- หน้าแรก
- ท่านเต๋า อย่าแกล้งซื่อ เรารู้ว่าท่านมีเวทย์เซียน
- บทที่ 17 พาส่งโรงพยาบาล
บทที่ 17 พาส่งโรงพยาบาล
บทที่ 17 พาส่งโรงพยาบาล
เสียงปืนดังลั่นกระทบก้องกลางอากาศ
กระสุนลูกนั้นยิงเข้าใส่หัวเข่าของหวังเหลาเผ่าอย่างจัง
“อ๊ากก!!”
หวังเหลาเผ่าทรุดฮวบลงไปกับพื้น ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดราวถูกฉีกกระชากร่าง
ชาวบ้านที่ล้อมอยู่รอบด้านถึงกับสะดุ้งเฮือก หยุดมือจากจอบเสียมที่ถือไว้ พร้อมกันนั้นก็พากันปล่อยทิ้งอย่างหวาดกลัว
เฉินปิ่นกับพวกอีกสองคนเห็นตำรวจมาถึงในจังหวะพอดี ต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
หากมาช้ากว่านี้อีกเพียงไม่กี่นาที เกรงว่าคงไม่เหลือแม้แต่ศพให้คนมาเก็บแล้ว
ผู้ชมในไลฟ์สตรีมก็รู้สึกเบาใจทันทีที่เห็นตำรวจปรากฏตัวขึ้นมา
“ดีแล้วล่ะ เวลาคับขันก็ยังต้องพึ่งพาลุงตำรวจอยู่ดี”
“เมื่อกี้นี่น่ากลัวจริงๆนะ ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ตายแน่นอน”
“ยิงได้เท่มาก พี่ตำรวจหน่วยพิเศษคนนั้น very good”
“กับพวกชาวบ้านหัวแข็งแบบนี้ ต้องจัดการด้วยวิธีแข็งกร้าวเท่านั้น ไม่งั้นควบคุมไม่ได้แน่”
หลังจากนั้นก็มีตำรวจตามมาสมทบอีกห้าหกนาย
สถานการณ์ทั้งหมดจึงถูกควบคุมไว้ได้อย่างสมบูรณ์
ชาวบ้านทั้งหลายพากันยืนนิ่งตัวแข็ง ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ก็แหงล่ะ ในมือของพวกตำรวจน่ะ ถือของจริงอยู่เชียวนะ
“ขอโทษด้วยครับ พวกเรามาช้าไปหน่อย”
หนึ่งในตำรวจเห็นหญิงสาวในอ้อมกอดของเฉินปิ่นและเห็นหลี่ฮ่าวที่บาดเจ็บบริเวณไหล่ก็รีบกล่าว
“พวกคุณไปโรงพยาบาลก่อนเลย ที่นี่ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง”
“ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้เราจะสืบจนถึงที่สุด คนผิดจะไม่มีวันรอดพ้นความผิดแน่นอน”
น้ำเสียงของตำรวจหนุ่มนั้นหนักแน่นและมั่นคง ราวกับมีดที่ฟันลงกลางใจศัตรู
เฉินปิ่นพยักหน้า รับคำอย่างไม่ลังเล แล้วรีบพาน้องสาวและเพื่อนอีกสองคนขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลทันที
หลังจากตรวจร่างกายเบื้องต้น
หลี่ฮ่าวพบว่ากระดูกบริเวณหัวไหล่แตกบางส่วน
แต่หากพักรักษาอย่างจริงจัง ก็คาดว่าภายในสองถึงสามเดือนน่าจะหายดี
ส่วนน้องสาวของเฉินปิ่น เฉินเหยา
ได้รับบาดเจ็บภายนอกเล็กน้อย แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุด กลับเป็นสภาพจิตใจ
หลังจากต้องทนรับความทรมานและถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่อง จิตใจของเธอก็ใกล้จะพังทลายลงเต็มที
ขณะนั้นเอง เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงตรง
ตลอดกระบวนการเฉินปิ่นยังคงเปิดไลฟ์เชื่อมต่อกับซูหานอย่างต่อเนื่อง
ไม่รู้ว่าทำไม
