เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.119 - ฝ่าวงล้อม

Ep.119 - ฝ่าวงล้อม

Ep.119 - ฝ่าวงล้อม


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.119 - ฝ่าวงล้อม

ฉินเฟิงกล่าวออกไปตามตรง

“ฉันต้องการที่จะฝ่าวงล้อมออกไปก็จริง แต่ไม่ได้ตั้งใจจะพาคนจำนวนมากติดตามไปด้วย ตอนนี้พวกคุณก็ได้เห็นกับตาแล้วว่ากองทัพแมลงมันยังไม่ได้รับอาหารเพียงพอเลยออกมาล่าแบบนี้ ดังนั้นหากมี ‘กลุ่มอาหาร’ จำนวนมากออกเคลื่อนไหว นี่ย่อมเป็นการดึงดูดพวกแมลงจำนวนมาก”

“ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจ อีกอย่างกองกำลังหลิงหานข้างนอกก็เตรียมการจะบุกเข้ามายึดเมืองคืนอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ฉันขอแนะนำว่าควรจะอยู่รอการช่วยเหลือดีกว่า”

“ถ้าพวกเราอยากอยู่รอการช่วยเหลือ แล้วพวกเราจะมาที่นี่ทำไม ฉิน ...ไม่สิ มิสเตอร์ฉิน คุณคือความหวังเดียว! ฉันหวังว่าคุณจะสามารถพาพวกเราไปด้วย!”

หนึ่งในผู้ใช้พลังเลเวล F เปลี่ยนคำเรียกขานกระทันหัน ไม่กล้าเอ่ยชื่อฉินเฟิงตรงๆ

ฉินเฟิงกวาดตามอง และพบว่าคนอื่นๆต่างกำลังแสดงสีหน้าวิงวอนเช่นกัน

“ถ้าอยากไป งั้นก็รอฟังคำสั่งจากฉัน!”

อันดับแรก ฉินเฟิงบอกให้พวกเขาไปรอด้านโรงแรมหลังก่อน เผื่อว่าจะมีใครมาอีก

“ส่งข้อความหาคนที่เธอรู้จักซะ บอกไปว่าอีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะเริ่มฝ่าวงล้อมออกไปตามเส้นทางนี้” ฉินเฟิงยกอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา แล้วเปิดแผนที่เมืองหาน ลากเส้นไปตามทิศทางหนึ่ง และส่งต่อให้หลิวซู

หลิวซูก้มลงมองเส้นทางลากยาวบนแผนที่ บังเกิดความสับสนเล็กน้อย แต่แล้วในหัวใจก็คล้ายนึกอะไรบางอย่างออก

“เส้นทางนี้ … นายต้องการจะไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างงั้นหรอ? นี่นายคิดจะช่วยเหลือพวกเด็กๆ?”

ฉินเฟิงกล่าวเสียงเย็นชา “ก็ใช่ไง ไม่งั้นฉันจะเลือกเดินทางเส้นนี้ทำไม?”

สถานะของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมืองหาน ไม่ได้ดีไปกว่าสถานเลี้ยงเด็กในชุมชนเฉิงเป่ย บางทีอาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าด้วยซ้ำ ไม่ต้องกล่าวถึงว่าสถานเลี้ยงเด็กตั้งอยู่ในพื้นที่คับแคบ และยังห่างไกลกับประตูเมืองทั้งสอง

มันไม่สะดวกต่อการฝ่าวงล้อมเป็นอย่างยิ่ง หากไปตามทิศทางนี้ จะเทียบเท่ากับว่าฉินเฟิงกำลังเดินอ้อมเป็นวงกลม

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงก็ยังตั้งใจที่จะไป

เพราะเด็กๆคืออนาคตของโลก ตัวฉินเฟิงเองก็เป็นเด็กกำพร้า ฉะนั้นเขาทราบดีถึงความไร้กำลังของพวกเด็กๆ ในเวลานี้ หากฉินเฟิงไม่ช่วยเหลือพวกเขา ก็คงไม่มีใครคิดช่วยอีกแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพวกเขาเป็นกลุ่มที่อ่อนแอ และเปราะบางที่สุดในเมืองหานตอนนี้

จู่ๆหลิวซูก็คล้ายรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างในหัวใจ

“ฉันคิดว่านายไม่ชอบช่วยชีวิตคน เพราะเกลียดการให้พวกเขาต้องกลายมาเป็นภาระซะอีก” หลิวซูกล่าว

“เธอคิดไม่ผิดนะ พวกเขาเป็นภาระจริงๆ!”

