีพยักหน้า แล้วก็เล่าอย่างละเอียดทุกอย่างที่ตัวเองรู้ให้เขาฟัง

จากบทสนทนา ซูหานก็เริ่มเข้าใจว่าหน่วย 749นี้ประกอบด้วยผู้ฝึกตนและผู้มีความสามารถพิเศษมากมาย

ส่วนใหญ่เป็นสายเต๋าและพุทธ เช่นจากสำนักหลงหูซาน อู่ตังซาน เหมาซาน และอื่นๆ ซึ่งมีศิษย์เก่งๆเข้าร่วมจำนวนมาก บางคนแค่สังกัดในนามเพื่อให้เกิดความร่วมมือแต่ก็ยังมีอิสระอยู่มาก

แม้แต่ผู้ฝึกตนอิสระที่ไม่มีสำนักหนุนหลังก็สามารถเข้าร่วมได้ ถ้ามีฝีมือมากพอ

ซูหานขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผู้ฝึกตนมักหยิ่งทะนงในตน ทำไมถึงยอมเข้าร่วมองค์กรแบบนี้ล่ะ”

หนิงฉีฉีตอบทันที “ก็เพราะผลตอบแทนดีน่ะสิคะ ได้รับทรัพยากรฝึกตนสารพัดแบบเลย”

“รู้ไหมว่าสิ่งของที่ช่วยฝึกตนได้น่ะหายากแค่ไหน ส่วนมากโดนรัฐบาลผูกขาดหมดแล้ว ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้”

หนิงฉีฉีพูดน้ำตาคลอ “ดูฉันสิ เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เพื่อที่จะฝึกวิชาต้องมาขุดศพกลางป่ากลางดึกแบบนี้”

“ถ้าเจอพวกโรคจิตขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”

ซูหานมองเธอแล้วมุมปากกระตุก “อย่าบอกนะว่าเธอกำลังแขวะฉันอยู่”

“เปล่าเลย ไม่มี๊~”

หนิงฉีฉีรีบโบกมือปฏิเสธ แล้วก็หัวเราะแหะๆ “ด้วยหน้าตาแบบนี้ของท่านนักพรต เอาจริงๆ ฉันก็ไม่ขัดขืนหรอกนะคะ”

“คืนนี้จันทร์ก็สวย บรรยากาศก็ดี…ไม่ทราบว่าท่านจะ…”

“หยุดเดี๋ยวนี้เลย”

ซูหานรีบตัดบทคำพูดทะลึ่งทะเล้นของอีกฝ่าย

เด็กสาวคนนี้ หน้าตาก็ใสๆน่ารักดีอยู่แถมอายุยังน้อย แต่พึ่งกลับมาจากการขุดศพ แถมยังมีกลิ่นซากศพติดตัวอีกต่างหาก

ในฐานะสุภาพบุรุษผู้เคร่งครัดอย่างเขา แน่นอนว่าจะไม่หลงกลง่ายๆ

อย่างที่หนิงฉีฉีบอก เหล่าผู้ฝึกตนยอมเข้าร่วมหน่วยนี้ก็เพื่อทรัพยากรสำหรับฝึกตนโดยเฉพาะ

การฝึกตนโดยไม่มีทรัพยากรคอยสนับสนุน มันไปได้ไม่ไกลหรอก

แต่กับซูหาน เขาไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องนั้นเลย

มีระบบคอยสนับสนุน จะทรัพยากรอะไร เขาก็หามาได้ทั้งนั้น

ก็แค่…ไม่รู้ว่าต่อไปจะต้องเจอกับคนของหน่วย749หรือเปล่า…

ซูหานมองหนิงฉีฉีครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ในเมื่อเข้าใจผิดกัน ก็ถือว่าเรื่องจบกันเท่านี้ละกัน ฉันขอตัวก่อน เธอน่ะ กลับบ้านไปได้แล้ว อย่ามัวแต่ขุดหลุมศพคนอื่นอีกเลยนะ”

จบบทที่ บทที่ 51 หน่วย 749

คัดลอกลิงก์แล้ว