แค่เห็นซูหานอยู่ฝั่งตรงข้ามจอมใจของเขาก็สงบลงได้เองโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ
แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้พูดหรือทำอะไร
เพียงแค่นั่งนิ่งๆตกปลาอยู่ริมทะเลสาบเท่านั้น
แต่ในขณะเดียวกันนั้น
ห้องไลฟ์สตรีมของซูหานก็พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ด้วยระบบแนะนำของโต่วอินที่ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่
เหตุการณ์วันนี้กลายเป็นกระแสร้อนแรงในทันที
ประกอบกับเมื่อคืนเขายังเพิ่งติดเทรนด์คำค้นหาอันดับต้นๆ
เพียงไม่นาน ยอดผู้ชมพร้อมกันในไลฟ์ก็ทะลุถึงหนึ่งแสนคน
ผู้ชมใจบุญหลายคนที่เห็นว่าน้องสาวของเฉินปิ่นได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว ต่างก็ดีใจและพร้อมใจกันมอบของขวัญในไลฟ์
【ใบไม้ร่วงปลิวลม】มอบพัดลมเบอร์ 1 ×2 ให้กับเจ้าของไลฟ์
【แสงดาวเที่ยงคืน】ส่งเฮลิคอปเตอร์ X3 ให้กับเจ้าของไลฟ์
【สีสันลวงตา】มอบดอกไม้ไฟหมื่นลักษณ์ X2
【ดอกไม้แดงบริสุทธิ์】ส่งเบียร์ X22
ของขวัญมากมายไหลทะลักราวกับสายฝน
เพราะแฟนๆต่างรู้ดีว่าการที่เฉินปิ่นสามารถช่วยเฉินเหยาได้อย่างปลอดภัยนั้น
ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะซูหาน
【ดอกไม้แดงบริสุทธิ์】: “พี่นักพรตใจนิ่งมาก ต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆว่าตำรวจจะมาทันเวลา ไม่มีอะไรหลุดพ้นสายตาท่านนักพรตได้หรอก”
【วัวของลุงกวงคุน】: “ขอคารวะท่านอาจารย์ ข้าขอถวายตัวเป็นศิษย์”
【คนชอบดอกไม้ไฟ】: “ในหมู่บ้านนั้นไม่ใช่แค่เฉินเหยาคนเดียวหรอกที่ถูกลักพาตัวมา ได้ยินว่ามีเด็กผู้หญิงอีกหลายคน หวังว่าคราวนี้จะกวาดล้างให้สิ้นซากนะ”
【กาลเวลาไม่หยุดเดิน】: “ใช่แล้ว เรื่องแบบนี้ต้องปราบให้ถึงที่สุด พวกค้ามนุษย์ต้องถูกประหารเท่านั้น”
ตลอดช่วงเช้า ซูหานตกปลาอยู่ริมลำธาร และในที่สุดก็สามารถตกปลาคาร์ปหญ้าน้ำหนักเกินสองชั่งมาได้หนึ่งตัว
แม้จะไม่ใช่ปลาตัวใหญ่ แต่ก็เพียงพอสำหรับมื้ออาหารอันแสนอิ่มหนำของเขา
เมื่อเห็นข้อความจากคนดูไหลผ่านหน้าจอ ซูหานก็ยิ้มขำก่อนจะกล่าวว่า
“วางใจเถิด พวกอาชญากรรายนั้น…จะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายแน่นอน”
“เวลาไม่เช้าแล้ว นักพรตคนนี้คงต้องขอกลับไปทำอาหารก่อน”
“วันนี้ขอจบการถ่ายทอดสดไว้เท่านี้เถอะ ส่วนเรื่องสามคำทำนายจะย้ายไปจัดทุกคืนตอนหนึ่งทุ่มแทน”
หลังจากประกาศเวลาแน่นอน ซูหานก็เตรียมจะปิดไลฟ์
เมื่อเฉินปิ่นได้ยินว่าซูหานจะจากไป เขาก็คุกเข่าทรุดลงกับพื้นเสียงดัง พลั่ก
“ท่านอาจารย์ ขอบคุณมากครับ”
เฉินปิ่นโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง
“หากไม่ใช่เพราะท่าน ผมไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าน้องสาวของผมจะต้องทนทุกข์ไปอีกนานขนาดไหน
“บุญคุณครั้งนี้ ยากจะตอบแทนได้หมด ผม...”