ในกรณีนี้ ฉินเฟิงหมายถึงพวกคนที่อยู่ในห้องใต้ดิน

อย่างไรก็ตาม หลิวซูเข้าใจผิดอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่หวาดกลัวฉินเฟิงอีกต่อไป เจ้าตัวพาลคิดไปว่าความโหดร้ายที่ฉินเฟิงแสดงออกมา มันเป็นเพียงหน้ากากที่เขามีไว้เพื่อเก็บซ่อนความดีงามจากภายในไม่ให้ใครเห็นก็เท่านั้น

“ขอบคุณนะฉินเฟิง!” หลิวซูกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

ฉินเฟิงรู้สึกเหมือนหลิวซูน่าจะเข้าใจอะไรผิดไป แต่เขาก็คร้านเกินกว่าจะพูดอธิบาย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา คนอื่นๆเริ่มมาสมทบอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีกระทั่งบางคนที่ส่งข้อความผ่านอุปกรณ์สื่อสาร ว่าจะรอสมทบกับกลุ่มของฉินเฟิงระหว่างเส้นทาง

ในทำนองเดียวกัน คนที่อยู่ห่างไกลจากเส้นทางหลบหนี เห็นได้ชัดว่าเริ่มคร่ำครวญ พวกเขาส่งข้อความกลับมา หวังว่าฉินเฟิงและคนอื่นๆจะมารับตนเองที่ตำแหน่งนี้เช่นกัน แต่ฉินเฟิงไม่สนใจเลย

โชคดีที่หลิวซูไม่ได้โง่ขนาดนั้น เธอเพียงประกาศคำสั่งขอฉินเฟิงแต่ไม่ได้ตอบกลับข้อความใดๆ มิฉะนั้นน่ากลัวว่าฉินเฟิงคงบีบคอเธอจนตาย

แน่นอน ว่าการยอมกัดฟันละทิ้งคนอื่นๆแบบนี้ ทำให้หลิวซูรู้สึกปวดร้าวเป็นอย่างมาก

“หมดเวลาแล้ว! เตรียมตัวออกเดินทางได้!” ฉินเฟิงประกาศคำสั่งออกไป

ในหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้คนมาสมทบกับทางฉินเฟิงถึง 200 คนเต็ม ทั้งหมดเป็นคนจากพื้นที่ใกล้เคียง และมีแม้กระทั่งคนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องพักของโรงแรมตั้งแต่เมื่อวานนี้

ปัจจุบัน ผู้ที่สามารถต่อสู้ได้ จริงๆแล้วมีจำนวนค่อนข้างเยอะ ในกลุ่มของฉินเฟิงตอนนี้ มีผู้ใช้พลังเลเวล F มากถึง 13 คน และผู้ใช้พลังเลเวล G อีกมากกว่า 30 คน ที่เหลือเป็นคนธรรมดา

อย่างไรก็ตาม เท่านี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว!

“แบ่งกันเป็นทีมละ 10 คน ผู้ใช้พลังเลเวล Fเป็นผู้นำแต่ละทีม แต่ละทีมจะมีผู้ใช้พลังเลเวล G 3 คน ส่วนอีก 7 คนเป็นคนธรรมดา”

ฉินเฟิงประกาศคำสั่ง

เนื่องจากปัจจุบันเป็นช่วงเวลาวิกฤต ดังนั้นฝูงชนจึงปฏิบัติตามอย่างรวดเร็ว เลเวล F ทั้ง 13 คนปฏิบัติตามคำสั่งของฉินเฟิงทันที เลือกคนในทีมของตัวเอง