แต่คำพูดยังไม่ทันจบ ซูหานก็โบกมือหยุดเขาทันที
“พอๆๆอย่าได้พูดว่าจะตอบแทนด้วยร่างกาย เชียวนะ นักพรตไม่รับอะไรแบบนั้นหรอก”
ซูหานพูดติดตลก ก่อนจะกล่าวจริงจังว่า
“รับเงินค่าทำนายของคุณมาแล้ว ย่อมต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์”
เฉินปิ่นลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ท่านอาจารย์...ผมมีเรื่องขอร้องอีกอย่างหนึ่ง”
“ตอนนี้จิตใจของน้องสาวผมยังคงสับสนไม่มั่นคง ท่านอาจารย์ผู้มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง…พอจะช่วยอะไรได้อีกหรือไม่”
ซูหานได้ยินดังนั้นก็เพียงส่ายหน้า เฉินปิ่นถึงกับรู้สึกใจหายวาบ
“การฟื้นฟูสภาพจิตใจของน้องคุณ จำเป็นต้องอาศัยความห่วงใยและดูแลอย่างจริงใจจากคนในครอบครัว ค่อยๆเข้าถึงใจของนางให้ได้”
เฉินปิ่นเบิกตากว้าง ดีใจสุดขีด
“เช่นนั้นก็แปลว่านางยังมีโอกาสหายดีใช่หรือไม่”
“อืม”
ซูหานพยักหน้า
“ดูแลเธอให้ดี หาแพทย์จีนที่น่าเชื่อถือมาจัดยาสงบประสาทและผ่อนคลายจิตใจให้หน่อยก็ได้”
“แต่อย่าได้พาไปโรงพยาบาลจ้ตเวชเชียวนะ ที่นั่น...คนปกติไปแล้วก็อาจกลายเป็นคนไม่ปกติได้”
เฉินปิ่นก้มลงกราบอีกครั้ง คราวนี้ถึงขั้นเลือดซึมออกจากหน้าผาก
“ขอบคุณท่านอาจารย์”
ซูหานพยักหน้าเบาๆแล้วกล่าว
“ลุกขึ้นได้แล้ว”
“ในเมื่อเรื่องจบลงด้วยดี เช่นนั้นนักพรตคนนี้ก็ขอตัวไปก่อน”
“หนึ่งทุ่มคืนนี้ เจอกันใหม่ อย่าลืมล่ะ”
...
พูดจบ เขาก็กดปิดไลฟ์ทันที
คนดูนับแสนที่ยังจ้องหน้าจออยู่ ต่างพากันอึ้งตาค้างไปหมด...
ปิดไลฟ์เร็วดั่งสายฟ้า
นี่มัน...เร็วเกินไปแล้ว
“หา ฉันมาไม่ทันไรก็ปิดไลฟ์แล้ว”
“ยังดูหน้าหล่อๆของท่านอาจารย์ไม่เต็มตาเลย โธ่เว้ยย”
“คืนนี้ใครจะแย่งสามคำทำนายกับฉัน ฉันจะไม่ไว้หน้าเด็ดขาด”
“แหมๆ หน้าเจ้าน่ะ...มีค่าเท่าไหร่กันเชียว”
...
ในที่สุดผู้ชมกว่าหนึ่งแสนคนก็เริ่มทยอยออกจากห้องไลฟ์
แต่ไลฟ์ของเฉินปิ่น...ยังคงเปิดอยู่
ผู้คนจำนวนมากจึงแห่กันเข้าไปที่นั่นแทน
อีกด้านหนึ่ง ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของโต่วอิน
“ความสามารถนั่น...ช่างน่าตกตะลึงยิ่งนัก”
“หรือว่าบนโลกใบนี้...จะไม่มีความลับใดซ่อนเร้นจากสายตาของเขาได้”
หลินชิงเล่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทึ่งในความสามารถของอีกฝ่าย
“แต่เขาก็ช่างใจร้อนเสียจริง ผู้ชมร่วมแสน แต่กลับปิดไลฟ์เอาดื้อๆแบบนั้น”
“คนดูเยอะขนาดนี้ ถ้าอยู่ต่อนานอีกสักชั่วโมง ก็อาจได้ของขวัญหลายแสนแล้ว”
“สมกับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรทางธรรม...ช่างเป็นผู้มีใจอิสระแท้จริง”
เช้านี้ทั้งเช้า หลินชิงเล่อจับตาดูไลฟ์ของซูหานอย่างไม่วางตา
และก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังเลยแม้แต่น้อย
ความลึกลับของพรตผู้นี้ เหนือจินตนาการยิ่งนัก
และเธอมั่นใจอย่างแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ การจัดฉากแน่เพราะแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาเกี่ยวข้องแถมกระสุนที่ยิงออกไปยังเข้าเป้าเข่าพอดิบพอดี
หากนี่คือการแสดง แล้วโลกนี้จะยังเหลืออะไรที่จริงอีกเล่า
“หรือว่าฉันควรไปขอให้เขาทำนายดู ว่าชายในโชคชะตาของฉันจะปรากฏมาเมื่อไหร่”
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของหลินชิงเล่ออย่างกะทันหัน
ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอ แน่นอนว่าย่อมมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาตามจีบ
แต่กลับไม่มีใครที่สามารถเข้าตาเธอได้เลย
จวบจนจะอายุสามสิบอยู่รอมร่อ ก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ความรักสักครั้ง
อีกไม่นาน...ก็จะกลายเป็นสาวโสดเหลือค้างแล้วจริงๆ