นี่เป็นเรื่องธรรมดา เพราะถึงเวลาต่อสู้จริงๆ ฉินเฟิงไม่สามารถดูแลคนธรรมดาอย่างทั่วถึงได้ จึงต้องเป็นหน้าที่ของคนเหล่านี้ สำหรับคนธรรมดาที่ติดตามมาได้ นับว่าเป็นวาสนาของพวกเขาแล้ว

“ฉันจะพูดประโยคนี้แค่เพียงครั้งเดียว หากใครก็ตามที่เข้าร่วมกับกลุ่มฝ่าวงล้อมของเรา ขอให้เตรียมใจว่าจะไม่ก่อความวุ่นวายขึ้นตามมา รูปแบบกระบวนทัพจะเป็นผู้ใช้อบิลิตี้อยู่ภายนอก คนธรรมดาอยู่ภายใน”

“ส่วนฉันจะอยู่หน้าสุด และจะลงมือล่าทหารสัตว์ร้าย , นายพลสัตว์ร้าย หรือกองทัพแมลงเลเวล F จำนวนมากเท่านั้น ห้ามสั่งฉัน หุบปากให้สนิท อย่าตะโกนใส่ฉัน ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ไปหาเทปกาวมาปิดปากซะ!”

แม้ว่าคำประกาศของฉินเฟิงจะดูรุนแรง แต่มันก็เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของทุกคน

มีแม่คนหนึ่งถึงขั้นเกิดความคิดลงมือทำจริงๆ เธอเอาเทปกาวออกมา และปิดปากลูกสาวตัวเองเอาไว้ นอกจากนี้ยังปิดปากของตัวเอง ในแววตาฉายถึงความตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่า--

--อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จะต้องฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้!

ฉินเฟิงมองไปทางแม่คนนั้น เขาพยักหน้าให้เธอและกล่าวว่า “คุณมาอยู่ทีมเดียวกันกับผม”

เห็นได้ชัดว่าแม่ไม่คาดคิดว่าฉินเฟิงจะเลือกเธอ เจ้าตัวรู้สึกปลาบปลื้มมาก เพราะยังไงซะ ฉินเฟิงคือหัวใจสำคัญของกลุ่มฝ่าวงล้อมนี้ เป็นการดำรงอยู่ที่แข็งแกร่งที่สุด

นอกเหนือไปจากฉินเฟิง ยังมีวังเฉินอีกคนหนึ่งอยู่ในกลุ่มของพวกเขา ที่เหลือจะเป็นลุงหลิว , ภรรยาลุง , พนักงานสี่คน , แม่และลูกสาว ทั้งสิ้นสิบคน

แล้วเหตุใดทีมย่อยของฉินเฟิงถึงมีเลเวล F ตั้ง2 คน? แน่นอน นั่นก็เพราะฉินเฟิงไม่ต้องการให้ลุงหลิวกับภรรยาเขาได้รับบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย เลยต้องป้องกันไว้ก่อน

“เริ่มออกเดินทางได้”

ฉินเฟิงชูมือขึ้น และเดินนำออกจากโรงแรม

กลุ่มแมลงโดยรอบถูกเก็บกวาดหมดแล้วโดยฉินเฟิง หลังจากออกมาข้างนอก สถานการณ์เลยยังดูปลอดภัยมาก

มีแมลง 1 - 2 ตัวโผล่มาบ้างตามรายทาง แต่ทั้งหมดก็ถูกคนอื่นๆกำจัดอย่างรวดเร็ว

ในความเป็นจริงแล้ว ตราบใดที่สถานการณ์ไม่ร้ายแรงจนเกินไป ผู้ใช้พลังอย่างไรเสียก็คือผู้ใช้พลัง พวกเขาทำหน้าที่ได้ดี และน่าประทับใจมาก นี่นับว่าเพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน!

แต่แน่นอน ว่าระหว่างการฝ่าวงล้อม ยังไงก็ต้องมีอุบัติเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเสมอ ความตายและการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หึ่ง หึ่ง!

จู่ๆก็มีแมลงสีดำจำนวนมากบินออกมาจากมุมตึกอย่างกระทันหัน พวกมันคือหนึ่งในแมลงที่น่าหวาดกลัวที่สุด ---ด้วงกระหายเลือด!

และด้วงกระหายเลือด คือสัตว์ร้ายเลเวล F! ไม่เพียงบินได้ แต่ยังครอบครองความสามารถในการรับรู้กลิ่นเลือดในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร ซึ่งเลือดที่ว่าเกิดจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้ระหว่างทาง กลิ่นอาหารที่หอมหวลเลยโชยไปแตะจมูกพวกมัน

ด้วงกระหายเลือดทำการปิดล้อมกลุ่มของฉินเฟิงทันที!

มีมากกว่า 30 ตัวในฝูงของพวกมัน หัวหน้าฝูงคือด้วงกระหายเลือดที่มีขนาดตัวใหญ่หว่า 2 เมตร เป็นนายพลสัตว์ร้าย นอกจากนี้ยังมีด้วงระดับทหาร ขนาดตัวราวๆ 1.5 เมตร !

สำหรับพวกสัตว์ร้าย ไม่ว่าจะเป็นตัวใดก็ตาม หลังจากที่ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ความแข็งแกร่งของมันย่อมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และนี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรับมือได้!

ด้วงกระหายเลือดขนาด 1.5 เมตรแทบจะมีขนาดตัวเกือบเท่ากับมนุษย์ และในแง่ของความแข็งแกร่งที่พัฒนาตามขนาดตัว มันสามารถสังหารผู้ใช้พลังเลเวล F ได้ในเวลาไม่กี่วินาที

ฉินเฟิงกระโดดขึ้นควบม้าศึกทันใด มือฉกคว้าด้ามจับที่แขวนไว้ตรงเอว --มีดกษัตริย์ครามเผยโฉมออกจากฝักในทันใด

แสงสีทองพร่างพราวทำให้ผู้คนรู้สึกดวงตาพร่ามัว ตามต่อด้วยเปลวเพลิงที่พวยพุ่ง

ม้าศึกดีดตัวขึ้น ควบทะยานไปในอากาศ ต้อนรับการมาเยือนของด้วงกระหายเลือด

“จงสะบั้น!”

ยามเมื่อมีดกษัตริย์ครามที่มิอาจทำลายได้ ผสานรวมกับท่ามีดเปลวเพลิงและสับลง นายพลสัตว์ร้ายยังไม่ทันตอบสนอง ก็ถูกผ่าเป็นสองซีกไปแล้วโดยฉินเฟิง

มีดกษัตริย์ครามวาดออกไปในแนวนอนอีกครั้ง

“ระบำดอกไม้ไฟ!”

เปลวเพลิงรูปพัดปะทุโหม กวาดผ่านด้วงกระหายเลือดในอากาศ

กลุ่มด้วงกระหายเลือดพลันถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง ส่งเสียงกรีดร้องลั่นน่าหวาดกลัว แต่ในพริบตามันก็กลายเป็นสีโค้ก ร่วงตกลงกับพื้น

ฉินเฟิงโจมตีอีกครั้ง และอีกครั้ง ไม่นาน ด้วงกระหายเลือดส่วนใหญ่ที่บุกเข้ามาก็ถูกเก็บจนแทบเกลี้ยง!

เหลือเพียงด้วงกระหายเลือดอีก 2 - 3 ตัวที่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของฉินเฟิงได้ มันพุ่งเข้าไปในฝูงชนทันที ทันใดนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง แต่โชคยังดี ที่มันถูกสังหารลงอย่างรวดเร็วโดยผู้ใช้พลังเลเวล F

นี่เองคือข้อดีของการซอยทีมย่อย แล้วกระจายกำลังกัน ---การฝ่าวงล้อมยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ทว่าพวกแมลงมีจำนวนมากเกินไป ในเวลาหนึ่งชั่วโมง พวกเขาสามารถเดินไปได้แค่ 3 ช่วงตึกเท่านั้น ซึ่งหากเป็นในเวลาปกติ มันอาจจะใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึง 10 นาที …

จบบทที่ Ep.119 - ฝ่าวงล้อม

คัดลอกลิงก์แล้ว